<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; ชี้ &#039;บิ๊กตู่&#039; ตลกร้ายบริหารประเทศไม่เป็นเอาแต่กู้เงิน กลับโยนความผิดรัฐบาลยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;จตุพร เจริญเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 - นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ของรัฐบาล จัดโดยไม่ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงของประเทศ ว่าประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจหนักแค่ไหน ขอเตือนรัฐบาลว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหนักมากหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจมาตลอด ภายหลังการยึดอำนาจ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหางบประมาณด้วยการกู้เงินมาตลอด แต่การกู้เงินหากใช้ให้เกิดประโยชน์ แก้ปัญหาได้ตรงจุดสามารถกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ไม่มีปัญหาจะกู้เท่าไหร่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมารัฐบาลกู้เงินมา ไม่ได้เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กู้มาเพื่อมาใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็น เช่น กู้มาซื้ออาวุธ สร้างหอประชุมกองทัพ สร้างบ้านพักข้าราชการทั้งกระทรวงกลาโหมและแฟลตทหารเป็นจำนวนมาก เป็นการใช้งบประมาณมหาศาลในการดำเนินโครงการเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อกู้เงินมาทำโครงการในลักษณะดังกล่าวก็ไม่เกิดมูลค่าหรือเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่าจากการศึกษาการจัดทำงบประมาณในปี 64 พบว่า การจัดงบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ประการใด ไม่เกิดกำลังซื้อเพราะเงินไม่กระจายลงไปสู่ประชาชน จึงไม่เกิดกำลังซื้อและส่งผลให้เก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สุดท้ายรัฐบาลก็จะนำเงินคงคลังออกมาใช้จ่าย หากเป็นเช่นนี้รัฐบาลต่อๆไปก็จะไม่เหลือเงินในการพัฒนาประเทศ เพราะต้องหาเงินมาใช้หนี้จากการกระทำของรัฐบาลนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกรณีที่รัฐบาลออกมาโทษรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารงานผิดพลาด ทำให้เก็บภาษีพลาดเป้านั้น ถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและเป็นตลกร้ายมาก&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา 6 ปีบริหารงานไม่เป็นแต่จ้องจะโทษแต่คนอื่น เป็นการโยนความผิดให้พ้นตัว เพราะพอบริหารงานพลาดก็โทษรัฐบาลอื่น ทั้งๆที่ความผิดพลาดเกิดมาจากการบริหารงานไม่เป็น แก้ปัญหาเศรษฐกิจผิดพลาด ประชาชนเดือดร้อน กลับกันหากรัฐบาลทำดีประชาชนมีความสุขท่านจะเป็นรัฐบาลนานแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า แต่วันนี้อยากถามว่าจะหวงอำนาจไว้เพื่ออะไร&amp;quot;ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70750</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, งบประมาณปี 2564, จตุพร เจริญเชื้อ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ส.ส.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f040f641b088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กเพื่อไทย&#039; ตอก &#039;รัฐบาลบิ๊กตู่&#039; ตกยุค จัดงบประมาณไม่เข้ากับสถานการณ์ในอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามักเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชอบพูดว่า ประเทศไทยต้อง &amp;ldquo;มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; แต่หลังจากที่เราได้ศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 ก็เริ่มไม่แน่ใจว่า ร่างงบประมาณฉบับดังกล่าว จะสามารถแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่าง &amp;ldquo;มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; เพราะการยึดโจทย์เดิม ๆ ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และยังใช้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณแบบเก่า ๆ ไม่ทันต่อสถานการณ์ ในทางกลับกันสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น คือ งบประมาณเพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศหลังโควิด-19 และควรเป็นงบประมาณเพื่อคนไทยทุกคน งบประมาณที่เขียนมาแบบนี้ทำให้คนไทยอดคิดไม่ได้ว่าจะมีการเอื้อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะต้องเป็นรัฐบาลที่หาเงินเป็น และใช้เงินเป็น ไม่ใช่รัฐบาลที่เก่งแต่กู้ และเพื่อให้งบประมาณในปีต่อ ๆ เป็นไปตามเทรนด์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ควรเข้าใจ 5 เทรนด์ใหญ่ที่จะทรงอิทธิพลในปี 2030 (5 Mega Trends) มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) คือ พฤติกรรมของผู้สูงอายุในอนาคตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้สูงอายุจะไม่อยู่บ้านเลี้ยงหลาน และมีสุขภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลควรส่งเสริมธุรกิจที่ผลิตสินค้าและการบริการซึ่งตอบโจทย์ผู้สูงอายุยุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ความเป็นเมือง (Urbanization) คือ การที่เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนก็ได้ และสามารถเชื่อมต่อกับสังคมได้ รัฐบาลควรสนับสนุนการทำงานที่บ้าน (Work From Home) และมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับบริษัทที่ให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือนโยบายเรียนที่บ้าน (Learn From Home) เฉพาะเด็กโต ส่งเสริมการเรียนจากที่บ้านให้มีคุณภาพและเข้าถึงเด็กทุกคน และนโยบายซื้อที่บ้าน (Buy From Home) โดยยกเลิกภาษีขายสินค้าออนไลน์เฉพาะคนไทยเป็นเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การเติบโตของคนชั้นกลาง (Rise of Middle Income Class) คือ การที่กลุ่มชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้น ทำให้กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น รัฐบาลควรสนับสนุนนโยบายท่องเที่ยวเพื่อลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนที่เศรษฐกิจจะแย่จนถึงจุดที่คนไทยไม่มีกำลังซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สร้างตลาดและมูลค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์ (Disruptive Technologies) &amp;nbsp;หากตลาดผลิตภัณฑ์เดิมไม่มีการปรับตัว ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจนั้นถึงขั้นปิดกิจการ รัฐบาลควรส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) เกษตรกรรมยุค 4.0 การทำธุรกรรมทางการเงินไม่ง้อธนาคาร (Financial Technology) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. โลกที่หมุนบนแกนของความยั่งยืนและความรับผิดชอบทางสังคม (Sustainability and Social Responsibility) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วจะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และการขาดแคลนทรัพยากร รัฐบาลควรปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมให้ประชาชน สนับสนุนให้รัฐบาลโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Open Data) ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า รัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อสังคม และส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจว่าอยากให้ประวัติศาสตร์บันทึกถึงตัวเองว่าอย่างไร เพราะนักวิชาการจำนวนมากได้ออกมาพูดแล้วว่าร่างงบประมาณปี 64 ไม่ตอบโจทย์กับวิกฤตเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน และ พล.อ.ประยุทธ์ คงเหลือแค่ 2 ทางออก ทางออกที่ 1 คือ ปรับครม.ใหม่ทั้งชุด เลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านนั้น ๆ มาทำงาน เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิผลสูงสุด หรือทางออกที่ 2 คือ ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้ามาบริหารประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70538</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ครม.พลเอกประยุทธ์, งบประมาณปี 2564, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e23c2c62349e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหามากก่อหนี้เยอะ บิ๊กตู่ลั่นต้องมองภาพรวมแฉผช.รมต.ขายงาน300ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พิธีกรรมงบประมาณปี 2564 วันที่สองหงอย &amp;ldquo;สาทิตย์&amp;rdquo; ประเดิมแฉมีคนอ้างเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีมีงบในมือ 300 ล้าน &amp;ldquo;รังสิมันต์&amp;rdquo; ซัดมีงบสร้างความแตกแยกพันล้าน ทำให้ไฟใต้ไม่มีวันดับ &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; โต้เป็นแค่โครงการพูดคุยสันติสุข อัดมีเพจจาบจ้วงเพิ่ม กอ.รมน.มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; สอนทั่นผู้แทน อย่ามองเป็นส่วนเสี้ยวต้องดูภาพรวม ลั่นรัฐบาลให้ทั้งปลาและเบ็ดบนหลักเป็นธรรมและสุจริต &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; รับยุคบิ๊กตู่กู้เงินมากสุด เพราะอยู่ยาวนานเกิดวิกฤติแบบไม่เคยมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม ยังคงมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเป็นวันที่สอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนประชุม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ตอบโจทย์การบริหารประเทศว่า ไม่วิจารณ์ แต่เป็นธรรมดา เนื่องจากเป็นบทบาทที่สำคัญของ ส.ส.ในการอภิปราย เมื่อพูดกันในหลักการเดี๋ยวก็จบ แล้วไปพูดคุยกันในกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีการตั้งงบในส่วนของแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 นั้น ผู้รู้ก็ต้องไปชี้แจงใน กมธ. จะเห็นภาพได้มากกว่า เพราะร่าง พ.ร.บ.งบฯ นั้นมีการเตรียมทำตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด-19 พอมีโควิด-19 ก็มาปรับให้มันสอดคล้อง มันถึงได้ช้าไปเป็นเดือนก่อนเข้าสภา ยืนยันว่ามีแผนรองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลก่อหนี้มากที่สุดดูเกินจริงไปหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าว่าจะจริงมันก็จริง เพราะรัฐบาลอยู่นาน เวลาพูดถึงรัฐบาลนี้ต้องไปนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 เขาอยู่นานกว่าคนอื่น ทำงานมากกว่าคนอื่น และต้องใช้เงิน รวมถึงต้องมาเจอวิกฤติโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลอื่นไม่เจอ เมื่อต้องใช้เงิน ดังนั้นจะเอาเงินมาจากไหน สมัยก่อนมาจากภาษีอากร วันนี้ประชาชนไม่มีรายได้ ปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ ล็อกดาวน์ รายได้ก็ไม่มี รัฐบาลจำเป็นต้องทำ 2 อย่างคือ 1.แก้ปัญหาโควิด-19 และ 2.แก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ตรงนี้ก็มีการชดเชยเยียวยากันอยู่ แล้วจะไปเอาเงินจากไหน ก็ต้องเอามาจากการกู้ ดังนั้นจะกู้มากกู้น้อยก็ไม่แปลก ขอให้มีปัญญาใช้หนี้เขา อย่าเบี้ยวก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ฝ่ายค้านขู่ว่าจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้ นายวิษณุกล่าวว่า ตามกฎหมายเขามีอำนาจอยู่ 3 อย่างคือ 1.เห็นชอบ 2.ไม่เห็นชอบ และ 3.งดออกเสียง ก็ทำกันมาตลอดทุกสมัย หากเสียงส่วนใหญ่โหวตคว่ำ มันก็คว่ำ รัฐบาลก็ลาออก หรือยุบสภา ผลมันเป็นแบบนั้น เพราะเท่ากับสภาไม่ไว้ใจ เมื่อถามว่ามันคงไม่ถึงขั้นนั้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องดูวันที่ 3 ก.ค.ที่จะมีการลงมติ เมื่อซักต่อเนื่องว่ามันจะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุย้อนถามว่า ใครพูด ไม่เห็นมีกระแสอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และในเวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เป็นประธานการประชุม ซึ่งบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างจืดชืด ส.ส.หลายคนอภิปรายในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งในซีกพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยหลายคนตำหนิการทำงานสำนักงบประมาณที่ตัดงบไม่สมเหตุผล โดยเฉพาะงบที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า การทำงบประมาณ 2564 สำนักงบประมาณเสนอให้ปรับปรุงเมื่อเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเสนอปรับลดงบประมาณตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหาโควิดเลย ส่งผลให้สำนักงบประมาณต้องตัดงบประมาณเอง และสุดท้ายต้องเอาไปไว้ที่งบกลาง ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง เมื่องบประมาณ 2564 ไม่มีการแก้ไข จึงเป็นเพียงงบประมาณปกติเท่านั้น ไม่ใช่จัดทำงบในภาวะฉุกเฉิน และถ้างบประมาณ 2564 ไม่มีการปรับแผนแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำแล้ว ก็ต้องไปใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
&amp;ldquo;ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศว่าห้ามใครมาแทรกแซงเงิน 4 แสนล้านบาท แต่ตอนนี้ที่จังหวัดตรังพบว่ามีคนแอบอ้างเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และระบุว่ามีงบในมือ 300 ล้านบาท ใครจะขอให้บอกมา ดังนั้น หากจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำต้องปรับวิธีการกลั่นกรองงบเงินกู้ใหม่ทั้งหมด และต้องปรับโครงสร้างงบประมาณ 2564 ใหม่เพื่อให้เป็นงบสำหรับสถานการณ์วิกฤติ ไม่ใช่ทำเหมือนงบปกติแบบที่ผ่านมา&amp;quot; นายสาทิตย์กล่าว
ซัดจัดงบแตกแยก
ต่อมานายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายถึงการแก้ปัญหาชายแดนใต้ว่า มีการเขียนงบตบตาสภาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่โครงการที่มีปัญหายังซุกเอาไว้ เช่น โครงการโฆษณาชวนเชื่อ หรืองบล้างสมองปลูกค่านิยมให้คิดแบบกองทัพแบบทหาร โดยได้เปลี่ยนชื่อเป็นโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุข ขณะที่รายละเอียดยังเหมือนปี 2563 การทำเอกสารเช่นนี้คงคิดว่าสภาเป็นตรายางเหมือนยุค คสช.หรือไม่ รวมทั้งในปีนี้ กอ.รมน.ได้เพิ่มงบข่าวกรอง 926 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท แบ่งเป็นงบข่าวกรองเชิงรุก 369 ล้านบาท งบมวลชนด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้นอกแผนบูรณาการอีก 665 ล้านบาท รวม กอ.รมน.มีงบสร้างความแตกแยกในพื้นที่ 1,034 ล้านบาท รวมทั้งเว็บไซต์ Pulony.blogspos ที่ถูกอภิปรายในปีที่ผ่านมา เพราะสร้างความแตกแยก วันนี้เว็บไซต์ดังกล่าวก็ยังดำรงอยู่
&amp;ldquo;เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะทิศทางของความมั่นคงไม่ใช่เทคโนโลยีมาแอบและเก็บข้อมูลบุคคล โดยตำรวจและทหารได้เก็บดีเอ็นเอบุคคล และเหมารวมในชุมชนหลายครั้งโดยไม่ได้ยินยอม จังหวัดชายแดนใต้จะเป็นห้องทดลองให้ประชาชนกว่า 2 ล้านคน เป็นหนูทดลองนวัตกรรมการควบคุมเก็บข้อมูลล้างสมองประชาชน วันนี้ยังไม่พร้อมทดลองไปก่อน จนกว่ามีจังหวะก็ค่อยเอาใช้กับคนทั้งประเทศเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ทนต่อรัฐบาลต่อไป การจัดงบเช่นนี้จึงทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจ และยากต่อการทำให้เกิดสันติภาพ&amp;quot; นายรังสิมันต์ระบุ
และในเวลา 13.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางมาร่วมประชุมสภา โดยให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายในวันแรกว่า ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกคน เข้าใจว่าทุกคนหวังดี แต่บางครั้งต้องดูข้อมูลที่สังเคราะห์แล้ว แต่ถ้าดูข้อมูลทีละชิ้นก็คงไม่ดีทั้งหมด อย่าลืมว่ารัฐบาลทำงานด้วยการสังเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนบ้าง แต่เราก็จะมีการสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดแนวนโยบายและกรอบในการจัดทำงบประมาณ ถ้าทุกคนมีแต่ความต้องการทั้งหมด มันก็ไม่มีเงินพร้อมกันหมดในเวลาเดียวกัน
&amp;ldquo;การทำงานของรัฐบาล นอกจากให้เบ็ดไปแล้วก็ต้องให้ปลาไปด้วย ซึ่งเบ็ดนั้นถือว่าสำคัญ แต่เราต้องตัดทอนงบที่ไม่จำเป็น และไม่ได้ผลออกไปก่อน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า หลายอย่างที่ฟังในสภาก็เป็นประโยชน์ แต่หลายอย่างยังมีความไม่เข้าใจกันอีกเยอะ ถ้ามองอะไรเป็นเสี้ยวๆ ก็มีปัญหาทั้งหมด แต่ถ้ามองอย่างนายกฯ และ ครม.มอง ก็จะเป็นอีกแบบ โดยนำทุกอย่างมารวมกัน ก่อนตัดสินใจทำอะไรก่อนหรือหลัง ที่สำคัญนายกฯ ไม่ได้กำหนดใช้เงินงบประมาณคนเดียว เรามีคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจ หลายอย่างที่พูดออกมาฟังดูแล้วดี แต่ในการปฏิบัติมันทำไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเริ่มต้นด้วยกฎหมายและระเบียบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ผ่านมารัฐบาลเสนอกฎหมายให้พิจารณาหลายฉบับ แต่ยังไม่สามารถออกมาบังคับใช้ได้ เพราะมัวแต่สนใจเรื่องความขัดแย้ง หน้าที่ของกฎหมายมันต้องมี
ไม่เถียงก่อหนี้เยอะ
นายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านให้ฉายาผู้นำแห่งการก่อหนี้ว่า มันก็เป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาล แต่ว่าวันนี้ปัญหาเรามากขึ้นก็ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น ไม่โทษใคร เพราะโทษใครไม่ได้ โทษประชาชนก็ไม่ได้ โทษคนอื่นก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง สิ่งสำคัญสุดคือการจัดงบประมาณปีนี้ไม่ใช่จะได้ทุกคน และถ้าไม่ได้จะได้เมื่อไหร่ แต่ถ้าบอกว่าจะได้ทั้งหมดไม่มีคนเสียก็ไม่ได้ ถ้าภาษีเก็บไม่ได้ก็ไม่มี นี่คือหลักการสูงสุด ต้องเข้าใจถึงความต้องการของประชาชนคนไทย มีความต้องการมากที่อยากมีความเป็นอยู่ที่ดี เราคิดได้ว่าต้องการอะไร แต่รัฐบาลต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน
&amp;ldquo;ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และบูรณาการร่วมกันเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศชาติประชาชน อย่าบอกแต่ตัวเองว่าต้องการ แต่ไม่ไปดูว่าที่ผ่านมาได้อะไรมาแล้วบ้าง ไม่ใช่นายกฯ ต้องการให้ทุกคนไม่ขออะไรเลย ซึ่งมันไม่ใช่ เป็นหน้าที่ที่นายกฯ ต้องทำ แต่ถ้าทุกคนไม่ยอมกันเลยมันก็ไปไม่ได้&amp;rdquo;
ขณะที่การอภิปรายในสภายังคงดำเนินไป โดยมี ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านสลับกันขึ้น แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา ทำให้เมื่อเวลา 16.00 น. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นหารือว่า ทำไมมีแต่ ส.ส.ฝ่ายค้านนั่งฟัง และรอขึ้นอภิปราย แต่ ส.ส.รัฐบาลหายไปหมด ทำไมวังเวงแบบนี้ ไม่อยากใช้ข้อบังคับการประชุมให้มีการนับองค์ประชุม ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่กล่าวติดตลกว่า &amp;quot;อย่างน้อยครูมานิตย์ก็มีประธานนั่งเป็นเพื่อนอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นยืนยันว่า การประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ส.ส.รัฐบาลยังอยู่ครบ นั่งอยู่รอบๆ ห้องประชุมสภา เพราะมีความถนัดแต่ละด้านไม่เหมือนกัน จึงรอและรับฟังการอภิปรายอยู่ตลอด
ต่อมานายสุชาติได้ให้นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.อภิปราย โดยนายเทพไทกล่าวว่า ขอพูดแทนคนภาคใต้ 9.4 ล้านคน เพื่อทวงความเป็นธรรมให้หลังเสียโอกาสในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ ที่มีแนวความคิดพัฒนาพื้นที่ที่เลือกพรรคตัวเองก่อน แต่เมื่อได้ฟังคำแถลงงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ของ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ที่มีงบประมาณทั้งสิ้น 109,023.8 ล้านบาท และมีงบก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ที่มีความใฝ่ฝันต้องการเห็นถนนมอเตอร์เวย์ในภาคใต้เหมือนภูมิภาคอื่นๆ ที่มีครบทุกภาค ซึ่งได้เสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลทุกปี แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
ต่อมาเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนทุกภาคทุกจังหวัด โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิมว่าจะพัฒนาอย่างไรได้บ้าง สำหรับภาคใต้เห็นใจ จึงได้สั่งการให้คมนาคมศึกษาในเรื่องนี้แล้วว่า ในระยะแรกจะต่อเส้นทางตรงไหนได้บ้าง เพื่อให้ลดระยะทางไปได้ เป็นขั้นตอนไป จากนั้นก็จะได้ทำเป็นเส้นทางตรง หลายอย่างต้องอาศัยพื้นที่ศึกษาอีกครั้งหนึ่ง กราบเรียนให้สบายใจขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็จะเร่งรัดให้ดำเนินการได้โดยเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือเราได้พัฒนาภาคใต้ตามลำดับ ถือว่ามากกว่าช่วงที่ผ่านมาพอสมควร
&amp;ldquo;ผมจะเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งใหม่ทั้งประเทศในระยะต่อไป ตอนนี้กำลังให้กระทรวงคมนาคมศึกษาทำแผนเชื่อมโยงเส้นทางสายใหม่ตะวันตก ตะวันออก เหนือ ใต้ ภาคกลางไปอีสาน ที่ไม่ทับเส้นทางเดิม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า สิ่งใดที่เป็นความต้องการของ ส.ส.และประชาชน วันนี้โครงการต่างๆเสนอเข้ามาแล้ว ดังนั้นก็อยู่ที่ขั้นตอนของ กมธ.ในการแปรญัตติ แต่ขอย้ำว่าแปรญัตติได้เงินออกมาจากตรงไหน ต้องไปทำโครงการที่อยู่ในตรงนั้น อีกวิธีการหนึ่งคือ เมื่องบประมาณผ่านไปแล้ว แต่ไม่พร้อมหรือทำไม่ได้ ก็ปรับไปทำที่อื่น มีแค่นี้หลักการในการทำงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสุจริต
พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงกรณีนายรังสิมันต์กล่าวถึงงบ กอ.รมน.ล้างสมองพี่น้องชายแดนใต้ว่า ตามแผนบูรณาการจังหวัดภาคใต้ปี 64 ในโครงการพูดคุยสันติสุข เป็นนโยบายพูดคุยระดับพื้นที่ ไม่ได้ล้างสมองเยาวชน แต่เป็นโครงการให้ทุกคนอยู่ร่วมกันภายใต้พหุวัฒนธรรม และมุ่งให้ความรู้เฉพาะครูและผู้ปกครองในการดำเนินชีวิต และนำความรู้นำกลับไปอบรมบุตรหลานให้เป็นคนดี ส่วนเรื่องการซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ โดยเก็บรูปถ่าย ข้อมูลบัตรประชาชน และดีเอ็นเอ ก็เพื่อมุ่งคุ้มครองบุคคล ทรัพย์สิน ไม่ได้ละเมิดเพื่อป้องกันการก่อเหตุ และหาผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะเรื่องดีเด็นเอเป็นการขอความร่วมมือเท่าที่จำเป็น
&amp;ldquo;เว็บไซต์ Pulony.blogspos ที่อภิปรายว่าสร้างความแตกแยก หรือให้ร้ายกลุ่มบุคคล ก็ไม่จริง เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์จำนวนมากเผยแพร่ข่าวปลอม ข่าวลวงทำให้เกิดความเสียหาย โจมตีการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ และบางเพจก็หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันฯ การทำงานของหน่วยก็คือติดตามตรวจสอบ การเผยแพร่ข่าวปลอมข่าวลวงเหล่านั้น เพื่อให้เกิดข่าวสารและประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่ถูกต้องให้แก่รัฐบาล&amp;rdquo; พล.อ.ชัยชาญระบุ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวนอกรัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ ส่วนที่เป็นงบลงทุนน้อยเพื่อพัฒนาประเทศน้อยมาก เห็นชัดว่ารัฐบาลจัดงบแบบกระเบียดกระเสียร การจัดงบประมาณครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนปัญหาความจริงของประชาชน มีความเป็นไปได้ว่าในช่วงกลางปี 2564 การใช้จ่ายภาครัฐ จะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เพราะการเก็บภาษีจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะฉะนั้นแล้วพอถึงกลางปี 2564 รัฐบาลจะต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายตามงบประมาณ
&amp;ldquo;ถึงวันนี้รัฐบาลยอมรับแล้วว่าการเก็บภาษี 2563 พลาดเป้าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เชื่อว่าในปี 2564 จะเก็บภาษีพลาดไม่น้อยกว่าแสนล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะเศรษฐกิจพังมาก โดยสรุปรัฐบาลกู้เงินเพื่อมาจัดทำงบประมาณมากกว่า 600,000 ล้านบาท ในกลางปี 2564 รัฐบาลจะต้องกู้เพิ่มอีก 1.5 แสนล้านบาท รวมเป็นเงินกู้ 7.5 แสนล้านบาท เต็มเพดานเงินกู้ เห็นชัดว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้เป็นการจัดแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด แล้วไปตายเอาดาบหน้า และรัฐบาลนี้กู้เงินมาใช้จ่ายเต็มเพดานเงินกู้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พท. กล่าวว่า งบประมาณปี 2564 เป็นการจัดทำงบประมาณแบบแอ๊บนอร์มอล หรือแบบไม่ปกติ เพราะจัดตามกรอบของแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นแผนงานที่ล้าหลังไม่สามารถรับมือวิกฤติประเทศเลย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70363</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 2564, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdda479eccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านขู่โหวตคว่ำกม.งบประมาณวาระแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2563 - &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง &amp;nbsp;ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2564 ว่า จะอภิปรายภาพรวมการจัดงบประมาณหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจะขึ้นอภิปราย ต่อด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค หลังจากนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่จะสลับกันขึ้นอภิปราย หลังจากอภิปรายภาพรวมแล้วจะต่อด้วยการอภิปรายถึงการจัดแนวนโยบาย จัดงบประมาณที่ไม่ตอบสนองต่อสถานการณ์ของประเทศ ในวันที่ 2 ก.ค. จะอภิปรายลงในรายละเอียดเป็นรายกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางโหวตร่างพ.ร.บ.นั้น ขอดูการชี้แจงของทางรัฐบาลก่อน ซึ่งตอนนี้อยากฟังจาก พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่าจะมาชี้แจงเองและอยากให้ลดความเร็วในการพูดชี้แจงลง พูดให้ประชาชนเข้าใจและฟังรู้เรื่อง ไม่อยากให้อ่านเพื่อให้จบไป นอกจากนี้อยากให้การอภิปรายมีคุณภาพและมีความหมายต่อประชาชน โดยรัฐมนตรีแต่ละคน จดคำถามประเด็นให้ดี ตอบให้ครบทุกประเด็น เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนว่าไม่ค่อยสนใจประเด็น นึกจะตอบเท่าไหร่ก็ตอบ ดังนั้นหวังว่าวันนี้รัฐบาลจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เพราะฝ่ายค้านได้พัฒนาเรื่องประเด็นเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีมีการอ้างถึงการจัดทำงบประมาณที่ส่อทุจริตในหลายด้าน นายสุทิน กล่าวว่า มีทั้งงบประมาณที่เรียกว่าสุกเอาเผากิน เช่น การสร้างถนน ซึ่งใช้เงินจำนวนมาก มีการจัดงบในการสร้างแต่ไม่มีการเวนคืนที่ดิน จัดแบบยังไม่มีที่ดินจะสร้าง เชื่อว่าเมื่องบประมาณปี 2564 นี้ผ่านก็จะมีการเปิดประมูลการก่อสร้าง ในขณะที่ยังไม่มีที่ดินก่อสร้าง จึงเป็นการจัดงบที่รีบจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนจะสร้างได้หรือไม่นั้นไปตายเอาดาบหน้า และในด้านครุภัณฑ์ เช่น การจัดซื้อเครื่องบิน การจัดซื้ออาวุธ เมื่ออ่านดูแล้วทราบเลยว่าบริษัทใดจะได้ซื้อ จึงมองว่าเป็นการล็อกสเปก ในเรื่องดังกล่าวนี้จะมีฝ่ายค้านอภิปรายหลายคน และที่สำคัญที่สุด ขอบอกว่าเป็นการจัดงบประมาณแบบ จ่าเฉย ซึ่งไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เคยทำมาเมื่อปีที่แล้วก็ว่าไปตามนั้น ไม่เห็นมีการตัดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นไปได้ว่าอาจะไม่รับหลักการในวาระ1 แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับการชี้แจงของรัฐบาล หากวันนี้ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนก็เป็นไปได้ที่จะไม่รับหลักการเลย แต่หากชี้แจงกระจ่างขึ้น ทำเราและประชาชนสบายใจขึ้น และฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมจะปรับแก้ไข เราก็พร้อมที่จะปรับทิศทางการลงมติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70212</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปราย, งบประมาณปี 2564, พท., พรรคเพื่อไทย, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส.มหาสารคาม, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8301d9a5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
