<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;วอนสภาฯโหวตหนุนร่างพรบ.งบฯปี63 แจงยิบงบกลางเปล่านำไปผลาญ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - เมื่อเวลา 12.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระแรกรับหลักการ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,200,000,000,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของหน่วยรับงบประมาณ เป็นจำนวน 3,137,290,534,200 บาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจำนวน 62,709,465,800 บาท รัฐบาลนำเสนอต่อส.ส.ในวันนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้งบประมาณของแผ่นดิน แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ให้ประสบความสำเร็จ เป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน สามารถพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.7 - 3.2 ชะลอลงจากร้อยละ 4.1 ในปี ส่งผลต่อการลดลงของการส่งออกและกระทบต่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้ม ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ทั้งทางด้านการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชน แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐสำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปี 2562 ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงร้อยละ 0.7-1.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 3.0 - 4.0 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลก ที่คาดว่าจะสามารถปรับตัวต่อมาตรการกีดกันทางการค้าได้มากขึ้นรวมทั้งการขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวตามการเร่งเบิกจ่ายโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงปี 2563 &amp;ndash; 2564ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่มีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการย้ายฐานการผลิตระหว่างประเทศในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐและภาคครัวเรือนขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2563 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกสำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงร้อยละ 0.8 - 1.8 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณร้อยละ 5.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คาดว่ารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น &amp;nbsp;2,862,000 ล้านบาท เมื่อหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 131,000 ล้านบาท &amp;nbsp;คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนำมาจัดสรรเป็นรายจ่าย ของรัฐบาล จำนวน 2,731,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ สำหรับหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 6,917,357.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41.45 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 โดยหนี้สาธารณะที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลซึ่ง เงินกู้โดยรัฐบาล มีจำนวนทั้งสิ้น 6,418,318.7 ล้านบาท ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 512,955.1 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนว่ากระทรวงและหน่วยรับงบประมาณต่างๆ จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580)แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) แผนการปฏิรูปประเทศนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 - 2564)และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (พ.ศ. 2558 - 2573) กรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 นโยบายสำคัญ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการพัฒนาและการจัดสรรทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ความเป็นธรรมทางสังคม เสถียรภาพและความยั่งยืนทาง การคลัง ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐโดยกำหนดแนวทางการจัดสรร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การใช้จ่ายงบกลาง ประกอบด้วย เงินเบี้ยหวัด เงินบำเน็จบำนาญข้าราชการ เงินเดือนข้าราชการ เงินสำรองสมทบและชดเชยของข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ถามว่ากฎหมายระบุไว้ตรงนี้ งบต่างๆเหล่านี้ต้องใช้งบกลาง ถ้างบกลางมี 5 แสนกว่าล้าน แต่งบเหล่านี้ใช้ไป 4 แสนกว่าล้านแล้ว ท่านจะไม่ให้เขาหรือ ส่วนที่เหลือ 1 แสนกว่าล้านไม่ใช่นายกฯ อนุมัติโครมๆ ยืนยันว่าไม่มี ตนไม่เคยอนุมัติให้แบบนี้ การใช้งบกลางต้องทำแผนงานโครงการขึ้นมา แล้วพิจารณาในครม. ตนอนุมัติเองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ 100 ล้านบาท เอาไปจังหวัดนี้ เขาขอก็ให้ไป แต่ก็ต้องบริหารให้อยู่ทางโน้น การใช้จ่ายงบกลางเป็นแบบนี้ ขอให้เข้าใจด้วย งบเร่งด่วนน้ำท่วมอะไรต่างๆ เหล่านี้ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์หลายคนก็มี ผมได้ยินแว๊บๆ เมื่อกี้นี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่รู้ หรือฝันก็ไม่รู้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;อยากฝากให้ทุกคนช่วยกรุณาศึกษารายละเอียด ท่านศึกษามาอยู่แล้ว แต่อย่าศึกษาเฉพาะประเด็นที่จะสร้างความไม่เข้าใจต่อกัน ถ้าถามมาอธิบายม ตนก็รับฟังและคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนก็รับฟัง และยังมีการพิจารณาวาระสองต่อไป วันนี้อยู่ในวาระแรกเท่านั้นเอง ทั้งนี้ขอร้องว่าอย่าไปดูเฉพาะยอดวงเงินของกระทรวงเขา &amp;nbsp;จะต้องดูรายละเอียดข้างในว่ามีการทำงานอย่างไร ซึ่งตัวเลขทั้งหมดคือตัวเลข 3.2 ล้านล้านบาท ที่มีการแบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ งบกลางและงบต่างๆ ไปดูว่างบกระทรวงศึกษาทำไมถึงน้อยลง ก็เพราะเอาไปเพิ่มให้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แล้วจะมาบอกว่างบการศึกษาลดลงได้อย่างไร ไปดูงบของกระทรวงกลาโหม ทำอย่างไรเขาซื้ออะไรแค่ไหน ตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้การสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ เพื่อที่รัฐบาลจะยึดถือเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์แก่ชาติและประชาชนต่อไป ซึ่งการทุจริตก็เป็นอีกเรื่องไปตรวจสอบกันมา มีองค์กรต่างๆทั้งหมดที่ตรวจสอบ ซึ่งก็มีการตรวจสอบมาอย่างนี้ 5 ปีรัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลสมัยก่อนก็โดนทั้งนั้น แต่ชี้แจงได้ก็จบ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยเจตนาของผม ไม่ได้จะทำอะไรเพื่อใคร ผมเห็นสายตาประชาชนเวลาไปเยี่ยมตามต่างจังหวัดบางทีก็จุกคอเหมือนกัน เขาไม่มีอาชีพและไม่รู้ว่าจะทำอะไร ซึ่งคนเหล่านี้มีจำนวนมาก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าความมั่นคงไม่เกิดขึ้น ความมีเสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก็เห็นตัวอย่างในต่างประเทศแล้ว เราไม่ต้องการเดินไปสู่จุดนั้น ตนก็หวังอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงให้ความเห็นชอบ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณา แต่กรุณาดูทั้งหมด ตนหวังว่าจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์ ที่รัฐบาลจะสามารถทำงานให้ท่านได้ ตนต้องการแบบนั้น ตรงนั้นตรงนี้เป็นอย่างไรก็สอบถามกันมาได้หรือไม่ แทนที่จะมาว่ากันไปกันมามันไม่เกิดประโยชน์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48231</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี2563, ประชุมสภา, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da8108485949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนทุบโต๊ะถกงบ2วันพอ ‘ฝ่ายค้าน’อัดมุ่งแต่มั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ย้อนฝ่ายค้านสมัยเป็นรัฐบาลถก พ.ร.บ.งบฯ แค่ 1-2 วัน กรีด 5 วันอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; แจงงบกลาโหมเพิ่มตามสัดส่วนไม่มากเกินไป ล้อแผนพัฒนากองทัพ ฝ่ายค้านขย่มงบ 63 ไม่เหลียวแลกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งด้านมั่นคง-กระทรวงคนใกล้ชิดนายกฯ 5 ปีมีแต่วาทกรรมขายฝัน คนจนพุ่ง-ประเทศย่ำแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เวลาอภิปราย 5 วันว่า ที่ผ่านมาสมัยที่ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ในวาระแรกที่รับหลักการก็ใช้เวลาอภิปราย 1-2 วันเท่านั้น แต่พอถึงวาระที่ 2 ทุกคนจะแปรญัตติเป็นรายมาตรา จะใช้เวลามากกว่า 2 วัน แต่ที่ผ่านมาบางครั้งก็มีการอภิปรายถึง 3 วัน เพราะสมาชิกแต่ละคนขอแปรญัตติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน ขึ้นอยู่กับวิปทั้งสองฝ่ายที่จะบริหารเวลาด้วยตัวเอง แต่ 5 วันในขั้นรับหลักการไม่เคยมี ผมว่าเป็นการขออภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่าหรือไม่&amp;quot; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวการกว้านซื้อ ส.ส.เพื่อให้สนับสนุนการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เพราะไม่ทราบเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลยังไม่ได้หารือเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีมากแค่ไหน รวมถึงข้อตกลงระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คาดว่าคงได้ข้อสรุปจากการประชุมหารือของวิปทั้งสองฝ่ายในวันที่ 10 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของกระทรวงกลาโหมและกองทัพว่า งบประมาณของกองทัพไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ทุกอย่างเพิ่มไปตามสัดส่วนของงบประมาณ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเพิ่มเลย และที่ผ่านมากองทัพขาดแคลนงบประมาณมาโดยตลอด ทั้งนี้ เรามีแผนงานที่พัฒนากองทัพ โดยเฉพาะเรื่องยุทโธปกรณ์ที่ของเดิมเก่ามากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยน ยืนยันว่าสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกองทัพไม่ได้มากจนเกินไป เพราะมีการจัดตั้งหน่วยใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าควรนำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องบินให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนเครื่องที่ตกไปนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แต่ละหน่วยงานมีงบประมาณของตนเองอยู่แล้ว เพราะทุกหน่วยงานมีการพัฒนาและงบประมาณมีจำนวนน้อย เพราะจะต้องจัดสรรกันไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถชี้แจงในวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต่อสภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กรอบงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมอยู่ที่ร้อยละ 7.29 ของงบประมาณทั้งประเทศ ซึ่งภาพรวมต่ำกว่าที่ได้รับการจัดสรร 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยที่ร้อยละ 7.5 สำหรับวงเงินที่เพิ่มขึ้นยังถือว่าเป็นปกติตามสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของงบประมาณทั้งประเทศปี 2563 อย่างไรก็ตาม การพัฒนากลาโหมยังคงเป็นไปตามแผนพัฒนาขีดความสามารถของกระทรวงกลาโหมในกรอบ 10 ปี (ปี 2560-2569) เพื่อให้มีขีดความสามารถเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ภัยคุกคามตามช่วงเวลาที่ได้ประเมิน บนพื้นฐานความเป็นไปได้ทางด้านงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp;ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในกรอบงบประมาณ&amp;nbsp;3.2 ล้านล้านบาท ถือว่าสูงที่สุดในประเทศไทยที่เคยมีมา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงมากที่สุด จัดสรรงบให้ด้านความมั่นคง 4.28 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.4 ของงบประมาณทั้งหมด เฉพาะที่กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรวงเงิน 2.33 แสนล้านบาท เป็นที่น่าสังเกตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่างบประมาณด้านความมั่นคงปรับสูงขึ้นทุกปี มีการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่อยู่ในมือของคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลลดลงทุกกระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และงบกลางปรับเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นำงบประมาณมากกว่า 6.2 หมื่นล้านบาทไปชดเชยให้กับเงินคงคลัง ถือว่าเป็นตัวเลขการเอาเงินคงคลังออกมาใช้มากที่สุด มากกว่าทุกรัฐบาล รัฐบาลไม่มุ่งเน้นในการจัดสรรงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร ดังนั้นต้องดูในรายละเอียดว่ารัฐบาลมีการจัดสรรเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดงบประมาณดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะการดูแลประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลมุ่งไปที่การใช้งบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด จึงสวนทางกับนโยบายของรัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลประกาศต่อสาธารณชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างปาฐกถาที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าจะทำให้ไทยเป็นประเทศร่ำรวยภายในปี 2579 ว่าน่าจะเป็นเพียงอีกวาทกรรมหนึ่งในการขายฝัน เหมือนกับที่เคยพูดหลายอย่างมาก่อนหน้านี้ แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปกว่า 5 ปี ไม่สามารถทำได้จริง มีแต่ทำให้ประเทศย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ จนกระทั่งต้องมีการปรับลดตัวเลขจีดีพีอีกครั้ง ขณะที่รัฐบาลทำได้เพียงการแจกเงินคนจน แจกเงินเที่ยว หรือซื้อ ฮ.ติดอาวุธ รวมทั้งโทษไปที่ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เคยขายฝันเหมือนกันว่าในปี 2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มีการเพิ่มตัวเลขคนจนจากประมาณ 8 ล้านคนมาเป็น 11.4 ล้านคน ในปี 2560 และเพิ่มเป็น 14.5 ล้านคนในปี 2561 จากการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนของรัฐบาล ดังนั้นสิ่งที่คนไทยต้องการตอนนี้คือวิสัยทัศน์ทางด้านเศรษฐกิจของผู้นำประเทศ ว่าทำอย่างไรเศรษฐกิจจึงจะฟื้นตัวเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำอย่างไรเกษตรกรจึงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าเกษตร หรือทำอย่างไรคนจนจึงจะหมดไป ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาวะรวยกระจุก จนกระจายอยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาที่สังคมไทยควรคิดกันอย่างจริงจังได้หรือยังว่า เราควรปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เป็นผู้นำในการบริหารประเทศอีกต่อไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ทุกคนรู้ดีว่าประชาชนยากจน แต่รัฐบาลก็ยังจัดงบไปซื้อยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะนำไปรบกับใคร วันนี้เราต้องรบกับความยากจนเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าววีโอเอไทยเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจว่า เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งต้องใช้กลไกความร่วมมือของหลายฝ่ายในการแก้ไขปัญหา ทั้งในภาคประชาชนและในระดับโลก ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน อย่างวันนี้ราคาสินค้าต่างๆ หรือการค้าขายในตลาดสด ตลาดต่างๆ ค่อนข้างลดลง เพราะการค้าออนไลน์เข้ามาซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 300% แล้ว แต่จำนวนผู้บริโภคเท่าเดิม เศรษฐกิจก็แย่ ร้านค้าต่างๆ ก็ยังขายของแบบเดิมๆ อยู่ จึงชวนว่าจะปรับร้านใหม่ไหม มีกองทุนเอสเอ็มอีจัดร้านให้เป็นระเบียบ หาสินค้าให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็เหมือนกัน ให้เป็น E-Wallet 1,000 บาท เราต้องการกระตุ้นส่วนนี้ ตอนนี้ทุกคนกลัวไปหมด ทุกคนไปปั่นกันหมดว่าเศรษฐกิจแย่ๆ ทุกคนก็เลยไม่ใช้เงิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, งบกลาโหม, งบประมาณปี2563, ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e153477f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ชี้ที่มางบปี 63 มีรายละเอียดชัดในที่ประชุมสภากลางเดือน ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว ซึ่งวันที่ 17 ต.ค. จะเปิดการประชุมสภาฯสมัยวิสามันเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นเวลา 4 วัน โดยสภาผู้แทนราษฎรจะใช้เวลา 2 วัน และวุฒิสภาใช้ 2 วัน ซึ่งเรื่องนี้มีปฏิทินอยู่แล้ว และสัปดาห์หน้านายกฯจะเดินทางไปราชการต่างประเทศ หลังจากกลับมานายกฯอาจจะได้ดูร่างพรบ.งบประมาณฯครั้งสุดท้ายก่อนนำเข้าสู่ครม.และส่งสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ผู้ที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ คงไม่ต้องมาปรึกษาอะไรตน เพราะกรอบในการทำงบประมาณฯ ระบุอยู่ในมาตรา 142 ของรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฉบับใหม่ รวมถึง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังแล้ว ซึ่งสมัยก่อนไม่มี แต่เดี๋ยวนี้มันมีและต้องดูให้เป็นไปตามกรอบนั้น อย่างที่มาของรายได้ที่จะนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ฝ่ายค้านไปยกเอามาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญขึ้นมา แต่ความจริงมาตรา 142 ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ต้องแสดงแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งตรงนี้จะนำเข้ามาพิจารณาในเดือนหน้าที่จะมีการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในสภา ซึ่งขั้นตอนนี้ที่ต้องมาแสดงรายละเอียดกัน แต่ในนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาที่ผ่านมานั้นไม่สามารถไปลงรายละเอียดอะไรได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46112</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี2563, พรบ.งบประมาณ, วิษณุ เครืองาม, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d8d9870060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; อัดตั้งรัฐบาลผสมล่าช้าจนร่างพรบ.งบฯปี 63 ต้องเลื่อนออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 - นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 รัฐบาลไม่สามารถออกได้ทันในปี2562&amp;nbsp; แต่จะเลื่อนไปออกได้ในต้นปี 2563&amp;nbsp; โดยปกติ ร่างพ.ร.บ.งบฯจำนวน 3.2 ล้านล้านบาทรัฐบาลควรเสนอเป็นร่างพ.ร.บ.เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมนี้แต่ด้วยความโอ้เอ้สะท้อนถึงการทำงานที่หย่อนไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลผสม อีกทั้งจัดตั้งรัฐบาลผสมเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ร่างพ.ร.บ.งบฯเสนอเข้าสู่สภาฯ&amp;nbsp; ไม่ทันสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะปิดสมัยประชุมวันที่22กันยายน ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้แจ้งว่าจะเสนอร่างพ.ร.บ. งบฯเข้าสภาฯได้ในเดือนตุลาคมและจะผ่านกระบวนการตราร่างพ.ร.บ.ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในเดือนมกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้รัฐบาลเสนอร่างพ.ร.บ.ไม่ทันสมัยการประชุมนี้เป็นเพราะพรรคร่วมรัฐบาลต่างผลักดันนโยบายของตน จึงเสนองบประมาณที่จะนำมาใช้จ่าย ส่งผลให้การจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณที่เตรียมการกันมาตั้งแต่ต้นปี 2562 ต้องถูกปรับแก้ใหม่&amp;nbsp;อาจถึงขั้นต้องรื้อกันยกใหญ่ จึงน่าเป็นห่วงว่างบฯรายจ่ายที่จะเสนอเข้าสู่สภาฯนั้นอาจจะไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆที่ประกาศใช้ไปแล้ว และกำหนดวงเงินใช้จ่ายต่างๆไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะไม่ได้ชี้แจงถึงแหล่งที่มาของงบฯว่าจะนำมาจากไหน และจะใช้ไปกับการแก้ไขปัญหาหลักและปัญหาเร่งด่วนอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนและภัยแล้ง ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการไม่ประสานงานของพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเป็นรัฐบาล การจัดทำร่างพ.ร.บ.งบฯช้าผิดปกติซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลประยุทธ์สั่นคลอนขาดเสถียรภาพทั้งทางการเมืองและการเงินการคลังของประเทศ นับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยจะจับตามองและคอยควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างจริงจัง&amp;quot;นางลดาวัลลิ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42459</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี2563, พรบ.งบประมาณ, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc329e6633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
