<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะลดเหลื่อมล้ำได้ไง !กสศ.โดนตัดงบฯขอไป 5,000 ล้านเหลือ 3,000ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12พ.ย.62-ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) ได้พิจารณารายงานประจำปี 2561 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยนพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อความเสอมภาคทางการศึกษาไม่ใช่กองทุนที่ทำงานเป็นปกติเหมือนราชการ เป็นกองทุนเดียวที่ปรากฎในรัฐธรรมนูญ เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หน่วยงานของรัฐจะไปทำให้โอกาสนี้ลดน้อยลง ในครั้งแรกก็เข้าใจข้อจำกัดเรื่องงบประมาณนี้ว่าอาจจะจัดสรรไม่ได้ถึง 25,000 ล้านบาท แต่ถ้าคำนวณ 25,000 ล้านต่อปี ดูแลเด็กและเยาวชนที่เลือกเกิดไม่ได้ 4 ล้านคน คำนวณตกเดือนละไม่เกิน 600 บาท &amp;nbsp;เป็นปัญหามากมายมหาศาลทุกขั้นตอน ปี 2563 เรายังจัดสรรเงินที่ 5,000 ล้าน จาก 25,000 ล้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดเหลือ 3,000 ล้าน หน่วยงานที่ตัดงบประมาณ คือหน่วยงานไหน มีเหตุผลอะไร มีความคิดอะไร &amp;nbsp;เรื่องไหนสำคัญกว่ากัน &amp;nbsp;สาธารณะน่าจะมีส่วนร่วมรับทราบเรื่องนี้ การช่วยคนยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่มีเงินมีอำนาจจะทำสำเร็จ ตนเห็นว่า กสศ. ได้ถูกออกแบบ ผ่านการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เป็นระบบ ด้วยงานวิจัยจากต่างประเทศ มีความเชื่อว่าการจัดงบประมาณลักษณะนี้จะทำให้เข้าถึงโอกาส ทำให้ทุกคนเสมอภาคกัน แต่พอเริ่มช่วยได้ไม่กี่แสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่โทษกองทุนฯ เพราะเงินได้มาแค่นี้ กองทุนต้องทำงานหนัก อย่าท้อถอย เร่งทำงานให้สังคมเห็นความสำคัญ เพราะลงทุน 1 บาทวันนี้ จะได้เงิน 7 บาทในอนาคต เพราะคนเหล่านี้ไม่เป็นภาระ วัยแรงงาน ซึ่งลดจำนวนเงินช่วยเหลือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโตไปเป็นผู้สูงอายุที่พึ่งพาตัวเองได้ คนเหล่านี้พัฒนาศักยภาพ เป็นแรงงานฝีมือเสียภาษีให้รัฐ รัฐก็ลดเงินกู้มาโปะงบประมาณ สามารถสร้างการแข่งขันระดับประเทศ คนเหล่านี้จะเคลื่อนทัพมาเรื่อยๆ กสศ.ต้องช่วยตัวเองในการทำให้สาธารณะข้าใจเรื่องนี้ ต้องร่วมกันสนับสนุน ทำงานใช้เงินคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน&amp;rdquo;นพ.เฉลิมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ.ได้จัดระบบฐานข้อมูลและมีการออกระเบียบข้อบังคับให้ระบบงาน กสศ.มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใสมากที่สุดเท่าที่ทำได้ &amp;nbsp;กสศ.เป็นองค์กรขนาดเล็กมีบุคลากรเพียง 50 คน เน้นแนวทางการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก กสศ.เป็นแนวหนุนมากกว่าจะไปดูแลเยาวชนด้วยตัวเอง ซึ่งได้รับความร่วมมือย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งที่ผ่านมา กสศ.มีระบบติดตามผลลัพธ์นักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาค โดยจากการติดตามพบว่าทำให้เด็กไม่ขาดเรียน มาเรียนได้ถึงร้อยละ 98 อีกทั้งมีฐานข้อมูลตามดูผลการเรียนรายบุคคล เมื่อได้รับทุนจาก กสศ.แล้วผลการเรียนก้าวหน้าอย่างไร สำหรับเรื่องฐานข้อมูลถือเป็นการลงทุนที่ช่วยเหลือประชาชน มีการแชร์ฐานข้อมูลกับกระทรวงการคลังอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 2 ล้านคน ลงลึกข้อมูลเชิงประจักษ์ &amp;nbsp;ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการวิเคราะห์นโยบายระดับชาติ &amp;nbsp;วิเคราห์ระดับโรงเรียน นักเรียนคนไหน เข้าเรียนน้อย มาก มีความสม่ำเสมอหรือไม่ &amp;nbsp;ในส่วนความซ้ำซ้อน &amp;nbsp;เมื่อมีฐานข้อมูลที่ดีก็มั่นใจได้ว่า ปัญหาการให้ทุนซ้ำซ้อนจะลดลงไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., งบประมาณกสศ., นพ.สุภกร บัวสาย, เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca720cb6c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
