<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039;แจงวิปรัฐบาลเตือนแล้วห้ามเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;นายเทวัญ &amp;nbsp;ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียบบัตรลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แทนกัน ว่าในส่วนที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) มีการพูดคุย ตักเตือนกันหลายครั้งแล้วเรื่องกดบัตรแทนกัน โดยมีการหารือกันตั้งแต่เริ่มประชุมสภาตั้งแต่ต้น ว่าการกดบัตรแทนกันเป็นเรื่องผิดระเบียบ ฉะนั้นเรื่องนี้ขอสมาชิกอย่าได้ทำ และเราทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าระเบียบเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทุกพรรคก็ทราบถึงระเบียบนี้ใช่หรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า ควรต้องทราบ เพราะเป็นระเบียบอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในสภา แต่อ่านจากหนังสือพิมพ์ที่บอกว่า เขาคาบัตรไว้ แล้วใครเอาของเขาไปกด แต่ข้อเท็จจริงไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในส่วนวิปรัฐบาลต้องมีการตรวจสอบหรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า ประชุมวิปรัฐบาลไม่ใช่เรื่องการตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสภาในการตรวจสอบ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แต่ละพรรคควรสั่งกำชับ ในเรื่องดังกล่าว ส่วนพรรคของตนเองก็สั่งไปว่าห้ามเด็ดขาด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55233</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, วิปรัฐบาล, เทวัญ  ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27f6627f1db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;บอกชัดเสียบบัตรแทนกันแน่ไม่ใช่ลืมส่วนเรื่องตีความให้สิทธิ์ส.ส.พิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสรุปรายงานการตรวจสอบกรณีเสียบบัตรเเทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แล้วว่า มีการเสียบบัตรแทนกันจริง และไม่พบว่ามีการเสียบบัตรค้างไว้ข้ามคืน ซึ่งเบื้องต้นมีความเห็นร่วมกันกับฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องไม่มีปัญหา ซึ่งขณะนี้มีเวลาอีก 3 วัน ที่สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของทั้งสองสภาจะสามารถเข้าชื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ภายใน 3 วัน หลังจากวุฒิสภามีมติเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า ส่วน ส.ส. ควรจะเข้าชื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่นั้น ไม่อยากชี้นำเรื่องนี้ เพราะเป็นสิทธิ์ของ ส.ส. ที่จะเข้าชื่อ ส่วนกรณีเสียบบัตรเเทนกันจะทำให้ร่างกฎหมายตกไปทั้งฉบับหรือไม่นั้น เคยเกิดขึ้นกรณีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของ ประเทศ ปี 2557 ซึ่งนอกจากการเสียบบัตรแทนกันแล้วยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เป็นเหตุให้ร่างกฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ต้องพิจารณาที่ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่าควรทำเรื่องให้ชัดเจน ดีกว่าปล่อยให้เคลือบแคลงสงสัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55224</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563, ชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, เสียบบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e8b378c0a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรีดพ่นน้ำลายยื้องบ63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ถกงบฯ 63 ยืดเยื้อ ประธานวิปฝ่ายค้านขอยกไปประชุมต่อวันพุธ-พฤหัสฯ หน้า แต่แกนนำรัฐบาลไม่ยอม สุดท้ายต้องจบภายในคืนวันที่ 10 ม.ค. &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีดพูด 1 ชั่วโมงกับ 10 นาทีก็ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและน้ำที่อภิปราย กมธ.เสียงข้างน้อยโวยที่ปรึกษานายกฯ มาคุมไม่ให้ตัดงบนายกฯ &amp;quot;ทอน&amp;quot; เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแฟลชม็อบ ตร.แจ้งข้อหาเพิ่มชุมนุมไม่เกิน 150 ม.จากเขตพระราชวัง อ้าง 12 ม.ค. ไปวิ่งไล่ลุงในฐานะคนธรรมดาไม่คิดคำขวัญวันเด็ก แต่เชิญเยาวชนออกมาร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท รายมาตรา ในวาระ 2 เป็นวันสุดท้าย ก่อนลงมติในวาระ 3 ในคืนวันที่ 10 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบระยะเวลาที่ฝ่ายค้านต้องการในการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ว่าหากดูแล้ววันนี้ไม่จบก็อย่าฝืนเลย ยกไปประชุมในวันพุธ วันพฤหัสบดีหน้า ให้ทำงานกันได้ตามปกติ และได้คุณภาพ ดีกว่ามาเร่งรัด อีกอย่าง ส.ส.ก็อยากลงพื้นที่วันเด็ก ในวันเสาร์ 11 มกราคม จะให้มาอภิปรายอยู่ที่สภาก็ทำให้เขาพะวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะถูกมองว่าเป็นการถ่วงเวลาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ได้มองแบบนั้น ต้องดูกันด้วยเหตุและผล การอภิปรายที่ผ่านมามีคนบอกด้วยซ้ำว่า ส.ส.ฝ่ายค้านพูดน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาล เราพยายามให้จบเลยพูดน้อยลง แต่หากรัฐบาลไม่ยอมให้ขยายเวลาเราก็จะบอกว่าไม่ได้คุณภาพ จะทำแค่พอเสร็จๆลวกๆ ไปก็คงไม่ดี วันนี้จะแสดงตนเป็นปกติ ไม่ได้ไปตีรวนหรือล้มโดยการนับองค์ประชุม ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ต้องจำใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงฝ่ายค้านอยากให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไปพิจารณาต่อในสัปดาห์หน้าว่า เรื่องนี้วิปทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือกัน คิดว่าคงหารือกันแล้ว อะไรที่ตกลงกันแล้วก็ควรจะเดินไปตามนั้น สภาจะได้เดินต่อไปได้ เท่าที่ทราบก็พยายามที่จะให้พิจารณาให้เสร็จภายในวันนี้ ต้องเข้าใจว่าแม้ว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 จะผ่านสภาตามกรอบเวลาแล้วก็ตาม แต่กว่าจะเบิกจ่ายได้ก็ประมาณเดือน มี.ค. ที่เม็ดเงินจะลงไปถึงข้างล่างได้ ถ้าทำได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ รัฐบาลก็จะสามารถขับเคลื่อนและแก้ปัญหาให้กับประเทศได้มาก ส่วนที่ฝ่ายค้านจะยื่นองค์กรอิสระให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ หวังว่าถ้าไม่เกิดได้ก็จะดี เพราะไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีเป้าหมายว่าจะให้จบภายในวันนี้ แต่หากไม่จบสิ่งที่ตามมาคืองบจะใช้ได้ช้า งบนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ที่จะได้นำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจที่เรากำลังย่ำแย่ ดังนั้นคิดว่าทั้ง 2 ฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน หลังจบการพิจารณาของสภาจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งมีเวลาจำกัด จึงเชื่อว่าในเดือนนี้ต้องจบไม่เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตามมา
ลงมติวาระ 3 คืนวันที่ 10 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า ส.ส.หลายคนก็พูดดี แต่การพิจารณางบครั้งนี้เป็นวาระการแปรญัตติไม่ใช่ขั้นรับหลักการ ซึ่งตามปกติกรรมาธิการฯ จะต้องไปศึกษางบแล้วมาอภิปรายให้สมาชิกทราบ แต่การพิจารณาครั้งนี้กรรมาธิการกลับมีปัญหาเอง กลายเป็นว่าพูดมากกว่าสมาชิกและตั้งคำถามเสียเอง จึงทำให้เสียเวลามากกว่าปกติ ตามปกติการพิจารณางบประมาณถ้ายังไม่เสร็จภายใน 3 วัน ก็สามารถต่อวันที่ 4 ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะไม่เลื่อนไปสัปดาห์อื่นๆ เพราะจะมีปัญหากับทั้ง 2 ฝ่ายเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่ที่เราสรุปเรื่อง บางทีการพูด 1 ชั่วโมงกับพูด 10 นาทีก็ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อและน้ำที่อภิปราย ซึ่งปกติขั้นการแปรญัตติกรรมาธิการจะให้เหตุผลในการตัดงบประมาณมากกว่าที่จะมาอภิปรายหลักการว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แบบวาระแรก&amp;quot; นายชวน กล่าวกรณีนายสุทิน คลังแสง ระบุว่าหากพิจารณาเสร็จภายในวันนี้จะไม่ได้เนื้อหาที่ครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมาในช่วงเย็น นายสุทิน คลังแสง เปิดเผยว่า การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฝ่ายรัฐบาลจะให้เสร็จภายในคืนนี้ แม้ฝ่ายค้านจะต่อรองขอให้ปิดการอภิปรายในเวลาตี 1 ถึงตี 2 แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม และให้อภิปรายลากยาวถึงวันที่ 11 ม.ค. จนกว่าจะพิจารณาเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นไปตามข้อตกลงเดิม คือให้จบภายในวันนี้ หากไม่จบจะไม่มีการหยุดพัก โดยจะพิจารณาไปเรื่อยๆ ซึ่งหน่วยงานที่เหลือน่าจะอภิปรายกันไม่มาก คาดว่าน่าจะจบในเวลา 24.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมาชิกจะอภิปรายมากน้อยเพียงใด หากมีจำนวนมากต้องอภิปรายต่อไปจนถึงวันที่ 11 ม.ค. จนกว่าจะจบ แม้วันที่ 11 ม.ค. จะเป็นวันเด็กแห่งชาติที่ ส.ส.ต้องลงพื้นที่นั้น แต่ ส.ส.สามารถมอบหมายตัวแทนให้ไปร่วมงานได้ แต่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ เป็นเรื่องภาษีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุมสภาฯ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อเป็นวันที่สาม โดยเริ่มที่มาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 132,834,254,500 บาท ซึ่งสมาชิกใช้เวลาอภิปรายกว่า 4 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการใช้งบไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและไม่ตรงเป้าที่วางไว้ ทั้งๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการมีภาระหน้าที่ในการบริหารจัดการการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชน ให้มีคุณภาพและมีความเท่าเทียมกัน จึงอยากให้มีการบูรณาการให้การศึกษามีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 250 ต่อ 68 งดออกเสียง 140 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.22 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 25 งบรายจ่ายของกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 26,730,737,500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุม ในช่วงบ่ายจนถึงเย็น ภายหลังลงมติเห็นชอบงบของกระทรวงศึกษาธิการเรียบร้อย ที่ประชุมสภาก็มีมติเห็นชอบมาตรา 25 งบรายจ่ายกระทรวงสาธารณสุข ด้วยมติเห็นชอบ 242 ต่อ 64 งดออกเสียง 141 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง และมาตรา 26 งบรายจ่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยมติเห็นชอบ
กุนซือนายกฯ คุมไม่ให้ตัดงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.20 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 27 งบรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี จากเดิมที่เสนอขอ 46,221 ล้านบาท แต่ กมธ.เพิ่มให้ 46,242 ล้านบาท ซึ่งได้รับเงินเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอให้จับตาการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะเป็นการนำเงินงบประมาณออกจากระบบราชการที่คลาสสิกและน่าเกลียดอย่างแท้จริง เนื่องจากพบการจัดสรรงบประมาณมีการรั่วไหล โดยแบ่งจ่ายให้กับโครงการว่าจ้างที่ปรึกษา แยกเป็นรายโครงการมูลค่าสูงกว่า 383 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าจ้างเดือนละ 1.9 แสนบาท รวม 4 เดือน ซึ่งเป็นงบที่สูงกว่าการจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพิจารณาของ กมธ.อึดอัดที่สุด เพราะมีคนเข้าไปคุมการพิจารณาถึงห้อง กมธ.และห้องประชุมอนุ กมธ. เพื่อไม่ให้ตัดงบ แม้ กมธ.จะขอตัดขอแปรญัตติตัดเขาไม่ยอม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกับการพิจารณา กมธ.ของพรรคการเมืองที่ผ่านมาที่เห็นร่วมกัน ตัดคือตัด ซึ่งการพิจารณาของ กมธ.ถูกกดดัน ถูกควบคุม ไม่มีผ่อนคลาย ขอเรียกร้อง ขอให้เอาพอสมควร อย่าทำเกินไป เพราะบางอย่างรับไม่ได้จริงๆ&amp;quot; นายวรวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมลงมติและเสียงข้างมากของที่ประชุม 245 เสียง เห็นชอบกับ กมธ.แก้ไข และไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง &amp;nbsp;196 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลงมติแล้วเสร็จ นายวรวัจน์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงบุคคลที่เข้ากำกับการปรับลดงบประมาณของมาตรา 27 คือ พล.อ.กิตติทัศน์ เปี่ยมสุวรรณ์ ที่ปรึกษานายกฯ ซึ่งแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ซึ่งเข้ากำกับการพิจารณา ทั้งการประชุม กมธ.ชุดใหญ่และอนุ กมธ. ซึ่งควบคุมไม่ให้ปรับลดงบประมาณมากเกินไป และจะให้ลดเฉพาะที่เห็นชอบเท่านั้น โดยงบประมาณของมาตราดังกล่าวถือเป็นงบที่ นายกฯ มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ เช่นเดียวกับงบกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ สน.ปทุมวัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายธนวัฒน์ วงค์ไชย และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา รวมทั้งหมด 5 คน เดินทางเข้าพบตำรวจตามหมายเรียกกรณีจัดการชุมนุมบนสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้า-ออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา &amp;nbsp; ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ประชุมสภา หากแล้วเสร็จจากการทำหน้าที่จะมาพบเจ้าหน้าที่ในภายหลัง
&amp;quot;ทอน&amp;quot;ร่วมวิ่งไล่ลุง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค อนค.ตั้งข้อสังเกตว่า เสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน อย่างนายไพรัฏฐโชติก์ก็ถูกเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมที่บ้าน 2 วันติด วันแรกไปถ่ายรูปในบ้าน วันที่ 2 ส่งเจ้าหน้าที่ 5 นายมาพูดคุย อยากบอกว่าเผด็จการพยายามทำให้เรากลัว ถ้าเราไม่กลัวเราจะไม่แพ้ สำหรับคดีนี้ตนไม่มีความกังวลใดๆ เพราะการดำเนินคดีเป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนงานวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค.นี้ ตนจะไปร่วมงานด้วยในฐานะคนธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนวัฒน์กล่าวว่า ในฐานะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง มีความพร้อมมากมีการเตรียมเสื้อ ถ้วยรางวัล วันที่ 11 ม.ค. น่าจะแล้วเสร็จทุกอย่าง จะจัดตามเวลาเดิมที่แจ้งคือ 05.00-09.00 น. วันที่ 12 ม.ค. เพราะได้รับการอนุญาตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการให้ปากคำประมาณ 2 ชม. นายธนาธรเปิดเผยว่า ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตร จากพระราชวังรวมเป็น 5 ข้อหา พวกตนปฏิเสธหมดจากนี้จะมาอีกทีในวันที่ 3 ก.พ. เพื่อนัดส่งคดีกับทางอัยการ ตนยืนยันว่าจะสู้ไม่ถอย ไม่หมดกำลังใจ จะทำให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ องค์กรอิสระ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ตนขอเชิญชวนประชาชนสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้จะเป็นปีแห่งความกล้าหาญของประชาชน ซึ่งจะไม่ทนออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับตัวเอง สำหรับพรุ่งนี้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ผมไม่ได้คิดคำขวัญ แต่อยากเชิญชวนเยาวชนให้ออกมาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตคนไทยดีกว่าเดิม สำหรับวันที่ 21 ม.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจิฉัยเรื่องพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง พวกผมตั้งพรรคการเมืองมาก็พร้อมสู้ในระบบ ไม่อย่างนั้นจะตั้งพรรคมาทำไม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังคงสู้ต่อไป&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศบริเวณ สน.ปทุมวัน มีกองเชียร์กว่า 100 คน คอยส่งเสียงเชียร์และถือป้ายให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กกรณีการจัดวิ่งไล่ลุงที่สวนรถไฟ วันที่ 12 ม.ค.นี้ ตนจะไปเดินไล่ลุงด้วย วัตถุประสงค์ต้องการไปเดินออกกำลังเพื่อเตรียมร่างกายให้แข็งแรงเอาไว้ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจรัฐ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54273</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563, วิ่งไล่ลุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e188981aecac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบฯวาระ2โหวตฉลุย! เฉ่งการเมืองอีแอบวิ่งไล่ลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ย้ำ 10 ม.ค. ถกงบปี 63 จบแน่ เพราะตกลงไว้แล้ว ชี้เป็นครั้งแรกที่ กมธ.พ่นน้ำลายมากกว่าทั่นผู้แทนฯ เผยใครข้องใจเรื่องขัดรัฐธรรมนูญส่งตีความได้ แต่อาจจบที่ยกคำร้องเพราะมีบทเรียนมาแล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เล็งไปสภาเพื่อขอบคุณหลังโหวตจบ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; เตือนนักการเมืองอย่าเป็นอีแอบหนุนวิ่งไล่ลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรยังคงมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท รายมาตรา ในวาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า คงประชุมไปเรื่อยๆ แต่ช่วงปลายอาจเร็วขึ้น เพราะเป็นข้อตกลงและเป็นคำมั่นสัญญาของผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่าย ว่าจะให้เสร็จในวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งปกติแล้วการพิจารณางบประมาณ ส.ส.จะใช้เวลาอภิปรายมาก แต่ว่าครั้งนี้กลายเป็นฝ่ายคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่อภิปรายมาก เพราะภายใน กมธ. ประกอบด้วยหลายฝ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าจะไม่แล้วเสร็จภายในวันนี้ และคงจะเลิกดึก ส่วนในวันที่ 10 ม.ค. หากเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ก็น่าจะเสร็จ เพียงแต่ว่าจะเสร็จช่วงกลางวันหรือช่วงดึกก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่น่ายืดเยื้อจนทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบมีปัญหา เพราะมีการตกลงกันแล้ว&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า มี ส.ส.บางคนเกรงว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น นายชวนแจงว่า เป็นเรื่องของ กมธ.และรัฐบาลก็ดูแลอยู่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อการตรากฎหมายหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็เป็นไปโดยปกติ ไม่มีอะไรขัดระเบียบหรือกฎหมาย แต่ว่าความเห็นเรื่องขัดหรือไม่ขัด ก็แล้วแต่แต่ละท่าน ส่วนจะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความนั้น ก็มีสิทธิ์ทั้งนั้น บางคนยื่นอะไรบ่อยๆ แต่มักจบโดยยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปขอบคุณ ส.ส.หลังจากที่ประชุมสภาได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบเสร็จสิ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยากให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายร่างงบประมาณ ในส่วนการจัดสรรงบลับในกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้นายวิษณุ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดือนละ 1 ล้านบาท ว่าไม่มี ไม่เคยมีด้วย งบแบบนี้ไม่เคยมี นอกจากงบที่จัดให้รองนายกฯ ทุกท่านที่ไปดูแลพื้นที่ที่กำกับดูแล ซึ่งเรียกว่างบภูมิภาคพื้นที่ และไม่ได้มอบให้ตัวบุคคล เป็นงบที่ตั้งไว้ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เพียงแต่ในพื้นที่ต้องการก็จะแจ้งมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันที่ระบุว่าให้เป็นเงินเดือน เดือนละ 1 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่เคยมีตั้งแต่ไหนแต่ไร รัฐบาลไหนก็ไม่เคยมี สักบาทนึงก็ไม่มี&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า ไม่ไปชี้แจง เพราะชี้แจงไม่ได้อยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของ กมธ. เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ส่วนเรื่องร่าง พ.ร.บ.ส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น กมธ.เขาคงตอบได้ แต่ในแง่กฎหมายเห็นว่าไม่ขัด ซึ่ง กมธ.คงตอบเรื่องนี้เอง
โหวตฉลุยไม่มีพลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมสภา ได้เริ่มต้นในมาตรา 10 งบกระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 4,940,473,000 บาท ซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการติติงการทำหน้าที่ของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กต. จนกระทั่งเวลา 12.15 น. ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 248 ต่อ 6 เสียง งดออกเสียง 200 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้มีการพิจารณามาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 3,551 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งข้อสังเกตของ กมธ.กันเองมากกว่า ส.ส. แต่สุดท้ายที่ประชุมก็มีมติ 244 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 210 เสียง เห็นชอบมาตรา 11&amp;nbsp;
ส่วนมาตรา 12 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 17,898 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซักถามในเรื่องเบี้ยยังชีพ ก่อนที่ที่ประชุมมีมติ 246 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 219 เสียง เห็นด้วย กมธ.เสียงข้างมาก
มาตรา 13 งบรายจ่ายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 47,890,344,600 บาท ได้มีการสอบถามถึงงบวิจัยจำนวนมาก ซึ่งน่าสังเกตว่าเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่เวลา 17.40 น. หลังที่ประชุมสภาได้อภิปรายครบถ้วน ที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 249 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 218 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ในช่วงค่ำ เริ่มมีการพิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับวงเงิน 32,577,767,300 บาท ซึ่งมีทั้ง กมธ.และ ส.ส.ที่อภิปรายจำนวนมาก ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมากไม่มีการพลิกแต่อย่างใด ก่อนที่ประชุมจะมีการพิจารณามาตรา 15 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 54,622,962,200 บาท และมาตรา 16 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงาน วงเงิน 4,567,618,800 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงภาพรวมการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านถือว่าทำหน้าที่ได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยชี้ให้เห็นถึงการจัดทำงบประมาณแบบรัฐราชการรวมศูนย์ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม รวมทั้งงบยังมีลักษณะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จัดอีเวนต์ นิทรรศการสร้างภาระ แต่งหน้าทาปาก ไม่มีความยั่งยืน บางโครงการมีลักษณะเหมือนตีเช็คเปล่า ตอบแทนรางวัลเป็นโบนัสให้กับกลุ่มผู้ร่วมสนับสนุนการทำรัฐประหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับความเคลื่อนไหวของกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้น ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ผ่านนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง โดยนายธนวัฒน์ระบุว่า อยากมาเชิญฝ่ายค้านเข้าร่วม เพื่อให้ตัวแทนของประชาชนได้ไปรับฟังเสียงของประชาชนที่งานนั้น ซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่โดนสกัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาไม่ให้เข้ามาด้านใน โดยต้องการให้เปลี่ยนเสื้อวิ่งไล่ลุงตัวที่ใส่มาก่อน จึงเข้าไปได้ ซึ่งได้ยืนยันว่าเสื้อตัวนี้ใส่แล้วไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีข้อใดห้ามใส่เสื้อวิ่งไล่ลุง เรายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนเสื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ขอบใจน้องๆ คณะผู้จัดงานที่ได้มาเชิญถึงสภา ซึ่งเรามองว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ และกระทำโดยเปิดเผย อยู่ภายใต้ข้อกฎหมายที่รองรับสิทธิขั้นพื้นฐานไว้ จึงจะไปเชิญชวนสมาชิกฝ่ายค้านให้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน ส่วนตนเองติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัดอาจร่วมในพื้นที่แทน&amp;nbsp;
พี่ศรีเตือนพวกอีแอบ
น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงประเด็นตำรวจสภาให้เปลี่ยนเสื้อกิจกรรมวิ่งไล่ลุงก่อนเข้าสภา ว่ารัฐสภาเป็นพื้นที่ของประชาชน โดยทั่วไปไม่มีประชาชนคนไหนใส่สูทผูกไทเข้ามา แต่เหตุใดผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงจึงไม่ได้รับอนุญาต หากปล่อยให้สภาใช้อำนาจโดยไร้การอ้างอิงแบบนี้ ส.ส.คงไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นตัวแทนของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราไม่รู้ว่าวันที่ 12 ม.ค.จะเกิดอะไรขึ้น เพราะหลายพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งห้ามจัดกิจกรรม ดังนั้นเราขอยืนยันต่อประชาชนว่าจะทำเต็มความสามารถ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ หากใครถูกคุกคาม หรือสั่งห้ามเข้าร่วมกิจกรรมสามารถมาร้องเรียนกับ กมธ.ได้&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและเดินเชียร์ลุงจำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตในการจัดงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่กิจกรรมทางการกีฬา ส่วนพวกที่อ้างว่าเป็นเพียงแค่กีฬานั้น เป็นพวกศรีธนญชัย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นักการเมืองและหรือพรรคการเมืองที่หนุนหลังไม่ควรทำตัวเป็นอีแอบคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ต้องกล้าเปิดเผยให้ประชาชนทราบ เพราะการจัดกิจกรรมทางการเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพียงแต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน ไม่ใช่อ้างสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้แล้วจะกระทำการอย่างใดก็ได้นั้น เป็นความคิดที่ผิด หากนักการเมืองผู้ใดพูดและส่งเสริมให้กระทำเช่นนั้น อาจเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษหนัก จึงขอเตือนไว้ก่อน&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการเตรียมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เตรียมรับมือแล้ว โดยมีการตั้งทีมขึ้นมารับมือ แต่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งไม่ใช่ตนเองแน่นอน รวมถึงไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ด้วย เพราะไม่ได้ถูกอภิปราย แต่ไม่ต้องห่วง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., การเมืองอีแอบวิ่งไล่ลุง, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563, ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17339538f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
