<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โภคิน&#039;แนะนำพรบ.งบประมาณเข้าสภาฯพิจารณาใหม่ ทำให้ถูกต้องเชื่อทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63 - นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีส.ส.บางพรรค เสียบบัตรแทนกัน ที่ทำให้มีความกังวลว่าอาจทำให้ร่างพรบ.งบประมาณ2563&amp;nbsp;เป็นโมฆะว่า&amp;nbsp;กรณีนี้ถือว่า การตรากฎหมายขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้การลงคะแนนในแต่ละขั้นตอนต้องเป็นไปโดยสุจริต ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ประเด็นที่ถกเถียงกัน ไม่ใช่ใครเสียบบัตรแทนใคร หรือช่องลงคะแนนน้อย แต่เป็นการลงคะแนนโดยสุจริตใช่ หรือไม่ และไม่อยากเห็นองค์กรใดที่มีอำนาชี้ขาดเรื่องนี้ไปบอกว่า ร่างพ.ร.บ.ที่กระบวนการขัดรัฐธรรมนูญนี้ใช้ได้ แนวทางแก้ไข รัฐบาลควรนำร่างพ.ร.บ.ที่ผ่านสภาฯ แล้วกลับมาเสนอเข้าสภาฯ เพื่อให้ลงมติใหม่ตั้งแต่วาระที่ 1 เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง เชื่อว่า หากขอความร่วมมือกันจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่มาก และจะสง่างามกว่า โดยเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที แต่ส่วนตัวคิดว่า รัฐบาลน่าจะรอให้ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55611</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba445e6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถกเครียด &#039;ประวิตร-วิษณุ&#039; หวั่นงบฯ 63 สะดุดเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จ.นราธิวาสจะเริ่มขึ้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมได้หารือนอกรอบร่วมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และผอ.สำนักงบประมาณ เนื่องจากมีข้อกังวลต่อกรณีปัญหาการร้องเรียนส.ส.เสียบบัตรแทน และหากส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อาจทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณพ.ศ.2563&amp;nbsp;ที่เพิ่งผ่านสภาและวุฒิสภาล่าช้าไปอีก2-3&amp;nbsp;เดือนกว่างบฯจะออกก็เกือบเดือนพ.ค.-มิ.ย.ใช้ได้แค่3-4&amp;nbsp;เดือนโดยเฉพาะส่งผลกระทบต่องบฯลงทุนหรืออาจทำให้เป็นโมฆะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55190</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e271d0088a67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบฯ63ผ่าน ฉลุย! อภิปรายน้ำท่วมทุ่ง4วัน3คืน‘งูเห่า’หน้าเดิมโหวตให้รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 4 วัน 3 คืน พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ผ่านสภาฉลุย 253 ต่อ 0 เสียง ฝ่ายค้าน 196 คนงดออกเสียง งูเห่าหน้าเดิมจากเศรษฐกิจใหม่ 5 คน โหวตให้รัฐบาล เพื่อไทยกับประชาชาติหลงมาพรรคละคน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตบท้ายขอบคุณสภา รับปากงบประมาณที่อนุมัติจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่้ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นวันสุดท้าย โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่การอภิปราย นายชวนกล่าวว่า วันนี้คือวันเด็ก ซึ่ง ส.ส.หลายคนมาปรารภว่าได้จองตั๋วเครื่องบินและรับปากไปร่วมงานแล้ว ซึ่งตนขอพูดแทนทุกคนถึงเจ้าของงานว่า ส.ส.ไม่สามารถไปร่วมงานวันเด็กได้เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างไหลลื่น เพราะมีจำนวนกรรมาธิการฯ และ ส.ส.อภิปรายน้อยลง เนื่องจากเหนื่อยล้า ทำให้แต่ละคนใช้เวลาอภิปราย 7-8 นาที ไม่เกินกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้ ขณะที่บางมาตราไม่มีสมาชิกคนใดสนใจอภิปราย ทำให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุวุ่นวาย &amp;nbsp;สามารถลงมติได้อย่างรวดเร็วในหลายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาเข้าร่วมรับฟังในช่วงมาตรา 51 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาคึกคักอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.30 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจบการพิจารณาในวาระสอง และมีมติโหวตเห็นชอบรับร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายฯ ทั้งฉบับในวาระสาม ด้วยเสียง 253 ต่อ 0 งดออกเสียง 196 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณประธานสภาฯ และสมาชิกที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 ซึ่งเราถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนแนวทางแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และพื้นที่ เพื่อผลผลิตของการเจริญเติบโตประเทศ เพื่อความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างศักยภาพของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้งบประมาณให้บรรลุเป้าหมายและประสิทธิผล ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน กระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนโดยตรงอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ตามคำแนะนำ รวมถึงข้อเสนอและข้อห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะตลอดการประชุม
ประเทศมั่นคงประชาชนมั่งคั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้เงินงบประมาณมากที่สุด นอกจากนั้นขอขอบคุณ กมธ.วิสามัญทุกคนที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละ และร่วมมือกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ อย่างเต็มที่จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รวมทั้งข้อสังเกตของคณะ กมธ.วิสามัญในการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าของแผนงานมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการ รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมให้ความมั่นใจว่านโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่อนุมัติที่นำไปใช้จ่ายครั้งนี้ จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใส และบรรลุผลสำเร็จตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เพื่อให้ประเทศมั่นคง &amp;nbsp;ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ตามความมุ่งหวังของรัฐบาลและท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายชวนกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้เรียนสมาชิกทุกท่านว่า ในนามของตนและรองประธานทั้งสองท่าน ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคน ที่มีความรับผิดชอบ คำนึงถึงภารกิจที่ประชาชนให้เราเข้ามาทำหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อประชาชน ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความจริงใจ เพราะรู้ว่าเราเหนื่อยกันทุกคนในช่วง 4 วัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ก็ต้องเหนื่อยกว่าเรา วันหยุดก็ต้องมาทำงาน ขอให้พวกเราทุกคนใช้วันหยุดชดเชยสมกับที่ได้อดหลับอดนอนมาหลายวัน ตนขอขอบคุณจากใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ปิดการประชุมเวลา 17.42 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รวมระยะเวลาที่สภาพิจารณาวาระสองและวาระสาม รวม 4 วัน 3 คืน หรือ 56 &amp;nbsp;ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนต่อไป คือการส่งร่าง พ.ร.บ.งบฯ ?63 ที่สภาให้ความเห็นชอบส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ วุฒิสภามีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน นับจากวันที่รับร่างจากสภา โดยเบื้องต้นวิปวุฒิสภากำหนดนัดประชุมวันที่ 20 ม.ค.นี้
สบายใจอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับว่า &amp;ldquo;ก็สบายใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนช่วยกันอยู่แล้ว ไม่งั้นก็คือปัญหา งบประมาณออกไม่ได้ มันก็ทำงานลำบาก จะได้ดูแลประชาชนได้เต็มที่ ต่อไปนี้รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่นะจ๊ะ ขอบคุณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ทุกคนร่วมมือกันหมดนะจ๊ะ ก็ทุกคนรักชาติกันอยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลโหวตลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่มีมติเห็นด้วย 253 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 196 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียงนั้น ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้านที่ไปร่วมคะแนนเห็นด้วยให้กับฝ่ายรัฐบาล 7 คน เป็นของพรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน ได้แก่ นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย 1 คน ได้แก่ นางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ 1 คน คือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลงมติไม่ลงคะแนนเสียง ซึ่ง ส.ส.เหล่านี้เป็นบุคคลเดิมที่เคยสวนมติฝ่ายค้านลงมติร่วมเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคำสั่งจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ยกเว้นนายนิยมเพียงคนเดียวที่เป็นงูเห่าหน้าใหม่ เพิ่งมาลงมติสวนมติฝ่ายค้านในครั้งนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ 4 คนที่ถูกขับออกจากพรรค ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี, &amp;nbsp;พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ย้ายไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อย ต่างลงมติไปในทางเดียวกันคือเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54332</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ชวน หลีกภัย, พ.ร.บ.งบประมาณ 63, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e19e36705cbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามสเต็ป‘พท.’ให้สอบตก เชื่อยกมือคว่ำงบไร้‘งูเห่า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ พอใจภาพรวมถกงบฯ 63 บรรยากาศดี บอกสบายมากไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร ตอก &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; สั่งรัฐบาลทำงบใหม่ได้หรือ หยอดคำหวานตีสองเข้านอนยังคิดถึงสมาชิกจึงต้องมาหา ยกหลักฐานกู้เงินน้อยกว่ารัฐบาลก่อน &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีด ส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ ห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา หลังพบเศษอาหารเกลื่อน อดีต รมช.คลัง ปชป.ติงรัฐบาลโลกสวยมองเศรษฐกิจดีเกินไป เตือนซ้ำรอยวิกฤติยุค &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ฝ่ายค้านซัดรัฐบาลสอบตก ชี้แจงไม่ชัดเจนสะท้อนนายกฯ-รมต.ไม่มีความรู้ นัดประชุมวิปก่อนโหวตวาระแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 18 ตุลาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อเป็นวันที่สอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้า เวลา 09.00 น. ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ และภริยานำทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ โดยการทาสีรั้วกำแพงวัด ปลูกหญ้า และเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลจิตอาสาปรับภูมิทัศน์ ในบริเวณวัดโสมนัสราชวรวิหาร และเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน พร้อมรับประทานซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวไก่ และน้ำส้ม ภายหลังดื่มน้ำส้ม ผู้สื่อข่าวกล่าวแซวว่า วันนี้เติมพลังแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า &amp;quot;พลังเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร สบายมาก เราคนไทยด้วยกัน และถ้าเราไม่คิดว่าจะไปรบกับใครทุกอย่างมันก็จบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทำกิจกรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศในภาพรวมของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯว่า ก็ดี ดีมากเลย บรรยากาศดี ทุกคนก็ร่วมมือกัน ไม่มีอะไร ทุกอย่างล้วนเป็นประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการมองว่านายกฯ มีการควบคุมอารมณ์และปรับลุคส์ให้ดีขึ้น ทำให้การประชุมราบรื่น นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;อารมณ์ปกติ&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวอีกว่าทำให้การประชุมราบรื่น และสร้างเสียงหัวเราะ นายกฯ จึงกล่าวว่า กลายเป็นผมทำให้ไม่ราบรื่นหรือไง เดี๋ยวเถอะ ผมก็อดทน หลายอย่างก็ดีขึ้น หลายอย่างก็มีนำไปปฏิบัติได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนหรือเตรียมตัวอะไรอีกหรือไม่ นายกฯ หันมาถามว่า &amp;quot;แล้วดีไหมล่ะ ชอบไหม ก็ต้องเตรียมคำตอบ ความรู้ และเตรียมอารมณ์เพื่อไปตอบ ทุกอย่างจะได้พัฒนา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่มีอะไร วันนี้ก็ให้เกียรติสภา ให้เกียรติผู้แทนฯ ไม่ได้เครียดอะไรเลย เรื่องของงบประมาณตนดูมาแล้ว ซึ่งต้องรอในวาระที่ 2 ที่กรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาอีก&amp;nbsp;
ตอก&amp;quot;สมพงษ์&amp;quot;สั่งรัฐบาลได้หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้รัฐบาลไปร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยว่า &amp;ldquo;เขาสั่งได้เหรอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระหว่างที่ชี้แจงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เหมือนนายกฯ จะมีอารมณ์หงุดหงิด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็เป็นทหารเก่าไง ต้องการพูดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา รู้สึกว่าเราก็ห่วงใยชีวิตของเขา เพราะเจ้าหน้าที่ก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกวัน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน ก็มีเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่รักษาบ้านเมืองให้อยู่อย่างสุขสงบ ประชาชนปลอดภัย แต่เขาเองก็อันตรายบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แล้วเราจะไปพูดให้เสียหายเสียกำลังใจไม่ได้ อย่างอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายฯว่า ก็ดี ต่างคนต่างพูดแต่เรื่องที่ดีๆ แต่เรื่องไม่ดีก็มี ส่วนนายกฯ ท่านก็ทำมาทุกเรื่องอยู่แล้ว และท่านตอบทุกเรื่องชัดเจนและเป็นความจริง ส่วนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงพร้อมตอบอยู่แล้ว เพราะเราทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครมาแทรกซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ก็คาดว่าจะมีการนำไปพิจารณาในหลายเรื่อง มีข้อเสนอเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่หลายข้อเสนอ ซึ่งก็จะนำไปดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายไล่ให้รัฐบาลไปทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า คงไม่ &amp;nbsp;เพราะยังมีขั้นตอนที่จะนำไปปรับปรุงได้ เนื่องจากครั้งนี้ยังเป็นวาระรับหลักการและในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ในวาระ 2 ก็ยังมีเวลาที่จะปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเช่นกันว่า ภาพรวมของเมื่อวันที่ 17ต.ค. เรียบร้อยดี เมื่อเทียบกับการอภิปรายครั้งที่ผ่านๆ มามีแนวโน้มดีขึ้น เพราะทุกคนอภิปรายด้วยเหตุผล และมีข้อมูล ส่วนการชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น รู้สึกว่ายังเหมือนเดิม คือการอ่านให้จบ ตั้งใจฟังและให้เกียรติสภา แต่ไม่เจตนาสื่อสารให้คนเข้าใจ และยังมีอารมณ์เหมือนเดิม อีกทั้งในด้านเนื้อหาสาระและพัฒนาการยังไม่ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องยกเครดิตให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้ยกระดับการอภิปรายให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นนำเสนอด้วยเหตุผลและมีข้อมูลเชิงลึก แน่นอนว่ารัฐบาลจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านความเห็นชอบจากสภาไปให้ได้ แต่เท่าที่สังเกต การตอบคำถามของรัฐบาลยังมีความไม่รู้และไม่เข้าใจอีกหลายจุด ลักษณะตอบไม่ตรงคำถาม ไปไหนมาสามวาสองศอก จึงขอเสนอแนะรัฐบาลให้เปิดใจให้กว้างรับฟังความเห็นต่างบนพื้นฐานที่เชื่อว่าทุกฝ่ายล้วนปรารถนาดีต่อประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรรเพื่อไทย กล่าวว่า หากสมาชิกสภาโหวตรับรองร่าง พรบ.งบประมาณฯ ที่มีปัญหานี้ขึ้นจะเสี่ยงเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงรัฐมนตรี ข้าราชการประจำกระทรวงอาจจะกลายเป็นคนกระทำผิดกฎหมายไปด้วย เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่า เงินแผ่นดิน หมายรวมถึงเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิและผลประโยชน์ ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐ แต่กลับมีเพียงเงินจัดเก็บจาก 3 กรม และเงินนอกงบประมาณเพียงบางส่วนเท่านั้น การกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นชัดๆ แบบนี้ ถ้าเป็นศรีธนญชัยจะออกยังไงเมื่อมนต์วิเศษก็ไม่มีแล้ว ปล่อยให้ทำผิดแบบนี้ ใครต้องรับผิดชอบ จึงอยากจะบอกกับรัฐบาลว่าควรนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนี้กลับไปทำมาใหม่ให้สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผิดกฎหมายและการลงมติก็ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถโหวตได้ แต่ตนก็เคารพและฟังเสียงของ ส.ส.ในพรรค การพิจารณาของพรรคเสรีรวมไทย ไม่เกี่ยวกับภาพรวมของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด แต่จะเป็นจุดยืนของพรรคเสรีรวมไทยอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตนก็ร่วมดำเนินการไม่ได้ ยืนยันว่าภายในวันนี้จะมีข่าวใหญ่อย่างแน่น
&amp;quot;ชวน&amp;quot;กรีดส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติรัฐสภามีอยู่แค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อตนและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งสังคมและรัฐสภาก็ยอมรับ ซึ่งเรื่องลงเอยด้วยดี รัฐบาลได้จัดสรรเวลาให้ และดูเนื้อหาแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศ ตรงกับจุดยืนที่ต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ ส่วนประเด็นจะเห็นด้วยหรือคัดค้าน เป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่เรื่องงบประมาณ ตนเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมงคลกิตติ์กล่าวยืนยันว่า จะลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระแรก เพราะตามปกติฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะมีมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยู่แล้ว แต่หากรัฐบาลไม่ฟังคำแนะนำ ก็จะโหวตสวนและงดออกเสียงในวาระ 2 และวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 09.00 น .นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายชวนแจ้งว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ได้ข้อร้องเรื่องข้อบังคับการประชุมไม่นำเครื่องมือสื่อสารใดๆ &amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดการรบกวนในที่ประชุมสภา ได้รับความร่วมมือด้วยดี ดังนั้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ประธานคิดเองหรือออกข้อบังคับเอง คือสถานที่ประชุมสภา ตามข้อที่ 181 สถานประชุมของสภาย่อมเป็นที่เคารพและเป็นเขตหวงห้ามบุคคลซึ่งเข้าไปต้องประพฤติตนให้เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และต้องแต่งกายตามที่ประธานสภาฯ กำหนด ให้แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด ซึ่งในขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้กำหนด จึงขอร้องพวกเราว่าให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวอีกว่า เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่นักการที่เข้ามาทำความสะอาดในห้องประชุมหลังเลิกประชุมแล้ว พบว่าในห้องประชุมมีเศษอาหาร เศษภาชนะที่ห่ออาหาร เครื่องดื่ม เต็มไปหมด ซึ่งเข้าใจว่าทุกคนอาจจะเข้าใจผิด แต่ขอเรียนว่าห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา และตามข้อบังคับที่ 181 สถานที่ประชุมของสภาฯ ย่อมเป็นที่เคารพ และเป็นเขตหวงห้าม ดังนั้นขอพวกเรา ตนเชื่อว่าไม่ได้เจตนา เพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่อาจจะเข้าใจว่าเหมือนห้องสัมมนาทั่วไปที่อาจจะเอาอะไรมากิน แต่ที่นี่ต้องไม่มี หากจะรับประทานอะไร กรุณาออกนอกห้องเพื่อให้สภาพของท่านและของตน มีความเป็นมาตรฐาน จึงขอความร่วมมือพวกเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก โดยระบุว่าต้องการให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะผู้ประกอบการภาคผลิตเหมือนคนป่วย ซึ่งอยากถามว่ารัฐบาลได้เตรียมการช่วยเหลืออย่างไร เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการชับเคลื่อนการผลิต แต่รัฐบาลนี้กลับไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รมช.การคลัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตัวเลขรายได้ที่รัฐบาลให้มานั้นเห็นว่าดีเกินไป เพราะข้อมูลที่ตนได้รับมาชี้ให้เห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่สามของปีนี้อยู่ในช่วงถดถอย ซึ่งกรมสรรพสามิตเองก็บอกว่าการจัดเก็บรายได้เริ่มชะลอตัว ดังนั้น รัฐบาลจึงมองเศรษกิจดีเกินไป ซึ่งจะทำให้การประเมินสภาวะการทำนโยบายผิดพลาด เหมือนกับ 20 ปีก่อนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่เลยตั้งเป้าเก็บรายได้ให้มากขึ้น แต่ความจริงเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ต้นปี 40 แล้ว&amp;nbsp;
อดีต รมช.คลังจี้แก้งบค้างท่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิฐกล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งที่อยากเห็นคือไม่ใช่การขึ้นภาษี แต่ต้องเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ เท่าที่ตรวจสอบจากงบประมาณโดยสังเขป เราจะตกใจกับตัวเลขงบประมาณปี 61 มีการทิ้งวงเงิน 3.34 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากการที่ระบบการคลังทิ้งวงเงินงบประมาณดังกล่าว ทำให้ธุรกิจที่ทำกับภาครัฐเกิดความเดือดร้อน ขณะเดียวกันงบประมาณรายจ่ายปี 63 ทำล่าช้าถึง 4 เดือน ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ อยากเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หันมาดูงบค้างท่อซึ่งเป็นงบผูกพัน หากเร่งเบิกจ่ายส่วนนี้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินแสนล้าน หากอัดฉีดเงินเข้าระบบ 1-2 แสนล้านบาท ภายใน 3-4 เดือนนี้ จะเยียวยาให้เศรษฐกิจไทยไม่ลื่นไถลเข้าสู่ช่วงถดถอยมากขึ้น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม ไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม เพียงแค่ลดเงินคงคลังให้เหลือ 3 แสนล้านบาทก็พอ จึงขอรัฐบาลได้โปรดช่วยดูแลระบบการคลัง เพราะขณะนี้ความเดือดร้อนของภาคเศรษฐกิจมีจริง แต่ไม่ใช่กับประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ 368,660 ล้านบาท แต่ไม่ได้สะท้อนการลงทุนด้านการศึกษา เพราะงบประมาณด้านศึกษาเป็นเพียง 6% เท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลการศึกษาภาคบังคับในโรงเรียนภาครัฐ มีงบจำนวนมาก แต่เป็นงบประมาณสำหรับบุคลากร ขณะที่งบสร้างการเรียนรู้ให้เด็กมีน้อยเกินไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ควรเพิ่มงบลงทุนให้อาชีวะอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้จ่ายการฝึกฝนทักษะ เมื่อเราไม่ได้ช่วยให้เด็กมีทักษะ เท่ากับว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ แต่กลับสร้างภาระให้เด็กในอนาคตตามภาวะสังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ช่วง 3 เดือนที่รับหน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ ทราบดีถึงปัญหาเรื่องงบประมาณ &amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากเป็นระยะเวลาสั้น และอาจยังไม่เข้าใจระบบงบประมาณกระทรวงศึกษาฯ อย่างแท้จริง &amp;nbsp;แต่ได้กำชับผู้บริหารกระทรวงให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณด้านการศึกษา ยอมรับว่ามีความจำเป็น แต่ไม่สามารถขอตอนนี้ได้ เพราะในกระทรวงศึกษาธิการยังมีความซับซ้อนเรื่องงบประมาณอยู่ แต่การจัดงบประมาณรายจ่ายปี 2564 มั่นใจว่าจะทำงบประมาณที่เหมาะสมกับการพัฒนาบุคลากรของประเทศทั้งครู และนักเรียนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงตอนหนึ่งว่า เมื่อเช้าที่หายไปเพราะไปงานจิตอาสา จากนั้นก็ไปถวายพระพร เห็นว่ามีคนถามหา นั่งรถก็ฟังท่าน เปิดทีวีฟังท่านมาตลอด เมื่อคืนกลับไปถึงตีหนึ่งครึ่ง ตีสองเข้านอนยังได้ยินเสียงของท่านอยู่เลย ดังนั้นจึงคิดถึงท่านเลยต้องมา และเย็นนี้ก็จะไปงานพระราชพิธี จึงขอเรียนให้ทราบ ไม่อย่างนั้นท่านจะหาว่าไม่ให้เกียรติ
ยกหลักฐานกู้น้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องงบประมาณจะรับหรือไม่รับก็เรื่องของท่าน ผมไปบังคับไม่ได้ แต่สำคัญคือประเทศต้องเดินหน้า ส่วนเรื่องกู้เงินนั้นที่บอกว่ารัฐบาลกู้เงินจำนวนมาก อยากให้ไปดู เพราะหลักฐานมีอยู่ในช่วงรัฐบาลไหนไม่รู้ ระยะเวลาเท่านี้หากนับ 3- 5 ปี ของผมถ้ารวมยอดแล้วตนกู้น้อยกว่า และเท่าที่ผมจำได้หากย้อนไปในระยะเวลา 10 ปี มีรัฐบาลเดียวผมไม่อยากเอ่ยนาม ที่ทำงบประมาณแบบสมดุลได้ เพราะ IMF ไม่ทำโครงการแบบขาดดุล เป็นช่วงการกู้ IMF เป็นรัฐบาลไหนไม่รู้ไปหามา อย่าไปพูดแบบไม่มีหลักฐานไม่มีอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเงินคงคลังที่ถามกันว่าทำไมไม่เอามาใช้ ท่านไม่เข้าใจระบบงบประมาณอะไรเลย จะพูดแบบนี้ไม่ได้ กระทรวงการคลังต้องมีเงินสำรองจ่ายเก็บไว้ก้อนหนึ่ง จากนั้น เวลาที่จะใช้คณะกรรมการฯ ก็จะต้องอนุมัติ และจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณเรื่อยๆ ตอนนี้ในระยะเวลา 1 ปี จะมีการเก็บรายได้ส่งคลังถึงปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น ในช่วงที่ภาษียังเข้ามาไม่ถึงแต่โครงการยังเดินหน้า ก็จะใช้เงินคงคลังใช้จ่ายไปก่อนจึงค่อยชดเชย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.การคลัง อภิปรายว่า ระบบการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเทศแตกต่างกัน สะท้อนค่านิยมสังคม ยุทธศาสตร์ ปรัชญาความคิดของผู้นำประเทศ ในส่วนของประเทศไทยรายได้ภาษีที่คาดการณ์คิดเป็นสัดส่วนจีดีพี 15.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนถือว่าไม่ต่ำ และอาจจะสูงกว่าเฉลี่ยด้วยซ้ำ ซึ่งการเก็บภาษีเมื่อเทียบกับรายได้ของประเทศถือว่ายังคงที่ ฉะนั้น ความจำเป็นของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีย่อมมีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ผลักดันภาษีมรดก และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในส่วนของภาษีมรดก ดำเนินการจัดเก็บมาแล้ว 3 ปี โดยรวมเก็บจากประชาชนได้ประมาณ 200 ราย ทั้งนี้ มีจำนวน 40 ราย ที่เป็นการเก็บภาษีจากผู้เสียชีวิต รวมเม็ดเงิน 770 ล้านบาท ซึ่งการจัดเก็บภาษีมีช่องโหว่ หากเป็นมหาเศรษฐีจริงจะหนีได้ หาทางหลบเลี่ยงได้ แต่ผู้ที่เสียภาษีส่วนนี้กลับเป็นคนที่รวยไม่จริงหรือหลบไม่เป็น ถือว่าการจัดเก็บขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รัฐบาลจึงต้องทบทวนเรื่องประสิทธิภาพในการจัดเก็บหรือยกเลิกไปเลย&amp;quot; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายงบกระทรวงกลาโหมตั้งสังเกตการจัดสรรงบประมาณกองทัพไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1.งบกระทรวงกลาโหมในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยเฉพาะโครงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ 19 โครงการ วงเงิน 16,567 ล้านบาท ไม่มีการแสดงรายละเอียดการใช้งบประมาณต่างจากกระทรวงอื่น 2.การตั้งงบผูกพันของกระทรวงกลาโหมปี 2562-2569 ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพไทย ตั้งงบผูกพันไว้สูงถึง 87,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการสร้างหนี้ให้คนไทยล่วงหน้าในอนาคตถึง 7 ปี 3.สังคมให้ความสงสัยการจัดซื้ออาวุธของกองทัพว่าโปร่งใสเพียงใด เพราะล่าสุด ป.ป.ช.ได้ประเมินความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พบว่า กระทรวงกลาโหมได้คะแนนต่ำสุดในเรื่องคุณธรรมและความโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ AH 6I จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2557 ซาอุดีอาระเบียจัดซื้อเครื่องบินดังกล่าวในราคาลำละ 300 ล้านบาท แต่ประเทศไทยซื้อในปี 2562 ราคาลำละ 528 ล้านบาท แพงกว่ากันถึง 228 ล้านบาท ขณะที่กองทัพเรือจัดซื้อเรือลำเลียงพลมือ 2 จากสหรัฐ ราคาลำละ 6,200 ล้านบาท ทั้งที่ราคาตลาดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าใช้เงินโดยไม่มีความจำเป็น ควรเอาเงินไปแก้ปัญหาด้านราคาพืชผลการเกษตร การศึกษา สาธารณสุข จะเหมาะสมกว่า&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจดูงบด้านความมั่นคงพบว่ามีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าตอบแทนของนายพลที่มีตำแหน่งระดับสูงมากถึง 70 % มีเพียง 30% ใช้สำหรับงาน ขณะนี้ตำแหน่งนายพลมีจำนวนมาก เพราะมีการเพิ่มตำแหน่งพิเศษ คาดว่าจะมีค่าตอบแทนเดือนละ 7,000 ล้านบาท หรือปีละ 8 หมื่นล้านบาท สมัยนายชวน หลีกภัย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ มีแนวคิดลดขนาดกองทัพ แต่ปัจจุบันมีการสวนทาง &amp;nbsp;เชื่อว่านโยบายด้านความมั่นคงมาผิดทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่นายกฯ และ รมช.กลาโหมต้องตอบให้หายข้องใจคือ ปัญหางบประมาณรั่วไหล ทั้งเรือเหาะตรวจการณ์ มูลค่า 350 ล้านบาท จอดมากว่า 8 ปี ขึ้นบินเพียง 20 เที่ยวแล้วตก โครงการจีที 200 นายกฯ ต้องชี้แจงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเจอการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน พ.ย.แน่นอน&amp;quot; นายวิสารกล่าว&amp;nbsp;
รัฐบาลสอบไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านพยายามชี้แจงให้เห็นจุดอ่อนของการจัดทำงบประมาณที่ผิดพลาดบกพร่อง จัดทำงบไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือถึงขั้นอาจผิดกฎหมาย การชี้แจงของรัฐบาล ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นปัญหา พยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม ส่วนตัวมองว่าครึ่งแรกของการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลสอบไม่ผ่าน แต่จะให้โอกาสในครึ่งหลังอยากฟังนายกฯ และรัฐมนตรีชี้แจงการจัดทำงบประมาณที่ไม่สมบูรณ์ครั้งนี้ ส่วนทิศทางการโหวตในวันที่ 19 ต.ค.วิป 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีประชุมกันอีกครั้ง ในเวลาหลังเที่ยง เพื่อกำหนดทิศทางกันอีกครั้ง แต่ละพรรคเขาอาจมีเหตุผลของเขา ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้การโหวตจะเป็นเอกสิทธิ์แต่ทางการเมือง พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน พรรคก็ต้องมีมติเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มี ส.ส.โหวตแหกมติพรรค แต่หากมีผู้โหวตสวนขึ้นมา ก็ต้องมาคุยกันอีกที เพราะต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐบาลชี้แจงรายรับแบบไม่มั่นใจ คาดหมายแบบเลื่อนลอย นายกฯ ชี้แจงแบบกำปั้นทุบดิน บอกมีรายรับเพิ่ม 1 แสนล้านบาท แต่ถามว่าเอามาจากไหนก็ตอบไม่ได้ แถมยังบอกด้วยว่าเงินกู้ที่ว่างไว้ 4 แสนล้าน เป็นการเขียนไว้เฉยๆ หากมีรายรับเพิ่มก็อาจกู้ไม่ถึง ตอบแบบนี้ใครก็ตอบได้ ถ้าไม่มีรายรับเข้ามาวงเงินกู้อาจจะมากกว่า 4 แสนล้านก็ได้ ขณะที่ รมว.การคลังเอาข้อมูลเก่ามาพูด ชี้แจงก็ไม่ชัดเจน การทำงบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ และรัฐมนตรีไม่มีความรู้มาตั้งแต่ต้น ให้ข้าราชการเป็นผู้ทำ ทำให้ตอบคำถามหรือชี้แจงอะไรไม่ได้ แต่ดีอย่างเดียวที่นายกฯ ขยันมาสภามากกว่าเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังพุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เสียงพรรคเพื่อไทยจะแตกหรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของประชาชน และปัญหาของประเทศ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ระบบเขตเป็นตัวแทนของประชาชน พรรคจะกดดันทุกเรื่องไม่ได้ พรรคคงเข้าใจปัญหาเหล่านี้ เพราะ ส.ส.ระบบเขตมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยืนยันไม่มีการหักหลังประชาชนที่เลือกตนเข้ามา กว่าจะได้มาแต่ละคะแนนแสนทรมาน ดังนั้นการตัดสินใจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะไปเป็นงูเห่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ยังไม่คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2562 ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2562. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48367</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9d48a770fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตอกผู้นำฝ่ายค้าน สั่งรัฐบาลทำงบใหม่ได้เหรอ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา12.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่ากกระทรวงกลาโหม เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมสภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า ก็ไม่มีอะไร วันนี้ก็ให้เกียรติสภา ให้เกียรติผู้แทน ไม่ได้เครียดอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลถึงผลโหวตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่มีหรอก จะมีอะไรละ เมื่อถามว่า จากการฟังฝ่ายค้านอภิปรายร่างงบประมาณมีประเด็นอะไรจะนำไปปรับปรุงร่างพ.ร.บ.งบประมาณหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของงบประมาณตนดูมาแล้ว ซึ่งต้องรอในวาระที่ 2 ที่กรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านระบุให้รัฐบาลไปร่างพ.ร.บ.งบประมาณมาใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยว่า &amp;ldquo;เขาสั่งได้เหรอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าระหว่างที่ชี้แจงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เหมือนนายกฯจะมีอารมณ์หงุดหงิด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็เป็นทหารเก่าไง ต้องการพูดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา รู้สึกว่าเราก็ห่วงใยชีวิตของเขา เพราะเจ้าหน้าที่ก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกวัน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน ก็มีเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่รักษาบ้านเมืองให้อยู่อย่างสุขสงบประชาชนปลอดภัย แต่เขาเองก็อันตรายบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แล้วเราจะไปพูดให้เสียหายเสียกำลังใจไม่ได้ อย่างอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าคิดว่าฝ่ายค้านจะเข้าใจสิ่งที่ชี้แจงไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ต้องไปถามเขาสิจ๊ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48328</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอช, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da95bb35cc32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยี่ยม!&#039;รศ.พิเศษ ดร.อดิศร&#039;ยกนิ้วชม ส.ส.เครางาม อภิปรายงบฯได้สุดยอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 &amp;nbsp;- นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ชื่นชม กับ การอภิปรายของ สส.ศรัณวุฒิ ศรัณเกตุ แห่งอุตรดิตถ์ ที่เผ็ดร้อน เผ็ดมัน เมื่อ17 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48291</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ประชุมสภา, ศรันย์วุฒิ ศรันย์เกตุ, อดิศร เพียงเกษ, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9083d605e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;อบรมส.ส.เครางามกลางสภา อย่ามาพูดหาเสียงตรงนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 &amp;nbsp;- ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระแรกรับหลักการ &amp;nbsp;ภายหลัง ช่วงเวลา‪เวลา‬ ‪20.30 น. วานนี้ นายศรันย์วุฒิ ศรันย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายว่ารัฐบาลล้มเหลวตั้งงบปี ‬63 ขาดดุลรวม 2.7 ล้านล้านบาท งบที่ใช้ก็ไม่ได้ทำตามที่หาเสียง หลอกลวง เอาไปซื้ออาวุธ แถมยังจัดงบกลาง 5 แสนล้านบาทแบบ ตีเช็คเปล่า แต่น้ำท่วมกลับไม่มีเงินช่วยชาวบ้าน เอาเงินไปสร้างบ้านพัก ซื้อรถถัง 2,800 ล้านบาท แต่ต้องขอรับบริจาคเพื่อช่วยชาวบ้าน ตนอายเหลือเกิน วันนี้เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้จัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้เอางบกลางมา กระตุ้นเศรฐกิจดีกว่า เพราะปีหน้าเผาจริงแล้วจะลงนรกอเวจีกันแล้ว วันนี้ท่านต้องตัดหนี้ เติมเงิน แต่กลับจัดงบไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ เอาแต่พูดพล่าม ฉาบฉวย ตนจะสอยมวยให้ว่าท่านต้องใช้จีเอ็นพีให้เกิดการซื้อทั้งในและต่างประเทศเหมือนกับจีน ซึ่งวันนี้เขาประสบความสำเร็จ แต่วันนี้รัฐบาลกลับใช้เงินก็ไม่เป็น เงินเอาไปเอื้อเจ้าสัวใหญ่ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรันย์วุฒิ อภิปรายต่อว่า วันนี้อยากจะแฉว่ามีอภิมหาโคตรโกงเกิดขึ้นในประเทศไทย อ้างโครงการอีอีซี ยุทธศาสตร์ 4.0 ผลที่เกิดขึ้นคือมีเจ้าสัวไม่กี่ตัว รวมหัวกันว่าจะทำโครงการอะไรที่ฝั่งตะวันออก ไปหุ้นกันซื้อที่แล้วใช้อำนาจ ม.44 เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วง มูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า แล้วโครงการนี้ทั้งยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลถึง 13 ปี ยกเว้นอากรเครื่องจักรวัตถุดิบ สนับสนุนงบการวิจัย ให้สิทธิเช่าที่ราชพัสดุ 99 ปี โดยให้คณะกรรมการอีอีซีไม่กี่คนมีอำนาจเต็มๆ จัดการ แต่คนไทยได้อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการทำลายแหล่งพันธุ์สัตว์น้ำแล้วถมทะเล ถามว่าอีไอเอผ่านไปได้อย่างไร รัฐบาลลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมเกือบ 10 ล้านล้าน สุดท้ายเจ้าสัวได้สัมปทาน ได้พัฒนาพื้นที่สองข้างทางมักกะสันมูลค่าเป็นล้านล้านบาท แล้วยังได้บีโอไอสิทธิพิเศษทางภาษีทุกอย่าง โดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส.ส.พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ส่วนโครงการสนามบินอู่ตะเภา ประมูลช้าไป 9 นาที เพราะเจ้าสัวใหญ่กะกว้านซื้อที่เพื่อสร้างเมืองใหม่รอบสนามบินอู่ตะเภา โดยไม่ได้สนที่จะทำโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน เปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่สีเขียวเป็นสีม่วง เปลี่ยนแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม คิดแต่ว่าฉันจะรวยอย่างเดียวโดยที่เผด็จการหนุนหลัง งบปี 63 จัดเพื่อเจ้าสัวรวยๆ แต่ฐานล่างจนจะตาย เละ เงียบสงบหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาที่ปล่อยให้ฐานรากตายขนาดนี้ เพราะเผด็จการมองว่าประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามที่ถูกทอดทิ้ง และที่น่าเจ็บปวดคือชิมช้อปใช้ก็ไปรูดแต่ของเจ้าสัว แต่ตลาดซบเซา กลายเป็นขนมจีนเปล่า ไร้น้ำยา แล้วยังคิดจะทำเฟสสองอีก วันนี้เครื่องยนต์สี่ตัวดับสนิท การจัดงบประมาณแบบอี วอลเลท สารพัดกู้ แต่ธนาคารเขาไม่ปล่อยกู้เพราะเป็นเอ็นพีแอล ขอให้ รมว.คลังเอาความจริงมาพูด วันนี้ยังใช้ยารักษาแบบเดิมทั้งที่ไวรัสกลายพันธุ์ เอาภาษีของประชาชนไปใช้แบบนี้ต้องดำเนินคดีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนปัญหาการรักษาพยาบาลขาดทุนสะสม ขาดบุคลากร สมองไหล ติดหนี้บักโกรกติดลบเป็นหนี้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท พอไปพูดถึงโครงการ 30 บาทที่ยูเอ็นก็พูดสวยหรู แต่ก่อนหน้านี้ก็ด่าโครงการนี้ยับ สุดท้ายแล้วเพื่ออนาคตลูกหลาน ขอให้ ส.ส.อย่าโหวตให้ พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ฉบับนี้ผ่านเลย&amp;quot; นายศรันย์วุฒิ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม &amp;nbsp;ลุกขึ้นตอบโต้นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทยทันทีว่า อยากชี้แจงที่บอกว่าตนไปพูดยูเอ็นเอาความดีความชอบนั้น ไม่ได้พูดถึงโครงการ30 บาท แต่พูดถึงโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐบาลนี้เอามาทำต่อ &amp;nbsp;ส่วนคนที่ทำความเสียหายให้โรงพยาบาลต่างๆนั้น เป็นรัฐบาลใครก็ไม่ทราบเหมือนกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกว่าจะเป็นการประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ มีหลายมาตรการที่มาด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น โรงพยาบาลสุขภาพประกันตำบล ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2560 มีการพัฒนาโรงพยาบาลประจำตำบลกว่า 7,000 แห่งจากที่ไม่เคยดูแลมาเลย &amp;nbsp;ส่วนเรื่องอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน(อสม.) ที่ท่านบอกว่าอยากให้ค่าตอบแทนคนละ 10,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากถามว่า อสม.มีกี่ล้านคน &amp;nbsp;ลองคูณตัวเลขดู &amp;nbsp;อย่ามาพูดเรื่องการหาเสียงตรงนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ทุกคนพูดถึงเรื่องการให้ค่าอะไรต่างๆมากขึ้น &amp;nbsp;ถามว่าใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลนี้จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปให้ดียิ่งขึ้น &amp;nbsp;เช่น จากโครงการ 30 บาท ก็พัฒนาเป็นระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ายืนยันว่า รัฐบาลนี้คิดเป็น ไม่ใช่ฟรีอย่างเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48289</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ศรันย์วุฒิ ศรันย์เกตุ, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da904bc4eeed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
