<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สภา’ลากยาวพ่นน้ำลาย เพิ่มวันถกงบประมาณ65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาระ 2 ถกงบประมาณปี 2565 ยิ่งกว่าเต่าคลาน ซ้ำร้ายงัดเรื่องส่วนตัวฟัดกันนัว ฝ่ายค้านพาเหรดแห่ชงตัดโน่นนี่ แต่สุดท้ายเสียงลงมติยึดตามกรรมาธิการ &amp;ldquo;พลังงาน-พาณิชย์-มหาดไทย-ยุติธรรม&amp;rdquo; ผ่านฉลุย คาดต้องเพิ่มวันให้ทั่นผู้แทนจ้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม ถือเป็นวันที่ สามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2565 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาประชุมว่า การแปรญัตติเป็นสิทธิของผู้แปรญัตติ ซึ่งไปย่อความเขาไม่ได้ แต่ที่สำคัญคือเวลาหายไปวันละ 5 ชั่วโมง เพราะที่ผ่านมาประชุมกันถึงเวลาเที่ยงคืนก็มี แต่ปัจจุบันไม่อาจขยายเวลาถึงเที่ยงคืนได้ เพราะสมาชิกไม่พร้อม ดังนั้นแนวโน้มเรื่องขยายเวลาต้องดูว่าวันนี้จะประชุมได้ถึงเมื่อใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พร้อมประชุมในวันเสาร์ที่ 21 ส.ค.ใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า จบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ส่วนจะประชุมในวันที่ 21 ส.ค.หรือไม่ ก็เป็นไปได้ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนภาพรวมในการประชุมนั้นเป็นไปด้วยดี เพียงแต่มีสมาชิกบางคนยังอภิปรายเหมือนวาระ 1 ก็พยายามเตือนว่าวาระนี้เป็นวาระแปรญัตติ
ขณะเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงกรณี ส.ส.ตั้งข้อสังเกตการตั้งงบประมาณของ กต.ว่าฟุ่มเฟือยและไม่สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า กต.คำนึงถึงผลกระทบของสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่มีต่อประเทศ โดยได้ของบในรายการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะการคุ้มครองและดูแลคนไทยในต่างประเทศ รวมถึงคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และเหมาะสม นอกจากนี้ โฆษก กต.ยังชี้แจงถึงเหตุผลการจัดซื้อรถยนต์ประจำตำแหน่ง 12 คัน และครุภัณฑ์ อาทิ ตู้แช่ไวน์และเครื่องอุ่นจาน โดยให้เหตุผลว่าของเก่าใช้มานานแล้ว
ทั้งนี้ ในการประชุมสภา ได้เริ่มที่มาตรา 18 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพลังงาน จำนวน 1,873,129,300 บาท โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธาน กมธ.กล่าวว่า ขอตัดงบ 5% เพราะต้องการให้ตื่นตัวและเป็นหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างแสงแดดและลมมากกว่านี้&amp;nbsp;
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า การตั้งงบประมาณของกระทรวงพลังงานตั้งงบแบบชาญฉลาด เพราะเป็นลักษณะผูกพันประจำปีเกือบทุกโครงการ ทำให้ กมธ.ไม่สามารถตัดได้ จึงขอปรับลดงบ 7% และขอเรียกว่างบทิพย์ เพราะไม่สามารถตัดได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.40 น. ที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 18 งบประมาณกระทรวงพลังงาน ด้วยมติ 229 ต่อ 109 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ต่อมาเวลา 11.45 น. ได้พิจารณามาตรา 19 งบกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) 3,601,805,300 บาท โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า พรรค ปชป.มีนโยบายประกันรายได้ ประกาศจะประกันรายได้ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 18,000 บาท ข้าวขาวอยู่ที่ 12,000 บาท แต่วันนี้ราคาข้าวตกต่ำ เกษตรกรฝากมาถามว่าตกลงประกันราคาข้าวอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ เกษตรกรเดือดร้อนมาก สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โครงการจำนำข้าว ประกาศให้ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 20,000 บาท ข้าวขาวอยู่ที่ 15,000 บาท วันนี้ไม่มีโครงการจำนำข้าวแล้ว ประชาชนทั้งประเทศลำบากหมด นอกจากนี้ยังมีความเดือดร้อนของชาวสวนลำไย เพราะราคาตกต่ำ กรมการค้าภายในมีงบช่วยเหลือ 500 ล้านบาท ถามว่าเงินส่วนนี้อยู่ที่ไหน จึงขอปรับลดเงินส่วนนี้ 500 ล้านบาทให้หมด&amp;nbsp;
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. อภิปรายว่า สาเหตุที่ปรับลดงบประมาณของ พณ. เพราะความล้มเหลวในการดูแลสินค้าเกษตร นโยบายประกันรายได้เกษตรกร &amp;nbsp;มีพืชหลักอยู่ 5 ตัว ได้แก่ &amp;nbsp;ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา และปาล์ม ถามว่าเกษตรกรที่ปลูกพืชผักผลไม้ชนิดอื่น เขาเป็นอะไร เป็นลูกเมียน้อยหรือ&amp;nbsp;
ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. อภิปรายว่า ขอปรับลดงบ 2% เพราะดูผลงานการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรที่ผ่านมาผิดหวังจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจาก ส.ส.มีการอภิปรายพอประมาณ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 19 ตามที่คณะ กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 249 ต่อ 114 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น ในการพิจารณางบประมาณกระทรวงมหาดไทย ในมาตรา 20 วงเงิน 259,593,878,500 บาท วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายตอนหนึ่งเกี่ยวกับการอบรมสัมมนาว่า ควรตรวจสอบการรั่วไหล เพราะขนาดในสภายังมีคนหน้าคุ้นๆ ที่เป็นอดีตนั่งกินข้าวกินน้ำหลวงที่จัดสรรไว้ให้ ส.ส. คนเราเวลาจะไปพูดถึงคนอื่นต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองก่อน เราพิจารณาตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน 3.1 ล้านล้านบาท ต้องมีความสง่างาม โปร่งใส&amp;nbsp;
นายยุทธพงศ์ จรัสเถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. อภิปรายว่า ขอปรับลดลง 10% ก่อนจะมีการตอบโต้เรื่องกินอาหารหลวงของนายเรืองไกร โดยระบุว่า ประธานต้องบอก รปภ.ว่า กมธ.ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.บุคคลภายนอกอาจขโมยของหลวงกลับไปด้วย &amp;nbsp;
จากนั้น นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ลุกขึ้นประท้วงว่า การพิจารณาไปอย่างล่าช้า เหตุเพราะนำเรื่องแค้นส่วนตัวมาใส่ในสภา ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ได้กล่าวเตือนนายยุทธพงศ์เป็นระยะๆ ว่าให้อภิปรายเรื่องที่เกี่ยวกับ มท. และไม่ให้พาดพิงถึงใครหรือองค์กรอื่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมาบรรดา ส.ส.พรรคฝ่ายค้านยังคงเดินหน้าให้ปรับลดงบที่คาดว่าไม่จำเป็น ซึ่งหลังจากที่ได้อภิปรายครบถ้วนได้ลงมติ ผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 233 เสียงเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมากต่อ 104 เสียง
ในช่วงค่ำ มีการอภิปรายในมาตรา 21 งบประมาณของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานในกำกับวงเงิน 11,803,483,800 บาท โดย ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงเสนอให้ตัดงบในหลายส่วนไม่ต่างจากมาตราก่อนหน้า อาทิ ตัดงบครุภัณฑ์ชุดปราบการก่อการร้าย และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งหลังจากการอภิปรายของสมาชิกแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติ โดยเสียงข้างมาก 222 เสียงเห็นชอบกับ กมธ.เสียงข้างมากต่อ 77 เสียง
ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าการประชุมอาจต้องขยายเวลาออกไปอีก เนื่องจากการพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะมีผู้เสนอแปรญัตติเป็นจำนวนมาก และบางรายมีการอภิปรายเหมือนวาระหนึ่ง จนทำ 3 วันที่ผ่านมาเพิ่งเกินครึ่งทางคือ มาตรา 22 กระทรวงแรงงาน วงเงิน 45,723,428,000 บาท ทั้งที่กฎหมายดังกล่าวมีถึง 42 มาตรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114014</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 2565, งัดเรื่องส่วนตัวฟัดกันนัว, ฝ่ายค้านพาเหรดแห่ชงตัดโน่นนี่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แต่สุดท้ายเสียงลงมติยึดตามกรรมาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d14809da71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวถกงบ65ไม่แพ้ซักฟอก ยื่นศาลปค.เงินกู้ผิดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สภาลุยถกงบประมาณปี 2565 ตามกำหนดเดิม พ่นน้ำลายยาวตั้ง 9 โมงเช้าถึงตีหนึ่ง ตั้งแต่ 31 พ.ค.ถึง 2 มิ.ย. เพื่อไทยตีปี๊บจัดให้เหมือนน้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ นำร่อง 28 พ.ค.ขนทีมเศรษฐกิจพรรคเฟซบุ๊กไลฟ์ชำแหละประเดิม &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; ร้องศาลปกครอง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน และ 7 แสนล้าน ผิดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ค. จะมีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก) จำนวน 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 โดยวันที่ 27 พ.ค. ประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึงเที่ยงคืน และวันที่ 28 พ.ค. แบ่งเวลาฝ่ายละ 9 ชั่วโมง โดยในส่วนของรัฐบาลรวมเวลาให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงด้วย
นายวิรัชกล่าวว่า ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. โดยทุกอย่างยังต้องเดินหน้า แต่ต้องหามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 65 ในวาระแรกเสร็จแล้ว ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) คงไม่มีปัญหา เนื่องจากได้เตรียมห้องประชุม กมธ.และสถานที่ต่างๆ สำหรับผู้มาชี้แจงไว้หมดแล้ว
สำหรับกรณีฝ่ายค้านประกาศไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 65 นั้น นายวิรัชกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านก็มักอภิปรายไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ในส่วนรัฐบาล ถือเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย หากสงสัยประเด็นใด รัฐบาลก็ต้องชี้แจง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ว่าจะใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 47 ชั่วโมง 30 นาที แต่ละวันจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 09.00-01.00 น. รัฐบาลและฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 22 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ 3.30 ชั่วโมง เป็นของประธานที่ประชุม สำหรับแนวทางการอภิปรายนั้นจะผ่อนคลายให้สมาชิกสามารถถอดหน้ากากอนามัยในการอภิปรายได้ แต่ต้องมาอภิปรายบริเวณโพเดียมที่สภาจัดไว้ให้ในห้องประชุม ส่วนการฉีดวัคซีนให้ ส.ส.นั้น ประธานสภาเห็นควรให้ ส.ส.ฉีดวัคซีน แต่ไม่บังคับ ให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ โดยจะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญ 64 คน ลดจำนวนลงจากครั้งที่แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ประกอบด้วย ครม. 16 คน, พรรคเพื่อไทย 13 คน, พรรคพลังประชารัฐ 12 คน, พรรคภูมิใจไทย 6 คน, พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 5 คน ส่วนพรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรคเพื่อชาติและพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคละ 1 คน การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2565 ครั้งนี้ จะเป็นน้องๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน 2565 พรรคจะเดินหน้าตรวจสอบไม่แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเป็นไปเพื่อ 1.ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน 2.ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา 3.ไม่สนใจทุกข์ร้อนของประชาชน และ 4.ไม่มีวิสัยทัศน์ในการจัดสรรงบประมาณ
&amp;ldquo;ในวันที่ 28 พ.ค. พรรคจะจัดเวทีวิพากษ์การจัดสรรงบ และถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กพรรค โดยทีมเศรษฐกิจของพรรคจะเจาะลึกให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณในภาวะวิกฤติที่บิดเบี้ยว เอื้อผลประโยชน์กับพวกพ้อง นำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และนายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียน รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรค&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนในสภา โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ทันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด จะตรวจสอบงบรายจ่ายให้จัดสรรถึงประชาชนได้ดีกว่านี้
ขณะเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษา และรองนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามภาพรวมของการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ว่าที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เพราะรายละเอียดเรื่องดังกล่าว รมว.การคลังจะเป็นผู้ชี้แจง โดยเป็นการหารือภาพรวมแบบกว้างๆ โดยเฉพาะประเด็นเยียวยาประชาชนในอดีตเพื่อนำมาพิจารณาต่อยอดโครงการเยียวยาที่กำลังมีขึ้น ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2565 ที่จะเข้าสภาวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. โดยเน้นที่ประเด็นการชี้แจงเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 และยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กล่าวถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท ว่า เดี๋ยวคงมีการชี้แจง ไม่นานหรอก ไม่เงียบหรอก ถึงเวลาก็ต้องชี้แจง
วันเดียวกัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง พร้อมด้วยคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เดินทางมายื่นฟ้อง ครม.ต่อศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.&amp;hellip; วงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 ที่มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ.2563 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท
&amp;quot;การใช้เงินจำเป็นต้องดำเนินการไม่ให้ผิดรัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้มีการออก พ.ร.ก.ที่ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ สุดท้ายประชาชนก็ไม่ได้เงินอยู่ดี เพราะจะมีคนทักท้วงได้ เเละมีปัญหาในภายหลัง จึงมาขอให้ศาลพิจารณายกเลิกมติดังกล่าว การนำเสนอร่างกฎหมายที่ผิดรัฐธรรมนูญอาจเข้าข่ายเป็นความผิด มาตรา 112 โดยตรง และในอนาคตการทำสัญญาเงินกู้ของรัฐบาลกับหน่วยงานต่างๆ อาจมีปัญหา หากมีการหยิบยกเป็นประเด็นโต้แย้งว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติกฎหมายเงินกู้ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ถ้ารัฐบาลยังยืนกรานว่า การออก พ.ร.ก.เงินกู้ถูกต้องแล้ว จะเดินหน้าต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104044</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 แสนล้าน, งบประมาณปี 2565, พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน, ร้องศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb3ea6317d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
