<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ้ายค้านยื้อเกมถกงบฯ64รณเทพดูรูปโป๊โอดชีวิตพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถกงบปี 64 วาระ 2 วันที่สองจืดสนิท ฝ่ายค้านยื้อเวลาสุดฤทธิ์ 8 ชม. ได้แค่ 4 มาตรา วิปรัฐบาลกระทุ้ง ปธ.คุมอภิปรายไม่เยิ่นเย้อหวั่นเกินเวลา &amp;quot;รณเทพ&amp;quot; ดอดแจงประธานสภาฯ ปมดูรูปโป๊ อ้างคนขอความช่วยเหลือ โอดชีวิตพัง &amp;quot;ชวน&amp;quot; เตือนให้ระวังเคลียร์สื่อเอง ชี้เรื่องส่วนตัวเอาผิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 กันยายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยได้ตัดงบประมาณจากที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาวงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เหลือ 3.28 ล้านล้านบาท เป็นวันที่สอง โดยตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเวลา 14.00 น. ผ่านไป 5 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นไปด้วยความจืดชืด เพิ่งพิจารณาผ่านไปเพียง 2 มาตรการ คือมาตรา 10 กระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 4.4 พันล้านบาท และมาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา วงเงิน 3.6 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ขอให้ประธานในที่ประชุมกำชับผู้อภิปรายให้อภิปรายอย่างรัดกุมเพื่อประหยัดเวลา เพราะเกรงว่าจะกระทบกับกระบวนการของ ส.ว. ที่กำหนดลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ในวันที่ 22 ก.ย. รวมถึงอาจกระทบกับวันที่ 23-24 ก.ย. ที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 12 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 1.89 หมื่นล้านบาท นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พยายามให้ส.ส.ทุกคนรักษาเวลา โดยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (พอช.) ที่มีการปล่อยกู้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย 1.2 แสนคน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ถือว่าไม่มีความเหมาะสม เพราะเป็นสถาบันของรัฐแต่คิดดอกเบี้ยแพง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายประเดิมชัยใช้เวลาอภิปรายเกินที่กำหนด ทำให้นายศุภชัยตักเตือนให้รีบสรุป แต่นายประเดิมชัยก็ยังอภิปรายต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุด นายศุภชัยตัดบทโดยปิดไมค์ไม่ให้พูดต่อ และเชิญผู้อภิปรายคิวต่อไปพูดต่อ จึงทำให้นายประเดิมชัยไม่พอใจ ประท้วงนายศุภชัยทำหน้าที่หลายมาตรฐาน ก่อนที่จะขอให้มีการนับองค์ประชุม แต่ในที่สุดนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาไกล่เกลี่ยโดยขอยกเวลาการอภิปรายในส่วนของตัวเองให้กับนายประเดิมชัย ทำให้นายประเดิมชัยได้อภิปรายต่อไปจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในมาตราดังกล่าว ส.ส.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จนเวลา 16.00 น. ประธานในที่ประชุมสั่งให้ลงคะแนน ซึ่งมีมติเห็นด้วยกับการปรับลดงบตามที่ กมธ.แก้ไข 261 ต่อ 121 งดออกเสียง 15 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเข้าสู่การพิจารณามาตรา 13 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้อภิปรายเรียกร้องให้นักศึกษาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมนุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการอภิปรายตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็นยังเป็นไปอย่างล่าช้าและยืดเยื้อ โดยตั้งแต่เปิดประชุมสภา เวลา 09.30 น. กระทั่งถึงเวลา 17.30 น. ผ่านไป 8 ชั่วโมง เพิ่งอภิปรายได้เพียง 4 มาตรา คือมาตรา 10-13 เนื่องจากแต่ละมาตรามีผู้อภิปรายจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผู้อภิปรายเป็นหน้าเดิมๆ ใช้เวลาอภิปรายตกมาตราละเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้ฝ่ายวิปรัฐบาลต้องขึ้นมาทักท้วงให้ประธานที่ประชุมควบคุมเวลาการประชุมไม่ให้อภิปรายเยิ่นเย้ออยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมาตรา 15 กระทรวงคมนาคม ที่มีผู้จองคิวอภิปรายมาตราละ 30 คน หากยังไม่ควบคุมเวลา ก็ยิ่งเสียเวลา ทำให้การประชุมเสร็จไม่ทันกรอบเวลาที่กำหนด แต่ปรากฏว่าประธานที่ประชุมก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ ทำได้แค่ให้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านไปหารือตกลงเรื่องการบริหารเวลากันเอง แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.30 น. เข้าสู่การอภิปรายงบประมาณในมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 30,974,467,000 บาท&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอตัดงบกระทรวงเกษตรฯ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นกระทรวงที่มีเรื่องตลกร้าย มีเงินนอกงบประมาณ 119 ล้านบาท และงบเดินทางไปราชการต่างประเทศ เกือบทั้งกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีนายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดูภาพโป๊ในมือถือกลางห้องประชุมสภาระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2564 ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ต้องไปถามเจ้าตัว ในฐานะประธานสภาฯ ทำได้แค่เพียงตักเตือน ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล และการนั่งดูรูปอะไรก็ตามไม่ได้ขัดต่อระเบียบการปฏิบัติตนในห้องประชุม อีกทั้งยังไม่มีสมาชิกคนอื่นมาร้องเรียนเรื่องนี้ด้วย แต่หากมีบุคคลมาร้องเรียนต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดจริยธรรม ส.ส.หรือไม่ ในยุคก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้น และได้กล่าวตักเตือนไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ระมัดระวัง เพราะสื่อมวลชนจับจ้องเรื่องในลักษณะนี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาพออกไปกระทบภาพลักษณ์ของ ส.ส.ทั้งหมด นายชวนกล่าวว่า ขอให้แยกเรื่องบุคคลออกจากส่วนรวม ทุกวงการมีทั้งคนดีและคนร้ายเสมอ อย่าไปเหมารวม และเรื่องนี้ถือเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ภาพรวมของ ส.ส. 488 คน ไม่ได้จะเหมือนกันทุกคน บางคนอาจจะร้ายกว่านี้หรือดีกว่านี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย ประธานสภาฯ เปิดเผยว่า นายรณเทพได้ไปรอพบตนเองที่หลังบัลลังก์ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าวว่ามีคนส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามได้เตือนให้ระมัดระวัง และแนะนำให้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับสื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายรณเทพ ชี้แจงเรื่องดูภาพโป๊กลางห้องประชุมสภาว่า ตนเสียหายมาก และส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เพราะทุกคนเชื่อไปแล้วว่าเปิดดูภาพโป๊ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยอมรับว่าตอนนี้เครียดมาก ซึ่งความจริงขณะนั่งประชุมอยู่มีข้อความส่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ จึงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะส่งภาพโป๊เข้ามา พอกดดูก็เป็นภาพดังกล่าว จากนั้นก็มีข้อความขอความช่วยเหลือและเรียกรับเงิน โดยบุคคลที่ส่งข้อความมาอ้างว่าไม่มีเงินกินข้าว เห็นท่าไม่ดีเลยลบข้อความทิ้งทั้งหมด ไม่มีใครรู้ความจริงเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ผมถูกมองในภาพที่เสียหายไปแล้ว ทำให้ชีวิตตอนนี้พังทั้งหมด ถ้าชี้แจงความจริงแบบนี้คงไม่มีใครฟัง คนเชื่อภาพที่ออกไปหมดแล้ว ยอมรับว่าที่ผ่านมามีศัตรูทางการเมืองมาก ภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้น ผมถูกกลั่นแกล้ง พวกคุณลงมั่วกันไปหมด ศัตรูจ้องทำลายผมอยู่ สิ่งที่ผมโดนตอนนี้ มีแต่คนถาโถมประณามผม เคยให้ความเป็นธรรมกับผมหรือไม่ ข่าวจะลงอย่างไรก็ได้ คนที่ไม่ใช่ผมไม่เข้าใจหรอก ชี้แจงไปก็เข้าเนื้ออย่างเดียว ถ้าพูดไปสื่อก็ไม่เชื่อ ผมจะไปแก้ตัวกับคนทั้งประเทศได้อย่างไร ผมทำดีมาตลอดชีวิต ผมอยู่การเมืองมานาน ไม่เคยทำความเสียหาย อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย แต่พอมาวันนี้ เห็นภาพนี้ทีเดียวก็เอาแต่ประณามผม แปลว่าไม่มีความเป็นธรรมให้ผม&amp;rdquo; ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า &amp;quot;เดี๋ยวคุยกันหน่อย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77787</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ, งบปี 64, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ยื้อเวลาสุดฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6370eb55806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามสเต็ป‘พท.’ให้สอบตก เชื่อยกมือคว่ำงบไร้‘งูเห่า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ พอใจภาพรวมถกงบฯ 63 บรรยากาศดี บอกสบายมากไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร ตอก &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; สั่งรัฐบาลทำงบใหม่ได้หรือ หยอดคำหวานตีสองเข้านอนยังคิดถึงสมาชิกจึงต้องมาหา ยกหลักฐานกู้เงินน้อยกว่ารัฐบาลก่อน &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีด ส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ ห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา หลังพบเศษอาหารเกลื่อน อดีต รมช.คลัง ปชป.ติงรัฐบาลโลกสวยมองเศรษฐกิจดีเกินไป เตือนซ้ำรอยวิกฤติยุค &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ฝ่ายค้านซัดรัฐบาลสอบตก ชี้แจงไม่ชัดเจนสะท้อนนายกฯ-รมต.ไม่มีความรู้ นัดประชุมวิปก่อนโหวตวาระแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 18 ตุลาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อเป็นวันที่สอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้า เวลา 09.00 น. ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ และภริยานำทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ โดยการทาสีรั้วกำแพงวัด ปลูกหญ้า และเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลจิตอาสาปรับภูมิทัศน์ ในบริเวณวัดโสมนัสราชวรวิหาร และเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน พร้อมรับประทานซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวไก่ และน้ำส้ม ภายหลังดื่มน้ำส้ม ผู้สื่อข่าวกล่าวแซวว่า วันนี้เติมพลังแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า &amp;quot;พลังเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร สบายมาก เราคนไทยด้วยกัน และถ้าเราไม่คิดว่าจะไปรบกับใครทุกอย่างมันก็จบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทำกิจกรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศในภาพรวมของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯว่า ก็ดี ดีมากเลย บรรยากาศดี ทุกคนก็ร่วมมือกัน ไม่มีอะไร ทุกอย่างล้วนเป็นประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการมองว่านายกฯ มีการควบคุมอารมณ์และปรับลุคส์ให้ดีขึ้น ทำให้การประชุมราบรื่น นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;อารมณ์ปกติ&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวอีกว่าทำให้การประชุมราบรื่น และสร้างเสียงหัวเราะ นายกฯ จึงกล่าวว่า กลายเป็นผมทำให้ไม่ราบรื่นหรือไง เดี๋ยวเถอะ ผมก็อดทน หลายอย่างก็ดีขึ้น หลายอย่างก็มีนำไปปฏิบัติได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนหรือเตรียมตัวอะไรอีกหรือไม่ นายกฯ หันมาถามว่า &amp;quot;แล้วดีไหมล่ะ ชอบไหม ก็ต้องเตรียมคำตอบ ความรู้ และเตรียมอารมณ์เพื่อไปตอบ ทุกอย่างจะได้พัฒนา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่มีอะไร วันนี้ก็ให้เกียรติสภา ให้เกียรติผู้แทนฯ ไม่ได้เครียดอะไรเลย เรื่องของงบประมาณตนดูมาแล้ว ซึ่งต้องรอในวาระที่ 2 ที่กรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาอีก&amp;nbsp;
ตอก&amp;quot;สมพงษ์&amp;quot;สั่งรัฐบาลได้หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้รัฐบาลไปร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยว่า &amp;ldquo;เขาสั่งได้เหรอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระหว่างที่ชี้แจงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เหมือนนายกฯ จะมีอารมณ์หงุดหงิด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็เป็นทหารเก่าไง ต้องการพูดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา รู้สึกว่าเราก็ห่วงใยชีวิตของเขา เพราะเจ้าหน้าที่ก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกวัน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน ก็มีเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่รักษาบ้านเมืองให้อยู่อย่างสุขสงบ ประชาชนปลอดภัย แต่เขาเองก็อันตรายบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แล้วเราจะไปพูดให้เสียหายเสียกำลังใจไม่ได้ อย่างอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายฯว่า ก็ดี ต่างคนต่างพูดแต่เรื่องที่ดีๆ แต่เรื่องไม่ดีก็มี ส่วนนายกฯ ท่านก็ทำมาทุกเรื่องอยู่แล้ว และท่านตอบทุกเรื่องชัดเจนและเป็นความจริง ส่วนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงพร้อมตอบอยู่แล้ว เพราะเราทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครมาแทรกซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ก็คาดว่าจะมีการนำไปพิจารณาในหลายเรื่อง มีข้อเสนอเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่หลายข้อเสนอ ซึ่งก็จะนำไปดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายไล่ให้รัฐบาลไปทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า คงไม่ &amp;nbsp;เพราะยังมีขั้นตอนที่จะนำไปปรับปรุงได้ เนื่องจากครั้งนี้ยังเป็นวาระรับหลักการและในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ในวาระ 2 ก็ยังมีเวลาที่จะปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเช่นกันว่า ภาพรวมของเมื่อวันที่ 17ต.ค. เรียบร้อยดี เมื่อเทียบกับการอภิปรายครั้งที่ผ่านๆ มามีแนวโน้มดีขึ้น เพราะทุกคนอภิปรายด้วยเหตุผล และมีข้อมูล ส่วนการชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น รู้สึกว่ายังเหมือนเดิม คือการอ่านให้จบ ตั้งใจฟังและให้เกียรติสภา แต่ไม่เจตนาสื่อสารให้คนเข้าใจ และยังมีอารมณ์เหมือนเดิม อีกทั้งในด้านเนื้อหาสาระและพัฒนาการยังไม่ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องยกเครดิตให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้ยกระดับการอภิปรายให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นนำเสนอด้วยเหตุผลและมีข้อมูลเชิงลึก แน่นอนว่ารัฐบาลจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านความเห็นชอบจากสภาไปให้ได้ แต่เท่าที่สังเกต การตอบคำถามของรัฐบาลยังมีความไม่รู้และไม่เข้าใจอีกหลายจุด ลักษณะตอบไม่ตรงคำถาม ไปไหนมาสามวาสองศอก จึงขอเสนอแนะรัฐบาลให้เปิดใจให้กว้างรับฟังความเห็นต่างบนพื้นฐานที่เชื่อว่าทุกฝ่ายล้วนปรารถนาดีต่อประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรรเพื่อไทย กล่าวว่า หากสมาชิกสภาโหวตรับรองร่าง พรบ.งบประมาณฯ ที่มีปัญหานี้ขึ้นจะเสี่ยงเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงรัฐมนตรี ข้าราชการประจำกระทรวงอาจจะกลายเป็นคนกระทำผิดกฎหมายไปด้วย เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่า เงินแผ่นดิน หมายรวมถึงเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิและผลประโยชน์ ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐ แต่กลับมีเพียงเงินจัดเก็บจาก 3 กรม และเงินนอกงบประมาณเพียงบางส่วนเท่านั้น การกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นชัดๆ แบบนี้ ถ้าเป็นศรีธนญชัยจะออกยังไงเมื่อมนต์วิเศษก็ไม่มีแล้ว ปล่อยให้ทำผิดแบบนี้ ใครต้องรับผิดชอบ จึงอยากจะบอกกับรัฐบาลว่าควรนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนี้กลับไปทำมาใหม่ให้สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผิดกฎหมายและการลงมติก็ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถโหวตได้ แต่ตนก็เคารพและฟังเสียงของ ส.ส.ในพรรค การพิจารณาของพรรคเสรีรวมไทย ไม่เกี่ยวกับภาพรวมของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด แต่จะเป็นจุดยืนของพรรคเสรีรวมไทยอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตนก็ร่วมดำเนินการไม่ได้ ยืนยันว่าภายในวันนี้จะมีข่าวใหญ่อย่างแน่น
&amp;quot;ชวน&amp;quot;กรีดส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติรัฐสภามีอยู่แค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อตนและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งสังคมและรัฐสภาก็ยอมรับ ซึ่งเรื่องลงเอยด้วยดี รัฐบาลได้จัดสรรเวลาให้ และดูเนื้อหาแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศ ตรงกับจุดยืนที่ต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ ส่วนประเด็นจะเห็นด้วยหรือคัดค้าน เป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่เรื่องงบประมาณ ตนเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมงคลกิตติ์กล่าวยืนยันว่า จะลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระแรก เพราะตามปกติฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะมีมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยู่แล้ว แต่หากรัฐบาลไม่ฟังคำแนะนำ ก็จะโหวตสวนและงดออกเสียงในวาระ 2 และวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 09.00 น .นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายชวนแจ้งว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ได้ข้อร้องเรื่องข้อบังคับการประชุมไม่นำเครื่องมือสื่อสารใดๆ &amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดการรบกวนในที่ประชุมสภา ได้รับความร่วมมือด้วยดี ดังนั้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ประธานคิดเองหรือออกข้อบังคับเอง คือสถานที่ประชุมสภา ตามข้อที่ 181 สถานประชุมของสภาย่อมเป็นที่เคารพและเป็นเขตหวงห้ามบุคคลซึ่งเข้าไปต้องประพฤติตนให้เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และต้องแต่งกายตามที่ประธานสภาฯ กำหนด ให้แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด ซึ่งในขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้กำหนด จึงขอร้องพวกเราว่าให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวอีกว่า เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่นักการที่เข้ามาทำความสะอาดในห้องประชุมหลังเลิกประชุมแล้ว พบว่าในห้องประชุมมีเศษอาหาร เศษภาชนะที่ห่ออาหาร เครื่องดื่ม เต็มไปหมด ซึ่งเข้าใจว่าทุกคนอาจจะเข้าใจผิด แต่ขอเรียนว่าห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา และตามข้อบังคับที่ 181 สถานที่ประชุมของสภาฯ ย่อมเป็นที่เคารพ และเป็นเขตหวงห้าม ดังนั้นขอพวกเรา ตนเชื่อว่าไม่ได้เจตนา เพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่อาจจะเข้าใจว่าเหมือนห้องสัมมนาทั่วไปที่อาจจะเอาอะไรมากิน แต่ที่นี่ต้องไม่มี หากจะรับประทานอะไร กรุณาออกนอกห้องเพื่อให้สภาพของท่านและของตน มีความเป็นมาตรฐาน จึงขอความร่วมมือพวกเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก โดยระบุว่าต้องการให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะผู้ประกอบการภาคผลิตเหมือนคนป่วย ซึ่งอยากถามว่ารัฐบาลได้เตรียมการช่วยเหลืออย่างไร เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการชับเคลื่อนการผลิต แต่รัฐบาลนี้กลับไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รมช.การคลัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตัวเลขรายได้ที่รัฐบาลให้มานั้นเห็นว่าดีเกินไป เพราะข้อมูลที่ตนได้รับมาชี้ให้เห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่สามของปีนี้อยู่ในช่วงถดถอย ซึ่งกรมสรรพสามิตเองก็บอกว่าการจัดเก็บรายได้เริ่มชะลอตัว ดังนั้น รัฐบาลจึงมองเศรษกิจดีเกินไป ซึ่งจะทำให้การประเมินสภาวะการทำนโยบายผิดพลาด เหมือนกับ 20 ปีก่อนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่เลยตั้งเป้าเก็บรายได้ให้มากขึ้น แต่ความจริงเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ต้นปี 40 แล้ว&amp;nbsp;
อดีต รมช.คลังจี้แก้งบค้างท่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิฐกล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งที่อยากเห็นคือไม่ใช่การขึ้นภาษี แต่ต้องเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ เท่าที่ตรวจสอบจากงบประมาณโดยสังเขป เราจะตกใจกับตัวเลขงบประมาณปี 61 มีการทิ้งวงเงิน 3.34 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากการที่ระบบการคลังทิ้งวงเงินงบประมาณดังกล่าว ทำให้ธุรกิจที่ทำกับภาครัฐเกิดความเดือดร้อน ขณะเดียวกันงบประมาณรายจ่ายปี 63 ทำล่าช้าถึง 4 เดือน ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ อยากเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หันมาดูงบค้างท่อซึ่งเป็นงบผูกพัน หากเร่งเบิกจ่ายส่วนนี้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินแสนล้าน หากอัดฉีดเงินเข้าระบบ 1-2 แสนล้านบาท ภายใน 3-4 เดือนนี้ จะเยียวยาให้เศรษฐกิจไทยไม่ลื่นไถลเข้าสู่ช่วงถดถอยมากขึ้น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม ไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม เพียงแค่ลดเงินคงคลังให้เหลือ 3 แสนล้านบาทก็พอ จึงขอรัฐบาลได้โปรดช่วยดูแลระบบการคลัง เพราะขณะนี้ความเดือดร้อนของภาคเศรษฐกิจมีจริง แต่ไม่ใช่กับประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ 368,660 ล้านบาท แต่ไม่ได้สะท้อนการลงทุนด้านการศึกษา เพราะงบประมาณด้านศึกษาเป็นเพียง 6% เท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลการศึกษาภาคบังคับในโรงเรียนภาครัฐ มีงบจำนวนมาก แต่เป็นงบประมาณสำหรับบุคลากร ขณะที่งบสร้างการเรียนรู้ให้เด็กมีน้อยเกินไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ควรเพิ่มงบลงทุนให้อาชีวะอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้จ่ายการฝึกฝนทักษะ เมื่อเราไม่ได้ช่วยให้เด็กมีทักษะ เท่ากับว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ แต่กลับสร้างภาระให้เด็กในอนาคตตามภาวะสังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ช่วง 3 เดือนที่รับหน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ ทราบดีถึงปัญหาเรื่องงบประมาณ &amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากเป็นระยะเวลาสั้น และอาจยังไม่เข้าใจระบบงบประมาณกระทรวงศึกษาฯ อย่างแท้จริง &amp;nbsp;แต่ได้กำชับผู้บริหารกระทรวงให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณด้านการศึกษา ยอมรับว่ามีความจำเป็น แต่ไม่สามารถขอตอนนี้ได้ เพราะในกระทรวงศึกษาธิการยังมีความซับซ้อนเรื่องงบประมาณอยู่ แต่การจัดงบประมาณรายจ่ายปี 2564 มั่นใจว่าจะทำงบประมาณที่เหมาะสมกับการพัฒนาบุคลากรของประเทศทั้งครู และนักเรียนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงตอนหนึ่งว่า เมื่อเช้าที่หายไปเพราะไปงานจิตอาสา จากนั้นก็ไปถวายพระพร เห็นว่ามีคนถามหา นั่งรถก็ฟังท่าน เปิดทีวีฟังท่านมาตลอด เมื่อคืนกลับไปถึงตีหนึ่งครึ่ง ตีสองเข้านอนยังได้ยินเสียงของท่านอยู่เลย ดังนั้นจึงคิดถึงท่านเลยต้องมา และเย็นนี้ก็จะไปงานพระราชพิธี จึงขอเรียนให้ทราบ ไม่อย่างนั้นท่านจะหาว่าไม่ให้เกียรติ
ยกหลักฐานกู้น้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องงบประมาณจะรับหรือไม่รับก็เรื่องของท่าน ผมไปบังคับไม่ได้ แต่สำคัญคือประเทศต้องเดินหน้า ส่วนเรื่องกู้เงินนั้นที่บอกว่ารัฐบาลกู้เงินจำนวนมาก อยากให้ไปดู เพราะหลักฐานมีอยู่ในช่วงรัฐบาลไหนไม่รู้ ระยะเวลาเท่านี้หากนับ 3- 5 ปี ของผมถ้ารวมยอดแล้วตนกู้น้อยกว่า และเท่าที่ผมจำได้หากย้อนไปในระยะเวลา 10 ปี มีรัฐบาลเดียวผมไม่อยากเอ่ยนาม ที่ทำงบประมาณแบบสมดุลได้ เพราะ IMF ไม่ทำโครงการแบบขาดดุล เป็นช่วงการกู้ IMF เป็นรัฐบาลไหนไม่รู้ไปหามา อย่าไปพูดแบบไม่มีหลักฐานไม่มีอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเงินคงคลังที่ถามกันว่าทำไมไม่เอามาใช้ ท่านไม่เข้าใจระบบงบประมาณอะไรเลย จะพูดแบบนี้ไม่ได้ กระทรวงการคลังต้องมีเงินสำรองจ่ายเก็บไว้ก้อนหนึ่ง จากนั้น เวลาที่จะใช้คณะกรรมการฯ ก็จะต้องอนุมัติ และจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณเรื่อยๆ ตอนนี้ในระยะเวลา 1 ปี จะมีการเก็บรายได้ส่งคลังถึงปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น ในช่วงที่ภาษียังเข้ามาไม่ถึงแต่โครงการยังเดินหน้า ก็จะใช้เงินคงคลังใช้จ่ายไปก่อนจึงค่อยชดเชย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.การคลัง อภิปรายว่า ระบบการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเทศแตกต่างกัน สะท้อนค่านิยมสังคม ยุทธศาสตร์ ปรัชญาความคิดของผู้นำประเทศ ในส่วนของประเทศไทยรายได้ภาษีที่คาดการณ์คิดเป็นสัดส่วนจีดีพี 15.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนถือว่าไม่ต่ำ และอาจจะสูงกว่าเฉลี่ยด้วยซ้ำ ซึ่งการเก็บภาษีเมื่อเทียบกับรายได้ของประเทศถือว่ายังคงที่ ฉะนั้น ความจำเป็นของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีย่อมมีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ผลักดันภาษีมรดก และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในส่วนของภาษีมรดก ดำเนินการจัดเก็บมาแล้ว 3 ปี โดยรวมเก็บจากประชาชนได้ประมาณ 200 ราย ทั้งนี้ มีจำนวน 40 ราย ที่เป็นการเก็บภาษีจากผู้เสียชีวิต รวมเม็ดเงิน 770 ล้านบาท ซึ่งการจัดเก็บภาษีมีช่องโหว่ หากเป็นมหาเศรษฐีจริงจะหนีได้ หาทางหลบเลี่ยงได้ แต่ผู้ที่เสียภาษีส่วนนี้กลับเป็นคนที่รวยไม่จริงหรือหลบไม่เป็น ถือว่าการจัดเก็บขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รัฐบาลจึงต้องทบทวนเรื่องประสิทธิภาพในการจัดเก็บหรือยกเลิกไปเลย&amp;quot; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายงบกระทรวงกลาโหมตั้งสังเกตการจัดสรรงบประมาณกองทัพไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1.งบกระทรวงกลาโหมในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยเฉพาะโครงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ 19 โครงการ วงเงิน 16,567 ล้านบาท ไม่มีการแสดงรายละเอียดการใช้งบประมาณต่างจากกระทรวงอื่น 2.การตั้งงบผูกพันของกระทรวงกลาโหมปี 2562-2569 ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพไทย ตั้งงบผูกพันไว้สูงถึง 87,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการสร้างหนี้ให้คนไทยล่วงหน้าในอนาคตถึง 7 ปี 3.สังคมให้ความสงสัยการจัดซื้ออาวุธของกองทัพว่าโปร่งใสเพียงใด เพราะล่าสุด ป.ป.ช.ได้ประเมินความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พบว่า กระทรวงกลาโหมได้คะแนนต่ำสุดในเรื่องคุณธรรมและความโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ AH 6I จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2557 ซาอุดีอาระเบียจัดซื้อเครื่องบินดังกล่าวในราคาลำละ 300 ล้านบาท แต่ประเทศไทยซื้อในปี 2562 ราคาลำละ 528 ล้านบาท แพงกว่ากันถึง 228 ล้านบาท ขณะที่กองทัพเรือจัดซื้อเรือลำเลียงพลมือ 2 จากสหรัฐ ราคาลำละ 6,200 ล้านบาท ทั้งที่ราคาตลาดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าใช้เงินโดยไม่มีความจำเป็น ควรเอาเงินไปแก้ปัญหาด้านราคาพืชผลการเกษตร การศึกษา สาธารณสุข จะเหมาะสมกว่า&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจดูงบด้านความมั่นคงพบว่ามีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าตอบแทนของนายพลที่มีตำแหน่งระดับสูงมากถึง 70 % มีเพียง 30% ใช้สำหรับงาน ขณะนี้ตำแหน่งนายพลมีจำนวนมาก เพราะมีการเพิ่มตำแหน่งพิเศษ คาดว่าจะมีค่าตอบแทนเดือนละ 7,000 ล้านบาท หรือปีละ 8 หมื่นล้านบาท สมัยนายชวน หลีกภัย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ มีแนวคิดลดขนาดกองทัพ แต่ปัจจุบันมีการสวนทาง &amp;nbsp;เชื่อว่านโยบายด้านความมั่นคงมาผิดทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่นายกฯ และ รมช.กลาโหมต้องตอบให้หายข้องใจคือ ปัญหางบประมาณรั่วไหล ทั้งเรือเหาะตรวจการณ์ มูลค่า 350 ล้านบาท จอดมากว่า 8 ปี ขึ้นบินเพียง 20 เที่ยวแล้วตก โครงการจีที 200 นายกฯ ต้องชี้แจงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเจอการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน พ.ย.แน่นอน&amp;quot; นายวิสารกล่าว&amp;nbsp;
รัฐบาลสอบไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านพยายามชี้แจงให้เห็นจุดอ่อนของการจัดทำงบประมาณที่ผิดพลาดบกพร่อง จัดทำงบไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือถึงขั้นอาจผิดกฎหมาย การชี้แจงของรัฐบาล ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นปัญหา พยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม ส่วนตัวมองว่าครึ่งแรกของการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลสอบไม่ผ่าน แต่จะให้โอกาสในครึ่งหลังอยากฟังนายกฯ และรัฐมนตรีชี้แจงการจัดทำงบประมาณที่ไม่สมบูรณ์ครั้งนี้ ส่วนทิศทางการโหวตในวันที่ 19 ต.ค.วิป 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีประชุมกันอีกครั้ง ในเวลาหลังเที่ยง เพื่อกำหนดทิศทางกันอีกครั้ง แต่ละพรรคเขาอาจมีเหตุผลของเขา ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้การโหวตจะเป็นเอกสิทธิ์แต่ทางการเมือง พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน พรรคก็ต้องมีมติเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มี ส.ส.โหวตแหกมติพรรค แต่หากมีผู้โหวตสวนขึ้นมา ก็ต้องมาคุยกันอีกที เพราะต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐบาลชี้แจงรายรับแบบไม่มั่นใจ คาดหมายแบบเลื่อนลอย นายกฯ ชี้แจงแบบกำปั้นทุบดิน บอกมีรายรับเพิ่ม 1 แสนล้านบาท แต่ถามว่าเอามาจากไหนก็ตอบไม่ได้ แถมยังบอกด้วยว่าเงินกู้ที่ว่างไว้ 4 แสนล้าน เป็นการเขียนไว้เฉยๆ หากมีรายรับเพิ่มก็อาจกู้ไม่ถึง ตอบแบบนี้ใครก็ตอบได้ ถ้าไม่มีรายรับเข้ามาวงเงินกู้อาจจะมากกว่า 4 แสนล้านก็ได้ ขณะที่ รมว.การคลังเอาข้อมูลเก่ามาพูด ชี้แจงก็ไม่ชัดเจน การทำงบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ และรัฐมนตรีไม่มีความรู้มาตั้งแต่ต้น ให้ข้าราชการเป็นผู้ทำ ทำให้ตอบคำถามหรือชี้แจงอะไรไม่ได้ แต่ดีอย่างเดียวที่นายกฯ ขยันมาสภามากกว่าเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังพุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เสียงพรรคเพื่อไทยจะแตกหรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของประชาชน และปัญหาของประเทศ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ระบบเขตเป็นตัวแทนของประชาชน พรรคจะกดดันทุกเรื่องไม่ได้ พรรคคงเข้าใจปัญหาเหล่านี้ เพราะ ส.ส.ระบบเขตมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยืนยันไม่มีการหักหลังประชาชนที่เลือกตนเข้ามา กว่าจะได้มาแต่ละคะแนนแสนทรมาน ดังนั้นการตัดสินใจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะไปเป็นงูเห่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ยังไม่คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2562 ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2562. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48367</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9d48a770fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯโวยอย่าจ้องจับผิด! ฝ่ายค้านซัดจัดงบไม่ตรงจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชุมถกงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทแล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อารมณ์ดีแจงไม่มีมั่วซั่วอนุมัติงบกลาง แนะทั่นผู้ทรงเกียรติส่องให้ละเอียด อย่าเอาแต่จ้องจับผิด &amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์&amp;rdquo; ยังอารมณ์ค้างเรื่องถวายสัตย์ฯ อัดยังไม่ถือเป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์จะเสนอกฎหมายงบประมาณได้อย่างไร พร้อมขู่ประธานสภาฯ หากดึงดันถกงบเท่ากับช่วยตีตรามีส่วนผิดด้วย ฝ่ายค้านรุมถล่มเป็นนายกฯ ขาดดุลมากสุด แต่งบกลาโหมกลับโตสวนทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษในเรื่องด่วนเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
โดยก่อนประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณา โดยการกำหนดเวลาให้ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายฝ่ายละ 18 ชั่วโมง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานที่สุดที่เคยมีการพิจารณามา สำหรับเวลารวมของการพิจารณาจะใช้เวลา 3 วัน ซึ่งที่ผ่านมาจะใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น แต่เนื่องจากไม่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยสภามานาน 5-6 ปีแล้ว จึงถือเป็นโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่ และเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงรัฐสภาก่อนถึงวาระประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยทันทีที่มาถึงนายกฯ กล่าวทักทายและพูดคุยกับนายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ที่กำลังรอขึ้นลิฟต์อยู่ โดยพูดคุยถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน โดยสอบถามว่า ส.ส.มาประชุมกันครบแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ รับฟังมาตลอดไม่ว่าจะโครงการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มชี้แจงเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า &amp;quot;ยังไม่ทำอะไรเลยก็มาถามแล้ว ขอฉันทำงานก่อน ใจเย็นๆ สื่อทำใจร่มๆ หน่อย ถามทุกวัน&amp;quot;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวอย่างอารมณ์ดีเช่นกันว่า พร้อมๆ ไม่มีปัญหา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.จะลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่าหากใครเห็นว่าลงมติไม่ได้ก็แล้วแต่ ก็ว่าไป ไม่ต้องไปเถียงกัน แต่พอถึงเวลายกมือโหวตก็ยกมือโหวตก่อน ใครเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ไปร้องศาลเพื่อวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
ในเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่ามีวงเงินไม่เกิน 3,200,000,000,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายของหน่วยรับงบประมาณเป็นจำนวน 3,137,290,534,200 บาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 62,709,465,800 บาท ซึ่งงบประมาณเป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยเศรษฐกิจไทยในปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 3-4% แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 0.8- 1.8% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณ 5.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนว่ากระทรวงและหน่วยรับงบประมาณต่างๆ ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2564) และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (พ.ศ.2558-2573) กรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 นโยบายสำคัญ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 รวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการพัฒนาและการจัดสรรทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
ลั่นไม่อนุมัติงบมั่ว
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการใช้จ่ายงบกลางว่า ประกอบด้วย เงินเบี้ยหวัด เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินเดือนข้าราชการ เงินสำรองสมทบและชดเชยของข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ถามว่ากฎหมายระบุไว้ตรงนี้ งบต่างๆ เหล่านี้ต้องใช้งบกลาง ถ้างบกลางมีกว่า 5 แสนล้าน แต่งบเหล่านี้ใช้ไปกว่า 4 แสนบาทแล้ว ส่วนที่เหลือกว่า 1 แสนล้านบาทไม่ใช่นายกฯ อนุมัติโครมๆ ยืนยันว่าไม่มี ไม่เคยอนุมัติให้แบบนี้ การใช้งบกลางต้องทำแผนงานโครงการขึ้นมา แล้วพิจารณาใน ครม. ตนเองอนุมัติเองไม่ได้
&amp;ldquo;เงินในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ 100 ล้านบาท เอาไปจังหวัดนี้ เขาขอก็ให้ไป แต่ก็ต้องบริหารให้อยู่ทางโน้น การใช้จ่ายงบกลางเป็นแบบนี้ ขอให้เข้าใจด้วย งบเร่งด่วนน้ำท่วมอะไรต่างๆ เหล่านี้ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายคนก็มี ผมได้ยินแว้บๆ เมื่อกี้นี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่รู้ หรือฝันก็ไม่รู้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อยากฝากให้ทุกคนช่วยกรุณาศึกษารายละเอียด แต่อย่าศึกษาเฉพาะประเด็นที่จะสร้างความไม่เข้าใจต่อกัน ถ้าถามมาอธิบายมาก็รับฟัง และคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนก็รับฟัง และยังมีการพิจารณาวาระสองต่อไป วันนี้อยู่ในวาระแรกเท่านั้นเอง ทั้งนี้ขอร้องว่าอย่าไปดูเฉพาะยอดวงเงินของกระทรวงเขา ต้องดูรายละเอียดข้างในว่ามีการทำงานอย่างไร ซึ่งตัวเลขทั้งหมดคือตัวเลข 3.2 ล้านล้านบาท ที่มีการแบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ งบกลางและงบต่างๆ ไปดูว่างบกระทรวงศึกษาฯ ทำไมถึงน้อยลง ก็เพราะเอาไปเพิ่มให้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ แล้วจะมาบอกว่างบการศึกษาลดลงได้อย่างไร ไปดูงบของกระทรวงกลาโหม ทำอย่างไรเขาซื้ออะไรแค่ไหน ตรงไหน
&amp;ldquo;ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้การสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้ เพื่อที่รัฐบาลจะยึดถือเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์แก่ชาติและประชาชนต่อไป ซึ่งการทุจริตก็เป็นอีกเรื่องไปตรวจสอบกันมา มีองค์กรต่างๆ ทั้งหมดที่ตรวจสอบ ซึ่งก็มีการตรวจสอบมาอย่างนี้ 5 ปีรัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลสมัยก่อนก็โดนทั้งนั้น แต่ชี้แจงได้ก็จบ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยเจตนาของผม ไม่ได้จะทำอะไรเพื่อใคร ผมเห็นสายตาประชาชนเวลาไปเยี่ยมตามต่างจังหวัดบางทีก็จุกคอเหมือนกัน เขาไม่มีอาชีพและไม่รู้ว่าจะทำอะไร ซึ่งคนเหล่านี้มีจำนวนมาก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าความมั่นคงไม่เกิดขึ้น ความมีเสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก็เห็นตัวอย่างในต่างประเทศแล้ว เราไม่ต้องการเดินไปสู่จุดนั้น ก็หวังอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงให้ความเห็นชอบ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณา แต่กรุณาดูทั้งหมด หวังว่าจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์ที่รัฐบาลจะทำงานให้ท่านได้ ซึ่งต้องการแบบนั้น ตรงนั้นตรงนี้เป็นอย่างไรก็สอบถามกันมาได้หรือไม่ แทนที่จะมาว่ากันไปกันมามันไม่เกิดประโยชน์
จากนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายว่า ฟังที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลงแล้วซาบซึ้ง เพราะต้องการเห็นบ้านเมืองให้เจริญรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีคำถามกลับไปยังนายกฯ ว่าทำไมเมื่อ 5 ปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทำอะไรเลย และต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้มีปัญหาในด้านความชอบธรรม ซึ่งอาจสังเกตได้จากการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายไม่ได้อธิบายถึงแหล่งที่มาของงบประมาณ และไม่ได้แสดงถึงความคุ้มค่า
&amp;ldquo;อยากฝากไปยังรัฐบาลว่า อยากให้รัฐบาลนำ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่เสนอมาวันนี้กลับไปร่างใหม่ เนื่องจากงบประมาณฉบับนี้ไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤติได้&amp;rdquo; นายสมพงษ์กล่าว และว่า ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา งบของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน และในปีนี้มีการเพิ่มขึ้นถึงกว่า 6 พันล้านบาท รายจ่ายเหล่านี้ไม่ได้สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน นอกจากนี้ การแจกเงินที่ผ่านมาก็แจกแบบสิ้นคิด ด้วยเหตุผลทั้งหมดทำให้ไม่สามารถเห็นชอบที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้
ข้องใจถวายสัตย์ฯ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โดยอภิปรายว่าจะไม่เข้าประเด็นงบประมาณ เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจในการมาแถลงนโยบายอะไรต่างๆ ด้วยซ้ำ และยังเป็นรัฐบาลที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ แถลงนโยบายโดยไม่มีแหล่งที่มาของเงิน โดยทุกวันนี้ในความคิดของพรรคเสรีรวมไทย เรายังมีรัฐบาล รวมทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้
ทั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานได้ท้วงติง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขอให้อภิปรายในกรอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะเรื่องการถวายสัตย์ฯ ถือว่าจบไปแล้ว ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้แย้งว่ากำลังอภิปรายถึงรัฐบาลที่ไม่มีอำนาจ ประธานในที่ประชุมได้เรียนหนังสือมาหรือเปล่า ขอให้ท่านวางตัวเป็นกลาง ที่ผ่านมาไปฉีดยาที่ห้องพยาบาล เห็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินเข้ามาในสภา มีคนติดตามเป็นขบวน และเห็นท่านประธานเดินตามหลัง เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ ที่ไปพินอบพิเทานายอนุทิน อุตส่าห์ไม่พูด ทำให้นายศุภชัยแย้งว่า พล.ต.เสรีพิศุทธ์พูดนอกประเด็น และคนเป็นกลางไม่ใช่เรื่องการเดินตามหลังใคร แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการทำหน้าที่ ขอให้พูดให้ตรงประเด็นด้วย
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังอภิปรายต่อว่า รัฐบาลมีที่มาไม่ถูกต้อง พรรคฝ่ายค้านพยายามให้โอกาสรัฐบาล แต่ยังไม่เห็นความรับผิดชอบจากนายกฯ ซึ่งประธานสภาฯ ส.ส. และประชาชนก็รู้ดีว่ารัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาล และ ครม.จะหน้าด้านทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะแต่งตั้งข้าราชการหรือมีมติ ครม.ต่างๆ ก็ทำไป เพราะไม่เกี่ยวข้องกับสภา แต่เมื่อ ครม.ทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ส่งมาที่สภา ประธานสภาฯ ก็รู้ว่าถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน แต่กลับไปรับร่าง พ.ร.บ.เข้ามาในสภา และออกหนังสือเรียกประชุมไม่ถูกต้อง ท่านจะรับสิ่งที่ผิดกฎหมายให้พิจารณาได้อย่างไร เท่ากับท่านพยายามสนับสนุนรัฐบาลที่ผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยยังท้วงติงให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายให้เข้าประเด็น ถ้าไม่เข้าเรื่องก็ขอให้นั่งลง ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ยืนยันจะอภิปรายต่อ และหากไม่ให้พูดจะดำเนินคดีกับประธาน ทำให้นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลุกขึ้นประท้วงขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายให้เข้าประเด็นด้วย เพราะพูดเนื้อเดิมวนไปมา จากนั้นนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วง และขอให้ฟัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พูดต่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า หากเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย และเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เข้ามา ก็จะอภิปรายในเรื่องงบประมาณ แต่เมื่อไม่ชอบแล้วก็ขอแนะนำให้ส่งคืน ครม.แล้วทำให้ถูกต้อง ทฤษฎีผลไม้เป็นพิษเป็นหลักกฎหมายสากลที่ทั่วโลกยอมรับ กรณีนี้ก็เปรียบเหมือนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่ และเสนอมาให้รัฐสภาพิจารณาก็ย่อมเสียไป ไม่สามารถใช้งานได้ แต่การนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาพิจารณา เท่ากับยอมรับว่าให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่าง พ.ร.บ.ที่เป็นผลไม้พิษย่อมส่งผล คือ 1.การยอมรับมาพิจารณาเท่ากับยอมรับสัตยาบันว่า ครม.และนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ได้ 2.ยอมรับว่าการถวายสัตย์ฯ เป็นเพียงพิธีกรรมว่าจะถวายอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 3.รัฐธรรมนูญมาตรา 161 ไม่มีความจำเป็น เพราะจะพูดถวายสัตย์ฯ อย่างไรก็ได้ 4.ยอมรับความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ในเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่รัฐบาลไม่ถูกต้องส่งมาเท่ากับยอมรับรัฐบาลด้วย 5.ประธานสภาฯ เข้าข่ายปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปล่อยปละละเลยให้กระทำความผิด และ 6.เมื่อประธานสภาฯ ไม่ดำเนินการยุติให้ ครม. ยุติปฏิบัติหน้าที่ จึงถือว่าประธานสภาฯ ต้องรับผิดชอบร่วมกับรัฐบาลและ ครม.ที่จะเกิดขึ้นด้วย
&amp;ldquo;ท่านประธานไม่ต้องห่วง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยากให้ยึดหลักกฎหมายไว้ดีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 141 ระบุชัดเจน ว่าให้ใช้งบประมาณของปีเดิมได้ไม่เสียหายอะไร ขอให้ประธานทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเสีย และให้ส่งร่างกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน พรรคเสรีรวมไทยหารือกันแล้วจะไม่ยอมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ผิดกฎหมายนี้เด็ดขาด ถ้าไม่ยอมส่งกลับ และพิจารณาต่อ เราจะไม่ร่วมพิจารณาด้วย&amp;rdquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
ทั้งนี้ หลังการอภิปราย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้นั่งลงสักครู่ก่อนเดินออกจากห้องประชุม ส่วน ส.ส.ของพรรคยังคงนั่งอยู่ในห้องประชุม
รุมสับงบไม่ตรงจุด
ต่อมาเวลา 13.30 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรค พท. อภิปรายว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก่อหนี้เพื่อชดเชยงบประมาณสูงที่สุดตั้งแต่มีการจัดงบประมาณในประเทศมา มีการใช้งบมหาศาล แต่คนจนกลับเพิ่มขึ้น มีการลงทะเบียนคนจนสูงถึง 14.5 ล้านคน และยังมีการออกใบอนุญาตใหม่ให้กับอาชีพวณิพก ขณะที่เศรษฐี 5 ตระกูลมีความมั่งคั่ง มีสินทรัพย์มากถึง 1 ล้านล้านบาท ร่ำรวยเพราะทำมาหากินกับรัฐบาล ตัวเลขทรัพย์สินเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดิน เป็นการใช้งบประมาณที่ไม่เท่าเทียม พล.อ.ประยุทธ์ทำให้เราได้แชมป์ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน
&amp;ldquo;วันนี้รัฐบาลกำลังใช้เงินผิดประเภท เอาเงินที่มีไปติดอาวุธให้กองทัพ ขณะที่คนไทยกำลังลำบาก นอกจากไม่เกิดรายได้ยังต้องเสียเงินไปกับค่าซ่อมบำรุงจนกว่าจะหมดอายุการใช้เงิน สุดท้ายก็เอาไปใช้เป็นที่อยู่ของปะการัง การจัดสรรงบประมาณต้องตอบโจทย์ประเทศ แต่รัฐบาลใช้งบเพื่อความมั่นคงให้กับรัฐบาลมากกว่าความมั่นคงของประชาชน ล่าสุดอนุมัติงบกลางสร้างบ้านพักรับรองให้ผู้บัญชาการทหารเรือ แต่คนจ่ายภาษีต้องอดอยาก ไม่มีจะกิน ชาวบ้านฝากมาถามว่า พล.อ.ประยุทธ์มาจากประชาชนจริงหรือไม่ หรือท่านมาจากกองทัพ&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวและว่า สรุปคือรัฐบาลจัดสรรเม็ดเงินอย่างสิ้นหวัง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้มาทางไหน กลับไปทางนั้น ขอให้กลับไปจัดสรรใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย ชะลอการใช้งบในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ถ้าผิดไปจากนี้จองศาลาไว้สวด จองเมรุเอาไว้เลย
นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนชาวไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณใหม่ แต่ถ้ายังไม่ปรับ คิดว่ารัฐบาลใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป อยากให้ช่วยจัดสรรให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และอยากให้รัฐบาลส่งเสริมภาคเกษตร ซึ่งงบประมาณที่ทุ่มตรงนี้มีจำนวนน้อยมาก ท่านประธานเคยได้ยินหรือไม่ ประเทศไทยมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ครอบครัวมั่นคง ประชาชนมั่นคง ประเทศก็จะมั่นคงไปด้วย แต่การจัดสรรงบแบบนี้เข้าลักษณะประเทศไม่มั่นคง แต่นายพลมั่งคั่ง ซึ่งไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจกับรากหญ้ามากกว่านี้&amp;nbsp;
ในเวลา 17.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. อภิปรายว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นนายกฯ ที่ทำงบประมาณขาดดุลมากที่สุด และยังเป็นงบที่ไม่เกี่ยวกับการลงทุนที่ออกดอกออกผลด้วย โดยเฉพาะงบของกระทรวงกลาโหมนั้น หากย้อนดูตั้งแต่ปี 2549 ถือว่ากระโดดขึ้นมาเกือบ 300% ที่กระทรวงใดวันนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนควรต้องปรับลด กระทรวงใดที่มีความจำเป็นต่อปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องปรับเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การตั้งงบเพื่อเงินชดเชยเงินคงคลังนั้น ต้องมีไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท แต่กลับไม่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เลย หากร่าง พ.ร.บ.ผ่านวาระแรกไปได้ ในชั้น กมธ.ต้องบรรจุรายละเอียดเอาไว้ด้วย&amp;rdquo; นายจุลพันธ์ระบุ
ทั้งนี้ ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต่อมาไม่คึกคักเท่าที่ควร สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลสลับกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังคงอภิปรายสนับสนุน แต่ก็ได้แนะนำการใช้จ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ในขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงอภิปรายโจมตีการจัดงบไม่สมดุลและไม่มีทิศทางลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมเรื่อง คัดค้านการเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมสนองทหารการเมือง โดยเรียกร้องให้ ส.ส.ผลักดันให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณางบในวาระ 2 กล้าหั่นงบกระทรวงกลาโหมลงเสียกึ่งหนึ่ง เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48285</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563, จัดงบไม่ตรงจุด, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da889dd30d0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
