<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบจืดส.ส.หันดูรูปโป๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สภาถกงบรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.28 ล้านล้านบาท พรรคฝ่ายค้านแบะท่าลากประชุมยาวถึง 19 ก.ย. &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ตีเส้นให้พูดคนละไม่เกิน 7 นาที ตามฟอร์ม &amp;ldquo;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;rdquo; รุมตัดเสนอตัดงบ พร้อมชำแหละรีดไขมันไม่พอ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เชื่ออนาคตเกิดมหาวิกฤติต้องแก้กฎหมายก็เกินเพดานแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 30 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดย กมธ.ได้ตัดงบประมาณจากที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาในวงเงิน 3,300,000,000,000 บาท เหลือ 3,285,962,479,700 บาท
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายสุทิน คลังแสน ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีผู้อภิปราย 75 คน บางคนมีการอภิปราย 3-4 มาตรา มาตราละ 7 นาที ฉะนั้นเรากังวลเรื่องเวลา 3 วันอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นจะหารือกับทางรัฐบาลให้สมาชิกให้อภิปรายเต็มที่ จากเดิมที่จะจบในวันที่ 18 ก.ย.ไม่เกินเวลา 24.00 น. แต่วันนี้ไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะขออภิปรายเพิ่มในที่ 19 ก.ย.ใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เรายังไม่บอกว่าขอเพิ่ม คงต้องบริหารจัดการเวลาไว้ก่อน เพียงแต่ต้องเกริ่นไว้ให้ทุกฝ่ายได้รับทราบว่าเวลาที่เรากำหนดไว้อาจไม่เพียงพอ
ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบการประชุมว่า 2 วัน คือ 16-17 ก.ย. แต่ถ้าไม่แล้วเสร็จก็จะพิจารณาวันที่ 18 ก.ย.อีก 1 วัน ส่วนความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ 2564 นั้น ไม่ใช่ความผิดสำนักงบประมาณ แต่เพราะส่งร่างกฎหมายงบประมาณมาถึงสภา และมีเวลาให้สมาชิกพิจารณาเอกสารเพียง 7 วัน จากปกติ 10 วัน จึงขยายเวลาออกไป ทำให้เปลี่ยนเวลาปฏิทินของสำนักงบประมาณ แต่ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการเบิกจ่าย
และเมื่อเวลา 09.30 น. นายชวนเป็นประธานการประชุมดังกล่าว แต่ไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องมีสมาชิกลงชื่อ 195 คนไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายชวนประกาศให้สมาชิกร่วมลงชื่อก่อนที่ในเวลา 09.45 น.จึงเริ่มได้ โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญฯ รายงาน สาระสำคัญ ว่าตั้งแต่การรับหลักการในวาระที่ 1 ในวันที่ 3 ก.ค.2563 กมธ.วิสามัญฯ เริ่มพิจารณาในวันที่ 8 ก.ค.-8 ก.ย. โดยพิจารณางบประมาณของ 721 หน่วยงาน ซึ่งได้มีการปรับปรุงทำให้เหลืองบประมาณปี 2564 รวม 3.28 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มอภิปรายฝ่ายค้านลุกขึ้นสอบถามถึงเวลาในการอภิปรายที่ตกลงกันคนละ 7 นาที โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายท้วงติง แต่นายชวนยืนยันอย่างไรก็ต้องยึด 7 นาทีเป็นหลัก และตัดบทเข้าสู่การอภิปรายต่อทันทีแม้จะยังมี ส.ส.ท้วงติงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการประชุมได้ไล่เรียงตั้งแต่มาตรา 1 แม้ว่าจะไม่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีผู้ขออภิปรายและสงวนคำแปรญัตติไว้ ซึ่งมาตรา 1 ที่ไม่มีการแก้ไข นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า งบประมาณปี 2564 เป็นงบที่คนจ่ายไม่ได้ใช้&amp;nbsp; คนใช้ไม่ได้จ่าย ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อุปโลกน์ตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำให้ไม่เชื่อมั่น รู้สึกเอือมระอา เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กู้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงต้องการเติมคำ &amp;ldquo;ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ&amp;rdquo; เข้าไปท้ายชื่อร่าง พ.ร.บ. เพื่อให้ตระหนักว่างบประมาณเป็นภาษีของประชาชน ไม่ใช่เงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่ใช่เงินจากตระกูลของท่านหรือของใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในมาตรา 2 และ 3 ก็ยังคงมี ส.ส.อภิปรายเป็นกระสาย จนมาถึงมาตรา 4 ในซึ่งเป็นวงเงินรวมของงบประมาณปี 2564 ซึ่งมีผู้อภิปรายจำนวนมาก โดยนายสุทินอภิปรายว่า ไม่เห็นการปรับลดที่สอดคล้องต่อความจำเป็น เชื่อว่าหากยังเป็นเช่นนี้ในอนาคตรัฐบาลก็จะมาขอให้สภาแก้กฎหมายขยายเพดานเงินกู้อีกแน่นอน จึงอยากให้ตัดงบบางส่วนที่เป็นไขมันและยังไม่มีความพร้อม แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะอนุมัติงบให้หรือไม่ ทำให้เห็นว่าโครงการต่างๆ ที่พร้อมและประชาชนแบมือขอไม่อนุมัติงบให้ แต่กลับไปให้ในสิ่งที่ยังไม่พร้อม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ประธานสภาฯ ควรให้เลิกตั้งอนุ กมธ.ทำไมถึง 8 คณะ เสียงบประมาณ เสียเวลา เช่น ตัดงบไปแล้ว 3-4 หมื่นล้านบาท แต่พอไป กมธ.ห้องใหญ่ขอคืนหมด จึงอยากฝากว่าปีต่อๆ ไปคณะ กมธ.งบประมาณชุดใหญ่จะพิจารณาตัดงบจุดไหนก็ตัดไปเลย ไม่ต้องมาเรียกคืนทีหลัง แล้วให้พวกหากินมาหากินแต่ละห้อง กมธ. ตนไม่เห็นด้วยและจะต่อสู้ตลอดไป
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า งบประมาณที่ กมธ.ตัดลดกว่าหมื่นล้านบาท เป็นประโยชน์กับผู้เสียภาษีและประเทศชาติ แต่ก็ไม่เหมาะสมกับวิกฤติเศรษฐกิจ ทุกคนกำลังเผชิญกับสึนามิเศรษฐกิจ ขอตั้งข้อสังเกตของการจัดทำงบประมาณ 5 ข้อ ดังนี้ 1.โครงสร้างงบประมาณยังไม่ตอบโจทย์มหาวิกฤติ 2.งบที่ตัดไม่ใช่ตัดจริงๆ ไม่ใช่การรีดไขมันจริงๆ 3.รัฐราชการโตขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์ของทุกปี โตยิ่งกว่าจีดีพี 4.การกระจายอำนาจ ท้องถิ่นถูกรีดภาษีและได้เงินชดเชยไม่เพียงพอ และ 5.ประมาณการฐานะทางการคลัง อาจทำให้คลังแตกได้
หลัง ส.ส.อภิปรายมาตรา 4 เป็นที่เรียบร้อย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ได้ให้ที่ประชุมลงมติ ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กมธ. 264 ต่อ 140 งดออกเสียง 18 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ต่อมาที่ประชุมก็ได้มีการอภิปรายมาตรา 5 ซึ่งเป็นกรณีให้กระทรวงการคลังมีอำนาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน ซึ่งก็มี ส.ส.อภิปรายบ้าง จนมาถึงมาตรา 6 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายงบกลางจำนวน 614,616,246,500 บาท ซึ่งก็มี ส.ส.อภิปรายจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ขอให้มีการตัดงบกลางลงไล่มาตั้งแต่ 5-10% ต่อมาเวลา 18.30 น. นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า งบกลางปี 2564 ไม่มีความผิดปกติ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนั้น มีกรอบว่าสามารถตั้งได้ในสัดส่วน 2-7.5% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งงบประมาณรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ในปีงบประมาณ 2564 ที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง รวมถึงรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินปีก่อนหน้านี้ก็อยู่ในกรอบตามวินัยการเงินการคลังเช่นกัน ทั้งนี้ หลังจากที่นายวิเชียรชี้แจงเสร็จแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 6 ด้วยคะแนน 259 ต่อ 85 งดออกเสียง 69 ไม่ลงคะแนน 4 คะแนน
จากนั้น ได้มีการอภิปรายต่อในมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี
วันเดียวกัน ยังคงมีกระแสข่าวแคนดิเดตบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนนายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกไป โดยนายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ไม่เคยได้รับการทาบทามจาก พล.อ.ประยุทธ์ ทราบเพียงกระแสข่าว ส่วนสาเหตุที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนั้น น่าจะมาจากการผลักดันของผู้ใหญ่ในวงการที่เห็นประสบการณ์ทำงานและผลงานการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล และส่วนตัวโชคดีที่ผ่านมาทำงานประสานงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ รวมถึงกระทรวงการคลังมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีประสบการณ์ตรง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่การพิจารณาของนายกฯ
ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ตอบเพียงสั้นๆ ในเรื่องนี้ว่า &amp;quot;พี่ไม่เหมาะหรือ&amp;quot; จากนั้นเมื่อสอบถามทางไลน์ว่าจะมาเป็น รมว.การคลังจริงหรือไม่ โดยนายสมชัยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธข่าว โดยไลน์บอกเพียงว่า &amp;quot;ให้มันเป็นไปตามข่าวที่ออกมาแล้วกัน&amp;quot;
ทั้งนี้ รายชื่อแคนดิเดตที่ออกมามีทั้งนายชาติชาย, นายสมชัย และนายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตผู้บริหารเอสซีจี และล่าสุดก็มีชื่อของนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่? ?30 ก.ย.นี้ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ค่อนข้างชื่นชอบการทำงานของนายประสงค์ ที่ทำงานคล่อง และล่าสุดนายประสงค์ยังเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารภาครัฐที่ร่วมพูดคุยระหว่างนายกฯ นักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรวิจัยอิสระ มหาวิทยาลัย และสถาบันการเงินด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีการสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถึงกระแสข่าวคนนอกจะมาเป็น รมว.การคลัง แต่ปรากฏว่านายกฯ&amp;nbsp; ไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มและโบกมือไม่ตอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77680</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 ก.ย, งบรายจ่ายประจำปี, งบรายจ่ายประจำปี 2564, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6227bfeeea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
