<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาพัฒน์แจงยิบยันงบฟื้นเศรษฐกิจ 4แสนล้านรอบแรกไม่อืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงการดำเนินการตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะกรอบวงเงินแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้การจัดทำโครงการต่างๆ ไม่ได้มีความล่าช้า เห็นได้จากข้อมูลแผนการเบิกจ่ายเงินกู้ของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติไปแล้วก็เริ่มมีการเบิกจ่ายตั้งแต่เดือนก.ย. &amp;ndash; ต.ค.เป็นต้นไปอีก เพราะโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูจะดำเนินการออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุดโครงการส่วนใหญ่ในระยะแรก ที่มีวงเงินกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ได้อนุมัติไปจนจะเต็มวงเงินรอบแรกแล้ว และในระยะถัดไปจะเริ่มในเดือนต.ค.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการที่คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของโครงการแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อเสนอโครงการ อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ฯ และโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) วงเงินรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ภายในเดือน ก.ย. 2563 ตามแผนการดำเนินงานที่คณะกรรมการฯ ได้เสนอ ครม. ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการเบิกจ่ายเพียง 1.80% ของวงเงินอนุมัติ ซึ่งจากการพิจารณาแผนดำเนินโครงการตามข้อเสนอของหน่วยงานรับผิดชอบ พบว่าส่วนใหญ่ได้กำหนดว่าจะมีการเบิกจ่ายงวดแรกได้ในเดือน ก.ย. 63 เนื่องจากภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้ดำเนินโครงการแล้ว หน่วยงานรับผิดชอบโครงการจะต้องเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ได้กำหนดว่าการกู้เงินตาม พ.ร.ก. จะนำไปใช้ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2.เพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้แก่ภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ 3.เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น มีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ปัจจุบัน ครม. ได้พิจารณาเห็นชอบแผนงาน/โครงการตามที่ สธ. เสนอ รวม 5 โครงการ วงเงินรวม 4,724 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินกู้รวม 3 โครงการ วงเงิน 102 ล้านบาท และเงินงบประมาณ (งบกลาง) 2 โครงการ วงเงิน 4,662 ล้านบาท โดยในส่วนที่เหลือ สธ. อยู่ระหว่างดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขณะที่การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้แก่ภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ วันที่ 14 ก.ย. 63 ครม. ได้อนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในภาคส่วนต่างๆ รวม 30.51 ล้านราย (ต่ำกว่ากรอบจำนวนผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือของหน่วยงานรับผิดชอบรวม 45 ล้านราย) วงเงินรวม 344,735 ล้านบาท (เบิกจ่าย 86.24% ของกรอบวงเงินอนุมัติ) โดยสาเหตุที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ 100% ส่วนใหญ่เนื่องมาจากมีจำนวนประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ต่ำกว่าเป้าหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77730</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฟื้นฟู4แสนล้าน, ดนุชา พิชยนันท์, สภาพัฒน์, สศช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f630acf7b16f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯอ้อนของบ1.9พันล.ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ &amp;quot;บ้านบึงโมเดล&amp;quot;ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ติดตามความคืบหน้าการเสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 14,000 ล้านบาท จากโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลวงเงินรวม 400,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)หรือสภาพัฒน์ฯ เบื้องต้นคาดว่ากรรมการกลั่นกรองฯจะอนุมัติวงเงินให้เบื้องต้น 1,900 ล้านบาท เป็นโครงการที่เน้นการจ้างงาน ฝึกอบรมเกษตรกร ช่วยในการแปรรูปสินค้าเกษตร เป็น 1 ใน 4 โครงการที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากกสอ.ได้รับอนุมัติเงิน 1,900 ล้านบาทอย่างเป็นทางการและเงินดังกล่าวเข้าสู่ระบบ มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 4 เท่าตัว หรือเป็นวงเงินที่พื้นที่ได้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท โดยการลงพื้นที่บ้านบึงโมเดล ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง ครั้งนี้ก็เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม4.0(ไอทีซี4.0)ในช่วงที่ผ่านมา และหากสศช.อนุมัติงบประมาณบ้านบึงโมเดลจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับการต่อยอดแน่นอน&amp;quot;นายสุริยะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่า กสอ.กำลังเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจใน 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และคนว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น เพื่อให้การขยายผลสามารถดำเนินการได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเฉพาะภาคเกษตรอุตสาหกรรมได้จัดตั้งธุรกิจผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่ยังขาดแคลน ตลอดจนพัฒนาธุรกิจผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรแปลงเล็กแบบครบวงจรในอัตราค่าบริการที่เหมาะสมและเข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กสอ.จะช่วยเหลือแก่เกษตรกรในทุกพื้นที่ ในทุกกระบวนการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านศูนย์ไอทีซี 4.0 ที่มีความพร้อมเพื่อการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป คาดว่าจะสร้างเกษตรอุตสาหกรรมได้กว่า 80 กลุ่มทั่วประเทศทันทีใน 90 วัน&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69847</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฟื้นฟู4แสนล้าน, บ้านบึงโมเดล, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33ed3f7f817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.เล็งชง ครม.8 ก.ค.นี้เคาะงบฟื้นฟูล็อตแรก 8 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2563 นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงข่าวชี้แจงความก้าวหน้า การดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท ภายใต้พระราชกาหนด (พ.ร.ก.) ให้อานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 จากจำนวนข้อเสนอโครงการแผนงาน รวมทั้งสิ้นกว่า 46,429 โครงการ เป็นเงินกว่า 1.456 ล้านล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2563&amp;nbsp; นั้น

นายทศพร กล่าวว่า ล่าสุดได้พิจารณารอบแรกเสร็จโดยมีข้อเสนอโครงการที่ผ่านการพิจารณา 213 โครงการ รวมวงเงินประมาณ 101,482.28 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 แผนงาน คือ แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก 58,069.70&amp;nbsp; ล้านบาท และแผนงานสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน 20,989.81 ล้านบาท และแผนงานกระตุ้นอุปโภค บริโภค และการกระตุ้นการท่องเที่ยว วงเงิน 22,422.77 ล้านบาท&amp;nbsp;

อย่างไรก็ตาม ทาง สศช.และคณะอนุกรรมการจะพิจารณากลั่นกรองพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าวงเงินจะลดลงเหลือประมาณ 70,000-80,000&amp;nbsp; ล้านบาท จากนั้นจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 กรกฎาคมนี้

สำหรับโครงการชุดที่ 2-3 จะดำเนินการนำเสนอ ครม.เดือนสิงหาคมและกันยายนต่อไปตามลำดับ โครงการที่ผ่านมาการพิจารณาชุดแรกนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดผลต่อระบบเศรษฐกิจเกิดมูลค่าผลผลิตใหม่อย่างน้อยเกือบ ๆ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; เท่า จ้างงานประมาณ 410,415 คน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน/ตำบล 79,604&amp;nbsp; หมู่บ้าน 3,000 ตำบล
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69782</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฟื้นฟู4แสนล้าน, สศช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9ce9ea570.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลฉีกหน้า’new normal’เผยปชช.ไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 &amp;ndash; ​ &amp;nbsp;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงเกษตรกร ต่อเงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท กรณีศึกษาตัวอย่างเกษตรกรทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,484 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความต้องการของเกษตรกรต่อรัฐบาลในการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ต้องการให้อุดหนุนเกษตรกรรายย่อย ผู้ผลิตเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รองลงมาคือร้อยละ 96.9 ต้องการให้จัดตั้งกองทุนสร้างเกษตรรุ่นลูกหลานและแรงงานคืนถิ่น ร้อยละ 96.1 ต้องการใช้งบฟื้นฟูฯ ทำเกษตรผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่ ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง ร้อยละ 95.8 ต้องการกระจายงบฟื้นฟูฯ ให้ทั่วถึง ไม่ลงกลุ่มเดิม ๆ ร้อยละ 95.3 ต้องการโครงสร้างพื้นฐานเช่น ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ร้อยละ 94.6 ต้องการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ร้อยละ 92.6 ต้องการ ส่งเสริมช่องทางขายสินค้าเกษตรออนไลน์แบบถ้วนหน้า และร้อยละ 90.8 ต้องการ สนับสนุน ชุมชนเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปผลผลิตเกษตรและพลังงานชีวมวล เกษตร โรงไฟฟ้าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.2 ระบุไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาทเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 18.8 เท่านั้น ระบุมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.9 ต้องการค่อนข้างมากถึงมากที่สุดในการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ร้อยละ 27.1 ต้องการค่อนข้างน้อยถึงไม่ต้องการเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.8 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุดอาจจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ ร้อยละ 18.2 กังวลค่อนข้างน้อยถึงไม่กังวลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุนรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขับเคลื่อนการใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจสี่แสนล้านบาทให้มีประสิทธิภาพก่อประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรในระดับฐานราก และในทิศทางข้างหน้าสภาเกษตรกรแห่งชาติจะได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ทำการสำรวจ วิจัย ติดตาม ความพึงพอใจของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ชัดว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ส่งเสียงในผลโพลว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาทและส่งผลทำให้เกิดความกังวลต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูนี้ ที่มีการเร่งรัดในการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เม็ดเงินตกไม่ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69132</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีส่วนร่วมของประชาชน, งบฟื้นฟู4แสนล้าน, ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec4a9bc9572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;เอะใจเปลี่ยนหัวหน้า-เลขาฯพปชร.สอดรับปรับครม.-เคาะงบฟื้นฟู4แสนล้านหวั่นกินหัวคิวทั่วแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 -นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐ จากการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน ว่า ดูผิวเผิน นั้นอาจจะเป็นแค่เรื่องภายในของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตาอย่างใกล้ชิด คือ 1) การปรับ ครม. ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทอย่างมากใน พ.ร.ก 3 ฉบับ ซึ่งมีวงเงินรวมกันสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท ในการกลั่นกรอง วินิจฉัย กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆในทางปฏิบัติ โดยวงเงินที่สูงถึง 1.9 ล้านล้านบาทเป็นเป้าหมายอันหอมหวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การพิจารณาโครงการกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่จะเสนอเข้า ครม. ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กรอบหลักเกณฑ์ของโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทเป็นกรอบที่กว้างมากๆและเอื้อให้ฝ่ายต่างๆจากหลายมุ้งการเมือง พยายามที่จะวิ่งเอาโครงการสัพเพเหระทั่วไปมาปัดฝุ่น ยัดไส้ เติมคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; ต่อท้ายที่ชื่อโครงการ แล้วเอามาของบประมาณเพื่อนำไปแบ่งกันปันหัวคิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายมุ้งทางการเมือง วิ่งเต้นแย่งงบ วิ่งกันล็อคสเป๊คกันให้วุ่น ประกอบกับการที่มีข่าวที่ลือกันในสภาว่า มีการฮั้วกัน เพื่อปิดปาก ส.ส. โดยมีการกันงบประมาณไว้ให้กับ ส.ส. คนละ 80 ล้านบาท โดยจะฝากงบประมาณเอาไว้ที่งบจังหวัด แล้วให้ ส.ส. วิ่งเข้าไปชี้ เข้าไปล็อคสเป๊ค ว่าจะทำโครงการอะไร ให้ผู้รับเหมาคนไหนเป็นคนทำ ซึ่งสุดท้ายก็คงหนี้ไม่พ้นค่าหัวคิว และเงินทอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา&amp;rdquo; นายวิโรจน์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ด้วยเงื่อนเวลาที่พอเหมาะพอเจาะและปรากฏการณ์ชุลมุนวิ่งแย่งงบ 4 แสนล้านบาท จึงเป็นข้อสังเกตที่ประชาชนต่างจับจ้อง และสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหาร ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่&amp;nbsp; และสิ่งที่ประชาชนทุกๆ คน ต้องร่วมกันติดตามต่อไปจากนี้ก็คือ โครงการเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่กำลังจะเกิดขึ้นเต็มไปหมดนั้นมีโครงการอะไรบ้าง เป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่โครงการละลายงบ ที่เอาคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; มาต่อท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เช่น เปลี่ยนหลอดไฟสู้ภัยโควิด ขุดบ่อน้ำบาดาลสู้ภัยโควิด ศาลาพักใจสู้ภัยโควิด ขุดลอกคูคลองสู้ภัยโควิด เดินท่อประปาใหม่สู้ภัยโควิด ฯลฯ หรือเปล่า&amp;nbsp; มีการกำหนดสเป๊คที่เกินจำเป็น เพื่อล็อคสเป๊คให้กับผู้รับเหมา หรือผู้ประกอบการรายใดหรือไม่ ราคาในการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในการบริการหลังการขาย เมื่อเทียบกับราคาตลาด แล้วเป็นอย่างไร และผู้ที่ชนะการประมูล นั้นมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองคนใด&amp;rdquo; นายวิโรจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ มีบางคนเคยเถียงกับผมว่า ที่ผ่านๆมา ไม่เห็นต้องมีประชาชนควักสตางค์ไปจ่ายหนี้ให้กับรัฐบาลเลย แต่การใช้หนี้ของรัฐบาลจะต้องเบียดบังเอาเงินงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนไปจ่ายชำระหนี้และดอกเบี้ยที่เคยกู้มา ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่ต้องนำเอาเงินไปชำระหนี้ รัฐบาลก็จะมีงบประมาณที่มากขึ้น ในการพัฒนาประเทศ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประชาชนคนไทย มีงบประมาณมากขึ้นที่จะนำมาอุดหนุนเพื่อปรับปรุงสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนให้ดีขึ้น ดังนั้นภาระของการใช้หนี้ก้อนหนี้ของประชาชนคนไทย ก็คือ การต้องยอมให้ประเทศชาติล้าหลัง ต้องพัฒนาได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ต้องยอมให้ลูกหลานของพวกเราต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่ที่มันควรจะดีกว่านี้ได้ไปอีกนับสิบๆปี นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ประชาชนคนไทยทุกคน ต้องร่วมกันตั้งข้อสังเกต และติดตาม กำกับเรื่องราวทุกเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ก้อนมหาศาลในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67898</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฟื้นฟู4แสนล้าน, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ปรับครม., พรก.กู้เงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e70f2bcc2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
