<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’ยัน18-20ส.ค.เปิดประชุมสภาถกงบ65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า เบื้องต้นได้หารือกับสภาเมื่อวันที่ 27 ก.ค. รวมทั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ว่าจะงดการประชุมสภาในสัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 4-5 ส.ค.ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด -19 ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ &amp;nbsp;ประกอบกับได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็เห็นตรงกันว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน ส่วนสัปดาห์ถัดไป วันที่ 11-12 ส.ค.จะขอทบทวนอีกครั้ง เนื่องจากวันที่ 12 ส.ค. เป็นวันหยุดราชการ ทำให้เหลือการประชุมเพียงวันเดียว ซึ่งถ้าสถานการณ์เรียบร้อยก็สามารถเปิดประชุมได้แม้จะแค่เพียงวันเดียว แต่หากสถานการณ์ยังรุนแรงมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น อีกทั้งสายการบินยังไม่เปิดบริการ ก็ต้องมีการพิจารณาทบทวนอีกครั้งว่าจะมีการประชุมในสัปดาห์ดังกล่าวหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวต่อว่าขณะนี้ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จะขอบรรจุระเบียบวาระ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ วาระ 2 และวาระ 3 ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ จึงต้องมีการเปิดประชุมสภาอย่างแน่นอนไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ &amp;nbsp;โดยในเรื่องของการเดินทางมายัง กทม.ของ ส.ส. อาจต้องเดินทางโดยรถยนต์ และเมื่อเข้าที่สภาก็จำเป็นต้องมีตรวจแบบเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การเลื่อนประชุมเพราะโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อกฎหมายอะไรหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า &amp;nbsp;โชคดีที่กฎหมายที่กำหนดเวลา เราได้ผ่านไปแล้วคือกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;ส่วนกฎหมายที่ค้างอยู่ยังพิจารณาไม่จบมี 1 ฉบับ และมีกฎหมายที่ยังไม่ได้รับหลักการ 1 ฉบับ &amp;nbsp;ส่วนกฎหมายอื่นๆ ยังไม่มีการส่งเข้ามา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า หากฝ่ายค้านเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสามารถบรรจุระเบียบวาระได้เลยหรือไม่ &amp;nbsp;ประธานสภากล่าวว่า &amp;nbsp;เท่าที่ทราบจะมียื่นญัตติเข้ามาประมาณกลางเดือน ส.ค. ดังนั้นหากมีการยื่นเข้ามาก็สามารถบรรจุในระเบียบวาระได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะมีเจ้าหน้าที่ประจำที่ตรวจสอบญัตติอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 จะไม่ทำให้ต้องเลื่อน เพราะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 65 วาระ2และวาระ3 กับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไป จนไม่ทันสมัยประชุมนี้ ยังไงทั้ง 2 เรื่องก็ต้องเปิดประชุมสภาฯ&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากช่วงเวลาดังกล่าวสถานการณ์โควิด-19 ยังระบาด ตรงนี้จะเป็นอุปสรรคในการประชุมหรือไม่ &amp;nbsp;นายชวน กล่าวว่า &amp;nbsp;เราต้องพยายามทำให้การทำงานสามารถเป็นไปได้ โดยไม่ให้โรคโควิด-19 &amp;nbsp;มาเป็นอุปสรรค โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยแก้ปัญหา ซึ่งช่วงที่รัฐบาลต้องการความร่วมมือ ทางสภาก็ให้ความร่วมมือและป้องกันอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ไม่ให้สภาเป็นพื้นที่ที่ปัญหา ขณะนี้เราก็มีการติดตามสถานการณ์กันทุกวัน เท่าที่ได้รับรายงานจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่าตั้งแต่มีโควิด-19 มีเจ้าหน้าที่ของสภาฯ ติดทั้งสิ้น รวม 12 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ทางสภาจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับการประชุมสภาในการเปิดประชุมร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี65 ในระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ หรือไม่ &amp;nbsp;นายชวน กล่าวว่า &amp;nbsp;นอกจากวิธีการที่เข้มงวดกวดขันแล้ว สิ่งที่เราได้รับความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอดคือการสวมหน้ากากอนามัย เพราะเราจะไปคาดคั้นให้มีวัคซีนตามที่ต้องการคงเป็นไปไม่ได้ &amp;nbsp;ดังนั้นช่วงนี้เราต้องรณรงค์เรื่องการสวมหน้ากาก ให้เข้มงวดจริงๆ &amp;nbsp;ถ้าร่วมมือกันสวมหน้ากากผู้ติดเชื้อก็จะลดลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111379</URL_LINK>
                <HASHTAG>2565, งบประมาณรายจ่าย, นายชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, สภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100d58471520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ตั้งงบฯ จ่ายพิเศษ 377,424,100 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่กรุงเทพมหานครมีความจำเป็นต้องจ่ายรายจ่ายพิเศษจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานครที่สภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นชอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 และมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กรุงเทพมหานครจึงตราข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมขึ้นไว้โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ให้ตั้งเป็นรายจ่ายพิเศษจำนวน 377,424,100 บาท ตามรายละเอียดเอกสารงบประมาณ โดยจำแนก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) สำนักการแพทย์ รวม 214,773,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานบริการด้านการแพทย์ 214,773,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลกลาง 22,857,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลตากสิน 14,864,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 39,722,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ 7,644,700 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 4,629,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 44,350,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลสิรินธร 34,858,700 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 10,105,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน 32,007,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลคลองสามวา 153,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลบางนา กรุงเทพมหานคร 3,580,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) สำนักอนามัย รวม 344,100 บาท
แผนงานอนามัย 344,100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ 344,100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) สำนักการศึกษา รวม 57,068,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. แผนงานบริหารทั่วไป 56,897,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งานบริหารทั่วไปด้านการศึกษา 160,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. งานบริหารการคลัง 56,737,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. แผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา 171,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 171,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) สำนักสิ่งแวดล้อม รวม 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานรักษาความสะอาด 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รวม 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานการกีฬา 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานการกีฬา 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111352</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพ, งบจ่ายพิเศษ, งบประมาณรายจ่าย, อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’เชื่องบประมาณ2565ไร้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - ที่ลานกีฬาชุมชนห้วยขวาง เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2565 วาระแรก ในวันที่ 31 พ.ค. -2 มิ.ย.นี้ ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ แม้ฝ่ายค้านจะเตรียมการอภิปรายอย่างเข้มข้น เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว และเมื่อมีการพิจารณางบประมาณ ฝ่ายค้านก็จะต้องตรวจสอบ ติดตามตามปกติ ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ก็จะมีหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดงบประมาณของแต่ละกระทรวง โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับแล้ว และจะเป็นผู้ชี้แจงในภาพรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103419</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่าย, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พรรคประชาธิปัตย์, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a177ad27c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตงบฯวาระ2,3หืดจับ นับหนึ่งใหม่ก่อนผ่านฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สภาเสียงปริ่มน้ำหืดจับโหวตงบประมาณ 2563 วาระ 2-3 ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้ว &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; กรีดเมื่อส่งเรื่องให้ศาลตีความคำตัดสินย่อมผูกพัน ไม่ใช่ก้าวก่าย แต่สภา ต้องร่วมรับผิดชอบ ที่ประชุมเกือบสะดุดหลังมาตรา 6 องค์ประชุมไม่ครบ สุดท้ายโหวตนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่มาตราแรกก่อนฉลุย อึ้ง! ส.ส.ต้องอั้นอึอั้นฉี่ กระทั่งปั๊มนมก็ไม่กล้าหายหัว ส.ว.เตรียมรับไม้ต่อทันที 14 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระเบียบวาระการประชุมครั้งที่ 28 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วใหม่ในวาระ 2 และ 3 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีเสียบบัตรแทนกัน
โดยก่อนการประชุม นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าสมาชิกคงไม่อภิปรายต่อ การพิจารณาจึงน่าจะจบได้เร็วขึ้น แต่จะจบหรือไม่ ไม่ทราบ หากไม่จบก็อภิปรายต่อวันที่ 14 ก.พ. เพราะเป็นสิทธิ์ของสมาชิก ส่วนจะมีปัญหาเรื่องเสียบบัตรอีกหรือไม่นั้น เราก็มีบทเรียนอย่างแรงมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 09.30 น. ก่อนเปิดประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;กล่าวว่า แปลกใจว่านายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เลขานุการ กมธ.วิสามัญฯ มานั่งบนบัลลังก์ในห้องประชุมทำไม ทั้งที่หน้าที่น่าจะหมดไปแล้ว ขณะเดียวกัน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังมาลงชื่อเป็นองค์ประชุมไม่ถึง 200 คน แต่ฝ่ายค้านมาลงชื่อให้ครบแล้ว ดังนั้นฝ่ายค้านจะปล่อยให้รัฐบาลทำหน้าที่ลงมติในวาระที่ 2 และ 3 จึงขออนุญาตออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ขณะนี้อยู่นอกระหว่างการประชุม จึงยังไม่มีการบันทึกการประชุมอะไรทั้งสิ้น และแจ้งต่อที่ประชุมว่ามีผู้เข้ามาลงชื่อเป็นองค์ประชุมแล้ว 281 คน จึงขอเปิดการประชุมในเวลา 09.47 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขอหารือว่า เนื่องจากฝ่ายค้านได้ออกจากห้องประชุมไปแล้ว จึงอยากสอบถามว่าซีกรัฐบาลไปนั่งเพื่อใช้ช่องเสียบบัตรเพื่อลงมติหรือไม่ ซึ่งนายชวนแจงว่าไม่ควร เพราะจะโดนว่าเป็นคนกดบัตรแทน เชื่อว่าเดือน พ.ค.นี้เราจะใช้ห้องประชุมใหญ่ได้แล้ว ทั้งนี้เห็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เราอาสาประชาชนมาแล้ว เรื่องแค่นี้เราไม่ต้องบ่น
สภาต้องร่วมรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้ดำเนินตามระเบียบวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เราใช้สิทธิ์ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สิ่งที่เราต้องทำคือคำวินิจฉัยมีผลผูกพันรัฐสภา ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนเรื่องความชอบหรือไม่ชอบก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคน และกรณีไม่ได้เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะมาจากการที่ประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปให้ศาลวินิจฉัย ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าการทำงานผิดพลาดก็ร้องเรียนมากันมาได้ แต่ยืนยันการดำเนินการประชุมวันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องกรอบเวลา 105 วันที่สภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จแล้ว และสิ้นสุดไปตั้งแต่เดือน ม.ค.แล้วนั้น ขอชี้แจงว่าประเด็น 105 วัน สภาได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วตั้งแต่ 11 ม.ค.2563 แต่การประชุมวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง 105 วัน เพราะเป็นกระบวนการใหม่ที่เกิดมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขออย่าไปกังวลว่าเราเสียเกียรติหรือไม่ เพราะการเคารพกฎหมายบ้านเมืองเป็นการกระทำที่มีเกียรติอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศที่ประชุมสภาในการพิจารณามาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง พ.ร.บ. นายเรืองไกรและนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธาน กมธ.วิสามัญฯ พยายามเปิดประเด็นเรื่องการพิจารณาเกิน 105 วัน จน ส.ส.ซีกรัฐบาลยกมือประท้วง ทำให้นายชวนระบุว่า สองคนนี้อภิปรายนอกประเด็น อยากให้ กมธ.ช่วยอภิปรายอยู่ในประเด็น ไม่เช่นนั้นประชาชนจะมองว่าเป็นการยื้อเวลาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่อภิปรายมาตรา 1 เสร็จ ที่ประชุมได้เช็กองค์ประชุมก่อนโหวตลงมติ ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุม 250 เสียง ถือว่าเกินองค์ประชุมมาอย่างฉิวเฉียดเพียง 1 เสียง จาก ส.ส.ที่มีอยู่ในสภาขณะนี้ 498 คน ที่ต้องมีองค์ประชุมตั้งแต่ 249 เสียงขึ้นไป ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบมาตรา 1 ด้วยคะแนน 245 ต่อ 0 งดออกเสียง 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระหว่างพิจารณามาตรา 2 ไปจนถึงมาตรา 8 นายเรืองไกรที่ขอสงวนความเห็นอภิปรายไว้เกือบทุกมาตรา ก็ยังคงอภิปรายตามที่สงวนไว้ และมีบางมาตราที่นายเรืองไกรแฉลบออกไปพูดนอกประเด็น ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องคอยประท้วงเป็นระยะๆ แต่บรรยากาศยังเดินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเข้าสู่มาตรา 9 ว่าด้วยกระทรวงการคลัง นายเรืองไกรได้ขอถอนในสิ่งที่สงวนความเห็นขออภิปรายไว้ ทำให้การประชุมลงมติตั้งแต่มาตรา 9 เป็นต้นไป เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะไม่มี กมธ.และ ส.ส.คนใดอภิปราย แต่ละมาตรา ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ลงมติผ่านความเห็นชอบไปได้ราบรื่น โดยแต่ละมาตรามี ส.ส.รัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุมอยู่ระหว่าง 250-254 เสียง และมีเสียงให้ความเห็นชอบระหว่าง 244-245 เสียง และงดออกเสียงอยู่ 5-6 เสียง ไม่มีเสียงไม่เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงตนเป็นองค์ประชุมนั้น มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุมพร้อมเพรียง ส่วนคะแนนงดออกเสียงที่มีผู้งดออกเสียงในแต่ละมาตราอยู่ที่ประมาณ 7 คน พบว่าเป็น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน ที่ประกาศตัวแยกการทำงานจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนคะแนนงดออกเสียงอีก 2 เสียงคือนายชวน และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กระทั่งเวลา 12.45 น. ที่ประชุมผ่านมาตรา 30 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ขอพักการประชุม เนื่องจาก ส.ส.ต่อคิวเข้าห้องน้ำกันเป็นจำนวนมาก ทำให้นายชวนสั่งพักประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในเวลา 13.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังพักประชุมไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าที่ประชุมไม่สามารถกลับมาเปิดประชุมได้ เนื่องจากต้องไปหารือถึงปัญหาการลงมติมาตรา 6 งบกลางที่อาจเกิดข้อผิดพลาด มีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 0 นั้น มีผู้อยู่ในห้องประชุมแค่ 245 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จนนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ต้องทักท้วง แต่นายชวนยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องแล้ว และให้ดำเนินการประชุมต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาหารือเรื่องดังกล่าวเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง จึงมาประชุมใหม่
มาตรา 6 พาโหวตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่ประชุมกลับมาเปิดประชุมใหม่ นายวิรัชได้ขอหารือว่ามีข้อเคลือบแคลงเรื่องการโหวตมาตรา 6 ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเวลา 11.17 น. ได้เช็กองค์ประชุมก่อนลงมติ พบว่ามีองค์ประชุม 253 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาที ได้โหวตลงมติมาตรา 6 ปรากฏว่ามีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8 เสียง ซึ่งได้สอบถามทั้ง 8 คนแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด และ 3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมกดพร้อมกัน 8 คน เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงขอหารือให้โหวตลงมติกันใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นไป จะได้ไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงเช่นกันว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมในทุกมาตราที่ผ่านมามีเสียงเกิน 249 เสียงมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขอความเห็นจากสมาชิกว่า ควรย้อนกลับไปลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นมาหรือไม่ เพื่อมิให้ใครไปยื่นร้องต่อศาล ซึ่งสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง และในท้ายที่สุดนายชวนเสนอให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับแนวทางของนายชวน ในที่สุดที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันให้ไปเริ่มโหวตลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ในเวลา 15.00 น. ในขณะที่นายเรืองไกรได้ขอถอนการอภิปรายที่สงวนความเห็นไว้ตั้งแต่มาตรา 1-31 เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ ส.ส.ในห้องประชุมพากันปรบมือแสดงความพอใจ ก่อนเริ่มลงมติใหม่ ซึ่งก็เป็นไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่มาตรา 1 และเสร็จสิ้นมาตรา 55 ในเวลา 16.17 น. จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติวาระ 3 ทันที โดยที่ประชุมมีมิติเห็นชอบ 257 ไม่เห็นด้วย 1 และงดออกเสียง 3 คน จากที่ประชุมทั้งหมด 261 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้เคราะห์ร้ายที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายกฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญและซาบซึ้งถึงความทุ่มเทของ ส.ส.ทุกท่าน ที่ร่วมกันพิจารณาลงมติผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ในที่สุดก็ได้รับความเห็นชอบจากสภา รัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ทั้งใช้จ่ายงบของรัฐด้วยความระมัดระวังตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และขอให้ความมั่นใจว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ซึ่งมาจากภาษีของประชาชนจะถูกนำไปใช้จ่ายพัฒนาประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น &amp;nbsp;
ต่อมาประธานสภาฯ ได้สั่งปิดประชุมในเวลา 16.31 น. ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ในฐานะ กมธ. ได้ร้องขอให้ กมธ.วิสามัญฯ ร่วมถ่ายรูปบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ก่อนกลับบ้าน&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 14.00 น. วุฒิสภาได้นัดประชุมพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีรายงานบรรยากาศการประชุมสภาพบว่า จากภาวะเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล ทำให้การโหวตรายมาตรามีความตะกุกตะกักอยู่เป็นระยะ จน ส.ส.ฝั่งรัฐบาลไม่กล้าลุกออกจากห้องประชุม แม้แต่การรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ เพราะกลัวจะกลับมาลงคะแนนไม่ทัน โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.45-12.50 น. ขณะที่ประชุมพิจารณาลงมติในมาตรา 2 น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ต้องนั่งปั๊มนมในห้องประชุม เพื่อเก็บไว้ให้บุตรชายอายุ 8 เดือน เนื่องจากไม่สามารถออกไปพักนอกห้องประชุมได้
เด็กส้มหวานขอสร้างสีสัน
ทั้งนี้ ในการลงมติในวาระ 3 ซึ่งมี ส.ส. 1 เสียงที่ไม่เห็นชอบ คือนายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าฝืนมติวิปฝ่ายค้านที่ไม่เข้าร่วมพิจารณาและลงมติ โดยนายนิรามานชี้แจงว่า รู้อยู่แล้วว่าร่างงบประมาณดังกล่าวจะผ่านวาระ 3 &amp;nbsp;จึงลงมติไป ซึ่งไม่ซีเรียสและต้องการสร้างสีสันเท่านั้น และยังอยู่ฝ่ายค้านเหมือนเดิมทั้งตัวและใจ ส่วนจะถูกมองว่าเป็นงูเห่าหรือไม่ ขอยืนยันว่าให้เงินเป็น 100 ล้านบาทก็ไม่ไป เพราะเติบโตมาจากบ้านหลังนี้ และจะไม่มีการทำร้ายพรรค อนค.อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. กล่าวถึงสาเหตุที่ อนค.และพรรคฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมโหวตในวาระ 2 และ 3 ว่า อนค.และพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการผ่านร่าง พ.ร.บ.นี้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็มีปัญหาเรื่องเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งยังไม่มี ส.ส.หรือตัวแทนรัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากวิงวอนสังคมร่วมกันกดดันไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ถ้าจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้&amp;quot; นายพิจารณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ก่อนเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงกราด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างการประชุมสภาในการลงมติในวาระ 2 และ 3 ในมาตรา 6 ที่องค์ประชุมไม่ครบ โดยนายกฯ เพียงแต่พยักหน้าโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ตอบคำถามเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนกล่าวถึงความคืบหน้าผลสอบ ส.ส.เสียบบัตร ว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งผลสอบกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง &amp;nbsp;และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ซึ่งได้บอกแล้วว่าเราต้องสอบ ส.ส.คนอื่นที่มีข่าวด้วย เพราะข้อมูลนี้อยู่ที่สภา จึงไม่มีใครอยากเปลืองตัวเรื่องนี้ แม้แต่ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ก็ไม่อยากทำ แต่อย่างน้อยสภาต้องรับผิดชอบ เพราะทั้งวงจรปิดและเรื่องบัตร เจ้าหน้าที่สภาเป็นผู้เก็บรักษา ดังนั้นสภาจึงเป็นผู้ที่น่าจะสอบได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในรายงานส่วนของนายฉลอง ไม่มีปัญหา เพราะยอมรับว่าไม่อยู่ในห้องประชุม ส่วนนางนาทียังไม่ปรากฏในข้อมูล แต่สภาก็ส่งเรื่องไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ว่าขึ้นเครื่องบินตอนกี่โมง แล้วเอามาเทียบเวลาในสภาว่าลงคะแนนตอนกี่โมง&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประวิตร, นายอนุทิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เร่งเอาผิดกับ ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน เพราะถือเป็นการจงใจกระทำความผิดกฎหมายเสียเอง ซึ่งผู้นำพรรครัฐบาลทุกท่านต้องกล้าที่จะดำเนินการกับลูกพรรคของตนเอง เพื่อรักษาหลักการทางกฎหมาย จะปล่อยให้ ส.ส.เห็นรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น นึกอยากจะทำผิดก็ปล่อยให้ทำกันตามอำเภอใจโดยไม่มีมาตรการลงโทษ และปล่อยให้คนทำผิดลอยนวลแบบนี้ไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57143</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่าย, ชวน หลีกภัย, พรบ.งบประมาณรายจ่าย, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รัฐสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียกกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455e0ee0d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.หญิงวอนส.ส.เร่งผ่านงบประมาณปี 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2563 - นางประภาศรี &amp;nbsp;สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า อยากขอร้องไปถึง ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านบาทที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 และ 3 &amp;nbsp;ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ &amp;nbsp;ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อให้งบประมาณราชการไปกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนเงิน ซึ่งงบประมาณราชการมีผลมากกว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ &amp;nbsp;และหากกฎหมายและงบประมาณออกมาช้าเท่าใด ผลกระทบต่อประชาชนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ปัญหาขัดข้องอยู่ที่ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งต้องไปตรวจสอบ สะสางเอาผิดเพื่อลงโทษกันตามกระบวนการกฎหมาย ไม่ควรเอาร่างกฎหมายงบประมาณมาเป็นเกมส์หรือเครื่องมือเพื่อหวังจะเล่นงานทางการเมืองระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประภาศรีกล่าวว่า งบประมาณปี 2563 &amp;nbsp;จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโต2.8-3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอาเซียนที่เกิน5% ในขณะที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนของคนไทยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ซึ่งปัญหาหนี้สินของชาวบ้าน รวมทั้งกิจการขนาด กลางเเละขนาดเล็ก เป็นเสมือนภัยเงียบ ที่จะทำลายเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล และส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนลดลง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56972</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่าย, ประภาศรี  สุฉันทบุตร, ฝ่ายค้าน, รัฐบาล, ส.ว., ส.ส., สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e437e0ba7399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8 ส.ส.ฝ่ายค้านโหวตผ่านร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏรจบการพิจารณาในวาระสอง&amp;nbsp; และมีมติโหวตเห็นชอบรับร่างพ.ร.บ.งบรายจ่ายฯทั้งฉบับในวาระสาม ด้วยเสียง&amp;nbsp;253&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;0&amp;nbsp;งดออกเสียง&amp;nbsp;196&amp;nbsp;ไม่ลงคะแนน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า ขอขอบคุณประธานสภาฯและสมาชิกที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ซึ่งเราถือว่าเป็นเครื่องสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนแนวทางแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และพื้นที่ เพื่อผลผลิตของการเจริญเติบโตประเทศ เพื่อความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างศักยภาพของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้งบประมาณให้บรรลุเป้าหมายและประสิทธิผล ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน กระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนโดยตรงอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ตามคำแนะนำรวมถึงข้อเสนอและข้อห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะตลอดการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณและจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้เงินงบประมาณมากที่สุด นอกจากนั้นขอขอบคุณกมธ.วิสามัญทุกคนที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละ และร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯอย่างเต็มที่จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รวมทั้งข้อสังเกตของคณะกมธ.วิสามัญในการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าของแผนงานมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการ รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรมีความคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ผมให้ความมั่นใจว่านโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่อนุมัติที่นำไปใช้จ่ายครั้งนี้ จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใสและบรรลุผลสำเร็จตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เพื่อให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืนตามความมุ่งหวังของรัฐบาล และท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายชวน กล่าวว่า&amp;nbsp;ขอถือโอกาสนี้เรียนสมาชิกทุกท่านว่า ในนามของตนและรองประธานทั้งสองท่าน ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคน ที่มีความรับผิดชอบ คำนึงถึงภารกิจที่ประชาชนให้เราเข้ามาทำหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อประชาชน ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความจริงใจ เพราะรู้ว่าเราเหนื่อยกันทุกคนในช่วง4วันโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ก็ต้องเหนื่อยกว่าเรา วันหยุดก็ต้องมาทำงาน ขอให้พวกเราทุกคนใช้วันหยุดชดเชยสมกับที่ได้อดหลับอดนอนมาหลายวัน ตนขอขอบคุณจากใจ จากนั้น นายชวนได้ปิดการประชุมเวลา 17.42 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รวมระยะเวลาที่สภาฯ พิจารณาวาระสอง และวาระสาม รวม 4 วัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คืน หรือ 56&amp;nbsp; ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนต่อไป คือการส่งร่างพ.ร.บ.งบฯ​63 ที่สภาฯ ให้ความเห็นชอบ ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ วุฒิสภามีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน นับจากวันที่รับร่างจากสภาฯ โดยเบื้องต้นวิปวุฒิสภาฯ กำหนดนัดประชุมวันที่ 20 ม.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลโหวตลงมติวาระ 3 ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่มีมติเห็นด้วย 253 ต่อ0 เสียง งดออกเสียง 196 &amp;nbsp;เสียง &amp;nbsp;ไม่ลงคะแนน1 เสียงนั้น ปรากฏว่า มีส.ส.ฝ่ายค้านที่ไปร่วมคะแนนเห็นด้วยให้กับฝ่ายรัฐบาล7คน เป็นของพรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน ได้แก่นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย 1คน ได้แก่ นางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ 1 คน คือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลงมติไม่ลงคะแนนเสียง ซึ่งส.ส.เหล่านี้เป็นบุคคลเดิมที่เคยสวนมติฝ่ายค้านลงมติร่วมเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคำสั่งจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา44 ยกเว้นนายนิยม&amp;nbsp;เพียงคนเดียวที่เป็นงูเห่าหน้าใหม่ เพิ่งมาลงมติสวนมติฝ่ายค้านในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอดีตส.ส.อนาคตใหม่ 4คนที่ถูกขับออกจากพรรค ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา และน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ย้ายไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อย ต่างลงมติไปในทางเดียวกันคือ เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54316</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa7823c2897.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้กังวลเสียงปริ่มน้ำ&#039;ประธานวิปรัฐบาล&#039;มั่นใจงบรายจ่าย 3.2 ล้านล้านผ่านฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 63 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการวางกรอบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระสองและวาระสาม ระหว่างวันที่ 8-9 ม.ค. ว่า หารือกับนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ว่า จะให้เวลาอภิปรายเต็มที่ โดยทราบว่ามีผู้ที่จะอภิปรายรวม &amp;nbsp;146 คน แบ่งเป็นส่วนกมธ.ฯ ของฝ่ายค้าน จำนวน 26 คน ทั้งนี้ ตนได้กำชับ ส.ส.​ให้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่เวลาเริ่มประชุมไปจนถึงเวลาเลิกประชุมของแต่ละวัน เนื่องจากการอภิปรายวาระสองต้องใช้การลงมติแบบรายมาตรา ก่อนที่จะลงมติในวาระสามอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 วันที่ 8 ม.ค.ได้นัดส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลให้มาพร้อมกันที่รัฐสภา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนถึงเวลาเลิก ซึ่งวันแรกอาจพิจารณาเกินเวลาเที่ยงคืน จากนั้นจะพักการประชุม และในวันที่ 9 มกราคม จะเริ่มประชุมได้ทันทีโดยไม่ต้องนับองค์ประชุม และเมื่อพิจารณาวาระสองแล้วเสร็จ ก็สามารถลงมติในวาระสามได้ทันที โดยเชื่อว่าระยะเวลา 2 วันจะแล้วเสร็จได้ แต่หากไม่แล้วเสร็จสามารถต่อไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค.ได้ ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประะานวิปรัฐบาล กล่าวด้วยว่าได้ประสานไปยังนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ เพื่อนำเรียนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทราบถึงการเข้าร่วมประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563 ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะมาร่วมการประชุมช่วงเวลาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการันตีหรือไม่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะลงมติสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ นายวิรัช กล่าวว่า ทุกพรรคในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันว่าจะอยู่ร่วมโหวตตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าฝ่ายค้านอาจใช้สิทธิ์ขอให้ลงคะแนนใหม่ เชื่อว่าจะสงวนลิขสิทธิ์เฉพาะฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเสียงของส.ส.ในสภาฯ มีจำนวน 498 คน ไม่รวมนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร &amp;nbsp;สำหรับส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 117 คน ซึ่งล่าสุดจะได้เสียงเพิ่มจาก พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ซึ่งสมัครเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ก่อนปีใหม่ และพรุ่งนี้ 7 ม.ค. ซึ่งผมและนายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค จะไปต้อนรับเข้าพรรคอย่างเป็นทางการ รวมทั้งนายสมศักดิ์​ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ​ที่ชนะเลือกตั้งซ่อม จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ในวันดังกล่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ จะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ส.ส. เข้าสวัสดีและอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2563 ด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังทราบว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทจะได้เพิ่มอีก 1 คนจากนายจารึก ศรีอ่อน ทำให้พรรคพลังท้องถิ่นไทมีส.ส.เพิ่มเป็น5คน ทำให้เสียงโหวตพ.ร.บ.ของฝั่งรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายวิรัช กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53932</URL_LINK>
                <HASHTAG>3.2 ล้านล้านบาท, งบประมาณรายจ่าย, ประชุมสภา, วิรัช รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12f96b963dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
