<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังชงครม.ปั้นไทยศูนย์กลางทางการเงิน CLMV</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราม 6 ๐ คลังเตรียมชง ครม. เคาะแผนส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เปิดทางไทยเป็นศูนย์กลางกลุ่มประเทศ CLMV ในการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตราสารทุน พร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านประกันภัย หวังดันไทยเป็นฐานทำธุรกิจรับช่วงประกันภัยต่อ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านตลาดเงินตลาดทุนของไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาค ว่า เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินของโดยใช้ไทยเป็นตัวกลางของกลุ่มประเทศ&amp;nbsp; CLMV (กัมพูชา, ลาว,เมียนมาและเวียดนาม) ในการระดมทุนผ่านตราสารหนี้&amp;nbsp; ตราสารทุน การส่งเสริมให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ของไทยร่วมลงทุนกับ บลจ.ประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านประกันภัย เพื่อให้ไทยเป็นฐานทำธุรกิจรับช่วงประกันภัยต่อ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้สั่งการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หารือกับธนาคารกลางของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบe &amp;ndash; Payment ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV รวมถึงให้ใช้คิวอาร์โค้ดที่เป็นมาตรฐานกลางนำมาใช้โอนเงินระหว่างประเทศ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดต้นทุน

นอกจากนี้ ธปท. ต้องส่งเสริมการโอนเงินสกุลท้องถิ่น เพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้าระหว่างเงินบาทกับเงินสกุลเพื่อนบ้านโดยตรง ไม่ต้องผ่านเงินดอลลาร์ที่ต้นทุนสูง เพื่อให้เศรษฐกิจของ CLMV มีความเติบโตเข้มแข็งด้านการค้าการเงินมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ธปท. ต้องส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเงินในสกุลของประเทศ CLMV มากขึ้น ที่ปัจจุบันยังมีน้อยอยู่ เพราะเป็นการให้และเปลี่ยนกันระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเท่านั้น ให้ปริมาณแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ซึ่งธปท. ต้องหามาตรการเพิ่มเติมที่จะช่วยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละธนาคารพาณิชย์ทำกันเองเท่านั้น

ทั้งนี้ ในส่วนของภาคประกันภัยนั้น ทางคณะกรรมการฯ ได้มีการเสนอให้มีการรับประกันช่วงต่อภายในประเทศมากขึ้น เพราะประเทศไทยมีการลงทุนอีกจำนวนมากที่ต้องทำประกันภัยทั้งสิ้น หากสามารถประกันภัยรับช่วงเงินประกันต่อให้อยู่ในประเทศ และเป็นฐานประกันรับช่วงต่อในกลุ่มประเทศ CLMV ก็จะทำให้เงินอยู่ในประเทศ โดยปัจจุบันไทยต้องส่งประกันช่วงต่อให้กับบริษัทประกันในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเบื้องต้นมีแนวคิดให้บริษัทประกันภัยรับช่วงต่อขนาดใหญ่ของโลก มาเปิดสำนักงานสาขาในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังต้องมีการส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยของไทย ไปเปิดสาขาในกลุ่มประเทศ CLMV มากขึ้น ซึ่งในประเทศลาวมีบริษัทประกันภัยของไทยไปเปิดแล้วหลายแห่ง แต่ในประเทศอื่นๆ ยังมีน้อยและอยู่ระหว่างการเจรจาไปเปิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18886</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, CLMV, กระทรวงการคลัง, งอัตราแลกเปลี่ยน, ตลาดหุ้น, ธปท., ธุรกิจประกันชีวิต, ศูนย์กลางการลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b46256e98a76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เผยกำไรครึ่งปีหด 9.8%ชี้ขายกองทุน-บาทอ่อน SPRC ปลื้มทำเงิน 2 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เผยกำไรครึ่งปีแรก หด 9.89% ทำได้ 6.98 หมื่นล้านบาท หลังขายกองทุนและผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่า คาดราคาน้ำมันทั้งปีขยับอยู่ในกรอบ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ด้านเอสพีอาร์ซีปลื้ม Q2/61 ทำกำไร 2.3 พันล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2561 ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มมีกำไรสุทธิรวม 69,817 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.89% ที่ทำได้ 77,485 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากกองทุนลดลงหลังมีการขายกองทุนรวม EPIF ออกไป รวมทั้งเป็นผลจากกำไรจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจาก 7,822 ล้านบาท เป็น 2,276 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งผลประกอบการครึ่งปีแรกเฉพาะในส่วนของ ปตท. มีกำไร 33,218 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ราคาน้ำมันน่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบันอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ราคาจะเคลื่อนไหวไม่ผันผวน โดยทรงตัวอยู่ในระดับบวก/ลบ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ทั้งปีเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 3 ปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล&amp;rdquo;นายเทวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. กล่าวถึงความคืบหน้าการประมูลรถไฟความเร็วสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เชื่อม 3 สนามบิน ว่าโครงการนี้เป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่ง ปตท. ได้มอบให้บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (ประเทศไทย) หรือเอ็นโก้ ซื้อซองแล้ว อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาศึกษารายละเอียด ยังไม่มีสรุปว่าเอ็นโก้จะลงทุนหรือไม่ ลงทุนกับใคร คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเปิดให้มีการประมูลในช่วงเดือนพ.ย.2561โดยบริษัทได้มีการหารือกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่จำนวนมากจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ปตท.เองก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุน โดยตั้งเป้าจะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ(สมาร์ท ซิตี้) ด้านการใช้พลังงานในพื้นที่ ทั้งนี้จะเป็นการเปิดประมูลในรูปแบบรัฐร่วมกับเอกชน(พีพีพี) ให้เอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเวลาศึกษาแผนพัฒนาของรฟท. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้มีความชัดเจนก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. (บอร์ด) พิจารณา คาดว่าจะมีความชัดเจนในการดำเนินงานภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิโมธี อลัน พอตเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ เอสพีอาร์ซี เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2561 ว่าบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 2,323 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 61 รวม 4,896 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 2/61 บริษัทฯ มีความพร้อมของหน่วยการผลิตสูงสุด 100% ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในด้านความเชื่อถือได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพของอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมัน ส่งผลให้มีปริมาณการผลิตในหอกลั่นน้ำมันดิบ และหน่วยแตกโมเลกุลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาอยู่ในระดับที่สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.5928 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 61 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 13 ก.ย. 61
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไรครึ่งปี, งอัตราแลกเปลี่ยน, บมจ.ปตท., ผลดำเนินงาน, เทวินทร์ วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d2669ec461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
