<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;กำชับตำรวจกวดขันวินัยจราจรห้ามรีดไถอย่างเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบหลักเตรียมความพร้อมรับการจราจรก่อนเปิดเทอม ทั้งใน กรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้ประสานทุกส่วนราชการ กำกับ ติดตามขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ต่อเนื่องและเป็นผลร่วมกันทั้งระบบ ด้านกายภาพและปรับปรุงสภาพถนน ด้านกวดขันวินัยและอำนวยความสะดวก ด้านการขนส่งสาธารณะ ด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยี รวมทั้งด้านการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตรย้ำให้กรุงเทพมหานคร โดยทุกเขต สำรวจและเร่งปรับผิวจราจรที่ชำรุด &amp;nbsp;รวมทั้งประสานขอคืนผิวการจราจรบริเวณก่อสร้างให้ได้มากที่สุด เพื่อมิให้การจราจรในเส้นทางหลักเกิดการชะลอตัว และให้เร่งนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการควบคุมระบบไฟจราจร ควบคู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะจุดของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ประสานความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะ ให้มีความปลอดภัยและเพียงพอในห้วงเวลาเร่งด่วน และให้ความสำคัญเพ่งเล็งการปลอมแปลง หรือ การดัดแปลง ส่อเจตนาปกปิดป้ายทะเบียนรถ เพื่อหวังผลหลบหลีกการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ทุกสถานีตำรวจ ประสานจัดระเบียบร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ &amp;nbsp;และให้เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดที่เป็นปัญหา เพื่อเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเป็นการกวดขันวินัยจราจรร่วมกันในภาพรวม ทั้งนี้ &amp;nbsp;ต้องไม่มีการเรียกรับประโยชน์โดยมิชอบอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35176</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานจราจร, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, รองนายกฯ, ห้ามตำรวจรีดไถ, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c998bcf55e5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตร.คืบ!&#039;มีชัย&#039;เผยโอนงานจราจรให้ท้องถิ่น ลดความยุ่งยากบัตรปชช.หายไม่ต้องแจ้งความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.61 -นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าพิจารณาร่างกฎหมายตำรวจฯ ว่า ขณะนี้ที่ประชุม อาจต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ และอาจจะต้องมีกฎหมายพิเศษขึ้นมาเพื่อให้การสอบสวนเกิดความสะดวกรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ไม่ยุ่งยาก เช่น ทำซิมโทรศัพท์หาย บัตรประชาชนหาย ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจ แต่แจ้งให้กับคนที่ออกให้ ทางคณะกรรมการฯจะแก้กฎหมายว่าให้แจ้งความที่ไหนก็ได้ แล้วให้ตำรวจส่งไปยังโรงพักที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมีชัย กล่าวอีกว่า สำหรับมติที่ประชุมเกี่ยวกับงานจราจรจะโอนให้ท้องถิ่น ให้ดูแลเรื่องอำนวยความสะดวกการจราจร รักษาความสงบเกี่ยวกับความผิดการจอดรถ อย่างไรก็ตาม วิธีการ คือ เราจะโอนเฉพาะเนื้องานไปให้ท้องถิ่น แต่ไม่โอนอัตรากำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าโอนเฉพาะภารกิจให้ท้องถิ่น ไม่โอนกำลังพลไปด้วย จะทำให้ท้องถิ่นต้องตั้งงบประมาณเพื่อรองรับเท่ากับเป็นการโปร่งฟอง นายมีชัย ตอบว่า &amp;ldquo;อย่างงานจราจรทุกวันนี้เราใช้ตำรวจยศนายพลไปดูแลจราจร ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องคนระดับยศนายพล ซึ่งเท่ากับว่าจะประหยัดลง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.ปฏิรูปตำรวจ, งานจราจร, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, บัตรปปช.หาย, ประธานกรธ., ลดหน้าที่ตำรวจ, โอนให้ท้องถิ่น, ไม่ต้องแจ้งตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acee97b20ad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว!ปฏิรูปตำรวจโอนภารกิจ&#039;จราจร-รักษาความสงบ&#039;ให้ท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 61- นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ได้มีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการถ่ายโอนงานที่ไม่ใช่งานตำรวจแท้ออกไปให้องค์กรอื่นที่มีความพร้อม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนของการจราจรทั่วประเทศจะกำหนดให้ 1.งานจราจรทั้งหมด และการรักษาความสงบ ให้เป็นภารกิจของท้องถิ่นทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี 2. งานอำนวยความสะดวกในการจราจร งานกวดขันวินัยจราจร และ งานบังคับใช้กฎหมายจราจร เฉพาะความผิดฐานจอดรถโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้โอนให้ท้องถิ่นภายในระยะเวลา ดังนี้ สำหรับเมืองพิเศษ อาทิ กทม. และเทศบาลนคร ให้โอนภายใน 2 ปี สำหรับเทศบาลเมือง ให้โอนภายใน 3 ปี ส่วนท้องถิ่นอื่น ให้เป็นไปตามกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การโอนดังกล่าวไม่ตัดอำนาจของตำรวจในการดูแลบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายในกรณีที่มีเหตุพิเศษ นอกจากนี้ ยังให้ตรวจสอบด้วยว่าหากขยายการโอนภารกิจไปถึงการบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดอาญาอื่น ๆ ที่เป็นเรื่องเล็กน้อยและมีแต่โทษปรับ จะกระทบกระเทือนการทำหน้าที่ของตำรวจเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการฯได้ลงลึกในการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยตำรวจบางประเภทที่หมดความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรถ่ายโอนงานให้หน่วยงานอื่นที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเริ่มที่ตำรวจรถไฟ ซึ่งที่ประชุมเห็นควรให้ถ่ายโอนภารกิจของตำรวจรถไฟในส่วนที่ดูแลความปลอดภัยภายในขบวนรถไฟให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่เป็นเจ้าของรถไฟ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลคดีที่เกิดในขบวนรถไฟ ให้อยู่ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสถานีตำรวจที่ขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยให้เจ้าพนักงานสอบสวนตามรายทางรถไฟมีอำนาจสอบสวนได้ โดยวัตถุประสงค์เดิมของการก่อตั้งหน่วยตำรวจรถไฟในอดีตคือการดูแลการก่อสร้างทางรถไฟได้หมดไปแล้ว และปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถดูแลความปลอดภัยในขบวนรถไฟได้หลายหลายและมีประสิทธิภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8742</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, งานจราจร, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, โอนภารกิจให้ท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8875facf04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
