<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MI เผยโควิดระลอก 3 ฉุดเม็ดเงินโฆษณาปี64 ไปไม่ถึงฝัน! จับตา&#039;สรยุทธ&#039;คัมแบ็ค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2564 นายภวัต เรืองเดชวรชัย &amp;nbsp;ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และก่อนหน้าที่การระบาดรอบ 2 ในช่วงปลายปีนั้น บริษัทได้เคยประเมินไว้ว่าจากเหตุการณ์ต่างๆ น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาของไทยน่าจะอยู่ในช่วงฟื้นตัวและขาขึ้นในปีนี้ เป็นผลทำให้มีการประเมินในช่วงต้นปีหลังจากการระบาดระลอกที่ 2 เริ่มทุเลาลง บริษัทได้คาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาปีนี้เติบโต 5%-10 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อมาดูจากสถานการณ์แพร่รระบาดโควิด-19 จะแบ่งออกเป็นกรณีที่หากตัวเลขระดับพันกว่าอย่างต่อเนื่อง การตรวจมากเชิงรุกและจะทำให้การควบคุมดีขึ้น ประกอบกับจำนวนวัคซีนที่จะมีการกระจายมากขึ้นตลอดทั้งปี และหากทุเลาลงภายในเดือนพฤษภาคม เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะเห็นเม็ดเงินเป็นบวกได้ 4% เนื่องจากฐานของปีที่แล้วต่ำมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในกรณีที่ตัวเลขไม่ดีขึ้นและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีท่าทีจะเอาอยู่ในครึ่งปีแรก บริษัทมองว่าไม่น่าจะเป็นตัวเลขที่บวกจากปีที่แล้ว แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ เนื่องจากฐานของปีที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ คิดเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท โดยทีวียังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ตามมาด้วยสื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้าน แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใดก็ตาม โอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินโฆษณาในปีนี้เติบโต 2 หลักคงเป็นไปได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภวัต กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลบวกได้บ้างกับเม็ดเงินสื่อโฆษณาไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อทีวี คือการกลับมาของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยบริษัทประเมินว่าการกลับมาในครั้งนี้ จะส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญในหลายๆเรื่อง เช่น ความสนใจในการติดตามข่าวสาร อิทธิพลทางความคิด ความรู้สึก ของผู้ชมรายการโทรทัศน์ต่อข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ และการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อเรื่องเหล่านี้ น่าจะส่งผลบวกโดยตรงต่อช่อง 3 โดยเฉพาะรายการข่าวและเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีโดยรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของสรยุทธคือ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการบริโภคสื่อ พฤติกรรมของผู้ชมหรือผู้เสพรายการข่าว หรือคอนเทนท์ประเภทข่าวเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งการรับชมรายการข่าวผ่านทีวีช่องต่างๆ และช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงกว้าง จนกลายเป็นพฤติกรรมหลักไปแล้วสำหรับคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าอาจเป็นเรื่องยากและท้าทายมากที่จะดันเรทติ้งกลับไปที่จุดเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี จากข้อมูลเรตติ้งเฉลี่ยของ &amp;ldquo;รายการเรื่องเล่าเช้านี้&amp;rdquo; ในช่วงที่สรยุทธยังจัดรายการอยู่ เปรียบเทียบกับเรตติ้งเดือนล่าสุดตกลงมากกว่า 60% และ&amp;rdquo;รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์&amp;rdquo; ตกลงมากกว่า 30% ต้องมาติดตามกันว่าหลังจากวันที่ 1 พ.ค. ไปแล้ว จะมีเรทติ้งเป็นอย่างไร และแน่นอนว่าช่องที่มีคอนเท้นต์ข่าวหลักๆ อาจจะได้รับผลกระทบและมีการปรับตัวมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100406</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบโฆษณา, บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด, ภวัต เรืองเดชวรชัย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_608230c573a65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
