<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; เสนอเพิ่มงบ 5 องค์กรจัดหาวัคซีน ค้านงบกลาง 1.6 หมื่นล้านหวั่นล่าช้าไม่ตอบโจทย์วิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;อยากให้ รัฐบาล และ ส.ส. ในสภา ลองคิดถึงข้อเสนอของผมดูครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ ขอให้เพิ่มงบสภากาชาดไทย และ 4 องค์กรจัดการโรคระบาด จัดวัคซีน-ฟาวิพิราเวียร์ สู้โควิด อย่าโยกงบ 16,300 ล้านไปงบกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอ่านข่าวพบว่า มติที่ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ตกลงตัดงบประมาณ 16,300 ล้านบาท จากรายการอื่นๆ แล้วไปเพิ่มให้งบกลางของรัฐบาลว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง เหมือนการให้เงินไปใช้ทั้งที่ไม่มีแผนงานโครงการ เพราะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมานี้ รัฐบาลมีเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว และที่กู้เพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท แต่ปัญหาตอนนี้คือ &amp;ldquo;ระบบราชการรวมศูนย์&amp;rdquo; เงินมีแต่ใช้ไม่เป็น ระบบล่าช้า ระเบียบรุงรัง ไม่ตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากเสนอให้แปรญัตติงบประมาณไปไว้ในองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.สภากาชาดไทย 2.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 3.กรมควบคุมโรค 4.องค์การเภสัชกรรม 5.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หน่วยงานทั้ง 5 มีอำนาจทะลุกรอบปกติในยามวิกฤตโควิด ตามที่ ศบค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งงานจัดหาวัคซีน การผลิตและส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ ถ้ามีงบชัดด้วย เชื่อว่างานเดิน โดยเฉพาะ &amp;ldquo;สภากาชาดไทย&amp;quot; ที่มีวัฒนธรรมจิตอาสา มีประสบการณ์ในการรับมือวิกฤตทั้งสงครามและโรคระบาดมา 128 ปีแล้ว ตั้งแต่วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ไทย-ฝรั่งเศส โรคระบาดอหิวาตกโรค ไข้ทรพิษ กาฬโรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าในวิกฤตโรคระบาด แต่องค์กรเหล่านี้กลับถูกปรับงบลดลงจากปีที่แล้ว ได้แก่สภากาชาดไทย ถูกปรับลด 606 ล้านบาท , ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ถูกปรับลด 1,990.9 ล้านบาท , กรมควบคุมโรค ถูกปรับลด 478.9 ล้านบาท , สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ถูกปรับลด 1.2 ล้านบาท , และองค์การเภสัชกรรม มีเงินทุนหมุนเวียนปี 2564 เพียง 2,650 ล้านบาทเท่านั้น จึงอยากให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่อยู่ใน กมธ.งบประมาณฯ ทบทวนมติแล้วจัดสรรงบให้องค์กรที่มีความพร้อมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112300</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาง, งบประมาณปี65, พรรคกล้า, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d5de1c0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; เผยสภาฯต้องให้ความสำคัญร่างพรบ.งบ 18-20 ส.ค.นี้ ส่วนญัตติซักฟอกยังรอฝ่ายค้านยื่นเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;กล่าวถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จะมีการพิจารณาในวันที่&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;ส.ค.นี้&amp;nbsp;โดยร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ&amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่สภาฯ ต้องให้ความสำคัญ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังไม่ได้เสนอมา&amp;nbsp;แต่ในฐานะประธานสภาฯ ก็รอให้ฝ่ายค้านเสนอมาก็จะรับเรื่องทันที&amp;nbsp;เพราะสมัยประชุมจะมีถึงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการการเตรียมความพร้อมมาตรการป้งกันโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณางบประมาณฯ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;นายชวน กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่คัดกรองทุกวัน&amp;nbsp;และทุกฝ่ายต้องรายงานผลให้ตนทราบในทุกวันว่ามีเจ้าหน้าที่สภาฯคนใดตรวจพบเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;บ้าง&amp;nbsp;ซึ่งตนรับทราบเรื่องมาโดยตลอด&amp;nbsp;พบว่ามีผู้ติดเชื้อเป็นระยะๆ&amp;nbsp;ทั้งนี้ตนเห็นใจเจ้าหน้าที่พนักงานข้าราชการที่ต้องเดินทางมาทำงานโดยรถประจำทาง&amp;nbsp;จึงได้คุยกับทางเลขาธิการสภาฯ ให้มีแนวทาง&amp;nbsp;work from home&amp;nbsp;ให้มากที่สุด&amp;nbsp;แต่เมื่อเปิดประชุมสภาฯแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องมาทำงาน แต่ต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังกล่าวถึงความขัดแย้งของฝ่ายค้านในการพิจารณางบกลาง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯในแต่ละท่านที่มีความเห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคก้าวไกล ระบุว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;จะมีการทอดแทรกประเด็นการเลือกตั้งในวาระที่ตกไปนั้น&amp;nbsp;นายชวน กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นเรื่องของ กมธ.ฯที่จะต้องหารือกันให้ตกผลึกแล้วนำเสนอวาระสองและวาระสามโดยรายละเอียด ทั้งนี้ในการแก้ไขนั้นตนไม่สามารถลงลึกได้เพราะไม่ได้อยู่ในห้องประชุม กมธ.ฯแต่อยากจะบอกว่าติดตามทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ประชุมกมธ.ฯ และจากข่าวสารอยู่ตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112281</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี65, ชวน หลีกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b68edd7042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; เรียงหน้าแจงโหวตงบกลาง อบรมก้าวไกลแยกแยะการเมืองออกจากความเดือดร้อนปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565&amp;nbsp;ร่วมกันแถลงถึงกรณีกรรมาธิการงบประมาณของพรรคเพื่อไทย ยกมือสนับสนุนให้นำงบประมาณที่ตัดไปไว้ในงบกลางจำนวน&amp;nbsp;1.6หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าว สิ่งที่กรรมาธิการงบฯพรรคเพื่อไทย คิดและตัดสินใจ เอางบกลางไปเป็น งบโควิด โดยกรรมาธิการได้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ในท้ายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณด้วยว่า ต้องใช้เพื่อโควิดเท่านั้น ที่เอาไว้ในงบกลาง จะปลอดภัยจากการถูกกล่าวหาว่า การแปรญัตติ ส.ส.หรือกมธ.มีส่วนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณ ที่เป็นความผิด มีโทษทางอาญา เป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่ง สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอ เอาเงินที่ปรับลดลงแล้วไปเพิ่มเติมในส่วนต่างๆนั้น เมื่อได้ดูในรายละเอียด สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอมา ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิด ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องเอางบกลาง งบแก้โควิดไปใช้แก้ปัญหาให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจของกรรมาธิการพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับการยอมรับในตัว พล.อ. ประยุทธ์ และรัฐบาล ที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ พรรคจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ การตัดสินใจกรรมาธิการงบพรรคเพื่อไทย เป็นการตัดสินใจโดยสุจริต ปราศจากผลประโยชน์ อยู่บนพื้นฐานว่า งบส่วนนี้ควรนำไปใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งกำลังลำบากแสนสาหัสจากโควิด คำกล่าวที่ว่า เอางบกลางไปให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้ เอาไปใช้อย่างไรก็ได้ เอาไปซื้ออาวุธมายิงประชาชน เป็นคำกล่าวที่เกินเลยข้อเท็จจริงไปมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า การอ้างว่า เอาไปไว้ในงบกลาง คือการรื้อฟื้นงบ ส.ส.จะเกิดการวิ่งเต้นเหมือนในอดีต ขอยืนยัน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ไม่มีมูลความจริง พรรคยืนยันมาตลอด ไม่เคยคิดว่าจะต้องมามีผลประโยชน์จากงบประมาณ ส่วนข้อกล่าวหา ไม่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น หรือกระทรวงอื่น ทั้งที่พรรคให้ความสำคัญกับท้องถิ่นตลอด งบประมาณที่ผ่านมาก็มีการปรับลดงบประมาณและแปรญัตติให้กับท้องถิ่น ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่า หากไปพิจารณาดูรายการในงบประมาณหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวมานั้น ไม่ได้มีแผนงานหรือรายการงบประมาณที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาโควิดไว้เลย นอกจากนี้การนำงบประมาณส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง ไม่ได้หมายความว่า หน่วยงานอื่นๆเหล่านั้น จะไม่สามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้ ยังสามารถที่จะมีคำขอใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้ เพียงแค่ต้องเป็นกรณีนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีโควิดเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจของกรรมาธิการงบประมาณพรรคเพื่อไทย เป็นไปโดยรอบคอบ สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนสภาพความเป็นจริง บนสภาพที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา แยกมิตร แยกศัตรู ไม่ทำร้ายใคร ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของกรรมาธิการพรรคเพื่อไทย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ชีวิตของพี่น้องประชาชนสำคัญกว่าเรื่องการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัจน์กล่าวว่า การจัดงบประมาณปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เป็นการจัดตามแผนเดิม ไม่มีเรื่องของโควิด เพราะจัดทำงบฯปลายปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ขณะนั้นสถานการณ์โควิดดีขึ้น จากการระบาดรอบแรก มีเพียงแผนงบกลางเท่านั้น ที่เขียนให้ใช้เงินในเรื่องโควิดได้ เมื่อสถานการณ์โควิดทวีความรุนแรงขึ้น จึงตัดสินใจนำเงินไปใส่ไว้ในแผนที่สามารถนำมาใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับโควิดได้ นั้นคือแผนงานงบกลาง เราต้องแยกระหว่างความไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ กับการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์โควิดให้พี่น้องประชาชน เราเลือกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งงบกลางเป็นเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นที่นำงบฯออกมาใช้เพื่อโควิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ข้อกล่าวหาพรรคเพื่อไทย เอางบประมาณไปใส่ในงบกลางเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เอาไปใช้ เสมือนตีเช็คเปล่า ใช้ตามอำเภอใจ เอาไปซื้อกระสุนยางมายิงประชาชน เป็นข้อหาที่ค่อนข้างรุนแรง ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ เอาไปใช้ซื้ออาวุธมายิงประชาชน เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันประณาม ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเขาจะทำตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำกับไว้ชัด ทั้งวิธีการงบประมาณ และพ.ร.บ.เงินคงคลัง การอนุมัติงบ&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์คิดจะเอาไปใช้อะไรก็ได้ มีสำนักงบประมาณเป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พรรคกำลังจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ เราต้องแยกวัตถุประสงค์ เงินที่วางไว้ กับคนบริหาร เหตุอยู่ตรงไหนแก้ตรงนั้น ประยุทธ์ไม่ดี เอาประยุทธ์ออกไป เราต้องช่วยกัน ไม่ใช่ทำร้ายพี่น้องประชาชนโดยการไม่ให้เงินเขา เขาไม่มีข้าวกิน ไม่มีออกซิเจน ไม่มีเครื่องตรวจ ดังนั้นเงิน&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทนี้ มีประโยชน์ต่อเขามาก ที่จะทำให้ไม่ตาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ65, งบประมาณปี65, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a6dffab3a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบฯ-ส.ส. ห่วงกองทุนกสศ.ถูกตัดงบฯ กระทบเด็กเยาวชนยากจนหนักขึ้น จากที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64-ตามที่เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ด้านการศึกษา ในส่วนของหน่วยงานอื่นของรัฐ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรรมาธิการส่วนใหญ่แสดงความกังวลถึงเด็กเยาวชนยากจนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการงบประมาณในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณลดลง ซึ่งพบว่ามีตัวเลขเด็กที่ยากจนและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวนมาก รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบเพิ่ม ผ่าน กสศ.หรือ กยศ.และสนับสนุนให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สสวท. เพื่อสนับสนุนให้เด็กเยาวชนจากครัวเรือนยากจนด้อยโอกาสที่มีศักยภาพได้มีโอกาสศึกษาต่อในโรงเรียนคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ที่ สสวท.ดูแลอยู่&amp;nbsp;
ทั้งนี้จากที่ กสศ.ได้รายงานตัวเลขผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองยากจนเพิ่มขึ้นจาก 300,000 คน เป็น 700,000 คน ในปี 2563 และจะเพิ่มขึ้นอีกในปี2564 และเกรงว่างบประมาณที่ถูกปรับลดจะกระทบกับการช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้อยโอกาสขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งเป็นการปรับลดตั้งแต่เมื่อครั้ง กสศ.เคยเสนอไปยังรัฐบาลตั้งแต่แรก และถูกปรับลดลงมาก่อนที่จะเข้าสภาคล้ายกับอีกหลายหน่วยงานที่ถูกปรับลดตั้งแต่ต้นเพราะงบมีจำกัด โดยในส่วนของอนุกรรมการไม่มีการปรับลดในส่วนของกสศ.เพิ่มเติมแต่อย่างไร ซึ่งที่ประชุม กมธ.รับทราบสถานการณ์ ตามที่ชี้แจงแต่ไม่มีอำนาจในการแปรเพิ่ม การแปรเพิ่มขึ้นอยู่ที่รัฐบาลพิจารณาแปรงบประมาณเพิ่มกลับมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางนาที รัชกิจประการ กมธ.งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเป็นเด็กต่างจังหวัดจึงเข้าใจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นอย่างดี การที่กสศ. ให้ความช่วยเหลือเด็กยากจนเมื่อถูกตัดงบประมาณจะทำให้กระทบถึงเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสถึง 7 แสนคน ตรงนี้มีความสำคัญ เพราะประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งกสศ. ช่วยเหลือได้จริงสำหรับเด็กยากจนในต่างจังหวัดจึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าตัดงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ชี้แจงว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กยากจนและยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา จำนวน 712,725 คน ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกจากการประเมินของคณะผู้วิจัยจากเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าการทวีความรุนแรงของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลต่อประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อยทำให้เกิดภาวะยากจนเฉียบพลันมากขึ้นราวร้อยละ 10 ประชากรกลุ่มนี้มีบุตรหลานอยู่ในระบบการศึกษาอยู่ราว150,000 &amp;ndash; 300,000 คน และกลุ่มที่สองคือ ประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่ นักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ ในระดับชั้น อ.3 ป.6 ม.2 ม.3 และม.6 ที่มีมากกว่า 400,000 คน ที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบรายชื่อนักเรียนกลุ่มชั้นรอยต่อราว 300,000 คนในปีการศึกษา 2/2563 พบว่า ขณะนี้มีจำนวนนักเรียนร้อยละ 20 ที่ชื่อหายไปเมื่อเปิดภาคเรียนปีการศึกษา1/2564 สอดคล้องกับผลสำรวจขององค์การยูนิเซฟ ที่ผ่านมาแม้กสศ.จะได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการย้ายโรงเรียนช่วงเปิดเทอมคนละ 800 บาท และบันทึกรายชื่อโรงเรียนที่นักเรียนกลุ่มรอยต่อตั้งใจจะไปสมัครเรียน แต่ยังคงมีนักเรียนอีกราว 60,000 คนที่ยังคงไม่พบตัวในระบบการศึกษา โดย กสศ. สพฐ. สถ.และ บช.ตชด. มีแผนจะวางระบบบูรณาการฐานข้อมูลนักเรียนในระยะยาวเพื่อส่งต่อรายชื่อนักเรียนจากโรงเรียนต้นทางไปยังโรงเรียนปลายทางโดยต้องออกมาเป็นนโยบายเพื่อให้เกิดความร่วมมือในทางปฏิบัติในพื้นที่อย่างยั่งยืน&amp;rdquo;ผู้จัดการ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110440</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., งบประมาณปี65, เด็กยากจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f68ee70d34b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;โวมีหลักฐานมัดทุจริตซื้อเรือดำน้ำ เย้ย&#039;บิ๊กตู่&#039;สังคมกดดันจนถอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กล่าวถึงการพิจารณางบประมาณในวันนี้ ว่า เป็นการพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือการพิจารณาการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน ราคา 22.5 หมื่นล้านบาท และทราบว่าภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้กองทัพเรือถอดจากการขออนุมัติงบประมาณ ด้วยเพราะสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19&amp;nbsp; และเนื่องจากจนแต้มต่อกระแสสังคมกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดซื้อเรือดำน้ำนั้นมีความไม่โปร่งใส เนื่องจากไม่ได้เป็นการจะซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งผมมีหลักฐานความไม่ชอบมาพากลหรือการทุจริต ซึ่งเป็นจดหมายของอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์&amp;nbsp; ที่เมื่อก่อนวันที่ 30 กันยายน 2563 ได้ส่งหนังสือไปยังประเทศจีนเร่งรัดให้มีการลงนามสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำลำ 2-3 ที่มีความเร่งรีบผิดปกติ ที่ให้ระดับข้าราชการมาลงนาม แต่ไม่ใช่ฝ่ายบริหารของทางการจีน&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากงบจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ยังมีโครงการอื่นๆ ที่กองทัพขอรับงบประมาณเป็นจำนวนมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เช่น โครงการอากาศยานไร้คนขับ บินชายฝั่ง โครงการก่อสร้างศูนย์วิทยุควบคุมเรือดำน้ำอีก 300 ล้านบาท เรือเอนกประสงค์วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งของบปี 2565 จำนวน 800 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตเศรษฐดิจโควิดในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพของเรือดำน้ำที่ซื้อมาจากประเทศจีน และเชื่อมโยงไปยังคุณภาพการผลิตวัคซีนของจีน ยืนยันว่ากรรมาธิการสัดส่วนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ไม่เพียงแค่ตรวจสอบงบประมาณของกองทัพเรือเท่านั้น แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในงบประมาณของกองทับบกและกองทัพอากาศ ว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมในการจัดซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ยังไม่จำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันควรที่จะตัดทิ้งออกไป ไม่เพียงแค่ชะลอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, งบประมาณปี65, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พท., เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f506776224b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พิชัย&#039;หวั่นจัดงบฯ65 ถดถอยแนะตัดงบทหาร เพิ่มงบสาธารณสุขซื้อวัคซีนแก้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ ครม. ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในวงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณแบบขาดดุล 7 แสนล้านบาท โดยมีหลายประเด็นที่น่ากังวลซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังถดถอยอย่างหนัก โดยงบประมาณปี 2565 นี้ ลดลงจากงบประมาณปี 2564 ถึง 185,962.5 ล้านบาท หรือลดลง 5.66% ซึ่งโดยปกติงบประมาณรายจ่ายของประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ควรจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อรัฐบาลจะได้นำเงินไปพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยหลังวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดยิ่งจะต้องการเงินทุนที่จะต้องฟื้นฟูประเทศเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น แต่กลับปรับลดงบประมาณลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ งบลงทุนในปี 2565 มีเพียง 624,399.9 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าการกู้เงินชดเชยการขาดดุล 700,000 ล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาเพื่อลงทุนทั้งหมด แต่กู้มาเพื่อใช้จ่ายด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของความถดถอย ปกติงบลงทุนจะต้องเท่ากับหรือมากกว่าเงินกู้ เพื่อประเทศจะได้มีรายได้จากการลงทุนในอนาคต การกู้มาใช้จ่ายก็มีแต่จะหมดไป ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เหมือนที่รัฐบาลกู้มาแจกเงินตอนนี้ แต่ไม่ได้สร้างธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตก็มีแต่จะหมดไป อีกทั้งการประเมินรายได้ของรัฐในงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาษีอากร อาจจะทำให้รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าคาดประมาณมากได้ จากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รัฐบาลจะไม่สามารถเก็บภาษีอากรจากประชาชนและภาคธุรกิจตามที่คาดหมายได้ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลจะต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นอีกเพื่อโปะรายได้ที่จะขาด และจะทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินมากกว่าการลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีก หนี้สาธารณะของประเทศจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ประเทศไม่ได้พัฒนา โดยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้ใช้งบประมาณแล้วประมาณ 24 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไม่ได้ไปไหนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สาเหตุที่รัฐบาลต้องจัดงบประมาณแบบถดถอยนี้มาจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจที่สั่งสมมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาก และมีการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าการคาดประมาณมาตลอด อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการใช้จ่ายภาครัฐเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจเดียวที่เหลืออยู่เพราะเครื่องจักรอื่นดับหมดแล้ว แต่ก็มาถูกตัดงบประมาณอีก ทั้งนี้หากรัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดีเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับหลายๆประเทศที่จะฟื้นตัวได้สูงเช่น จีน (7-8%) เวียดนาม (6-7%) และ สหรัฐ {6.4%) เป็นต้น และจะสามารถจัดเก็บรายได้ได้สูงขึ้น ซึ่งจะไม่ต้องมาลดงบประมาณ หรือ กู้เงินเกินการลงทุนเพื่อมาใช้จ่ายเหมือนที่ไทยกำลังทำ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาอีกมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากการนั้นแล้วในรายละเอียดงบประมาณยังมีหลายประเด็นที่ควรแก้ไข เช่น สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแลรับผิดชอบเรื่องบัตรทอง ถูกปรับลดงบประมาณ 1,815 ล้านบาท ทั้งที่จะมีประชาชนเข้ามาใช้บัตรทองเพิ่มขึ้น 137,000 คน และ ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น อีกทั้ง งบประมาณกลาโหม แม้จะลดลง 11,000 บาท หรือ ลดลง 5.24% แต่ก็ยังลดน้อยไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากทางด้านนี้ในสภาวะเช่นนี้ และงบประมาณด้านกลาโหมในอดีตก็เพิ่มขึ้นทุกปีมามากแล้ว ดังนั้นจึงควรตัดงบประมาณกลาโหมลงอีกมาก และยกเลิกการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เพื่อนำเงินไปใช้ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการจัดหาวัคซืนเพื่อมากระจายฉีดให้กับประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้เปิดประเทศรับการท่องเที่ยวและเปิดรับการค้าการลงทุน ซึ่งจะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะได้ไม่ต้องปรับลดงบประมาณอีก และ การกู้จะได้ใช้เพื่อการลงทุนไม่ใช่กู้มาใช้จ่ายเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งจะกลายเป็นงูกินหางได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาแนวทางของประเทศอื่นๆ ที่มีผู้นำที่ฉลาด รอบรู้และมีความชำนาญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะพบว่าประเทศเหล่านี้จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้สถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิดนี้ในการก้าวกระโดดเพื่อพัฒนาประเทศให้ทะยานไปข้างหน้า โดยผู้นำจีนคาดว่าจะพาประเทศจีนพัฒนาก้าวหน้าโดยมีจีดีพีแซงหน้าประเทศสหรัฐได้ภายใน 8 ปี ในขณะที่ผู้นำเวียดนามจะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามขึ้นเป็นอันดับ 19 ของโลกในปี 2035 ซึ่งจะแซงไทยไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่พัฒนาไปไหนเลย ภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ที่มีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีที่พิสูจน์แล้วว่าใช้การไม่ได้&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100403</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบซื้ออาวุธ, งบประมาณปี65, งบลงทุน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3eaa9615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ณัฏฐพล” วางหมาก  การของบฯ ศธ.ปี 65 เชื่อสำนักงบฯ จะเห็นด้วย ได้เพิ่มจากปี 64แน่นอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4พ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวความคืบหน้าถึงการจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้ตนได้วางแผนงานเพื่อจัดทำคำของบประมาณปี 2565 แล้ว ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ผู้บริหาร ศธ.ทุกคนวางแผนการขับเคลื่อนงานการศึกษาที่ชัดเจน ซึ่งในแผนงบประมาณปี 2565 จะเป็นแผนงบประมาณที่มีการผสมผสานการขับเคลื่อนงาน และจะเป็นแผนงานที่ถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างแน่นอน ซึ่งจะไม่เหมือนการจัดทำงบประมาณเหมือนปีที่ผ่านๆ มา เพราะจากนี้งบประมาณจะต้องเชื่อมโยงกับแผนงานและนโยบายของศธ.อย่าง เช่น เรื่องการศึกษายกกำลังสอง ที่ขณะนี้จะต้องเป็นการศึกษาที่ต้องปลดล็อก ปรับเปลี่ยน และเปิดกว้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่า งบประมาณปี 65 ของศธ.โดยเฉพาะงบด้านการพัฒนาจะขยับเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และไม่กังวลว่างบประมาณจะถูกตัดไปอีก เพราะศธ.ได้วางแผนงานการศึกษาที่ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาที่เราต้องโดนตัดงบประมาณออกไปบางส่วนนั้น &amp;nbsp;และคิดว่าสำนักงบประมาณอาจยังเห็นภาพของการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาบางโครงการไม่ชัดเจนเท่านั้น &amp;nbsp;
สำหรับแผนงบประมาณปี 2565 รวม.ศธ.กล่าวว่า ตนได้วางโครงร่างไว้เบื้องต้น คือ จะไม่เน้นให้เด็กเรียนในห้องเรียนและท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่การเรียนรู้ของเด็กต้องเกิดจากการปฏิบัติได้จริง เมื่อเด็กเรียนรู้สิ่งไหนแล้วเด็กจะต้องได้สัมผัสกับสิ่งที่ตัวเองได้เรียนมาก รวมถึงจะเพิ่มพื้นที่ให้เด็กมีกิจกรรมที่ทำนอกห้องเรียนมากขึ้น โดยประเด็นสำคัญก็คือการควบรวมโรงเรียน เพื่อสร้างโรงเรียนแม่เหล็กที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาฐานความรู้ของครูให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโยกยุคปัจจุบัน เพราะหากโรงเรียนไม่มีคุณภาพก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมีงบประมาณเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82703</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, งบประมาณปี65, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a9e32892c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
