<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้วในราชกิจจาฯ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๕&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;อ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117360</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef575d80c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เปิดแผลซ้ำ &#039;กลาโหม&#039; แปรงบจัดซื้อรถเป็นซ่อมรถหมดสภาพ เมินสตง.ท้วงติง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจกระทรวงกลาโหมคือ การปรับเปลี่ยนงบประมาณปี 2564 มูลค่า 921 ล้านบาท ของหน่วยงานจากการจัดซื้อรถใหม่ แต่สุดท้ายเอางบไปแปรเป็นงบซ่อมรถที่หมดสภาพ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทาง สตง. ได้ท้วงติงและระบุว่าไม่คุ้มค่า แต่ขณะนี้ ผอ.สำนักงบฯเซ็นเรื่องนี้เข้า ครม.เพื่ออนุมัติแล้ว ทราบมาว่า กระทรวงการคลังเสนอให้ครม.พิจารณาวันที่ 30 ส.ค. และในวันที่ 30 ส.ค. จะรีบไปยื่นเรื่องต่อ ครม. และ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเบรกไม่ให้พิจารณาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า &amp;nbsp;ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันจะเอาเข้าครม. ก็เอาเข้าไปเลย แล้วเจอกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหลังการอภิปรายก็เจอกันที่ ป.ป.ช. ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยพร้อม มีข้อมูลเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีข้อมูลพร้อมล้มรัฐบาลได้ วันที่ 30 ส.ค. จะฉายหนังตัวอย่างประเด็นของเรือยกพลขึ้นบก เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย มีข้อมูลของกองทัพเรือที่ส่อไม่โปร่งใส ทุจริต เป็นการเรียกน้ำจิ้มให้ประชาชนเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะอยู่ไม่ได้ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, งบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0c0c71f84f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพ 10 ประเภทวิชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบและอนุมัติอัตราค่าเครื่องมือประจำตัวผู้เรียนเฉพาะอาชีพของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาต่อคน ตามประเภทวิชา ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวน 10 ประเภทวิชา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทวิชาอุตสาหกรรมอัตราค่าเครื่องมือ &amp;nbsp;2,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พาณิชยกรรม &amp;nbsp;1,000 บาท, ศิลปกรรม 1,000 บาท, คหกรรม 1,200 บาท, เกษตรกรรรม 1,600 บาท, ประมง 1,200 บาท, อุตสาหกรรมสิ่งทอ &amp;nbsp;1,200 บาท, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาท, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1,200 บาท และ อุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรี 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะฝีมือให้เต็มศักยภาพ ฝึกประสบการณ์อาชีพได้อย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างแรงจูงใจให้มีการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประมาณการค่าใช้จ่ายในปีการศึกษา 2564 จำนวนทั้งสิ้น 383.209 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพระดับปวช.ปีที่ 1 ในสถานศึกษาของรัฐ 429 แห่ง จำนวน 275.233 ล้านบาท และสถานศึกษาของเอกชน 445 แห่ง จำนวน 107.976 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเล่าเรียน, งบประมาณ, อุปกรณ์การเรียน, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602735c254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกรธสลายม็อบสภาถล่มงบฯสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านถล่มงบฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับผิดสะสมอาวุธ คิดต่อจำนวนประชากรมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า ในระยะเวลาที่เร็วกว่า 5 เท่า รวมซื้ออาวุธมากกว่าถึง 25 เท่า ก้าวไกลโกรธ พอเจอม็อบมีการพูดว่ายิงเลย กระสุนไม่อั้น ข้องใจหน่วยงานควบคุมฝูงชน ปีนี้ทำงานเยอะเป็นพิเศษ แต่กระมิดกระเมี้ยนของบมา 3 ล้าน สุดท้ายงบผ่านฉลุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2564 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระสอง เป็นการพิจารณาต่อจากเมื่อคืนวันที่ 20&amp;nbsp; ส.ค.ซึ่งเป็นวันที่สี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าสู่การประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตั้งใจจะให้จบการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันนี้ ถ้ามีอะไรที่จะสามารถไม่ต้องอภิปรายได้ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกด้วย แต่หากวันนี้พิจารณาไม่เสร็จจริงๆ จะขอเว้นวันที่ 22 ส.ค.และประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นคัดค้านฝ่ายรัฐบาลอย่ามาขอร้องกำหนดวันจบการอภิปราย เพราะงบประมาณจำนวน 3.1 ล้านล้านบาทถือว่าไม่น้อย ดังนั้นอย่ารวบรัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดเวลาอภิปรายของ ส.ส. วันนี้อภิปรายให้เต็มที่เพื่อเป็นการไม่ปิดกั้นการพูดของ ส.ส. เพราะอย่างไรเสีย parliament ก็แปลว่าที่ถ่มน้ำลายอยู่แล้ว เชื่อว่าสมาชิกทุกคนพร้อมอยู่ ฝากถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาด้วยว่ายาวๆ ไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการอภิปรายงบประมาณ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอปรับลด 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะ สธ.ถูกทำลายศักดิ์ศรี และโดนยึดอำนาจจาก ศบค.ซึ่งขาดความเชี่ยวชาญกว่า สธ. บริหารโดยกลุ่มคนที่หาผลประโยชน์บนซากศพและความตายของประชาชน เมื่อปี 63 กู้เงินหลักล้านล้านบาทมาแก้โควิด คนไทย&amp;nbsp; 67 ล้านคน วันนี้ฉีดวัคซีนไปเพียง 25 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน&amp;nbsp; 3 เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับการบริจาคจากอเมริกาอยู่ที่ไหน คนด่านหน้าต้องการฉีด หมอ พยาบาล ตลอดจนสัปเหร่อคือด่านหน้า แล้ว ส.ส.คือด่านหน้าหรือไม่ ถึงจะเป็นด่านหน้าแต่ต้องเสียสละให้บุคคลอื่น อย่าให้ผมได้ข่าวว่าพรุ่งนี้จะมี ส.ส.ปักเข็มที่แขน อย่าให้รู้ ต้องเสียสละให้พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 40 ล้านคน และขอให้หมอลุกขึ้นสู้เพื่อชีวิตประชาชนในแนวทางที่ถูกต้อง ในสถานการณ์นี้ควรจะเอานายกฯ คนนี้ออกไป และเอาคนเป็นหมอมาเป็นนายกฯ แทน&amp;rdquo; นายพิเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.04 น. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรา 25 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะ กมธ.แก้ไขด้วยคะแนน 242 ต่อ 123 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีการพิจารณามาตรา 26 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงอุตสาหกรรม 2,128,298,100 บาท ซึ่ง ส.ส.ใช้เวลาอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 40 นาที จากนั้นนายชวนในฐานะประธานการประชุมได้ให้ที่ประชุมลงมติ ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบมาตรา 26 ตามที่ กมธ.แก้ไข โดยเห็นด้วย 239 ไม่เห็นด้วย 98 งดออกเสียง 2 และไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามด้วยการอภิปรายมาตรา 27 งบประมาณของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี
ถล่มงบฯ ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณว่า ตนขอปรับลดงบประมาณในโครงการจัดซื้ออาวุธสงคราม 3 โครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คือการจัดซื้อปืนเล็กสั้น 1,000 กระบอก การจัดซื้อปืนเล็กยาว 2,000 กระบอก และปืนกลมือ 4,000 กระบอก รวม 7,000 กระบอก ทั้งที่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้นมีการศึกษาผลกระทบถึงการสะสมอาวุธสงครามที่เพิ่มขึ้น พบว่าการสะสมอาวุธนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดอัตราการเกิดอาชญากรรมแล้ว ยังมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขาได้ยกตัวอย่างจอร์จ ฟลอยด์ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาซื้อปืนให้ตำรวจ 7.8 หมื่นกระบอก คิดเป็น 24 กระบอกต่อประชาชน 1 แสนคน เมื่อหันกลับมาดูไทยภายใต้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ปี 2561-2563 ซื้อปืนให้ตำรวจไปแล้ว 7.3&amp;nbsp; หมื่นกระบอก รวมอีก 7,000 กระบอกที่จะซื้ออีกปี 2565 นี้ รวม 8 หมื่นกระบอก คิดเป็น 116 กระบอกต่อประชาชน 1 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อนำไปเทียบกับสถิติของสหรัฐ เท่ากับว่าตำรวจไทยสะสมอาวุธสงครามต่อจำนวนประชากรมากกว่าถึง 5 เท่า ในระยะเวลาที่เร็วกว่า 5 เท่า รวมซื้ออาวุธมากกว่าถึง 25 เท่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวว่า เข้าใจว่าตำรวจบางหน่วยต้องใช้อาวุธสงคราม&amp;nbsp; แต่ที่เป็นประเด็นปัญหาคือ ในช่วงปี 2553-2556 มีการซื้ออาวุธสงครามให้ตำรวจเพียง 116 กระบอกเท่านั้น เพิ่งจะมาเพิ่มจำนวนช่วงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยหลังปี 2561 เป็นต้นมามีการซื้อมากกว่า&amp;nbsp; 632 เท่า ราวกับจะตั้งกองทัพ ยิ่งต้องตั้งคำถาม เพราะความจำเป็นของการซื้อปืน 7,000 กระบอกนี้ เป็นคนละส่วนกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาลที่เพิ่งซื้อไป 280 กระบอกเมื่อปี 2561 เป็นคนละส่วนกับกองบังคับการปราบปรามที่ซื้อไปเมื่อปี 2561 และ 2563 อีก 268 กระบอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนละส่วนกับสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษที่เพิ่งซื้อไปในปี 2563&amp;nbsp; อีก 150 กระบอก เป็นคนละส่วนกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เพิ่งซื้อไปในปี 2564 อีก 84 กระบอก และเป็นคนละส่วนกับ 3&amp;nbsp; จังหวัดชายแดนใต้ที่เพิ่งซื้อไปในปี 2564 อีก 500 กระบอก เหตุผลความจำเป็นของปืน 7,000 กระบอกนี้มันมากเกินไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ใช้สิทธิ์สงวนความเห็นอภิปรายปรับลดงบประมาณของ สตช. 7% ว่า วันนี้ สตช.มีกำลังพล 212,982 นาย มีระดับนายร้อยขึ้นไป 63,288 คน ถือเป็นกองกำลังที่ใหญ่มาก คิดเป็นอัตราส่วนตำรวจ 1 คนต่อประชาชน 304 คน ตนคิดว่าสัดส่วนนี้มากเกินไป ถ้าอัตราเท่านี้แล้วยังมีนักโทษเต็มคุกและยังมีปัญหาอาชญากรรมมากมาย ก็ถือว่าไร้ประสิทธิภาพ เราจึงจะต้องลดกำลังตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอภิปรายว่า ในประเทศที่เจริญแล้วแทบมองหาตำรวจไม่เจอเลย&amp;nbsp; ตำรวจอยู่ในที่ตั้งของตำรวจ ไม่ได้ออกมาทำมาหากินเบียดเบียนประชาชน แต่เมื่อคุณทำผิดกฎหมาย ตำรวจจะมาทันที ตำรวจทราบได้อย่างไรว่าเราทำผิดกฎหมาย นี่คือเทคโนโลยีและการบริหารจัดการดูแลบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ หากเราลดกำลังตำรวจจาก 2 แสนนาย เหลือ 1 แสนนาย แล้วนำเงินไปดูแลสวัสดิการ ที่พักอาศัย เบี้ยเลี้ยง และครอบครัวตำรวจ จึงอยากให้บริหารจัดการกำลังของตำรวจให้เล็กลง&amp;nbsp; แล้วใช้เทคโนโลยีทดแทนให้มากขึ้น เพื่อที่จะควบคุมและสร้างประสิทธิภาพให้ตำรวจไทย
ตรงนี้กระสุนไม่อั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ใช้สิทธิ์อภิปรายสอบถามไปยังกรรมาธิการงบประมาณ เพราะมาตรา 27 มีงบ&amp;nbsp; สตช. 32,776,031,300 บาท ถูกปรับลดเพียง 55 ล้าน อยากตั้งคำถามว่า การทำงานของ สตช.เวลานี้ถูกจับตามองจากประชาชน เนื่องจากได้ใช้ตำรวจหน่วยควบคุมฝูงชนเข้าควบคุมสถานการณ์จนเกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกมาเรียกร้องของประชาชนเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติต่าง ๆ จากการความล้มเหลวของผู้บริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตาย คนที่ออกมาเรียกร้องหันไปข้างหลังพ่อแม่ป่วยไม่มีเตียง&amp;nbsp; ไม่มียารักษา ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลังการยุติการชุมนุมในแต่ละวัน และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชาอ้างว่า มีความพยายามที่จะส่งสัญญาณมาจากเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยบอกว่า การใช้อาวุธกระสุนในการฝึกนั้นยากลำบากอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เซ็นเบิกมาตอนฝึกซ้อม 100 นัด ได้ยิงจริงประมาณ 20 นัด อีก 80 เรียกว่านายเล่นยอด เอาไปปล่อยสนามยิงปืน ปล่อยตามพรรคพวกเอาไปขายตามตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่นี่สถานการณ์การชุมนุมที่ออกมาปราบประชาชน มีการพูดถึงว่ายิงเลย ตรงนี้กระสุนไม่อั้น มีภาพการฝึกซ้อม จึงต้องถามหาว่าการปราบปรามประชาชนที่ใช้หลักสากล และบอกว่ามีภาพการฝึกซ้อมเป็นขั้นเป็นตอน คิดว่าตอนนี้เป็นหลักสาแก่ใจมากกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอภิปรายว่า และหน่วยงานควบคุมฝูงชน (คฝ.) ปีนี้ทำงานเยอะเป็นพิเศษ แต่กระมิดกระเมี้ยนของบมา 3 ล้านซื้อแผงเหล็กเท่านั้น แต่ตนไม่เชื่อว่าจะใช้เงิน 3 ล้านเท่านั้น เพราะในปี 2564 คฝ.ของบ 893&amp;nbsp; ล้านบาท เป็นสิ่งที่เอามาใช้ในวันนี้ คือ โล่ตำรวจ กระสุนยาง กระบองยาง อยากสอบถามว่างบ 893 ล้านที่อนุมัติไปปีที่แล้วสุดท้ายมาทำลายประชาชน ขณะนี้มีความรู้สึกอย่างไร และตนสามารถตัดสินใจได้ไม่อนุมัติให้แม้แต่บาทเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิเชียร ชวลิต กรรมาธิการ ชี้แจงว่า งบประมาณของ สตช.เป็นการจัดซื้อเนื่องจากครบอายุการใช้งานและซื้อทดแทนของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน เป็นการจัดหาทดแทน เช่น อาวุธปืน หรือกรณีรถดับเพลิงเป็นการซ่อมแซม จากที่มีการรับโอนมา 150 คัน ใช้ในภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบมาตรา&amp;nbsp; 27 งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ด้วยคะแนน 244 ต่อ 119 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 0 เสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมฝูงชน, งบประมาณ, ประชุมสภา, ฝ่ายค้าน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานวิปฝ่ายค้านยัน‘พท.-ก.ก.’ฟัดกันเองเรื่องจิ๊บๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวความขัดแย้งระหว่างคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า หากพิจารณาเนื้อความอย่างถ่องแท้แล้ว เป็นเรื่องของการมองต่างกันที่มองผลประโยชน์ของประชาชนด้วยกัน โดยฝ่ายหนึ่งบอกว่า การสนองต่อผลประโยชน์ของประชาชนควรนำงบประมาณ ที่มีการปรับลดไปไว้ในงบกลาง แต่อีกฝ่ายก็คิดถึงประชาชนเหมือนกันว่าหากนำเงินดังกล่าวไปไว้ในงบกลางไม่น่าจะดี จึงเสนอให้เอาไปไว้ที่อื่น เรามีเป้าหมายคือประชาชนเหมือนกัน แต่มองต่างกัน หากมองให้ดี จะเห็นว่า พท.ไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาลทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่พรรคต่อสู้ และขัดแย้งกับฝ่ายรัฐบาลมามากเกือบ 90% มีการรบรากันเรื่องใหญ่ๆ เช่น งบประมาณกระทรวงกลาโหมที่ถือเป็นกล่องดวงใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี พท.ก็ฟาดฟันจนมองหน้ากันกับรัฐบาลไม่ติด และยังมีอีกหลายประเด็นที่ พท.เห็นแย้งกับรัฐบาลมาตลอด ซึ่งก็เพิ่งเห็นเรื่องเดียวที่เห็นตรงกันคือเรื่องงบกลางนี้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคด้วยว่าเราไม่ได้มีจุดยืนที่จะไปให้ความร่วมมือหรือเห็นดีเห็นงามกับรัฐบาลในทุกเรื่อง อันไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็ทำ แต่อันไหนที่คิดว่าไม่ใช่เราก็ต่อสู้และเชื่อว่าเราจะเข้าใจกัน พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะปัญหาและบรรยากาศแบบนี้เคยมีเกิดขึ้นมาเรื่อยที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบางเรื่องเห็นต่างกัน เพราะจุดยืนและนโยบายเราต่างกัน แต่เรื่องไหนเห็นตรงกันเราก็ทำงานร่วมกันต่อไปได้ โดยเฉพาะเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของทุกคน&amp;rdquo; นายสุทิน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการปูทางเพื่อนำไปสู่การฮั้วกันในช่วงหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะไปฮั้วกัน มีแต่เรื่องที่ต้องวางแผนต่อสู้ แต่บังเอิญบางเรื่องก็มาตรงกัน ดังนั้นอย่าไปคิดแบบนั้น เช่น เรื่องระบบการเลือกตั้ง อย่าไปคิดว่าจะเป็นเรื่องที่ฮั้วกัน เพราะ พท.ก็อยู่ของเราแบบนี้ แต่คนอื่นเขาไปคิดว่าสถานการณ์เปลี่ยนเขาก็เลยเปลี่ยนมาหาเรา รวมถึงเรื่องงบประมาณที่ถูกตัดแล้วกลับไปอยู่ในงบกลางเกิดขึ้นแบบนี้มาแล้วหลายปี หลังจากที่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าแต่ช่วงหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรค พท.เห็นตรงกันบ่อย นายสุทิน กล่าวว่า อาจจะด้วยความเป็นพรรคใหญ่ที่มีจุดยืนของตนเองและบังเอิญไปตรงกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีเหตุผลอื่นถ้าจะให้ไปฮั้วกันหลังเลือกตั้งถือว่าเป็นเรื่องที่คิดไปไกลมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112167</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, นายสุทิน คลังแสง, ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน, พท., พรรคเพื่อไทย, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส.มหาสารคาม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d15c4d72634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โธ่!สหายอ้วนยกก้นบอกฝ่ายประชาธิปไตยฟัดกันเองทำลุงตู่หัวเราะร่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเองเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค.ว่า ช่วงสองวันนี้ความเห็นต่างทางการเมืองมีมาก และหลากหลายจริงๆ อันที่จริงความแตกต่างที่เกิดขึ้น ควรจะเป็นเรื่องดี เพราะทำให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลต่างๆ อย่างเปิดเผยเเละชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เมื่อวานนี้และวันนี้ทั้งวันมีข้อถกเถียงในเรื่องของการใช้งบประมาณ แต่แปลกฝ่ายที่เป็นปัญหา และควรได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้น่าจะเป็นรัฐบาล​ และนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่ยอมรับ ซึ่งควรเป็นเป้าหมาย การถูกวิจารณ์ที่รุนแรง แต่กลับรอด กลับกลายเป็นฝ่ายประชาธิปไตย รุมถล่มใส่กันเอง กล่าวหากันว่า ฝ่ายหนึ่งแย่และบกพร่อง แต่อีกฝ่ายดีและถูกต้องมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ขยายความขัดแย้งในฝ่ายประชาธิปไตยได้มีประสิทธิภาพอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่รัฐบาล ซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้ง ครั้งนี้ลอยตัว และรอดตัวไปอย่างสบายๆ งานนี้ อยากเชิญชวนให้คิด ฝ่ายประชาธิปไตย ลองไตร่ตรองถึงผลเสียที่จะได้รับ​ หากไม่มองให้เห็นภาพรวม​ และทิศทางความร่วมมือกันในอนาคต​ คิดแต่ ประเด็นเฉพาะแบบแยกส่วน ก็จะมีเรื่องให้บั่นทอนความเข้มแข็งของขบวนประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าจะมีเรื่องให้ต้องขัดแย้งถกเถียงกันใหม่อีกครั้ง เพราะเห็นทวีตเตอร์ของ คนก้าวไกลบางคน เริ่มออกมาตั้งคำถามนำร่องว่าการพิจารณาแก้ไข รธน.ที่ กมธ.วิสามัญแก้ไขรธน.ของสภาฯ กำลังทำงาน เพื่อจะผลักดัน แก้ไขให้แล้วเสร็จ​โดยเร็ว ทำท่าจะมีประเด็นปัญหาให้ถกเถียงโต้แย้งกันต่อ บอกกันไว้ตรงนี้ เรื่องนี้คงจะเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะก้าวไกลและเพื่อไทยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในเรื่องการแก้ไข รธน. ก้าวไกล ชอบบัตรใบเดียวตาม รธน.60 ของ คสช. ต่างกับเพื่อไทยชอบบัตร 2 ใบ ตาม รธน.40 &amp;nbsp;ยังไงๆ ก็เห็นแตกต่างกันแน่นอน หวังว่าจะไม่มีข้อกล่าวหา หรือมีเรื่องให้ขัดแย้ง ปวดหัวกันต่อ นายกฯลุงตู่ คงจะนั่งหัวเราะสบายใจไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112132</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ประชาธิปไตย, พท., รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6baccaed83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;โกรธ!กมธ.งบฯเสียงข้างมากจากทุกพรรคยกเว้นก้าวไกล ตีเช็คเปล่า1.6หมื่นล้านให้&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ส.ค.64- นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กThanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า เก็บตกจาก Clubhouse &amp;ldquo;ตีแผ่งบ&amp;rsquo; 65 ภาษีประชาชนไปไหนหมด?&amp;rdquo;: เตะ 1.6 หมื่นล้านบาทเข้าปากประยุทธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพิ่งมีการลงมติโดยกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้โอนงบประมาณฯที่ถูกตัดจากโครงการและหน่วยงานที่ไม่จำเป็นมาได้ทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท เข้าสู่ &amp;ldquo;งบกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และไม่แฟร์กับประชาชนผู้เสียภาษี ผู้เป็นเจ้าของงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ เพราะนี่คืองบประมาณก้อนใหญ่ จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ที่กรรมาธิการอุตส่าห์ร่วมกันรีดไขมันออกไปได้ กำลังกลายเป็น &amp;ldquo;เช็คเปล่า&amp;rdquo; ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ อำนาจในการใช้อยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์โดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่น่าสังเกต คือกระบวนการทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นในห้องกรรมาธิการวันนี้ มาจากความเห็นชอบจากทั้งกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลรวมกันถึง 35 เสียง ต่อ 7 เสียงคัดค้าน ซึ่ง 6 จาก 7 เสียงมาจากพรรคก้าวไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่น่ากังวล คือกระบวนการโอนงบฯที่เกิดขึ้นนี้ กำลังผลิตซ้ำวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกมานานในระบบการเมืองไทย ที่ ส.ส.ต่างต้องวิ่งเข้าหารัฐมนตรี และนายกฯ ต่อรอง ตกลงกัน ให้เกิดการจัดสรรงบประมาณฯมาลงจังหวัดตัวเอง ก่อนนำไปทำโครงการต่างๆ ในเชิงหาเสียง สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์ของ ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ได้เกาะติดการพิจารณาอย่างใกล้ชิด พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ากลายเป็นตัวประหลาด เพียงเพราะมองเห็นกระบวนการเช่นนี้เป็นเรื่องผิดอย่างยิ่ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112019</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, งบกลาง, งบประมาณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108a33441252.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
