<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเพี้ยนอีกแล้ว!&#039;หมอสุภัทร&#039;โวยรัฐบาลแอบหั่นงบสาธารณสุขและบัตรทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.63- นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ&amp;nbsp; เรื่อง โควิด ตัดงบสาธารณสุขและบัตรทอง รัฐบาลเพี้ยนอีกแล้ว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงโควิดผมไม่ได้เขียนวิจารณ์รัฐบาลมาหลายวันแล้ว ตั้งใจเขียนงานกึ่งวิชาการเผยแพร่แทน แต่วันนี้ไม่วิพากษ์รัฐบาลบ้างคงไม่ได้แล้ว เพราะรัฐบาลแอบหั่นงบสาธารณสุขและบัตรทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการง่ายๆของรัฐบาลก็คือ ตัดงบกันถ้วนหน้า ทุกกระทรวงต้องหั่นงบมาลงขันตามเปอร์เซ็นต์ที่ไม่รู้ใครกำหนด ประมาณว่า รมต.เจ้ากระทรวงหรือปลัดกระทรวงก็จำใจต้องทำตาม ไม่อาจมีปากเสียงได้ ราวกับเรายังอยู่ในยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2563 ได้มีการพิจารณาเรื่อง การโอนงบประมาณ 2563 และได้มีมติตัดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบ &amp;ldquo;บัตรทอง&amp;rdquo; จำนวน 2,400 ล้านบาท รวมทั้งงบของกระทรวงสาธารณสุขเอง 1,200 ล้านบาท รวมเป็น 3,600 ล้านบาท นำไปตั้งเป็นงบสำรองฉุกเฉิน แก้ไขปัญหา ช่วยเหลือเยียวยา และบรรเทาผลกระทบ จากการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยทั้งประเทศคงยังไม่ทราบว่า &amp;ldquo;ตลอดสามเดือนที่มีการระบาดของเชื้อโควิด โรงพยาบาลต่างๆแทบไม่เคยได้รับงบประมาณที่เป็นตัวเงินจากรัฐบาลเลย&amp;rdquo; นี่คือความจริงที่เราไม่อยากจะบ่นออกมา มีเพียงการส่งของมาให้เป็นหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล ชุด PPE เป็นต้น แต่งบสักแดงเดียวมาเติมในกระเป๋าเงินบำรุงของโรงพยาบาลนั้นยังไม่มี แต่ละโรงพยาบาลนั้นใช้เงินบำรุงที่เก็บสะสมไว้เองมาเป็นเงินใช้จ่ายมากมายในช่วงนี้ และเกือบทุกที่ต้องเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชน ซึ่งสามารถช่วยโรงพยาบาลได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงโควิด รายจ่ายสำคัญของทุกโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นคือ รายจ่ายในการปรับปรุงปรับเปลี่ยนสถานที่ให้รับกับสถานการณ์โควิด ตัวอย่างเช่นที่โรงพยาบาลจะนะ เราเพิ่มจุดคัดกรอง เราปรับปรุงหอพักแพทย์ให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดขนาด 20 เตียง เราต้องจัดอัตรากำลังมาสอบสวนโรคทุกวันซึ่งต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม เราจัดยาโรคเรื้อรังส่งตรงไปที่บ้านผู้ป่วยกว่า 5,000 คน ซื้อครุภัณฑ์การแพทย์เพิ่ม ลงทุนกั้นห้องแบ่งส่วนเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย ต้องปรับปรุงห้องฉุกเฉิน ต้องสนับสนุนงบแก่ รพ.สต. เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนใช้เงินบำรุง เงินจัดสรรจาก สปสช.ตามปกติ หรือเงินบริจาคทั้งสิ้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบเพิ่มเติมจากลุงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สนับสนุนงบให้กระทรวงสาธารณสุขหรือ สปสช.เพิ่มนั้น เราก็พอจะเข้าใจได้ เพราะรัฐบาลมีรายจ่ายสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจและดูแลประชาชนที่ยากลำบาก โรงพยาบาลต่างๆจึงแทบไม่มีใครออกมาเรียกร้องว่า &amp;ldquo;เข้าเนื้อ ของบเพิ่ม&amp;rdquo; แต่การมาตัดงบของสายสุขภาพลงไป 3,600 ล้านบาทนั้น เข้าใจไม่ได้เลย และไม่เข้าใจเลยว่า &amp;ldquo;ทำไมรัฐบาลจึงเพี้ยนเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาลเกือบ 1,000 แห่ง รพ.สต.อีก 10,000 แห่ง ทุกแห่งทำงานเต็มที่สู้ศึกโควิด ทุกแห่งควรได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม แต่นี่ไม่เคยให้งบเราแล้วยังมาตัดงบเราอีก วิธีคิดแช่นนี้ &amp;ldquo;สอบตกโดยสิ้นเชิง&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64021</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., การระบาดของไวรัสโควิด-19, งบสำรองฉุกเฉิน, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, บัตรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea13879a1004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
