<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงศุภชัยนายกฯคนนอก สั่งครม.รับมือถกงบปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับ ครม.พร้อมรับมืออภิปรายงบปี 65 เตือนอย่าให้มีปัญหาแจงให้เคลียร์ทุกประเด็น&amp;nbsp; กลุ่มประชาชนคนไทยชง &amp;quot;ศุภชัย พานิชภักดิ์&amp;quot; นั่งนายกฯ คนนอก หลังยื่นหนังสือขอ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เสียสละลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมรับทราบการรายงานของนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวาระสำคัญ ดังนี้ 1.การพิจารณาพระราชกำหนด 2 ฉบับ คือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 (ลดดอกเบี้ยผิดนัด) และ พ.ร.ก.การให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 โดยกำหนดประชุมวันที่ 27 พ.ค. หากไม่แล้วเสร็จ ให้พิจารณาต่อวันที่ 28 พ.ค. และ 2.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. รวม 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ได้กล่าวในที่ประชุมว่าขอให้รัฐมนตรีใช้เวลาในการประชุมสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ชี้แจงข้อมูลถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้งบประมาณแผ่นดินในแผนงานและโครงการต่างๆ รวมถึงความสอดคล้องต่อสถานการณ์ของประเทศ ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส งบประมาณของกระทรวงใดที่มีการปรับลดลงจากปีก่อนต้องชี้ให้เห็น เงินที่ใช้สำหรับการเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจและการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ต้องอธิบายด้วยว่ามีการใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ และงบกลางกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว และที่สำคัญต้องตอบข้อซักถามทุกประเด็นให้เกิดความกระจ่าง เพื่อความเข้าใจร่วมกันและความสบายใจของประชาชน&amp;rdquo; นางสาวรัชดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมพร้อมเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ว่าอย่าให้มีปัญหา เพราะถือเป็นวาระสำคัญที่จะต้องประชุม พร้อมกับขอให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขกันอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำของกลุ่ม และอดีตโฆษกเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)เดินทางยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้เสียสละลาออกจากตำแหน่งหลังตลอด 7 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถปฏิรูปประเทศและแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติได้ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 272 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ในบัญชีพรรคการเมืองจากกรณีไม่ได้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา โดยใช้เสียงสองในสามเพื่อเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีพรรคการเมืองมาทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลสร้างชาติ โดยมีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่ทางกลุ่มเห็นว่าเหมาะสมนั้น นายพิชิต ไชยมงคล กล่าวว่า เป็นเพียงการหารือกันคร่าวๆ ในกลุ่ม อย่างชื่อนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งไม่ได้มีการเจาะจงเป็นพิเศษ แต่ให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม และผู้ที่จะเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาประเทศ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการรวมกลุ่มทั้งอดีตแกนนำ กปปส.เก่า และอดีตแกนนำพันธมิตรหลายคนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกลระบุว่า ขณะนี้ประเทศกำลังต่อสู้กับวิกฤติอย่างหนักควรเก็บเรื่องการเมืองไว้ก่อน ซึ่งจากการพูดคุยส่วนตัวกับแกนนำหลายคน ถ้าให้พล.อ.ประยุทธ์เสียสละทางกลุ่มประชาชนคนไทยเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะเป็นใครที่จะทุ่มเททำงาน ส่วนเรื่องการปฏิรูปและสร้างปรองดองนั้น ที่ผ่านมาก็เดินหน้ามาตลอด หากไม่ติดวิกฤติโควิด เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้เร็ว ดังนั้น ขณะนี้ขอเอาชีวิตประชาชนเป็นประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงนายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย ร่วมอภิปรายออนไลน์หัวข้อ &amp;ldquo;ทางออกจากวิกฤติประเทศไทย&amp;rdquo; ถึงการบริหารงานของนายกฯ และรัฐบาล พร้อมแนะนายกฯ ควรลาออก เพราะบริหารงานล้มเหลว และควรมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ว่านายกฯ และรัฐบาลได้ทำงานให้กับบ้านเมือง และช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าทำมากกว่ารัฐบาลอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการออกกฎหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายเสกสกลย้ำว่า เป็นเรื่องของรัฐสภาไปพิจารณา ซึ่งนายกฯไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงได้ แต่ยังย้ำอยู่เสมอว่าพร้อมให้การสนับสนุนทุกเรื่องอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากการเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่งเป็นเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของนายโภคินและพรรคไทยสร้างไทย ที่อยากเข้ามามีอำนาจเองนั้น ตนเองขอบอกว่าไม่ประสบความสำเร็จ นายกฯ ยังเหลือเวลาในการบริหารงานอีกปีเศษ หากพรรคไทยสร้างไทยอยากเข้ามาก็รอเลือกตั้งใหม่ ทำตามกติกาที่มีอยู่ อย่ามาอาศัยทางลัดให้นายกฯ ลาออก ยิ่งในช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤติเช่นนี้ นายกฯ ยิ่งต้องอยู่เพื่อทำงานให้กับประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า ที่นายโภคิน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายของไทยเอื้อให้แต่นายทุนและเจ้าสัว เกิดความเหลื่อมล้ำนั้น ไม่เป็นความจริง นายโภคินอย่าไปตีความเอาเอง อยากให้นายโภคินย้อนกลับไปดู ในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร ได้ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์อะไรให้ธุรกิจตนเองและครอบครัว และตั้งแต่สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ นั้น ก็จ้องแต่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ล้างมลทินให้กับพี่ชายของตัวเองเท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์เพื่อบ้านเมืองหรือประชาชนเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายโภคินก็เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รับรู้เรื่องนี้ดีกว่าคนอื่นเสียอีก จนทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงบนท้องถนน บาดเจ็บล้มตายไปมากมาย นายโภคินและคนในตระกูลชินวัตรก็ไม่เคยเห็นออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ มีคนเบื่อหน่ายเต็มบ้านเต็มเมือง ว่าเป็นระบบทักษิณ ระบบยิ่งลักษณ์และเป็นเผด็จการรัฐสภา ทำไมไม่เชิญชวนคนออกมาขับไล่หรือวิจารณ์แบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลสั่งคุมเข้ม ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่อยากเห็นการเคลื่อนไหวหรือการปั่นกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกหรือยุบสภา เพราะการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นของประชาชนในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการซ้ำเติมประเทศ ทางที่ดีทุกฝ่ายควรเอาเวลามาช่วยกันแก้ปัญหาโควิด-19 จะดีกว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เพราะสิ่งเดียวที่ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหาโควิดให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงอยากฝากไปยังพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองต่างๆ ว่ามาช่วยกันทำงานเพื่อประชาชนจะดีกว่า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประชาชนคนไทย, งบปี 65, นายกฯคนนอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายงบปี 65</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cb9fa24fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ทำใจงบปี65ถูกหั่นวูบ 63% หดเหลือ 1.15 แสนล้านพร้อมเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 2564 แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2565 ทล. ถือเป็นหน่วยงานราชการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 มากที่สุด อยู่ที่วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท โดยได้เสนอวงเงินคำขออยู่ที่วงเงิน 3.13 แสนล้านบาท ลดลง 63.14% และลดลงจากปี 2564 ที่ได้รับการจัดสรร วงเงิน 1.25 แสนล้านบาท หรือลดลง 8.36% ทั้งนี้​ ทล. เข้าใจสถานการณ์​ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอมรับว่า งบประมาณปี 2565 ที่ได้รับการจัดสรรลดลงนั้น อาจจะส่งผลกระทบบ้างต่อโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โครงการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เป็นต้น ซึ่งหากเป็นโครงการใหม่ ก็จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีงบประมาณในการดำเนินการลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ มีความเข้าใจ และยอมรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของ​งบลงทุนสำหรับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่นั้น หากโครงการใด หลุดจากวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งสามารถใช้แหล่งเงินจากวิธีการกู้แทนได้ แต่ในขณะนี้ ยังไม่สามารถตอบตัวเลขวงเงินได้ ซึ่งจะต้องรอการพิจารณาถึงกรอบวงเงินกู้จากสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ต่อไปว่า จะพิจารณาอนุมัติวงเงินจำนวนเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งานของ ทล.ส่วนใหญ่ จะเป็นงานบำรุงรักษาทางเดิมกับการก่อสร้างเส้นทาง และขยายเส้นทางใหม่&amp;nbsp;ซึ่งมองว่า ยังไม่กระทบมากนัก เพราะเส้นทางถ้าไม่ขยายตอนนี้ ถือว่ายังไม่มีผลเสียต่อโครงข่ายถนน และเมื่อได้รับการจัดสรรงบน้อยลง ในส่วนการซ่อมบำรุงรักษา จะดูเรื่องความเหมาะสมการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนสะดวกในการเดินทางและมีความปลอดภัย&amp;rdquo; แหล่งข่าวจาก ทล. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า กระทรวงคมนาคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 กระทรวงคมนาคม วงเงิน 2.11 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนราชการ 8 หน่วยงาน วงเงิน 1.75 แสนล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 5 หน่วยงาน วงเงิน 3.57 หมื่นล้านบาท ลดลงจากงบประมาณปี 2564 วงเงิน 1.62 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 7.14%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทล. ถือเป็นหน่วยงานราชการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 มากที่สุด อยู่ที่วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท จากวงเงินคำขอที่เสนอขอไป วงเงิน 3.13 แสนล้านบาท ลดลง 63.14% และลดลงจากปี 2564 คิดเป็น 8.36% หรือได้รับการจัดสรร วงเงิน 1.25 แสนล้านบาท รองลงมา คือ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ปี 2565 ได้รับการจัดสรร วงเงิน 4.62 หมื่นล้านบาท จากวงเงินคำขอที่เสนอขอไป วงเงิน 7.81 หมื่นล้านบาท ลดลง 40.85% และลดลงจากปี 2564 คิดเป็น 5.22% หรือได้รับการจัดสรร วงเงิน 4.87 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนหน่วยงานราชการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 น้อยที่สุด และถือเป็นหน่วยงานที่ถูกตัดงบประมาณที่เสนอคำขอไปมากที่สุด คือ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดยได้รับการจัดสรรอยู่ที่วงเงิน 116 ล้านบาท จากวงเงินคำขอที่เสนอขอไป วงเงิน 595 ล้านบาท ลดลง 80.45% และลดลงจากปี 2564 คิดเป็น 3.29% หรือได้รับการจัดสรร วงเงิน 120 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ​นั้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเป็นหน่วยงานเดียว ที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 ถูกตัด 100% ตามที่ได้เสนอคำขอไป วงเงิน 1.51 พันล้านบาท เนื่องจากไปใช้งบประมาณจากแหล่งอื่นๆ เช่น เงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ, เงินกู้ภายในประเทศ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รองลงมา คือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รับการจัดสรรอยู่ที่วงเงิน 11 ล้านบาท จากวงเงินคำขอที่เสนอขอไป วงเงิน 1.47 พันล้านบาท ลดลง 99.24% และลดลงจากปี 2564 คิดเป็น 87.06% หรือได้รับการจัดสรร วงเงิน 87 ล้านบาท ทั้งนี้ เหตุที่ กทพ.ได้รับงบประมาณน้อยนั้น เนื่องจากโครงการลงทุนต่างๆ ได้ใช้งบประมาณลงทุนจากแหล่งที่มาอื่นๆ เช่น เงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ, เงินกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นนั้น ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) วงเงิน 1.83 หมื่นล้านบาท, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) วงเงิน 1.30 หมื่นล้านบาท, สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม วงเงิน 553 ล้านบาท, กรมเจ้าท่า (จท.) วงเงิน 4.59 พันล้านบาท, กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) วงเงิน 3.46 พันล้านบาท, กรมท่าอากาศยาน (ทย.) วงเงิน 5.19 พันล้านบาท, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) วงเงิน 275 ล้านบาท, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วงเงิน 4.14 พันล้านบาท, สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) วงเงิน 159 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), งบปี 65, ถูกหั่นงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f43b205e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งหน่วยงานในสังกัดคมนาคมจัดทำข้อมูลชี้แจงงบปี 65 มูลค่า 2.11 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ค.64-รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงงบประมาณประจำปี 2565 ที่ได้รับการจัดสรรวงเงิน 2.11 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนราชการ 8 หน่วยงาน วงเงิน 1.76 แสนล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 5 หน่วยงาน วงเงิน 3.57 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ จะมีการประชุมเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 17 พ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ยังได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2564 ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2564 วงเงินภาพรวม จำนวน 2.27 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนราชการ 8 หน่วยงาน และรัฐวิสาหกิจ 5 หน่วยงาน โดยให้สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 100% ในเดือน ส.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการลงนามในสัญญารายจ่ายลงทุนที่กระทรวงคมนาคมมีรายการที่จะต้องลงนามในสัญญา จำนวน 9,858 รายการ วงเงินรวม 9.85 หมื่นล้านบาท (รายการรายจ่ายลงทุนปีเดียว รายการลงทุนผูกพัน รายการใหม่ และรายการรายจ่ายลงทุนท่ีมีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท) นั้น ให้ทยอยการลงนามในสัญญาภายใน พ.ค.-มิ.ย. 2564 ให้ครบทุกรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุอีกว่า นายศักดิ์สยาม ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้อยู่ในระดับสูงสุด และให้เร่งรัดดำเนินการจัดทำแผนการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่บุคลากรของกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101928</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, งบปี 65</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60839da1c4cb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะกรอบงบ65 3.1ล้านล้านบาท ขาดดุล7แสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ หัวโต๊ะถก 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ เคาะกรอบงบปี 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท กู้ชดเชยขาดดุล 7 แสนล้าน ชงครม.เห็นชอบ 5 ม.ค.64 กำชับสำนักงบฯ ปรับลดรายจ่ายประจำให้เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ว่าการประชุมคณะกรรมการฯ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2565 โดยนำทุกประเด็นมาหารือร่วมกัน และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ได้นำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว และได้รับความเห็นชอบจากประชุมครั้งนี้ด้วย เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปในเรื่องขั้นตอนการจัดทำงบประมาณในปี 2565 ซึ่งคาดการณ์ว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นในปี 2564-2565 หากเรื่องของวัคซีนยุติได้ หากสามารถเพิ่มเติมในเรื่องการค้าการลงทุน รายได้ของภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าลดลงมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว ซึ่งได้ใช้งบประมาณส่วนหนึ่งไปดูแลผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรจำนวนมากพอสมควร ฉะนั้นต้องทบทวนทั้งหมด ทั้งงบรายจ่ายการลงทุน เพราะวันนี้การลงทุนโดยภาครัฐอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องมีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ในบางกิจกรรม ซึ่งได้มอบหมายให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปหาวิธีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนในประเทศ หรือการลงทุนในต่างประเทศ จะได้ช่วยค่าเงินบาทไปด้วย ทั้งนี้ ศักยภาพการเงินของไทยถือว่าแข็งแกร่งมากที่สุดในขณะนี้ ทำให้เงินอยู่ในระบบจำนวนมาก ดังนั้นต้องสนับสนุนเรื่องการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพราะวันนี้ในต่างประเทศยังมีปัญหาอยู่เหมือนกันในเรื่องการเข้า-ออก ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เป็นปัญหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบงบประมาณประจำปี 2565 ตามผลการหารือของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มีสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยมีวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 2564 จำนวน 1.859 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.66% เป็นไปตามประมาณการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือ 2.4 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 3.5% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2565 ยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดสำนักงบประมาณจะนำเสนอที่ประชุม ครม.เห็นชอบในวันที่ 5 ม.ค.2564 โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณไปดูเรื่องของงบรายจ่ายประจำที่จำเป็นต้องปรับลดลงตามความเหมาะสม แต่ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องของการใช้เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางด้วย โดยเฉพาะกองทุนที่ดูแลผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงสร้างงบประมาณปี 2565 มีกรอบวงเงินที่ลดลงจากปีงบประมาณก่อน ส่วนใหญ่กว่า 75% เป็นงบประจำ โดยมีกรอบวงเงินอยู่ที่ 2.354 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีงบ 2564 ที่ตั้งเอาไว้ที่ 2.537 ล้านล้านบาท หรือ 77% ของวงเงินงบประมาณ ส่วนงบลงทุนลดลงจากปีก่อนที่มี 6.49 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 19% ของวงเงินงบประมาณรวม เหลือ 6.2 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีสัดส่วนอยู่ภายใต้กรอบ 20% ของวงเงินงบประมาณรวม หรือเป็นไปตามกรอบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ ขณะที่กรอบงบประมาณที่ใช้ชำระคืนต้นเงินกู้ได้ตั้งไว้สูงกว่าปีก่อน คือประมาณ 1 แสนล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สำนักงบประมาณกล่าวว่า สำนักงบประมาณมีนโยบายที่จะลดสัดส่วนวงเงินงบประจำมาโดยตลอด โดยดูผลการเบิกจ่าย และประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ ทั้งงบลงทุนและงบประจำ ซึ่งในปี 2565 แม้จะยังมีสัดส่วนที่สูงถึง 75% ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเดือนข้าราชการและค่ารักษาพยาบาล ที่มีวงเงินมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายด้านสังคมยังคงไว้ไม่ได้ปรับลด แต่จะไปดูค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่พอจะปรับลดได้ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่งบลงทุนจำเป็นต้องรักษาสัดส่วนไว้ช่วยดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งเลขาธิการ สศช. บอกในที่ประชุมว่าขอให้ทุกรัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนเพิ่ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของงบประมาณที่ใช้สำหรับการสู้วิกฤติโควิด-19 นั้น เบื้องต้นยังมีพระราชกำหนดการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ใช้ดูแลอยู่ ซึ่งได้มีการใช้ไปแล้วบางส่วน แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ สามารถใช้งบกลางได้ ซึ่งกันไว้ที่ 3% ของกรอบงบประมาณรวม โดยในปีงบ 2564 ตั้งงบกลางไว้ดูแลเรื่องเกี่ยวกับโควิดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท และยังมีวงเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นอีก 9.9 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชดเชยขาดดุล, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565, งบปี 65, ทีมเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยงานเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe357f1640b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.กางแผนปี65 จ่อของบ3 แสนล้านลุยเข็นสามโปรเจ็กต์ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2563 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ เสนอกรอบวงเงินที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน ต.ค. 2563 นั้น ในขณะนี้ ทล. อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการต่างๆ ที่มีความพร้อมในการดำเนินการ ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รวมถึงสามารถเชื่อมกับโครงการเดิมที่ได้ดำเนินการมาแล้ว หรืออยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรอบวงเงินปีงบประมาณ 2565 นั้น ในเบื้องต้น ทล. จะเสนอขอรับการจัดสรรงบฯ วงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท ที่ในปี 2564 ทล. ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบฯ วงเงิน 2.6 แสนล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบฯ วงเงิน 1.25 แสนล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 5.68 พันล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 1.20 แสนล้านบาท ทั้งนี้ โครงการในปี 2565 จะมีทั้งงานผูกพัน งานปีเดียว โครงการปรับปรุงและซ่อมบำรุงทาง รวมถึงโครงการใหม่ 3 โครงการ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ 3 โครงการใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.โครงการป้องกันอุบัติเหตุแยกวัดใจ บริเวณถนนทางหลวงที่ตัดกับถนนของหน่วยงานอื่น เช่น กรมทางหลวงชนบท (ทช.) องค์บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ถนนเลียบคลองชลประทานของกรมชลประทาน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นต้น ที่มีประมาณ 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ และมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เป็นเหตุให้มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานของ ทล.ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่า แยกวัดใจใดที่มีความอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงยังมีจุดใดเพิ่มเติม เพื่อที่จะดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งป้ายแจ้งเตือน รวมถึงสัญญาณไปจราจร และอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการป้องกันเหตุดินสไลด์ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ เนื่องจากถนนของ ทล. ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่แล้วจะตัดผ่านภูเขา โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจจะทำให้ 2 ข้างทางเกิดดินสไลด์ได้ เช่น บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 1095 สายหนองโค้ง&amp;ndash;แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินระหว่างอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วงเงินประมาณ 400 ล้านบาท, ถนนทางหลวงหมายเลข 1081 สายท่าวังผา-ทุ่งช้าง จ.น่าน รวมถึงเส้นทางเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อาทิ เขาค้อ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ และพื้นที่ภาคใต้ จ.ชุมพร-จ.ระนอง เป็นต้น ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้ทีมธรณีวิทยา เขตทางหลวง แขวงทางหลวง ไปดำเนินการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดดินสไลด์ตลอดเส้นทาง รวมทั้งพื้นที่เกิดปัญหาขึ้นบ่อยและซ้ำซาก เพื่อหาแนวทางมาตรการป้องกันปัญหาดินสไลด์ โดยมุ่งเน้นพื้นที่เสี่ยงเป็นลำดับแรกก่อน
และ 3.โครงการก่อสร้างจุดจอดพักรถขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย และลดปัญหาอุบัติเหตุจอดรถไหล่ทางได้ โดยการดำเนินการนี้จะช่วยเสริมแผนดำเนินการโครงการก่อสร้างจุดจอดพักรถบรรทุก (TRUCK REST AREA) 36 แห่งทั่วประเทศของ ทล. โดยในปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ การก่อสร้างจุดจอดพักรถขนาดเล็กและขนาดกลางจะทยอยดำเนินการโดยพิจารณาจากงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี
นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับงบประมาณปี 2564 ทล.ได้รับการจัดสรรงบฯ ทั้งสิ้น 125,946.9253 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน 120,258.39 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95.48% จำนวน 5,286 รายการ และงบรายจ่ายประจำ 5,688.53 ล้านบาท หรือ 4.52% ทั้งนี้ ในส่วนของรายจ่ายลงทุน 120,258.39 ล้านบาทนั้น ประกอบด้วย 1.รายการใหม่ วงเงิน 57,668.3124 ล้านบาท จำนวน 4,603 รายการ คิดเป็น 47.95% ในส่วนนี้จะมีงานปีเดียว 4,282 รายการ 46,058.112 ล้านบาท คิดเป็น 79.87%
ทั้งนี้ในส่วนของงานผูกพันใหม่ 89 รายการ 10,850.40 ล้านบาท คิดเป็น 18.81% ถัดมาเป็นงานจ้างที่ปรึกษา 67 รายการ 490.3648 ล้านบาท คิดเป็น 0.85% และงานครุภัณฑ์ 165 รายการ 269.4356 ล้านบาท คิดเป็น 0.47% 2.รายการผูกพันเดิม 48,233.49 ล้านบาท 332 รายการ 8คิดเป็น 40.11% 3.งานดำเนินการเอง 9,752.92 ล้านบาท 299 รายการ คิดเป็น 8.11% 4.ค่าที่ดิน 3,532.88 ล้านบาท 19 รายการ คิดเป็น 2.94% และ 5.รายการที่เบิกลักษณะงบประจำ 1,070.79 ล้านบาท 33 รายการ คิดเป็น 0.89%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่โครงการใหม่ในปี 2564 มีจำนวน 4,603 รายการ อาทิ โครงการก่อสร้างจุดจอดพักรถบรรทุก (TRUCK REST AREA) 6 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 81 โครงการ ซึ่งในปีงบ 2564 นั้น งานโครงการขนาดใหญ่น้อยกว่าปีงบ 2563 เนื่องจากมีความจำเป็นในงานซ่อมบำรุง และอำนวยความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายเอกชัย-บ้านแพ้ว 16 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 21,687 ล้านบาท โดยจะใช้งบประมาณจากกองทุนมอเตอร์เวย์มาดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าทุกโครงการจะสามารถลงนามสัญญากับผู้รับจ้างได้ทั้งหมดในช่วงไตรมาส 1/2563 หรือภายใน ธ.ค. 2563 เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) หลังจากนั้นจะใช้เวลาประกวดราคาแค่ 1 เดือน โดยในเบื้องต้นได้มีการทยอยเปิดประกาศเชิญชวนแล้ว สำหรับโครงการที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน อาทิ งานก่อสร้างอาคาร งานปรับปรุงย่านชุมชนใช้เวลา 10 เดือน ซึ่งจัดอยู่ในแผนงานปีเดียว ดังนั้น จึงต้องรีบลงนามให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82137</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี 65, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ad2c41285f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
