<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไชยา&#039; ลั่นขอติดตามการใช้งบของรัฐบาลอย่างเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ว่าหลังจากที่ พ.ร.บ.งบฯผ่านการพิจารณา ในส่วนของเพื่อไทยโหวตไม่รับเนื่องจากงบปี 65 ไม่ตอบโจทย์โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด ที่รัฐบาลประเมินผิดพลาดว่าจะแก้ปัญหาได้ในปี 64 ทั้งเรื่องวัคซีน ซื้นฟู การจัดงบปี 65 จึงจัดตามภาวะปกติไม่ได้รองรับแก้โควิดไว้เลย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ จึงมีการปรับลดงบประมาณที่เป็นไขมันบางส่วนไปไว้ในงบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิดแล้ว หลายคนอาจกังวลว่างบกลางเป็นงบที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ขอทำความเข้าใจกว่าการใช้งบกลางมีกระบวนการอยู่ การใช้จ่ายต้องดำเนินการตามข้อสังเกตที่เราวางไว้ว่าต้องใช้เพื่อแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น หลังจากนี้ จะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้ รวมถึงงบส่วนอื่นๆอย่างเข้มงวดว่าเป็นตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามว้ตถุประสงค์หรือใช้ผิดประเภท ก็จะตรวจสอบถ้าเห็นข้อผิดพลาดก็จะเสนอไปยังหน่วยที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยตรงเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114128</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 65, เพื่อไทย, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c9f2871cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านฉลุยงบประมาณปี 65  สภาฯอภิปรายลากยาว 52 ชั่วโมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 22.38 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ2 ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณามาตรา 37 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการ &amp;nbsp;204,179,444,100 บาท มาตรา38 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบุคลากร ภาครัฐ ให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 770,159,975,000 บาท มาตรา 39 งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียนให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 195,370,402,900บาท &amp;nbsp;มาตรา 40 &amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบริหาร จัดการหนี้ภาครัฐ ให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 297,631,438,900 บาท มาตรา 41 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 596,666,700 &amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;และมาตรา 42 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย 24,978,560,000บาท โดยสิ้นสุดในเวลา 01.09 น. ทั้งนี้ที่ประชุมลงคะแนนเห็นด้วยกับที่กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 01.10 น. ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ3 ด้วยคะแนนเสียง 257 คะแนน ไม่เห็นด้วย 189 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน และไม่ลงคะแนน 1 คะแนน จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ.งบประมาณฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาฯ ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เพื่อมาปฎิบัติหน้าที่ ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำหรับข้อคิดเห็น คำแนะนำ และข้อเสนอแนะ รวมทั้งความห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลขอขอบคุณและจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์การพัฒนานโยบายของประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ &amp;nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลขอขอบคุณกมธ.ทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละเวลาความร่วมมือในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอย่างเต็มที่จนสำเร็จ &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลจะนำร่างพ.ร.บ.นี้ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้มั่นใจว่านโยบายและมาตรการและงบประมาณที่ได้รับให้นำไปใช้จ่ายในครั้งนี้ รัฐบาลจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจากกำกับดูแลการใช้งบประมาณดังกล่าวให้มีความโปร่งใส ตามนโยบายที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อประเทศตามความมุ่งหวังของรัฐบาลและสมาชิกสภาทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชวนได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาฯที่อยู่ร่วมการประชุมในครั้งนี้ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 01.21 น. วันที่ 22 ส.ค.64 รวมใช้เวลาการพิจารณาตลอดทั้ง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-22 ส.ค. นานกว่า 52 &amp;nbsp;ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนต่อไปทางสภาฯจะส่งให้กับวุฒิสภาพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114098</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 65, ประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝ่ายค้าน&#039; รุมขย่มตัดงบกลาโหมทำไมต้องซื้ออาวุธเยอะ วอนม็อบช่วยไล่ไปเร็วๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ส.ค.64 - เวลา 17.25 น. มีการพิจารณาพรบ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2565 มาตรา 8 เกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงกลาโหม โดยส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายให้ปรับลดงบประมาณลง เนื่องจากไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่จะนำมาซื้ออาวุธ ในช่วงประเทศ ประชาชนเผชิญกับวิกฤติโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า&amp;nbsp;แม้กองทัพเรือถอนเรือดำน้ำออกจากงบประมาณแล้ว แต่ยังมีงบประมาณก่อสร้างยุทโธปกรณ์ เช่น โรงจอดเรือ เรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบก โดรนขนาดใหญ่ตระเวนชายฝั่งไร้คนขับ เป็นงบผูกพันกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ระบบโดรนใช้คนขับ ต้องถูกควบคุมผ่านระบบดาวเทียม อาจทำให้ต่างชาติควบคุม อาจทำให้ข้อมูลตกไปอยู่ในมือต่างชาติได้ ขณะที่ต่างชาติเริ่มทบทวนการซื้อ และลดการใช้โดรนขนาดใหญ่ไร้คนขับ เมื่อไปย้อนดูข้อมูลอ้างอิงจากต่างประเทศ พบว่าโครนที่กองทัพจะซื้อมีสถิติเกิดอุบัติเหตุตกด้วยตัวของโดรนสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงขอเสนอตัดงบ 2.6 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.วรรณวลี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เข้าใจภารกิจในการป้องกันประเทศ แต่ก็ปวดใจ มีงบประมาณมากมาย ไม่เร่งด่วน สอดคล้องกับภารกิจหน่วยงาน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดที่เข้าขั้นวิกฤติในประเทศ งบประมาณที่ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะกับสถานการณ์ คือ งบในหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ที่ดูเหมือนว่า หน่วยงานอื่นมีเลยอยากมีบ้าง เช่น งบป้องกันยาเสพติด งบการข่าว งบราชการลับ ขณะที่ งบปรองดองสมานฉันท์ ที่เอาคนมารวมกันทำกิจกรรม ซึ่งไม่เหมาะกับสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 17.40 น.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบประมาณ 2565 กลาโหมขอทั้งสิ้นกว่า 2 แสนล้านบาท โดยขอปรับลดงบประมาณลง 2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะงบของกองทัพเรือได้มา&amp;nbsp;4.1&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท แต่ถูกกรรมาธิการงบประมาณปรับลดเพียง&amp;nbsp;8.4&amp;nbsp;ล้านบาท คือรถประจำตำแหน่ง&amp;nbsp;5 เสือทหารเรือ จำนวน 5 คัน ในสถานการณ์ความอดอยากประชาชน ทำไมไม่เจรจาเลื่อนการจ่ายงวดงานเรือดำน้ำออกไป เพราะเดินทางไปฝึกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมีการจัดซื้อเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือรบ ไปเจรจาซื้อมา โดยที่เรือไม่มีอาวุธ รวมถึงโดรนลาดตระเวนชายฝั่งไร้คนขับ&amp;nbsp;3 ลำ&amp;nbsp;4,100 ล้านบาท ซื้อไปทำไม โดรนนั้นฆ่าโควิดได้หรือไม่ มีเหตุผลอะไรต้องให้กองทัพเรือซื้ออาวุธมากมาย ท่ามกลางความหิวโหยประชาชน ถ้าตอบไม่ได้ ขอให้คาร์ม็อบมาไล่เยอะๆ จะได้ไปเร็วๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, งบประมาณปี 65, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc679ca3fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ้&#039; สวนกลับ &#039;ก้าวไกล&#039; ไม่แปรญัตติงบช่วยโควิดเลย ลั่นเลิกเล่นการเมืองหากใช้เงินผิดวัตถุประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่กมธ.งบประมาณฯในส่วนพรรคเพื่อไทยตัดสินใจโหวตโยกงบประมาณที่ถูกปรับลงไปไว้ในงบกลาง 1.63 หมื่นล้านบาทว่า หลังจากกรรมาธิการงบประมาณฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย โหวตงบที่ปรับลดเข้างบกลาง&amp;nbsp;1.63หมื่นล้านบาท จนถูกตั้งคำถาม เป็นการตีเช็คเปล่าให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมหรือไม่ เมื่อดูงบกลางปี 2564 ได้รับประมาณ 6.14 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ปัญหาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดจำนวน 4.03 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2565 มีงบกลางประมาณ 5.71 แสนล้านบาท แต่กลับไม่มีงบประมาณที่จะนำไปบรรเทาเยียวยาแก้ไขปัญหาโควิดเลย จึงเป็นเหตุให้กมธ.งบประมาณฝั่งพรรคเพื่อไทย มีมติโหวตเป็นเอกฉันท์ เพื่อให้นำเงิน 1.63 หมื่นล้านบาทไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า มั่นใจว่า จะไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่า เพราะการจะนำงบประมาณไปใช้ได้นั้น ผู้ขอรับงบ ผู้อนุมัติงบ จะต้องทำตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ที่ออกโดยสำนักงบประมาณ ในระเบียบดังกล่าว ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายไว้อย่างชัดเจน โดยทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอน ถ้าพบการทุจริตต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณที่ให้ไปทั้งหมดการันตีได้ว่าจะถูกนำไปช่วยประชาชนที่เกี่ยวกับปัญหาโควิดอย่างแน่นอน แม้ทางพรรคก้าวไกลจะออกมาระบุว่า ทำไมไม่โยกไปให้ในส่วนของท้องถิ่น ยอมรับว่าท้องถิ่นก็มีความจำเป็น แต่เงินเราก็มีจำกัด ส่วนที่ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาตอบโต้ตนนั้น ตนไม่อยากตอบโต้กลับ แต่ละพรรค แต่ละคนมีสิทธิ์คิด ตัดสินใจ ขอย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทยในการตัดปรับลดงบประมาณปี 2565 เห็นได้มาตั้งแต่กรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ขณะที่การแปรญัตติพรรคก้าวไกล ไม่เห็นมีการแปรญัตติไปช่วยโควิดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโหวตของกมธ.งบประมาณพรรคเพื่อไทย ที่เห็นตรงกับกรรมาธิการฯพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยนั้น คงเป็นเพราะส.ส.ทุกคนเห็นว่าขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนกับโควิดจริงๆ ขอย้ำว่าถ้ามีการนำงบประมาณในส่วนของงบกลางไปใช้ผิดระเบียบ ไม่ได้ใช้เกี่ยวกับโควิดถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ตนพร้อมเอาตำแหน่งส.ส.เป็นเดิมพัน ถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการนำงบกลางไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่ไม่ได้ช่วยประชาชนเรื่องโควิด ตนพร้อมลาออกจากส.ส.และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า กรณีโต้ตอบกันไปมากับนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะนายตรีรัตน์ ไม่เคยเป็นส.ส. พรรคเพื่อไทยให้โอกาสหลายครั้ง จะมาอ้างสิทธิ์เป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ทั้งที่สอบตกและออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่กลับมาว่าพรรคเพื่อไทย นายตรีรัตน์ไม่มีราคาทางการเมือง แต่กลับเข้ามาในคลับเฮาส์และอ้างว่าตัวประชาชน จึงถามว่าเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็นส.ส. ทั้งที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยแต่กลับมาด่าพรรค ที่อ้างว่าออกไปเพราะเลือดไหล จะเลือดไหลได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็นส.ส. ทำไม นายตรีรัตน์ออกไปแล้วต้องมาด่าพรรค หากใครดีเลวก็ว่าไป พรรคทำอะไรให้เสียหาย อย่าลืมว่าคนรู้จักวันนี้เพราะลงสมัครส.ส.ในนามพรรค และพรรคเคยอุ้มชู ดังนั้นอย่าเนรคุณพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ในกลุ่มคลับเฮ้าส์ มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อ งบกลางชนวนเหตุ เพื่อไทย ก้าวไกล ขัดแย้ง โดยมีส.ส.เพื่อไทย ส.ส.ก้าวไกล นักวิชาการ และบุคคลภายนอก เข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนหลายคน รวมไปถึงนายตรีรัตน์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น จนนายยุทธพงศ์ ตอบโต้นายตรีรัตน์ อย่างดุเดือดมาแล้วรอบหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายตรีรัตน์ ได้เขียนข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ปากบอกประยุทธ์ ไร้ประสิทธิภาพ ปากบอกประยุทธ์ต้องลาออก ปากออกมาแถลงด่าทุกอาทิตย์ ก็คงเป็นเพียง ละครตบตาประชาชน สุดท้ายก็เอางบที่โกหกว่าจะช่วยชาติประหยัดเงิน ไปต่ออายุให้ประยุทธ์บริหารต่อ บอกตรงๆว่าโคตรผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกราบขอโทษทุกท่าน ที่ผมเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการตัดงบประมาณ&amp;nbsp;1.6 หมื่นล้าน(ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการงบ โดยไม่สังกัดพรรค) เพราะคิดว่าจะสามารถช่วยประหยัดภาษีให้พี่น้องประชาชนได้ โดยไม่คิดว่า 1.6 หมื่นล้าน ที่ถูกตัดไปจะถูกพลิกนำไปให้ประยุทธ์ใช้ตามอำเภอใจ&amp;nbsp; ถ้าผมได้เป็นส.ส.แล้วต้องหักหลังประชาชน ผมขอสอบตกดีกว่าครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ65, งบประมาณปี 65, ตีเช็คเปล่า, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a5382b307d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ หลังกมธ.งบฯใช้เสียงข้างมากโหวตอุ้มงบทัพเรือ ตัดแค่ 8 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565&amp;nbsp;แจ้งว่า วันนี้ที่ประชุมมีการพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง 9 คณะ โดยในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และไอซีที เข้ารายงานเป็นคณะสุดท้าย ที่ก่อนหน้าคณะอนุฯแขวนงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์อื่น ที่ไม่ใช่เรือดำน้ำลำที่ 2-3&amp;nbsp;เพราะกองทัพเรือได้ถอนเรื่องออกไป โดยไม่มีตัวแทนของกองทัพเรือเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกมธ.ชุดใหญ่ทราบ ทำให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ซีกพรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ที่ประชุมโหวตด้วยการยกมือว่า จะปรับลดงบกองทัพเรือหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนั้นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ในฐานะรองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก็เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของนางเรืองไกร แต่ทางฝ่ายค้าน โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กมธ.งบฯ พยายามเจรจากับนายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายวิเชียร ชวลิต รองประธานกมธ. เพื่อให้ชะลอการพิจารณาออกไป เพราะงบของกองทัพเรือสูงถึง&amp;nbsp;15,858,040,000&amp;nbsp;บาท แต่ตัดไปเพียง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านกว่าบาทเท่านั้น แต่การคัดค้านของซีกฝ่ายค้านไม่เป็นผล ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าท์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกมธ.ซีกรัฐบาล ทั้ง&amp;nbsp;36&amp;nbsp;คน ก็ยกมือให้ปรับลดเพียงรายการเดียวคือ รถประจำตำแหน่งจำนวน 5 คัน คันละ&amp;nbsp;1.67 ล้านบาท รวม&amp;nbsp;8.38 ล้านบาท ส่วนรายการจัดซื้ออื่นๆยังอยู่ครบ เช่น โครงการอากาศยานไร้คนขับ เพื่อลาดตระเวนชายฝั่ง จัดซื้อจากจีนจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว ใช้งบ&amp;nbsp;4,100&amp;nbsp;ล้านบาท เรือดำน้ำลำที่หนึ่ง ซึ่งเป็นงบผูกพันธ์&amp;nbsp;1,145&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เรือยกพลขี้นบก หรือ แอลพีดี จำนวน&amp;nbsp;1,700&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และโดรนเอนกประสงค์(ยูเอวี)&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;570&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุมเสร็จสิ้นในเวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111671</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, งบประมาณปี 65, อนุกมธ.ครุภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103ecbae5fd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; จับตา &#039;ยุทธพงศ์&#039; ไฟเขียวงบกรมทางหลวง ไม่ค้านซื้อ &#039;ยูเอวี&#039; เหมือนกองทัพเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวว่า จะติดตามการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ และไอซีทีในวันนี้ และขอให้ติดตามพฤติกรรมของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ เพราะเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา กรมทางหลวง(ทล.) กระทรวงคมนาคม ได้มาชี้แจงขอจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;ยูเอวีราคาสูงเหมือนกับกองทัพเรือ (ทร.)&amp;nbsp;ตนและกมธ.ของพรรคก้าวไกลมองว่าราคาสูงกว่าท้องตลาด 2-3 เท่า โดยราคายูเอวี 1 ลำมีราคาแสนกว่าบาท และขอให้ตัดงบประมาณในส่วนนี้ รวมถึงยังมีการของบประมาณมหาศาล แต่ถูกตัดลดแทบทุกรายการ เพราะราคาสูงหลายเท่า แต่นายยุทธพงศ์กลับมีพฤติการณ์ปกป้องว่ามีความจำเป็น ทำตัวเป็นเหมือนองครักษ์พิทักษ์กรมทางหลวง แต่มาพอถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในส่วนของกองทัพเรือที่เป็นครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันกลับคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากให้ช่วยติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายยุทธพงศ์ และตั้งข้อสังเกตว่านายยุทธพงศ์มีอะไรที่เป็นเบื้องลึกเบื้องหลังกับกรมทางหลวงหรือไม่ หรือมีนอกมีในหรือไม่ ส่วนโดรนของกองทัพเรือสมควรจะจัดซื้อหรือไม่ ขอไปดูรายละเอียด กมธ.ทุกคนควรทำงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่แค่จ้องตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; น.ส.ปารีณา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ราชบุรี กล่าวต่อว่า กองทัพเรือยอมถอยการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ก็รู้สึกเห็นใจกองทัพเรือ เพราะวันนี้เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใกล้กับมาเลเซีย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีเรือดำน้ำเฝ้าระวัง หากเราไม่มีความพร้อมเท่าเขา อาจทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติได้&amp;nbsp;และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จะมาโทษทีหลังว่าทำไมไม่ซื้อ แต่ด้วยสถานการณ์โควิดตอนนี้ก็เข้าใจได้ แต่ไม่ใช่กองทัพเรือที่เสนอซื้อเรือดำน้ำ แต่ทุกหน่วยงานก็เสนอซื้อเครื่องมืออย่างอื่นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กองทัพเรือ, งบประมาณปี 65, ปารีณา ไกรคุปต์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, อนุกมธ.ครุภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8f1b75a1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประเสริฐ&#039; จวกรัฐจัดงบปี 65 ไม่สะท้อนปัญหาประเทศ จี้นายกฯลาออกเหตุปชช.ไม่เชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;11.59&amp;nbsp;น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;อภิปรายว่า วันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แต่รัฐบาลได้วางแผนจัดทำงบประมาณปี 65 ราวกับอยู่ในสถานการณ์ปกติ ผลสืบเนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp; ได้บริหารราชการแผ่นดินช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบันใช้งบประมาณจำนวนมากการใช้งบจำนวนมากไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมได้ ยิ่งในสถานการณ์โควิด ที่จะต้องใช้งบอย่างประหยัดคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ แต่กลับมองไม่เห็นฟังไม่ได้ยินความทุกข์ประชาชน&amp;nbsp; 7 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ มือไม่ถึงบริหารไม่เป็น การบอกจะคืนความสุขเป็นเพียงลมปาก สิ่งที่ทำมามีแต่ทุกข์เพิ่มหนี้เพิ่ม รายได้ลดลง หากปล่อยเช่นนี้เกรงว่าประเทศจะเดินทางไปสู่ความเสียหายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การใช้งบประมาณในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ระบบราชการมีขนาดใหญ่เกินจำเป็น ใช้งบจำนวนมากในขณะที่ภาคประชาชนเล็กลงชัดเจน ทั้งเรื่องงบประมาณและอำนาจของประชาชน เมื่อดูงบประมาณรายจ่ายประจำในปี 65 ตั้งไว้ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท จากงบประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 76.15 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ งบรายจ่ายเพื่อการลงทุนตั้งไว้สัดส่วน ร้อยละ 20 หรือประมาณ 644,000 ล้านบาท ซึ่งในยอดนี้งบส่วนหนึ่งอยู่ในกระทรวงกลาโหม เป็นการจัดซื้ออาวุธ ยุทธโรปกรณ์ รวมถึงเรื่องรัฐวิสาหกิจ ประกอบกิจการประสบปัญหาหลายแห่ง รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เช่น การบินไทย ที่ยังจำเป็นต้องอาศัยงบประมาณแก้ปัญหา เพราะเป็นการชี้ให้เห็นความล้มเหลวในกานบริหารงานของนายกฯ การแต่งตั้งผู้บริหารในรัฐวิสาหกิจต่างๆ 50 กว่าแห่ง เกือบทั้งหมดเป็นนายทหารที่เป็นพวกพ้องนายกฯ หลายคนเป็นตอบแทนบุญคุณเมื่อครั้งรัฐประหารเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาประเทศ มติการบริหารราชการแผ่นดินและการทุจริตที่เกิดขึ้น สวาปามทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง ทั้งที่อยู่บนพื้นฐานความเดือดร้อนประชาชน มองประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อหลักคิดนายกฯ เป็นเช่นนี้ตนมีข้อสังเกต ในเรื่องการจัดทำงบปี 65 ทั้งสิ้น 5 ประการ 1.การจัดทำงบไม่สะท้อนกับปัญหาประเทศ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ 6 ด้าน ไม่มียุทธศาสตร์ด้านโควิด ทั้งที่ประเทศไทยตอนนี้โควิดส่งผลกระทบด้านสังคมเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจ สงครามวันนี้เรียกสงครามโควิด ควรให้ความสำคัญจัดสรรงบโควิดแต่รัฐบาลทำเหมือนสถานการณ์นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประเทศไม่ได้อยู่ในวิกฤต เมื่อการจัดสรรไม่ทะท้อนปัญหาประเทศ ความเจริญประเทศไปไม่ถึงไหน แต่ท่านกลับไม่ใช้กลไกงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ การอัดฉีดเอสเอ็มอี แต่ละครั้งไปไม่ถึงประชาชน การว่างงานสูงขึ้น วันนี้เศรษฐกิจของเรากำลังดิ่งเหว 2.การไร้ประสิทธิภาพในการใช้เงิน ตลอด7 ปีที่ผ่านมา ใช้งบประมาณในการบริหารประเทศ 20.8 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; และกำลังจะใช้ในปี 65 อีก 3.1 ล้านล้านบาท แต่ไม่สามารถทำเศรษฐกิจโตได้ ทำหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; 3.ตัดงบประมาณที่สำคัญลงหลายจุด แต่งบกระทรวงกลาโหมกลับเพิ่มขึ้น เห็นได้ชัดจากกระทรวงสาธารณสุข ลดลง 4.3 พันล้านบาทเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 12 ปีส่งผลให้งบที่ใช้รักษาสุขภาพถ้วนหน้าลดลงไปด้วย การดำเนินการของศบค.เห็นถึงความล้มเหลวในการกระจายวัคซีน&amp;nbsp; แต่งบกระทรวงกลาโหม ในปี 64 งบได้รับร้อยละ 6.5 ของงบประมาณ และปี 65 ได้รับงบได้รับคิดเป็นร้อยละ 6.6 ของงบประมาณ ใช้จัดซื้อยุทธโรปกรณ์ 3 เหล่าทัพกว่า 8.2 พันล้านบาท ยังไม่รวบงบผูกพันข้ามปีอีกเช่น กองทัพเรือรวม 37,849 ล้านบาท ใช้ในการจัดซื้อเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การกระจายงบไม่เป็นธรรมเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เห็นได้จากการกระจายวัคซีนแบบไร้ยุทธศาสตร์ ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเป็นเพียงวาทะกรรม ไม่เคยบอกว่ารายละเอียดจะดำเนินการอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นการกระจายวัคซีนจังหวัดพื้นที่สีแดงไดรับการจัดสรรน้อยกว่าพื้นที่สีขาวหรือสีเขียว มีการเล่นพรรคเล่นพวกเป้นศึกชิงวัคซีน จะดูว่าการฉีดวัคซีน 7 มิ.ย.จะเป็นโรคเลื่อนหรือไม่ นายกฯ ในฐานะผอ.ศบค. ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นการแก้ปัญหาในสถานการณ์วิกฤต รวบอำนาจบริหารคนเดียว เกิดศูนย์ญากาศ รัฐมนตรีต่างคนต่างทำและ5.การจักสรรงบประมาณไม่ให้ความสำคัญท้องถิ่น มีการลดงบประมาณ 15,988 ล้านบาทและการจัดสรรเงินเฉพาะกิจเป็นแบบใครมือยาวสาวได้สาวเอา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เกิดวันนี้คือวิกฤตศรัทธาในตัวนายกฯ ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำงาน มองไม่เห็นถ้าปล่อยบริหารเงินปี 65 จะพาประเทศพ้นวิกฤตอย่างไร และพาประเทศไปสู่ความเสี่ยงด้านวินัยการเงินการคลัง ทำให้คนสงสัยว่าวัคซีนที่เตรียมฉีดประชาชนยังไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพเกิดความกลัว และวัคซีนทางเลือกมีหลายยี่ห้อกลับไม่ใส่ใจ การประกาศทุจริตแห่งชาติ จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรูอีกครั้ง ไม่มีแผนขั้นตอนว่าต่อไปนี้จะต้องใจทำอย่างไร ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่สามารถรับหลักการงบประมาณปี 65&amp;quot; นายประเสริฐ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104796</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 65, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b49d118ee0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
