<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดคลังแจงปิดหีบงบ2563ไร้ปัญหายันถังแข็งแรงมีเงินสำรอง 3แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2563 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยอมรับว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังมีการจัดเก็บรายได้ในส่วนอื่น ๆ ที่ทำได้สูงกว่าเป้าหมายเข้ามาชดเชย เช่น รายได้จากรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เงินคงคลังมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เมื่อรวมแล้วก็เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่มีปัญหาในการดูแลเศรษฐกิจ สามารถปิดหีบได้ลง และถังก็ไม่แตก ถังยังดีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้น คาดว่าจะล่าช้าเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอะไร โดยเฉพาะกับภาพรวมการลงทุนของรับบาล เพราะการลงทุนจะมีกระบวนการประมูลงานซึ่งจะใช้เวลา 2-3 เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นแม้งบประมาณปี 2564 ล่าช้าก็ไม่มีปัญหาในส่วนนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณของรัฐบาลมีความล่าช้า 2 ปีติดต่อกัน คือปีงบประมาณ 2563 ที่ล้าช้า 8-9 เดือน และปีงบประมาณ 2564 ที่ล่าช้า 1 เดือน มองว่าเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีผลต่อการใช้จ่ายของรัฐบาลในการส่งเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และการลงทุน เพราะช้าเดือนเดียวไม่มีผลกระทบอะไร โดยกระบวนการขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา ส่วนเรื่องความวุ่นวายทางการเมือง จะมีผลต่อการพิจารณางบประมาณหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ ผมทำหน้าที่เป็นข้าราชการ ก็ทำงานและรับผิดชอบในหน้าที่ของข้าราชการกระทรวงการคลัง ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมไม่ได้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีนี้ยอดจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเรื่องปกติ ส่วนปีหน้าหากรัฐบาลมีการเปิดกิจกรรมประเทศเร็วขึ้นทุกอย่างก็จะดีกว่าปีนี้ เพราะปีนี้ไทยปิดการเข้าออกประเทศตั้งแต่ ก.พ. ยาวจนมาถึงปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมานาน แต่ปีหน้า เชื่อว่าจะมีวัคซีนออกมา สถานการณ์ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ที่มองว่าแย่อยู่ในตอนนี้ก็จะดีขึ้นเอง เหมือนตัวเลขส่งออกที่ช่วงแรกประเมินว่าจะแย่มาก แต่จริง ๆ ออกมาลดลงไปแค่ 9% ถือว่าดี ขณะที่ราคาน้ำมันก็หายไปเกินกว่าครึ่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ไทยขาดแค่เรื่องเดียวคือเรื่องท่องเที่ยว ถ้าทำให้เกิดได้ หรือเปิดให้ประเทศที่ไม่มีการติดโควิด-19 แล้วเข้ามา เช่น จีน ไต้หวัน เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น เข้ามาก็จะทำให้เกิดเงินสะพัดลงสู่เศรษฐกิจฐานราก เราต้องคิดเพราะถ้าไม่มีรายรับเข้ามา มีแต่รายจ่าย คือกู้อย่างเดียว จะเหมือนดินพอกหางหมู ดังนั้นจะต้องทำให้บาลานซ์&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวถึงกรณีการจ่ายเบี้ยคนชราและคนพิการที่ล่าช้า ว่า ไม่อยากให้มองโลกในแง่ร้ายว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะจริง ๆ เป็นการจ่ายที่ล่าช้าแค่อาทิตย์เดียว ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางงบประมาณที่ต้องนำงบส่วนอื่นมาชดเชย และการคำนวณจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในรายละเอียดไม่ได้มีผลกระทบอะไร ยังสามารถเบิกจ่ายได้เหมือนเดิม ส่วนในเดือน ต.ค. 2563 ที่จะมีการปรับเพิ่มเบี้ยคนชรานั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอ ไม่มีปัญหาในส่วนนี้อย่างแน่นอน โดยในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2564 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนเหมือนที่ยื่นสภา แต่เมื่อถึงเวลามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปรงอะไร ก็สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมได้ แต่ต้องดูเป็นช่วง ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77520</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังถังไม่แตก, งบประมาณปี 2563, จัดเก็บรายได้พลาดเป้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวดเร่งเบิกงบปี63กระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เข็นมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 จี้ส่วนราชการลุยเบิกจ่าย สั่งก่อหนี้ผูกพันด่วนไม่เกิน พ.ค.นี้ พร้อมตั้งเป้าหมายไตรมาส 2 อัดฉีดเงินเข้าระบบ 1 ล้านล้านบาท หวังเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบรายจ่ายปีงบประมาณ 2563 เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้งบประมาณของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐได้ออกมาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีเม็ดเงินช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของเป้าหมายภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2563 จากพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อยู่ที่ 54% ของงบรายจ่ายรวมทั้งหมด โดยคาดว่าเมื่อสิ้นไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2563 (ม.ค.-มี.ค.63) จะมีเม็ดเงินงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น งบรายจ่ายประจำ จำนวน 7.7 แสนล้านบาท และรายจ่ายลงทุน อีกประมาณ 2.2 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้สำนักงบประมาณจะแจ้งแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการการใช้จ่ายงบประมาณ การอนุมัติเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณแผ่นดิน โดยให้หน่วยรับงบประมาณถือปฏิบัติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบให้มีการเร่งรัดให้หน่วยงานที่จะรับงบประมาณ ใช้จ่ายงบหรือก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยรายการผูกพันใหม่ ขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อให้ทันต่อการเบิกจ่ายในเดือน ก.ย.2563 โดยเฉพาะรายการที่เป็นโครงการเพียงปีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณรายจ่ายที่จะต้องเบิกจ่ายโดยสำนักงานในส่วนภูมิภาคนั้น ให้หน่วยรับงบประมาณเร่งดำเนินการจัดสรรไปยังส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี การลงทุนในโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยดำเนินการมาก่อน โดยให้หน่วยรับงบประมาณจัดส่งรายละเอียดให้สำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมของราคา ประกอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งเห็นชอบให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณากำหนดระยะเวลาการส่งมอบงานให้รวดเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และเหมาะสมกับสถานการณ์ สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันทีภายหลังจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มีผลบังคับใช้ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าเมื่อถึงไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2563 (ก.ค.-ก.ย.63) จะต้องมีการใช้งบรายจ่ายประจำครบ 100% และงบรายจ่ายลงทุน 100% เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ2563 (ต.ค.-ธ.ค.62) ว่างบประมาณภาพรวมใช้จ่ายแล้ว จำนวน 7.65 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 25.52% แบ่งเป็น 1.รายจ่ายลงทุนมีการใช้จ่าย จำนวน 5.15 หมื่นล้านบาทของวงเงินงบประมาณ 5.93 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 8.73% และ 2.รายจ่ายประจำมีการใช้จ่าย จำนวน 7.13 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 29.67% สำหรับเงินงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี มีการใช้จ่ายจำนวน 2.57 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.63 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 97.67%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องจากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 เป็นการใช้จ่ายงบประมาณปี 2562 ไปพลางก่อน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายรายจ่ายประจำและโครงการที่มีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการที่เกิดขึ้นใหม่หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปก่อนได้ แต่จะลงนามในสัญญาต่อเมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีผลบังคับใช้ และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณแล้ว&amp;rdquo; นางสาววิลาวรรณกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อหนี้ผูกพัน, งบประมาณปี 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัดฉีดเงินเข้าระบบ, เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dcbd96493f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนคาดหวังงบปี 63 ดูแลด้านสาธารณสุข และการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง งบปี 63 ประชาชนหนุนใคร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,069 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 15 &amp;ndash; 19 ตุลาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความต้องการให้รัฐใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ช่วยเหลือประชาชนด้านต่าง ๆ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 65.9 ระบุด้านสุขภาพ เช่น รักษาฟรี หมอดี ยาดี บริการดี สร้างเสริมสุขภาพ รองลงมาคือร้อยละ 64.9 ระบุ ด้านการศึกษา เช่น เรียนฟรี เรียนสูง โรงเรียนดี ครูดี ช่วยเด็กยากจน ร้อยละ 59.8 ระบุ สร้างงาน เช่น คนไทยมีงานทำ ทักษะดี เงินดี มีหลักประกัน มีสุขพอเพียง ร้อยละ 54.3 ระบุด้านความมั่นคง กองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เช่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาภัยพิบัติ สาธารณภัย ช่วยเหลือฟื้นฟูทั่วถึงไม่ตกหล่น ร้อยละ 50.8 ระบุ ด้านคมนาคม เช่น ความปลอดภัยทางถนน ซ่อมแซมติดตั้งสัญญาณไฟ บังคับใช้กฎหมายเข้มแก้คนขาดวินัยด้วยเทคโนโลยี ร้อยละ 48.2 ระบุ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ช่วยให้ค้าขายได้คล่อง หากินไม่ขัดสน และร้อยละ 37.0 ระบุอื่น ๆ เช่น ช่วยเรื่องที่พักอาศัย ช่วยให้คนมีบ้านของตนเอง ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงฝ่ายที่ประชาชนสนับสนุนในตอนนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.2 ขออยู่ตรงกลางไม่เลือกข้าง เพราะแย่ทั้งสองฝ่าย รอดูผลงาน ในขณะที่ ร้อยละ 16.9 สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล และร้อยละ 15.9 สนับสนุนฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจคือ เสียงสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลสูงกว่าฝ่ายค้านอยู่ 1 เปอร์เซนต์เท่านั้นแต่ส่วนใหญ่ยังขออยู่ตรงกลางเพราะเห็นว่าแย่ด้วยกันทั้งสองฝ่ายรอดูผลงาน แต่ที่น่าพิจารณาคือการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานความมั่นคง กองทัพ ตำรวจและฝ่ายปกครองติด 1 ใน 5 ที่ประชาชนให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาภัยพิบัติ สาธารณภัย ช่วยเหลือฟื้นฟูทั่วถึงไม่ตกหล่น ในขณะที่ประชาชนยังคงให้ความสำคัญต่อสุขภาพที่ได้รับการรักษาฟรี หมอดี ยาดี บริการดี รองลงมาคือ การศึกษาที่ต้องการให้เด็กเยาวชนเรียนฟรีเรียนสูงโรงเรียนดีช่วยเหลือเด็กยากจนมีโอกาสยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และอนาคตที่ดีกว่า ในขณะที่ การมีงานทำ ทักษะดี เงินดี มีหลักประกันมั่นคง และด้านคมนาคมที่ประชาชนต้องการความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48431</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, งบประมาณปี 2563, นพดล กรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dabbfee7c82c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ชี้พิจารณาร่าง พรบ.งบ 63 ใช้เวลา 3 วันยาวนานสุดเท่าที่เคยเจอมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;ล้านล้านบาท ว่าได้เตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณา&amp;nbsp;โดยการกำหนดเวลาให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายฝ่ายละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ชั่วโมง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานที่สุดที่เคยมีการพิจารณามา สำหรับเวลารวมของการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะใช้เวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการพิจารณาวาระแรกนั้นจะใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;แต่เนื่องจากไม่มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยสภาผู้แทนราษฎรมานาน&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;ปีแล้ว จึงถือเป็นโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่และเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า&amp;nbsp;ส่วนการพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ยืนยันว่าจะเป็นการประชุมโดยเปิดเผย แต่ถ้าจะขอให้ที่ประชุมพิจารณาโดยลับ ก็สามารถทำได้โดยส.ส. หรือ ครม.ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48216</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 2563, ชวน หลีกภัย, พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a50e30d0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบประมาณ 63 ฉลุย! ไม่ต้องพึ่งงูเห่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ ถูกโหมกระแสอย่างมากว่าจะเป็นเวทีคว่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในสภาวะที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถึงขนาดเล่นใหญ่จัด 106 ขุนพล ชำแหละ 5 กระทรวงต่างๆ ที่ได้งบประมาณจำนวนมาก เช่น กระทรวงกลาโหม ในหลายประเด็น รวมทั้งทำหน้าที่เสนอแนะในเชิงหลักการ อาทิ ใช้งบเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ของประเทศสูงสุดหรือไม่ ใช้งบถูกตามระเบียบหรือไม่ และจัดสรรงบประมาณสูงสุดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ในความจริงฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ได้เช่นคำพูดที่โหมโรงหรือไม่ ก็พอจะคาดการณ์ออก เพราะเมื่อพลิกประวัติศาสตร์ ก็ไม่เคยเห็นมีรัฐบาลไหนล้มเพราะงบประมาณไม่ผ่าน เพราะเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องของส่วนรวมที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รวมทั้งอานิสงส์ และบริการเสริมต่างๆ ที่จะตกหล่นไปที่ ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านตามความเหมาะสม และผลงานที่จะใช้อ้างกับประชาชนได้ ไว้เป็นหลักประกันกับฐานเสียงตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างเช่นก่อนหน้าก็มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางคนไปดักรอรัฐมนตรีที่หน้ากระทรวงเพื่อขอโครงการต่างๆ ลงพื้นที่ เพราะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้ากระทรวง หรือ แกนนำของพรรครัฐบาล ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนที่ไร้การดูแลจากเจ้าของพรรค หรือมีคดีความต่างๆ ก็อาจถูกยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นการอภิปราย ชำแหละงบประมาณแบบดุเดือดแบบเอาเป็นเอาตาย คงเป็น ส.ส.ฝ่ายที่ต้องการล้มล้างรัฐบาลเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มาทางฝั่งรัฐบาล ก็รับทราบความต้องการของ ส.ส. เพราะเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ประกอบกับเมื่อเช็กยอด ส.ส. ก็ไม่หนักใจ เพราะการลงมติกฎหมายดังกล่าวใช้เพียงเสียงข้างมากธรรมดาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ จึงเชื่อว่าเรื่องงบประมาณฟันธงจะผ่านไปได้ไม่ยาก และอาจไม่จำเป็นต้องให้งูเห่าประกาศตัวชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชาชน ออกมาแถลงว่า &amp;ldquo;มั่นใจว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะไม่มีปัญหา และผ่านร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อนับมือเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 16 พรรค ก็มีมากถึง 249 เสียง จากเดิม 252 คน โดยตัดเสียงของประธานสภา และรองประธาน 2 คน จำนวน 3 เสียง ออกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแยแส เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รับผิดชอบด้านกฎหมาย ก็คอนเฟิร์มว่า รัฐมนตรีนั่งควบ ส.ส. ก็สามารถลงมติได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ตาม สอดคล้องกับท่าทีอ่อนลงของฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง คือ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ และประชาธรรมไทย ก็มีแนวโน้มจะสนับสนุนร่างงบประมาณดังกล่าว เพราะเห็นว่ามีความจำเป็นต่อประเทศชาติ จะค้านทุกเรื่องก็จะเข้าเนื้อตัวเอง จึงอาจทำให้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แตกต่างจากฝ่ายค้าน ที่มีเสียงน้อยกว่า จาก 246 เสียง เหลือ 243 คน จากนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จำคุกในเรือนจำยังไม่มีสัญญาณจะออกมาทำหน้าที่ ส.ส.ได้ นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม ยื่นหนังสือลาออก และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากเสียงฝ่ายค้านที่น้อยกว่าแล้ว ยังอาจจับตาว่า จะมีปรากฏการณ์ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนของพรรคเพื่อไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคเพื่อชาติ ที่ได้รับการดูแลจากฝ่ายรัฐบาลลับๆ ว่าจะแสดงออกอย่างไร แม้จะไม่ถึงโหวตหนุนฝ่ายรัฐบาลอย่างเต็มตัว แต่ก็อาจจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าสนับสนุนรัฐบาลให้ได้รับรู้ เช่น อาจไม่เข้าห้องประชุม หรือติดธุระจนไม่สามารถลงมติได้ หรือบางคนอาจจะเลือกไม่อภิปรายโจมตีรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยสภาพความเป็นจริง ที่งบประมาณมีความจำเป็นต่อชาติและพี่น้องประชาชน รวมทั้งตัว ส.ส.ทุกคนแล้ว จึงเชื่อว่าสภาฯ จะรับหลักการวาระแรก เพื่อเข้าไปจัดสรรงบในชั้น กมธ.วิสามัญฯ แม้จะต้องเล่นลิเกแหกตาชาวบ้านกัน 3 วันก็ตาม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48200</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, งบประมาณ 63 ฉลุย! ไม่ต้องพึ่งงูเห่า, งบประมาณปี 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da71e7e5be46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ร้องศาลปค.เบรคร่างงบประมาณ&#039;63อ้างผิดขั้นตอนกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ที่สำนักงานศาลปกครอง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ &amp;nbsp;อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องถึงศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2562 ที่เห็นชอบให้นำคำขอตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดก่อนมาปรับปรุงแทนการจัดทำงบประมาณขึ้นใหม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา23 กำหนดให้การจัดทำงบประมาณต้องคำนึงถึงประมาณการรายรับ ฐานะทางการคลังของประเทศ ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยไม่มีคำว่าทบทวน ปรับปรุง เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขั้นตอนต่างๆที่รัฐบาลทำ เรียกได้ว่าเหมือนลักไก่ เอาร่างทำของบประมาณเดิมมาตัดแปะเปลี่ยนปกใหม่ อย่างร่างของกระทรวงอุดมศึกษา ผมก็หาจากอินเตอร์เน็ตใช้กูเกิ้ลอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก อาจจะชำนาญกว่าจึงหาได้เจอ และพบว่ามีการทำแบบนี้เกือบทุกกระทรวง ทบวง กรม ผมไม่ได้มุ่งร้าย เพราะถ้ามีความคิดอย่างนั้น คงจะต้องรอให้ถึงต้นปี 2563 แล้วมาร้องถึงตอนนั้นถ้าผิด ประชาชนก็จะเดือดร้อนจริงๆ กับการที่งบประมาณปี 2563 ไม่ผ่าน ตอนนี้ เรามาชี้ให้เห็นความผิดพลาดเสียก่อน เพื่อให้รัฐบาลกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีนี้ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา 54 ได้ระบุไว้ว่า การอนุมัติงบประมาณที่ผิดพลาด จะต้องมีผู้รับผิดชอบ หากเงินประมาณนี้มีการนำไปใช้แล้ว ก็ต้องมีคนนำเงินดังกล่าวมาใช้คืน ไม่ได้กำหนดความผิดทางอาญาเอาไว้ ก็เชื่อว่าสามารถไปดำเนินการได้ตามกฎหมายอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47506</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 2563, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f268fd2994.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
