<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ&#039; ยันดูแลงบกระทรวงศึกษาฯ ให้เกิดการพัฒนาเยาวชนมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2562 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการเเละรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอบคุณส.ส.ทุกพรรคที่ลงมติในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563จำนวน3.2ล้านล้านบาทเเละมีการตั้งกมธ.วิสามัญ64คนเพื่อพิจารณารายละเอียดในขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวว่า จากนี้ไปรัฐบาลจะเร่งทำงานต่อเพราะภารกิจยังมีต่อเนื่อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม ย้ำเสมอว่าครม.ต้องติดตามงานในหน้าที่เเละอย่าให้มีเรื่องทุจริต ตนเชื่อว่าครม.จะทำงานตามที่พลเอกประยุทธ์ระบุไว้เเน่นอน เเละเมื่อสภาผู้เเทนราษฎรให้ความเห็นชอบขั้นต้นของกฎหมายการเงินคือร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้เเล้ว ครม.เเละส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำงานให้ประชาชนในทุกด้านให้เกิดความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อสังเกตจากการอภิปรายครั้งนี้จากส.ส.จะเป็นข้อมูลที่กมธ.วิสามัญนำไปพิจารณาประกอบในการเเปรญัตติ เเละเสียงสะท้อนเกี่ยวกับงบที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับมานั้น ตนน้อมรับฟังเเละจะเสนอความเห็นประกอบไปให้กมธ.วิสามัญพิจารณาเช่นกัน ขอบคุณที่ทุกฝ่ายใส่ใจเเละให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชนไทย ตนรับหน้าที่รมว.นั้นจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเเละหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย&amp;rdquo;นายณัฏฐพลกล่าวเเละว่า เสียงสะท้อนเรื่องงบประมาณอาหารเช้าเเละอาหารกลางวันของนักเรียนที่มีหลายมุมมองในการประชุมครั้งนี้คือสิ่งที่ดีที่ส.ส.ฝ่ายค้านเเละรัฐบาลเเสดงความห่วงใยร่วมกัน ตรงนี้ตนขอบคุณเเละหวังว่าจะได้รับความร่วมมือเเละเสนอทางออกของปัญหาในเเนวทางสร้างสรรค์เช่นนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพลกล่าวว่า ส่วนการทำงานของพรรคพลังประชารัฐนั้น ตอนนี้ส.ส.เเละสมาชิกพรรคในทุกพื้นที่ยังติดตามความเดือดร้อนของประชาชนเเละสะท้อนมายังผู้บริหารพรรคเพื่อนำไปเร่งเเก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;
นายณัฏฐพลกล่าวว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมของการเลือกตั้งท้องถิ่น(ผู้ว่าฯกทม.เเละนายกอบจ.)นั้น พรรคมีความพร้อมเเละได้หารือขั้นต้นกับบุคคลที่มีความเหมาะสมไว้เเล้วในหลายพื้นที่ เพราะพรรคต้องตัดสินเลือกคนที่ท้องถิ่นต้องการเเละสามารถสานเเนวทางของพรรคให้เกิดประโยชน์กับพื้นที่นั้นๆได้ เร็วๆนี้จะทะยอยเปิดตัวบุคคลที่จะอาสาไปทำงานในระดับท้องถิ่นพร้อมทั้งเเนวนโยบายที่จะไปใช้กับพื้นที่นั้นๆโดยหวังว่าประชาชนในพื้นที่นั้นๆจะไว้วางใจบุคคลที่พรรคเสนอให้พิจารณาให้มาทำหน้าที่เเทนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รวมทั้งการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในบางเขตที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ มั่นใจว่าประชาชนจะเลือกผู้สมัครของพรรคให้กลับมาทำหน้าที่ในรัฐสภา เพื่อช่วยขับเคลื่อนการทำงานของพรรคทั้งในรัฐสภาเเละการดูเเลพื้นที่ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48447</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี 63, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, รมว.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9dac8d0cd51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบรกฯหวั่นเคาะงบประมาณปี 63 ล่าช้าฉุดธุรกิจก่อสร้างสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.2562 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่าขณะนี้ ฝ่ายวิจัย ประเมินว่าหากงบประมาณปี 63 มีการพิจารณาล่าช้ากว่าที่คาดไว้ อาจกระทบกับหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากกระทบต่องบลงทุนของหน่วยงานภาครัฐ ส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ยังไม่ก่อหนี้ผูกผัน และโครงการลงทุนใหม่ ๆ ที่อาจประมูลล่าช้า โดยเฉพาะโครงการตามแผนปฎิบัติการเร่งด่วน ปี 62 อยู่ที่ 41 โครงการ มูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาเหตุที่งบประมาณปี 63 อาจล่าช้า เนื่องจากสำนักงบประมาณได้กำหนดกรอบการพิจารณางบประมาณ เริ่มจากวันที่ 30 ก.ค.นี้ และเสนอให้ครม.พิจารณางบประมาณปี 63 ซึ่งจะให้เพิ่มหรือคงงบประมาณจากเดิมที่ 3.2 ล้านล้านบาท ทำให้คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา วาระแรก วันที่ 17 ต.ค.62 ถือว่าเลื่อนออกไปจากเดิม ที่คาดว่าจะพิจารณา ปลายเดือนก.ย.62 และทำให้การพิจารณาวาระที่ 2-3 ถูกเลื่อนออกไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากงบประมาณปี 63 พิจารณาล่าช้า ทำให้โดยรวมการเบิกจ่ายงบประมาณ ไตรมาสแรก ปี 63 จะล่าช้าออกไป โดยสำนักงบประมาณคาดว่าจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 เร็วสุดคือปลายเดือน ม.ค.63 จากเดิมคาดเริ่มวันที่ 1 ม.ค.63 ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มค้าปลีก จะได้รับผลบวก เนื่องจากงบประมาณที่อาจเบิกจ่ายล่าช้า อาจทำให้รัฐบาลกลับมาเดินหน้ากระตุ้นการบริโภค ที่ยังไม่ต้องใช้วงเงินอัดฉีดมากนัก ผ่านมาตรการทางภาษี เช่น ช็อปช่วยชาติ , นำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี แต่เชื่อว่าสุดท้ายรัฐบาลจะต้องเก็บภาษีส่วนอื่นชดเชย และทำให้รัฐบาลต้องขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น จากล่าสุด ปี 62 ขาดดุล 450,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมาพร้อมมาตรการกระตุ้นแบบเร่งด่วน และอาจเสนอขยายกรอบงบประมาณขาดดุลปี 63 ที่ 450,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ขาดดุลมากขึ้นอีก 190,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินส่วนนี้มากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลชุดใหม่อาจกำหนดงบประมาณขาดดุลเพิ่มเดิม ผ่านการจัดสรรงบประมาณกลางปีอย่างที่เคยทำมาแล้วเมื่อปี 60-61
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42274</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี 63, บล.เอเซีย พลัส, หุ้นก่อสร้าง, เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
