<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบปี63กร่อย! คุมเข้ม‘วิ่งไล่ลุง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจเรียกติวเข้มวางมาตรการรับมือ &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้จัด &amp;ldquo;เดินเชียร์ลุง&amp;rdquo; ลั่นต้องรวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนรัก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; มีอยู่อีกมาก ซัดพวกวิ่งไล่ลุงกร่าง ดรามา &amp;quot;อุ๊&amp;quot; แพลมมีเซอร์ไพรส์ระดับวีไอพีหลายคนมาร่วม ด้านผู้จัดวิ่งไล่ลุงเล่นละครเชิญ ผบ.ทบ.มาร่วมด้วย สภาถกงบประมาณวาระ 2, 3 ฝ่ายค้านชี้ไม่เขียนเงินนอกงบขัด รธน. ขู่ยื่นตีความ จี้ตัดลดงบกลางหวั่นนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์-จ่ายค่าโง่เหมืองทองอัครา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 8 มกราคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เรียกประชุมมาตรการรองรับกรณีกิจกรรม &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; โดยมี พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผช.ผบ.ตร., &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประสานสานงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ), พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. และตำรวจในสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมกันประชุมให้คำแนะนำในการประชุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัย ประธานในที่ประชุม ได้กำชับหน่วยปฏิบัติให้อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัยกรณีที่จัดกิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าหากมีการกระทำความผิดก็ให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผช.ผบ.ตร. ได้กำชับในการประชุม ศปก.ตร. ให้ทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันการเผชิญหน้า การทะเลาะวิวาท หรือป้องกันเหตุร้าย ของมวลชนทั้งกลุ่มที่เห็นต่างและสนับสนุนรัฐบาล ที่จะจัดกิจกรรมหลายพื้นที่ในวันที่ 12 ม.ค.63 หากพบเหตุหรือส่อว่าก่อเหตุให้หยุดยั้งโดยเร็ว อย่าให้ขยายวงกว้างโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ &amp;quot;เพจเชียร์ลุง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมทั้งรัฐบาล และเป็นผู้ประกาศจัดงาน &amp;ldquo;เดินเชียร์ลุง&amp;rdquo; ในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี เมื่อเวลา 14.00 น. แอดมินเจน (นามสมมติ) และนางหฤทัย ม่วงบุญศรี น้องร้องนักแสดง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยแอดมินเจน กล่าวว่า ยืนยันว่าเพจนี้ไม่ได้เป็นเพจที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ตามที่หลายคนพยายามเชื่อมโยง เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทั้งทหารและนักการเมือง ผู้ร่วมก่อตั้งเพจมีทั้งหมด 9 คน ประกอบอาชีพหลายอาชีพ จากหลายสาขาอาชีพ ส่วนใหญ่เป็น กปปส.มาก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอดมินเจนบอกว่า งานนี้เรารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีคนรักและพร้อมให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอยู่อีกมาก ในส่วนของงบประมาณก็อาศัยการลงขันกันเองภายในกลุ่ม ซึ่งการทำเสื้อแจกหรือหมวกให้กับคนที่มาร่วมงาน ก็ไม่ได้เกิดความสามารถของพวกเรา ขนหน้าแข้งของพวกเรา ในส่วนของจำนวนคนมาร่วมงานตอนนี้ยอดคนที่มาร่วมงานทะลุเป้าไปมาก แต่ขอให้ดูพร้อมกันวันจริง รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์แน่ โดยเราจะประกาศกำหนดการอีกครั้งผ่านเพจเชียร์ลุงวันเสาร์ที่ 11 เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกวิ่งไล่ลุงกร่าง คนเหล่านี้แสดงความเกลียดชัง พล.อ.ประยุทธ์ สื่อก็ช่วยลงข่าวจนเห็นกันทั้งประเทศ คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเราก็ต้องรวมตัวกันบ้าง เพื่อให้เห็นว่าทุกคนไม่ได้คิดแบบเดียวกับพวกเขา ผู้นำมาจากการเลือกตั้งอยู่ดีๆ ไม่ไล่ไปจัดกิจกรรมไล่เขา แต่ควรใช้กลไกตามรัฐสภา และฝากบอกพวกชังชาติด้วยว่า เราก็มีวิธีต่อต้านในแบบของเรา&amp;rdquo; เธอกล่าว และว่า ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเราจัดงานได้สะดวกจัง ต้องบอกว่า เพราะพวกเราไม่ดรามา ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย เกิดมาพึ่งจะรู้ว่าต้องเดินทางไปติดต่อสถานีตำรวจถึง 4 แห่ง แล้วต้องไป กทม.อีก เพียงแต่เราไม่ออกมาบ่นโอยๆ เท่านั้น
&amp;quot;อุ๊&amp;quot;แพลมมีเซอร์ไพรส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนางหฤทัยกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนได้เจอกับทีมงานของเพจเชียร์ลุง การรวมตัวกันครั้งนี้เกิดจากคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รวมตัวจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคนให้ความช่วยเหลือ จึงไม่จำเป็นต้องออกมารับบริจาค ส่วนที่สงสัยว่าทำไมฝั่งเราจัดงานแล้วดูแต่ละขั้นตอนสะดวกสบาย สิ่งที่เราทำเป็นไปตามข้อกฎหมายแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่เรามี ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่สิ่งที่พวกคุณทำคือการรบกวนผู้อื่น เพราะฉะนั้นก็ต้องมีกฎหมายหลายขั้นตอนตั้งไว้เป็นธรรมดา เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับรายชื่อคนที่มาร่วมงานก็ต้องบอกว่ามีเซอร์ไพรส์หลายชื่อ ระดับวีไอพีหลายคน แต่เราก็ต้องบอกว่าถ้าจะมาในนามสมาคมหรืออะไร ก็ขอให้มาในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง และไปยังพวกวิ่งไล่ลุง ว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ข้างหลังหรือไม่ และงานนี้ไม่ใช่งานเดินแบบที่เข้าใจ แต่เป็นการเดินชมนกชมไม้ ท่ามกลางธรรมชาติ ที่มีแต่ความสงบและสนุก&amp;quot; นางหฤทัยกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 10.20 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายธนวัฒน์ วงค์ไชย นักกิจกรรมทางการเมือง ในฐานะคณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง พร้อมพวกรวม 4 คน เดินทางมายังหน้า บก.ทบ. เพื่อจะยื่นหนังสือเชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้เดินทางไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ 12 ม.ค.นี้ โดยมีสิบเวรรับมอบหนังสือ โดยบอกว่าทางกลุ่มไม่มีมาสเตอร์มายด์ หรือผู้อยู่เบื้องหลัง เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ คือประชาชน และเห็นว่าผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงอยากชวนไปวิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวัฒน์กล่าวว่า แคมเปญที่เชิญชวนให้กลุ่ม กปปส.และกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถมาร่วมวิ่งได้โดยการนำนกหวีด มือตบ และภาพถ่ายหรือสัญลักษณ์ถึงการชุมนุม 2 ครั้งที่ผ่านมา แลกกับเสื้อวิ่งได้ ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้เตรียมการที่จะดูแลความปลอดภัย ตลอดเส้นทาง 3.6 กิโลเมตร โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่เทศกิจกว่า 200 นาย พร้อมทั้งยังมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายคอยดูแลอำนวยความสะดวก โดยพรุ่งนี้เตรียมที่จะไปยื่นหนังสือเชิญชวนที่อาคารรัฐสภา เกียกกายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. ว่ายิ่งใกล้วัน เครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์ยิ่งอยู่ไม่ติด เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลกลัวความวุ่นวาย แต่กลับไฟเขียวให้กลุ่มเดินเชียร์ลุงมาจัดในวันเดียวกัน คนไทยทั้งประเทศเห็นว่าใครริเริ่ม ใครดำเนินการก่อน ใครมาทีหลัง เจตนาจะเป็นคู่เทียบ แต่ยังไม่ตกผลึกทั้งชื่อ รูปแบบ สถานที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด อย่างนี้ใครเจตนาดี ใครเจตนาป่วนกันแน่ กิจกรรมวิ่งไล่ลุงไม่ใช่การชุมนุม ไม่ใช่การยึดสนามบินจับประเทศเป็นตัวประกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาเพียงต้องการสะท้อนเสียงของประชาชนที่เดือดร้อนจากการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันและรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนหน้าเดิมแทบทั้งนั้น แทนที่จะไปขัดขวางหรือปล่อยข่าวไอโอ ทำลายความชอบธรรมของพลังคนรุ่นใหม่ที่จัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ตามกรอบกฎหมาย รัฐบาลควรเตรียมการดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และไม่ปล่อยให้มีการสร้างสถานการณ์ใดๆ อย่างเด็ดขาด&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
แนะล้ม รบ.โดยกลไกสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง หรือเดินเชียร์ลุงนั้น แม้ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ แต่อยากจะให้คิดถึงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ซึ่งทุกอย่างอาจจะบานปลายได้ โดยเฉพาะกิจกรรมวิ่งไล่ลุงมีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่ใช่การวิ่งออกกำลังกาย อยากให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค คิดทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ คนรุ่นใหม่น่าจะคิดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ในสังคมมีทั้งคนรัก พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่ไม่รัก แต่พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังรักคนไทยทุกคน และพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งมาตลอด หากพรรคอนาคตใหม่จะล้มรัฐบาลก็มีกลไกรัฐสภา หรือรอให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นี่คือประชาธิปไตยที่พรรคอนาคตใหม่ควรเรียกร้อง การคิดจะนำมวลชนชุมนุมล้มรัฐบาลมีแต่จะซ้ำเติมประเทศ&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีคณะรัฐมนตรีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ให้สภาพิจารณาเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีหน้าที่และอำนาจ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ยังถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ดังนั้นนายกฯ และรัฐมนตรีจึงรับหน้าที่ไม่ได้ และไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ฉะนั้นจะมาเสนอให้พิจารณางบประมาณได้อย่างไร ดังนั้นอย่าดื้อ อย่าดึง อย่าดัน ในสิ่งที่ผิดกฎหมาย และ ส.ส.ทุกคนอย่าคิดว่าแปรญัตติเอาเงินไปลงจังหวัดของตนเอง เพื่อจะได้มีเงินใช้ไปทุจริตกัน เลิกกระทำกันสักที เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสภากำลังร่วมกันทำผิดกฎหมาย ถ้าใครโหวตเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับคนทั้งหมด ถ้าตอนนี้ไม่มีงบประมาณ ก็ให้ใช้งบของปีก่อนไปพลางก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายยังหน้าด้านทำผิดกฎหมายกันอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ส่อผิดรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ในที่ประชุมจะมีการถามความชัดเจนว่า ที่สุ่มเสี่ยงจะผิดข้อกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ต้องฟังคำตอบจาก กมธ.งบประมาณฯ และฝ่ายกฎหมายของฝ่ายค้านจะสรุปในเรื่องนี้ว่า ถ้าฟังการชี้แจงของสภาแล้วไม่ชัดเจน จะขอยื่นให้องค์กรที่เกี่ยวข้องได้ตีความเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานไว้ เพราะ ส.ส.ก็กังวลหากจะต้องยกมือโหวต และมีปัญหาตามมาว่าผิดกฎหมาย เขาก็จะโดนไปด้วย ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะมีการยื่นให้ตีความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า หาก ส.ส.คนใดโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะแจ้งความดำเนินคดี นายสุทินกล่าวว่า ถือเป็นมุมมองของท่าน เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เห็นว่ารัฐบาลไม่ชอบ เพราะถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ดังนั้นการกระทำใดๆ ของรัฐบาลจึงไม่ชอบ จึงได้โยงมาถึงร่าง พ.ร.บ.งบฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน ส.ส.ทุกคนคงจะตระหนักในเรื่องนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 10.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระสองและวาระสาม โดยทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรรมการพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หารือต่อประธานสภาฯ ถึงกรอบเวลาการอภิปรายรายบุคคลควรจะเป็นคนละ 10 นาที โดยยืนยันว่าจะบริหารจัดการเวลาให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 10 มกราคมนี้แน่นอน
ชี้ พรบ.งบฯ ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า กำหนดไว้เบื้องต้นคนละ 5 นาที ซึ่งหากทุกคนอภิปรายทั้งหมดจะใช้เวลาถึง 16 วัน แต่เมื่อเช้าวันที่ 8 ม.ค. ได้หารือกันใหม่ โดยจะให้เวลาคนละ 7 นาที แต่ในประเด็นที่ต่อเนื่องจะอนุโลมให้ไม่เกิน 10 นาที โดยทุกฝ่ายทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องควบคุมเวลาร่วมกันให้เสร็จภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ก็เห็นด้วยในหลักการนี้ตามที่หารือกับประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมกันนี้นายชวนขอสมาชิกว่าอย่าไปไหนไกลจากห้องประชุม เนื่องจากจะต้องลงมติประมาณ 52 ครั้งเป็นอย่างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ.ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติแผนการปฏิรูปประเทศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายระดับชาติ รวมทั้งการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวง ทบวง กรม ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล พร้อมเสนอให้กำหนดเป้าหมายการทำงานและตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบูรณาการนั้นๆ &amp;nbsp;สามารถนำมาติดตามประเมินผลและใช้ข้อมูลในการประกอบการจัดสรรการพิจารณางบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวว่า กมธ.ได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณโดยละเอียด และตัดลดงบประมาณลง 16,231 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น การจัดอบรม การจ้างที่ปรึกษา หรือบางรายการที่มีแผนการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดเอาไว้ นำมาให้หน่วยงานอื่นให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 ชื่อร่าง พ.ร.บ. โดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกมธ.สงวนความเห็นให้เป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 (ฉบับออกไม่ทันปีงบประมาณ) ซึ่งทาง กมธ.ยืนยันใช้ตามเดิม ทำให้นายเรืองไกรขอให้ที่ประชุมลงมติ ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ให้คงไว้ตามเดิม ด้วยเสียง 222 ต่อ 3 งดออกเสียง 175 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรา 4 มี กมธ.เสียงข้างน้อยและ ส.ส.หลายคนขออภิปราย เพื่อปรับลดงบประมาณตั้งแต่ 1-20% อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ.เสียงข้างน้อย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณครั้งนี้มีความผิดปกติหลายเรื่อง อาทิ ไม่ได้เขียนเรื่องเงินนอกงบประมาณไว้ในร่าง พ.ร.บ. แสดงให้เห็นว่ามีเงินส่วนหนึ่งที่รัฐบาลใช้จ่าย โดยไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ กังวลว่าหาก ส.ส.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นี้ อาจนำไปสู่การยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ขอตัดลดงบกลาง 15% หรือ 4.8 แสนล้านบาท เนื่องจากเดิมคาดว่าอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2563จะเติบโต 3-4% แต่ปัจจุบันโตแค่ 2.6% ทำให้รายได้ประเทศลดลง ขณะที่งบประมาณด้านการลงทุนที่ตั้งไว้ 6.4 แสนล้านบาทนั้น มีระยะเวลาการใช้งบประมาณเพียง 6 เดือน ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ที่คาดว่างบประมาณรายจ่ายปี 2563 จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปลายเดือน ต.ค. ถือว่ามีเวลาใช้งบ 6 เดือน จึงจำเป็นต้องปรับลดงบรายจ่ายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การจัดสรรงบรายจ่ายปี 2563 ทั้งอำนาจ งบประมาณ และกำลังพลล้วนกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง ฟุ้งซ่านกับการทำโครงการต่างๆ ที่สร้างภาระแก่ผู้ปฏิบัติงาน มีแต่งานอีเวนต์ นิทรรศการ แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่การใช้จ่ายงบประมาณไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ได้ถูกนำไปสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้เกิดการหมุนเวียนในท้องถิ่น เพราะถูกสูบมาไว้ที่นายทุนส่วนกลาง
ฝ่ายค้านจี้ตัดงบกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอตัดงบรายจ่าย 1% เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกมากไปจนเกิดปัญหา หรือปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป นำมาสู่การเกิดปัญหาหนี้สินจำนวนมาก คนไทยถูกฟ้องล้มละลายเป็นล้านคน พฤติกรรมการใช้เงินเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการใช้เงินผ่านร้านสะดวกซื้อหรือซื้อของออนไลน์ นำมาซึ่งการกระจุกตัวในแง่อำนาจเศรษฐกิจ การแก้ปัญหานี้ต้องดำเนินการผ่านงบประมาณ จะต้องปฏิรูประบบภาษี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก กล่าวว่า ได้หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรมบัญชีกลางแล้ว ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายใดๆ ส่วนเงินนอกงบประมาณนั้น หน้าที่ของ กมธ.พิจารณาเฉพาะเงินรายจ่ายในงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น กมธ.ตั้งข้อสังเกตในส่วนเงินนอกงบประมาณว่าถ้าหน่วยงานต่างๆ มีเงินนอกงบประมาณจะต้องนำมาแสดงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจาก กมธ.และ ส.ส.อภิปรายมาตรา 4 ครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตราดังกล่าวตามที่ กมธ.เสนอมาด้วยคะแนน 244 ต่อ 88 งดออกเสียง 137 และไม่ลงคะแนน 3 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 6 งบกลาง ซึ่งมีทั้งกมธ.จากสัดส่วนฝ่ายค้านขอสงวนความเห็น และ ส.ส.แปรญัตติ โดยขอปรับลดเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างและเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอให้ปรับลดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจากที่ตั้งไว้ 96,000 ล้านบาท ปรับลด 56,000 ล้านบาท เนื่องจากควรใช้งบประมาณตามที่จำเป็น เพราะระยะเวลาปีงบประมาณ 2563 เหลืออยู่อีกไม่กี่เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอตัดงบกลาง 20,000 ล้านบาท โดยกังวลว่าจะมีการใช้งบประมาณผิดประเภท อาจนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือนำไปจ่ายค่าเสียหายกรณีปิดเหมืองทองอัครา อีกทั้งยังมีงบสำรองอีก 50,000 ล้านบาท ซึ่งสำรองไว้นอกงบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณปี 2561 ไว้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่าขอปรับลดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 96,000 ล้านบาท ให้ลดลงอีกร้อยละ 15 เนื่องจากรัฐบาลสำรองไว้เกินความจำเป็น พฤติกรรมการใช้เงินของรัฐบาลมีความน่าสงสัย ใช้เงินไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจำเป็น และคิดว่าเงินสำรองจ่ายตั้งเกินกว่าความจำเป็นถึงร้อยละ 69 แล้วยังมีเงินสำรองจ่ายอีก 50,000 ล้านบาท ใน พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณปี 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า เฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะพบว่าในเดือน พ.ย.58 พล.อ.ประยุทธ์ได้ยอมรับว่ามีการใช้งบกลาง 63.57 ล้านบาท ไปกับโครงการอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งทุกวันนี้โครงการนี้ทุจริตคอร์รัปชัน โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี ในวันที่ 9 ก.ค.62 ก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ ได้มีการอนุมัติงบกลาง 1,645 ล้านบาท ให้โครงการใช้ยางพารากับหน่วยงานภาครัฐ แต่รับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพบก และวันที่ 19 มี.ค.62 ไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง อนุมัติงบ 37,900 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนประชารัฐ หลังรัฐประหารปี 2557 อนุมัติเงินงบ 567 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมในช่วงระหว่างวันที่ 1-19 พ.ค.57 ให้กับหน่วยงานหลายหน่วยงาน รวมกำลังพลทั้งสิ้น 39,000 นาย เขาว่ากันว่านี่คือการจ่ายโบนัสให้กับพลทหาร พลตำรวจ ที่เข้ามาช่วยท่านรัฐประหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประชาชนสงสัยว่าทำไมงบกลางถึงมากมายมหาศาล หรือท่านมีงบก้อนใหญ่ที่ต้องจ่ายในอนาคตหรือไม่ เขาว่ากันว่าสงสัยจะเป็นเหมืองอัคราที่จะต้องนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายหรือไม่ และนำเงินไปจ่ายค่าโง่คลองด่านจำนวน 9,891ล้านบาท จึงขอตัดงบในส่วนสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 32,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในมาตรา 6 ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่มีการแก้ไขด้วยมติ เห็นด้วย 239 ไม่เห็นด้วย 78 งดออกเสียง 148.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54142</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี63, พรบ.งบปี63, มาตรการรับมือ, วิ่งไล่ลุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดินเชียร์ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15e3f446d26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจทร.ปล่อยคลิป&#039;เรือดำน้ำ&#039; ย้ำจำเป็นซื้อลำที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; เพจกองทัพเรือ โดยโฆษกกองทัพเรือ ได้นำคลิป &amp;ldquo;เรือดำน้ำในมิติที่สามกำลังทางเรือ&amp;rdquo;ออกมาเผยแพร่ ซึ่งเป็นคลิปเก่าที่เคยถูกเผยแพร่ไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2555 ก่อนที่กองทัพเรือ (ทร.) ได้จัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนลำแรกไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำเข้าประจำการ มีการยกตัวอย่างบทบาทของเรือดำน้ำสหรัฐอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เข้ามาปิดอ่าวไทยส่งผลให้เรือหลวงสมุยถูกโจมตีและถูกจมลง ไม่สามารถนำเชื้อเพลิงเข้ามาได้ รวมถึงเรือสินค้าอื่นๆ ที่นำสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามา ก็ถูกสกัดกั้น นอกจากนั้นยังยกตัวอย่างสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ที่ประเทศเรือดำน้ำอาเจนติน่าสามารถยับยั้งการบุกของกองเรืออังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ สถานการณ์ในอาเซียนแม้จะมีความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น แต่ในด้านกำลังทหารทุกประเทศต่างจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม อีกทั้งเรือดำน้ำเป็นยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธีและทางยุทธศาสตร์ มีอำนาจกำลังรบสูง สามารถต่อรองกับฝ่ายตรงข้ามได้ จึงช่วยป้องปรามและลดการเกิดสงครามได้กว่าการไม่มีเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำจีนเข้าประจำการ S26T จากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 ลำวงเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท ไปแล้วเมื่อปี 2560 และอนุมัติกรอบโครงการรวมจำนวน 3 ลำ วงเงิน 36,000 ล้านบาทด้วย โดยในงบประมาณปี 2563 กองทัพเรือได้จัดทำงบประมาณในการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 เข้าประจำการ โดยรัฐบาลได้อนุมัติกรอบงบประมาณไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 คาดว่าจะพิจารณาในวันที่ 28 - 29 พ.ย.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณภายใน ทร. เพราะช่วง 3 ปีหลังมีโครงการที่ใช้งบผูกพันวงเงินสูง อาจกระทบต่อการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ยืนยันว่า การจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพ และอยู่ในแผนงบประมาณปี 63 อยู่แล้ว รอขั้นตอนการพิจารณาของสภาฯ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, งบปี63, ทร., สภาฯ, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dddf0c89dc5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
