<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศิริกัญญา’ เช็คกระเป๋าตังค์รัฐบาลรับมือ ‘โควิดระบาดระลอกใหม่’ ชี้แผนฟื้นฟู- กระตุ้นศก.หลุดเป้า งงจัด ‘งบกลาง’ มีแต่ไม่ใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 เม.ย. 2564 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าฝ่ายนโยบาย พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ประเมินความพร้อมในการรับมือสถานการณ์โควิด -19 ที่กำลังมีการระบาดระลอกใหม่ โดยระบุว่า ผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ทำให้เริ่มมีมาตรการหรือคำสั่งปิดสถานประกอบการออกมาเรื่อยๆ และคงตามมาด้วยการประกาศพื้นที่เสี่ยงในไม่ช้า หมายถึงผลกระทบต่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ปากท้องที่กำลังจะฟื้นกำลังจะกลับไปฟุบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน้าตักตอนนี้รัฐบาลน่าจะมีเงินสำหรับเยียวยาอยู่ราว 342,000 ล้าน จากเงินกู้ 1 ล้านล้านราว 220,000 &amp;nbsp;ล้านบาท และจากงบกลางอีกเกือบ 120,000 ล้านบาท ซึ่งเงินกู้ 1 ล้านล้าน ในส่วนแผนงานเยียวยา 600,000 ล้านบาทใช้ไปหมดแล้วในการระบาด 2 ระลอก ถ้าต้องเยียวยาอีกรอบ ต้องโยกงบฟื้นฟูที่ยังไม่ได้อนุมัติมาใช้ เหลืออยู่ 220,000 ล้านบาท แต่จริงๆ แล้วยังทบทวนงบฟื้นฟูได้อีกรอบ เพราะที่อนุมัติไปก็เบิกจ่ายได้ต่ำมาก ถ้าระงับโครงการตอนนี้ จะได้งบเพิ่มอีกเกือบ 70,000 ล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริกัญญา ชี้ว่า ในการระบาดระลอกใหม่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รอบนี้เริ่มเร่งตัวขึ้นอีกครั้งจากหลากหลายคลัสเตอร์ โดยเฉพาะคลัสเตอร์ทองหล่อ ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ ณ วันที่ 10 เม.ย. เพิ่มเป็น 789 ราย &amp;nbsp;มีมาตรการหรือคำสั่งปิดสถานบันเทิงใน 41 จังหวัดทั่วประเทศ 22 จังหวัดประกาศให้ผู้ที่เดินทางจาก กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม ต้องกักตัว 14 วัน ศบค.ยังคงประวิงเวลาแต่การประกาศพื้นที่เสี่ยงคงมีขึ้นในไม่ช้า น่าจะทำให้เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ไม่คึกคัก ประชาชนยกเลิกแผนการเดินทางและท่องเที่ยว จึงต้องประเมินว่าหากสถานการณ์เลวร้ายและต้องเยียวยา รัฐบาลจะมีเงินพอหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่กำลังจะครบรอบ 1 ปีหลังจากการอนุมัติ มียอดการอนุมัติไปแล้วเกือบ 750,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 แผนงาน คือ แผนงานสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท อนุมัติไป 20,000 ล้านเศษ แต่เบิกจ่ายไปเพียง 5,000 ล้าน สำหรับแผนงานนี้ที่เบิกจ่ายล่าช้า เพราะโครงการส่วนใหญ่เพิ่งอนุมัติไปเมื่อเดือนมีนาคม โครงการใหญ่ๆ ได้แก่ ค่าตอบแทน อสม. 2,500 ล้านบาท และสมทบค่าใช้จ่ายให้โครงการ สปสช.หรือบัตรทอง 3,000 ล้านบาท
แผนงานที่ 2 แผนงานเยียวยาที่เคยตั้งไว้ 555,000 ล้านบาท ตอนนี้ขยายวงเงินเป็น 600,000 ล้านบาท และอนุมัติเกือบเต็มวงเงินแล้วที่ 596,000 ล้าน เพื่อรองรับการเยียวยาตั้งแต่ &amp;lsquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; &amp;lsquo;เราชนะ&amp;rsquo; &amp;lsquo;ม.33 เรารักกัน&amp;rsquo; และเติมเงินบัตรคนจน ก็คงไม่เหลือเงินสำหรับเยียวยาในรอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนงานที่ 3 แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เคยตั้งวงเงินไว้ 400,000 ล้านบาท และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะมีการแบ่งเค้กกับ ส.ส. มีแต่โครงการตัดถนน ทำให้คณะกรรมการกลั่นกรองรับบทสุดเขี้ยว อนุมัติไปเพียง 1 ใน 3 อนุมัติว่าน้อยแล้ว เบิกจ่ายยิ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แผนงานย่อยพลิกฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ ที่เคยขายฝันเกษตรอัจฉริยะ อุตสาหกรรม BCG ท่องเที่ยวเน้นคุณภาพ ได้อนุมัติไปเกือบ 30,000 ล้าน เบิกจ่ายไปไม่ถึง 5% ส่วน 2 โครงการใหญ่ คือ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ 13,904 ล้าน อนุมัติไปตั้งแต่ 15 ก.ย. 63 เบิกจ่ายเป็น 0 &amp;nbsp;โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ขายเรื่องเพิ่มการจ้างงาน 10,000 ล้าน เบิกจ่ายไป 1,134 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนงานย่อยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน โครงการหลักคือ &amp;lsquo;โคก หนอง นา โมเดล&amp;rsquo; 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกทำโดยกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) งบเกือบ 5,000 ล้าน เบิกจ่ายไปได้ 486 ล้านบาท รายละเอียดโครงการเป็นการตั้งศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา 337 แห่ง แต่ไปโผล่ในค่ายทหาร 157 แห่ง &amp;nbsp;เวอร์ชั่น 2 ใช้ชื่อ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ แต่ทำโคก หนอง นา เหมือนกัน เคยได้อนุมัติงบไปเกือบ 10,000 ล้าน แต่ทำไม่ไหว ลดลงมาเหลือ 3,550 ล้าน แต่สุดท้ายโครงการก็ยังไม่คืบหน้าเบิกจ่ายไปแค่ 229 ล้าน แผนงานนี้ยังมีส่วนที่แต่ละจังหวัดขอมา รวม 204 โครงการ เพิ่งเบิกจ่ายไปแค่ 50 โครงการ ที่เหลือยังไม่ได้เริ่มทำ แผนงานย่อยสุดท้าย แผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจ อนุมัติไปเกือบ 100,000 ล้านบาท ที่มาของงบโครงการ &amp;lsquo;คนละครึ่ง&amp;rsquo; แบ่งเป็น 2 รอบ 52,500 ล้านบาท &amp;lsquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rsquo; 15,000 ล้านบาท แต่ก็มีโครงการที่แป้กอย่างโครงการ co-payment ของกระทรวงแรงงาน ที่อุดหนุนการจ้างเด็กจบใหม่ รัฐจ่ายให้ครึ่งนึง ที่อนุมัติงบเกือบ 20,000 ล้าน แต่เบิกจ่ายแค่ 200 ล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า โดยสรุปสำหรับแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงยังเหลือเงินอีก 220,000 ล้านบาทยังไม่ได้อนุมัติ และสามารถโยกข้ามมาเป็นเงินเยียวยาได้ แต่ควรทบทวนโครงการเดิมที่เบิกจ่ายไม่ถึงไหน เพื่อปรับลดวงเงิน และนำมาโปะเป็นเงินเยียวยาได้อีก สำหรับงบประมาณก้อนสุดท้ายคือ งบกลาง จากที่ในปี 63 แฮชแท็ก #งบกลางหายไปไหน ติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์ ปีนี้คงต้องเปลี่ยนเป็น #งบกลางมีทำไมไม่ใช้ จากที่ขอสภาไป 139,000 ล้านเศษ เพิ่งอนุมัติไป 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการซื้อวัคซีน 11,600 ล้านเศษ &amp;nbsp;เท่ากับยังเหลืองบกลางอีกราว 120,000 ล้านบาท สามารถนำมาใช้เยียวยาได้อีก จึงฝากให้พี่น้องประชาชนส่งเสียงดังๆ อีกครั้ง ถ้ายังล้มเหลวในการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ควรจัดงบใหม่มาเยียวยาปัญหาปากท้องเฉพาะหน้าประชาชนก่อน ประคับประคองให้ไม่ต้องมีใครเดือดร้อน อดตายจากมาตรการควบคุมโรคระบาดในปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ, ศิริกัญญา ตันสกุล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60728eb3140fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
