<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ3โจรงัดATM อ้างหาเงินใช้หนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจรวบแล้ว! 3 คนร้ายตัดตู้ ATM ที่กบินทร์บุรีพร้อมกวาดเงิน 7 แสนบาท พร้อมคุมตัวทำแผน สารภาพตกงานช่วงโควิด หาเงินใช้หนี้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้า สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี, พ.ต.อ.มาโนช กันเกลา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารวม 3 คน ประกอบด้วย นายสมนึก จันทร์โฉม นายธนจิตต์ โพธิลา และนายนพรัตน์ ทองชื่น ได้ใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อนจะเอาธนบัตรที่บรรจุด้านในจำนวน 758,900 บาท หลบหนีไป เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่หน้าตลาดไทยประคอง ต.กบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี คนร้ายใช้ถนน 304 (กบินทร์บุรี-ศรีมาโพธิ) มุ่งหน้าเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นใช้เส้นทางถนน 331 เลี้ยวขวาที่แยกหนองปรือ ขึ้นมอเตอร์เวย์ถนนหมายเลข 7มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เทคโนโลยีในการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายก่อเหตุคือ นายสมนึก จันทร์โฉม จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับนายสมนึก ลงวันที่ 5 ก.พ.64 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยกระทำการอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อหลบหนีหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยได้กระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และทราบโดยใช้เทคโนโลยีทางการสืบสวนจนทราบว่า นายสมนึกได้เดินทางไปที่ จ.ลำปาง จึงเดินทางไปจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าที่จังหวัดลำปาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำนายสมนึกให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายธนจิตต์และนายนพรัตน์ ใช้แก๊สตัดตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่บริเวณหน้าตลาดไทยประคองจริง ได้เงินสดไปประมาณ 7 แสนบาท จากนั้นเดินทางไปที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อจะนำอุปกรณ์ไปเก็บที่บ้านแม่ แล้วเดินทางไปดูงานที่จะรับทำบริเวณใกล้กับวัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ส่วนนายนพรัตน์จะเดินทางกลับบ้านที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จึงได้ขอแยกทางใช้รถประจำทาง ส่วนนายสมนึกและนายธนจิตต์ได้เดินทางไปที่ จ. ลำปาง ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสองในข้อหาเช่นเดียวกันกับนายสมนึก และสามารถจับกุมตัวทั้งสองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคนร้ายทั้งสามพร้อมรถกระบะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แสดงขั้นตอนการตัดตู้เอทีเอ็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมนึก จันทร์โฉม กล่าวหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทำงานเป็นช่างแอร์ วางระบบแอร์ตามห้างสะดวกซื้อต่างๆ รวมถึงสถานที่เกิดเหตุ แต่ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 เกิดว่างงาน ประกอบกับเป็นหนี้นอกระบบกว่า 360,000 บาท หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ ทำเรื่องขอกู้เงินธนาคารต่างๆ ไม่ผ่าน จึงได้นำญาติๆ มางัดตู้เอทีเอ็มหน้าห้าง CJ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมตัวทำแผน, งัดตู้ ATM, ตกงานช่วงโควิด, ตัดตู้ ATM, หนี้นอกระบบ, หาเงินใช้หนี้นอกระบบ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ใช้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fdc038dce7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
