<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039; จี้ &#039;บิ๊กตู่&#039; หยุดซื้ออาวุธได้แล้ว อย่าซ้ำเติมคนไทยกำลังทุกข์แสนสาหัสกับสึนามิเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ชำแหละงบประมาณปี 64 EP.2 มีเนื้อหาสรุปว่า งบเสริมสร้างกำลังกองทัพ ทั้ง 3 เหล่าทัพของกระทรวงกลาโหมตั้งผูกพันตั้งแต่ปี 61-66 ณ ปี 64 ยังเหลืออยู่ตั้ง 117,000 ล้านบาท แต่ยังมาตั้งงบใหม่ในปี 64 อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท รวมทั้งงบสร้างเสริมยุทโธปกรณ์ บวกซ่อมแซมอีกกว่า 10,000 ล้านบาท เอาเงินกว่า 40,000 ล้านบาทนี้ไปจ้างเกษตรกรปลูกพืชปรับปรุงดินและช่วยค่าปรับปรุงการผลิตให้ใช้สารเคมีน้อยลงเพื่อปูพื้นฐานไปสู่การผลิตอาหารปลอดภัยครัวเรือนละ 15,000 บาท จะได้ประโยชน์คุ้มค่ากว่า เพราะจะช่วยเกษตรกรได้เกือบ 3 ล้านครอบครัวให้ผลิตอาหารปลอดสารพิษได้ทั้งการช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกรและช่วยให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย พรรคเพื่อไทยจะตัดงบเหล่านี้ในกรรมาธิการเอามาให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า จากนี้ไปคนไทยกำลังเจอกับสึนามิเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่จะนำมาซึ่งความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส การจัดงบประมาณแผ่นดินปี 64 จะจัดงบปกติอย่างทุกปีไม่ได้ ต้องทุ่มทุกบาททุกสตางค์ไปกู้วิกฤติเศรษฐกิจให้ได้ก่อน โดยควรจัดงบไปลงทุนในโครงการที่ทำให้เกิดการสร้างงานและรายได้ใหม่ให้ประชาชน แต่การจัดงบประมาณปี 64 ยังจัดกันแบบเดิมๆ นายกฯยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับทุกข์ของคนไทย ยังแจกจ่ายงบแบ่งเค้กกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างผู้มีอำนาจกับพ่อค้าบนความทุกข์ยากของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบที่ควรตัดในปี 64 เช่นงบของกลาโหม แต่พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กลับไม่ยอมตัด ขอถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่าหยุดซื้ออาวุธหยุดสร้างอาคารใหม่ หยุดเช่ารถใหม่สักปีจะได้หรือไม่ เพื่อนำเงินจำนวนนี้มาช่วยเกษตรกรและคนตกงาน 8.3 ล้านคนจะดีกว่า ในยามที่ประเทศกำลังเผชิญสึนามิเศรษฐกิจ ตนเชื่อว่าพี่น้องทหารมืออาชีพส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะยอมเสียสละ หยุดซื้ออาวุธ หรือหยุดสร้างอาคารสัก1-2 ปี แต่คนที่ไม่ยอมตัดงบเหล่านี้มาช่วยชาวบ้านน่าจะเป็นพวกที่มีอำนาจใช่หรือไม่ ไม่เป็นไรถ้า รมว.กลาโหมไม่ยอมตัดพรรคเพื่อไทยจะตัดในกรรมาธิการเอามาให้ประชาชนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70752</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์, งบประมาณ ปี 2564, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f645e7f6cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุดัน! &#039;รังสิมันต์ โรม&#039; อัด กอ.รมน.เพิ่มงบสร้างความแตกแยก ล้างสมองคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้&amp;nbsp;ขณะนี้มีการเขียนงบตบตาสภาฯ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ขณะที่โครงการปัญหายังซุกเอาไว้ เช่นโครงการโฆษณาชวนเชื้อ หรือ งบล้างสมอง ปลูกค่านิยมให้คิดแบบกองทัพแบบทหาร&amp;nbsp;โดยปีนี้ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุข ขณะที่รายละเอียดยังเหมือนปี 63&amp;nbsp;&amp;nbsp;การทำเอกสารเช่นนี้คืดว่าสภาฯเป็นตายางเหมือนยุคคสช. หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งในปีนี้ กอ.รมน. ได้เพิ่มงบข่าวกรอง 926 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นงบข่าวกรองเชิกรุก จำนวน 369 ล้านบาท&amp;nbsp;ยังใช้งบมวลชนด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ นอกแผนบูรณาการฯอีก 665 ล้านบาท&amp;nbsp;รวม กอ.รมน. มีงบสร้างความแตกแยกในพื้นที่ 1,034 ล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้งเว็บไซต์&amp;nbsp;Pulony.blogspos&amp;nbsp;ที่ถูกอภิปรายในปีที่ผ่านมาเพราะสร้างความแตกแยก วันนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวก็ยังดำรงอยู่ นี่คือการสร้างเพิ่มสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน รวมทั้ง ยังมีการตั้งกล้องวงจรปิดเป็นงบผูกพันปี 60-65 รวม 611 ล้านบาท และปี 64 ตั้งงบ 122&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะทิศทางของความมั่นคงไปใช่เทคโนโลยีมาแอบและเก็บข้อมูลบุคคล และ โดยตำรวจ และทหาร ได้เก็บดีเอ็นเอ บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเหมารวมในชุมชนหลายครั้งโดยไม่ได้ยินยอม โดยปี 62 ถูกเก็บไป 600 คน ประกอบด้วยเด็ก นักเรียน ครู คนชรา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีทหารเกณฑ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ 1.9 หมื่นคนถูกขอให้ยินยอมเก็บดีเอ็นเอ ถือว่าขัดสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;อยากถามว่าหากเป็น ส.ส.หากมีเหตุไม่คาดฝันที่สภาฯ และมีตำรวจมาบังคับเก็บดีเอ็นเอเราจะรู้สึกอย่างไร&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการลงทะเบียนผู้ซื้อซิมใหม่&amp;nbsp;โดยเก็บรูปภ่าย และ ข้อมูลบัตรประชาชนในพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ ด้วยการบังคับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และขณะนี้รุกมาถึงคนทั่วประเทศ แต่ยังไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดชายแดนใต้ จะเป็นห้องทดลอง ให้ประชาชนกว่า2 ล้านคน เป็นหนูทดลองนวัตกรรมการควบคุมเก็บข้อมูลล้างสมองประชาชน วันนี้ยังไม่พร้อม ขอทดลองไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกว่าจะมีจังหวะ ก็ค่อยเอาใช้กับคนทั้งประเทศเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ทนต่อรัฐบาลต่อไป การจัดงบเช่นนี้จึงทำให้เกิดประชาชนไม่ไว้ใจและยากต่อการทำให้เกิดสันติภาพได้&amp;quot; นายโรม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70333</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ ปี 2564, พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd958b3849c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; บอกรัฐบาลก่อหนี้มากสุดไม่แปลกเพราะอยู่นาน แถมเจอโควิดจนต้องกู้เงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่ตอบโจทย์การบริหารประเทศ ว่า ตนไม่วิจารณ์ แต่เป็นธรรมดา เนื่องจากเป็นบทบาทที่สำคัญของ ส.ส.ในการที่จะอภิปราย เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่เป็นรายจ่ายของแผ่นดิน เมื่อพูดกันในหลักการแล้วเดี๋ยวก็จบ แล้วไปพูดคุยกันในกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีการตั้งงบประมาณในส่วนของแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 นั้น ผู้รู้ก็ต้องไปชี้แจงใน กมธ. ซึ่งการชี้แจงในกมธ. จะเห็นภาพได้มากกว่า เพราะร่าง พ.ร.บ.งบนั้นมีการเตรียมทำตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด-19 พอมีโควิด-19 ก็มาปรับให้มันสอดคล้อง มันถึงได้ช้าไปเป็นเดือนก่อนจะเข้าสภา ยืนยันว่ามีแผนรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ก่อหนี้มากที่สุด ดูเกินจริงไปหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าว่าจะจริงมันก็จริง เพราะว่ารัฐบาลอยู่นาน เวลาพูดถึงรัฐบาลนี้ต้องไปนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 เขาอยู่นานกว่าคนอื่น ทำงานมากกว่าคนอื่น และต้องใช้เงิน รวมถึงต้องมาเจอวิกฤตโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลอื่นไม่เจอ เมื่อต้องใช้เงิน ดังนั้น จะเอาเงินมาจากไหน สมัยก่อนมาจากภาษีอากร วันนี้ประชาชนไม่มีรายได้ ปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ ล็อกดาวน์ รายได้ก็ไม่มี รัฐบาลจำเป็นต้องทำ 2 อย่าง คือ 1. แก้ปัญหาโควิด-19 และ 2.แก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ตรงนี้ก็มีการชดเชยเยียวยากันอยู่ แล้วจะไปเอาเงินจากไหน ก็ต้องเอามาจากการกู้ ดังนั้น จะกู้มากกู้น้อยก็ไม่แปลก ขอให้มีปัญญาใช้หนี้เขา อย่าเบี้ยวก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านขู่ว่าจะคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบระมาณฯฉบับนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ตามกฎหมายเขามีอำนาจอยู่ 3 อย่างคือ คือ 1.เห็นชอบ 2.ไม่เห็นชอบ และ 3.งดออกเสียง ก็ทำกันมาตลอดทุกสมัย เมื่อถามย้ำว่า หากถูกคว่ำจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;ldquo;คุณก็รู้ว่าหากเสียงส่วนใหญ่โหวตคว่ำ มันก็คว่ำ รัฐบาลก็ลาออก หรือยุบสภา ผลมันเป็นแบบนั้น เพราะเท่ากับสภาไม่ไว้ใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มันคงไม่ถึงขั้นนั้นใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องดูวันที่ 3 ก.ค.ที่จะมีการลงมติ เมื่อถามอีกว่า มันจะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุ ย้อนถามว่า &amp;ldquo;ใครพูด ผมไม่เห็นมีกระแสอะไรเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70306</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ ปี 2564, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee860b65ed6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัน อยู่บำรุง&#039; จวกรัฐบาลจัดงบกลางสูงสุดในรอบ 15 ปีทำวิกฤติหนัก คาดคนตกงานมากกว่า 10 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า งบประมาณปี 2564 เป็นการจัดทำงบประมาณแบบแอ๊บนอร์มอล หรือแบบไม่ปกติ เพราะจัดตามกรอบของแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นแผนงานที่ล้าหลังไม่สามารถที่จะรับมือวิกฤติประเทศเลย ดังนั้นเมื่อยุทธศาสตร์ชาติผิดการจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณก็ผิดไปด้วย เพราะยุทธศาสตร์ชาติ ล็อคตายการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้จัดงบกลางไว้สูงถึง 614,616 ล้านบาท ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 15 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้จ่ายงบกลางโดยไม่มีการเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบว่า นำไปใช้อะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณควรจะสร้างความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขและความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นหลัก รวมทั้งปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลงโดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ควรปรับลดมากที่สุด 6 ปีที่ผ่านมา กลาโหมมีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายหมื่นล้านบาท อยากถามว่าจะเอาไปรบกับใคร รัฐบาลซื้อ รถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ ในภาวะเช่นนี้หากนำเงินที่ไปซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์มาช่วยประชาชน จะเกิดประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปรับตัวลดลงและแนวโน้มว่าในปี 2564 เศรษฐกิจไทยจะยังไม่ฟื้นและกระทบต่อการจ้างงาน คาดว่าจะมีคนตกงานมากกว่า 10 ล้านคน &amp;nbsp;ดังนั้นหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จะส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมา รวมทั้งเชื่อว่าอัตราการเกิดคดีอาชญากรรมสูงขึ้นตามาอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายวัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70305</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ ปี 2564, วัน อยู่บำรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebca5e10c78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
