<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัศจรรย์! หมอมือผ่า &#039;หลวงพ่อคูณ&#039; เผยเส้นเอ็นกระดูกสีชมพูต่างจากครูใหญ่ทั่วไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62 - รศ.นพ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีฝ่ายกายภาพและสภาพแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับมอบหมายให้เป็น 1 ใน 3 ของกรรมการที่ได้รับการมอบหมายให้ทำการผ่าร่างครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ตามการบริจาคสรีรสังขารเพื่อมาเป็นครูใหญ่ตามที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการผ่าร่างเพื่อการศึกษานั้น จะเริ่มจากขั้นตอนการเตรียมร่างครูใหญ่ โดยในการเตรียมร่างครูใหญ่โดยทั่วไปนั้นเมื่อรับร่างมาแล้วจะฉีดน้ำยารักษาสภาพ จากนั้นก็นำร่างไปแช่ในน้ำยาหรือเรียกว่าการดองเป็นเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนด 1 ปีก็จะนำร่างขึ้นมาผ่าเพื่อการเรียนการสอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับขั้นตอนการฉีดยาและการดองร่างครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นมีขั้นตอนเดียวกันกับครูใหญ่ร่างอื่นๆ ซึ่งเมื่อครบ1 ปี &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ได้นำร่างมาทำการผ่าเพื่อการศึกษา โดยในการผ่านั้น นักศึกษาจะไม่ใช่ผู้ทำการผ่าโดยตรง แต่จะมีการเข้าศึกษากับร่างหลวงพ่อครั้งละ 5-6 คนเท่านั้น ดังนั้นการผ่าจะมีการมอบหมายเพียงคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์เท่านั้น ซึ่งครั้งแรกที่ผมเห็นร่างของหลวงพ่อคือ ช่วงนำร่างออกจากโลงเย็นเพื่อนำลงอ่างดองก็เห็นว่า ต่างจากร่างครูใหญ่ท่านอื่นๆ เพราะทั้งเล็บมือเล็บเท้าของร่างหลวงพ่อมีสีชมพูชัด ติ่งหูก็มีสีชมพูระเรื่อ รู้สึกตื่นเต้นมหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.พิพัฒน์พงษ์ กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงที่นำร่างของหลวงพ่อออกจากอ่างดองมาผ่าเพื่อการศึกษาก็พบว่าโครงสร้างภายในของหลวงพ่อ มีสภาพโครงสร้างภายในของร่างกาย เช่น เส้นเอ็นสีสดใส กระดูกเป็นสีชมพูระเรื่อ กล้ามเนื้อ ก็ยังเป็นมัดแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มๆ ไม่เหี่ยวไม่ลีบเหมือนคนในวัยเดียวกัน เสมือนว่าหลวงพ่ออยากให้ได้ศึกษาหาความรู้จากร่างของท่านจริงๆ แตกต่างจากร่างครูใหญ่ทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำหรือสีขาว คล้ำ จึงรู้สึกอัศจรรย์ที่ยากจะอธิบายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลอดชีวิตการทำงานในการผ่าร่างครูใหญ่มามาก แต่เมื่อเห็นร่างของหลวงพ่อรู้สึกพิเศษ แตกต่างจากครูใหญ่ทั่วไปพอสมควร เส้นเอ็น กระดูก และอัศจรรย์ใจในเรื่องที่ได้ฝังตะกรุดกับหลวงพ่อ ทำให้ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญ ตั้งแต่ร่างหลวงพ่อมาถึงที่คณะแพทยศาสตร์ มข. ในทุกๆขั้นตอน และเมื่อจะทำการใดๆก็ระลึกนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อ และขอขมาบอกกล่าวหลวงพ่อว่าจะผ่าร่าง แม้แต่การจะจัดงานประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่ หลวงพ่อคูณ รวม 647 ร่างก็มีการบอกกล่าวและทำให้จิตใจเข็มแข็ง ทุกอย่างที่ทำก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27705</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพวิทยาคม, งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, สรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ed90be8758.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.เผยขั้นตอนจริงฌาปนกิจครูใหญ่หลวงพ่อคูณด้วยขบวนพิธีนางสีดาและนางรำนับร้อยชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ม.ค.62-เมื่อช่วงเช้าที่บริเวณภายในฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง บริเวณเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริม ถ.เลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย&amp;nbsp; ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)&amp;nbsp; พร้อม รศ.นพ.ชาญชัย&amp;nbsp; พานทอวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.ดร.นิยม&amp;nbsp; วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างเขาพระสุเมรุและนกหัสดิงค์เทินบุษบก ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิยาคม หรืทอหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp; ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการก่อสร้างดังกล่าวนี้นั้นมีความคืบหน้าอย่างมากและเป็นไปตามลำดับขั้นที่ทีมช่างศิลป์จิตอาสา,ทีมคณาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา มข. รวมไปถึง ประชาชนจิตอาสา และกำลังทหาร จาก มทบ.23 ที่ได้ช่วยกันดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งล่าสุดพบว่ามีการติดตั้งฐานตัวนกหัสดีลิงค์ ฐานบุษบก และการปักเสาบุษบกเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้จะเป็นขั้นตอนสำคัญคือการยกยอดบุษบก และยอดฉัตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกตัวนี้ ซึ่งคณะทำงานต้องคำนวณแรงลง แรงต้านและการลำดับขั้นตอนการประดับตกแต่งนภาพรวมทั้งหมด ซึ่งพบว่าบริเวณหางของนกหัวดีลิงค์นั้นได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาองค์พญาแถน ตามความเชื่อของครูช่างศิลป์ เพื่อให้การทำงานนั้นเป็นไปโดยไม่มีอุปสรรค เป็นไปตามขั้นตอน และไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.ยุทธพงษ์&amp;nbsp; มากวิเศษ ครูช่างนกหัสดีลิงค์ กล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกตัวนี้ เป็นนกที่ตัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งคณะทำงานได้ออกแบบโครงสร้างตัวนกที่เป็นไม้เนื้อแข็ง สูง&amp;nbsp; 22.6&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; มีการนำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่&amp;nbsp; หรือประติมากรรมกระดาษ&amp;nbsp; ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน ทั้งนี้ในปัจจุบันภาคอีสานของไทย มีครูนกหัสดีลิงค์ ที่ประกอบด้วยพระสงฆ์ 3 รูป และฆราวาส 3 คน ทุกท่านมีครูมีคาย หรือเครื่องแก้ติดตัวที่จะต้องนำไปไหนมาไหนด้วยทั้งหมด ซึ่งทีมช่างนกหัสดีลิงค์ที่ระดมกันมาร่วมงานเพื่อทำถวายของหลวงพ่อคูณนั้นทุกคนมีวัตถุมงคล มีผ้ายันต์ มีของที่มาแต่งแก้ทั้งหมด โดยเฉพาะหัวหน้าช่าง ที่ต้องมีติดตัวมากกว่าเพื่อน และที่สำคัญในรถยนต์ของทีมช่างทุกคนก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้ เครื่องบูชา และเครื่องแก้ ทั้งหมด เพราะนกหัสดีลิงค์ตามตำนานแล้วนั้นคือนกที่มากินศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อคูณ ที่ยอมรับว่า มข.และทีมช่างศิลป์จิตอาสา จากทั่วประเทศ ที่ได้ปวารนาตนมาทำงานให้กับหลวงพ่อ ทุกคนไม่มีเหตุใดๆเกิดขึ้นเลย ก่อนทำงานทุกวันและตามลำดับขั้นตอนต่างๆก็จะมีการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง บอกล่าวหลวงพ่อ บอกกล่าวพระยาแถน เพื่อให้งานนั้นดำเนินงานได้ทันตามกำหนด ซึ่งแม้นกตัวนี้จะใหญ่และมีรายละเอียดเยอะแต่ทุกคนนั้นทำด้วยความเต็มใจและตั้งใจ และทำกัน 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; ซึ่งโดยส่วนตัวผมเชื่อว่าบารมีของหลวงพ่อคูณนั้นทำให้งานไหลลื่นและทีมช่างทุกคนก็เชื่ออย่างนั้นพูดแล้วก็ขนลุก ตั้งแต่การปรับพื้นที่ การเริ่มทำงาน เริ่มติดตั้งเตาเผา เริ่มติดตั้ง ฐานนก หรือองค์ประกอบของนก การติดตั้งสัตว์ป่าหิมพานต์ การติดตั้งพญานาค ที่ลงล็อกเหมาะเจาะ และเหมาะสมทั้งหมด ไม่มีเคลื่อน ไม่มีโยก มีเอียง ซึ่งหามาดูตรงจุดฐานก็จะพบว่า เรามีการกำหนดจุดต่างๆไว้ทั้งหมด และเมื่อยกมาวาง หรือทำการประกอบในจุดที่กำหนด ก็ลงล็อกพอดี สร้างความประหลาดใจให้กับทีมช่างทุกคนอย่างมาก ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละขั้นตอนนั้นทีมช่างทุกคนก็ได้แต่สาธุและระลึกถึงบารมีของหลวงพ่อคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.นิยม&amp;nbsp; วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า หลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพเรียบร้อยก็จะเข้าสู่พิธีราษฎร์ ซึ่งพิธีราษฎร์ก็คือพิธีของราษฎร์ ที่ได้ดำเนินงานกันเรื่อยมา ซึ่งน่าจะเริ่มพิธีได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ซึ่งจะเริ่มจากพิธีฟ้อนรำลึกถึงหลวงพ่อ เป็นการฟ้อนเพื่ออาลัย ไม่ใช่เป็นการฟ้อนเพื่อสมโภชน์ ซึ่งคำว่าฟ้อนในภาษาอีสานก็คือคำว่ารำในภาษากลาง&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากฟ้อนแล้วเสร็จจะเป็นพิธีขอขมา ซึ่งเป็นขนบมาตั้งแต่โบราณที่ต้องทำ ซึ่งเมื่อฟ้อนเสร็จ และตามขอขมาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณเสร็จ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ก็จะเข้าสู่พิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์ ตามประเพณีและขั้นตอนของนางสีดา แห่งเมืองอุบลราชธานี&amp;nbsp; โดยนางสีดา ที่จะมาฆ่านกหัสดีลิงค์ในงานของหลวงพ่อคูณนั้นจะใช้คนในการร่วมขบวนไม่เกิน 50 คน ทั้งหมดจะไม่มีการซ้อมใดๆ จะเป็นไปตามธรรมชาติ และเป็นไปตามการดำเนินงานของคณะนางสีดา ซึ่งเมื่อขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์แล้วเสร็จก็จะเข้าสู่การฌาปนกิจสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.โดยจะใช้ในรูปแบบเผาจากข้างบนลงมาข้างล่าง ซึ่งไฟที่ใช้ในการเผาหลวงพ่อคูณนั้น ไม่ใช่ไฟที่เผานกหัสดีลิงค์ ซึ่งไฟที่ใช้ในการเผาร่างของหลวงพ่อคูณนั้น คือไฟที่อยู่ในเตาเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องมองให้ออกนะครับว่า ภาพของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ในงานของหลวงพ่อคูณนั้น มีโลงทั้งหมด 3 โลง นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ในตัวของนกจะมีทั้งหมด 2 โลง โดยโลงที่อยู่ต่ำสุดเป็นโลงแสตนเลส ซึ่งมีลูกศิษย์ของหลวงพ่อสร้างมาถวาย เป็นโลงที่ออกแบบพิเศษ เพื่อให้เถ้าของหลวงพ่อนั้นร่วงตกลงมาในโลงแห่งนี้ ทันทีหลังเผาเสร็จ โดยจะมีการปิดตายด้วยกุญแจ 4 ดอก ซึ่งในวันเผาจริงนั้น โลงแสตนเลสนี้ จะถูกเปิดออก วางทับด้วยตะแกรงเหล็กและไม้จิก ถัดขึ้นไปเป้นโลงที่ 2 ซึ่งเป็นโลงจริงที่ใส่สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ซึ่งเมื่อในช่วงของการเผานั้นไม้จิกจะเป็นเชื้อเพลิงในการเผาหลวงพ่อ โดยมีเตาเผาครอบทับทั้งหมด ซึ่งในเตานั้นจะระอุและเผาไหม้ไปทั้งหมดในเตาแห่งนี้ ซึ่งสรุปได้ว่า โลงที่ 1 และโลงที่ 2 นั้นจะอยู่ในตัวนก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนโลงที่ 3 นั้นจากภาพที่ทุกคนจะเห็นคือตัวนกเทินบุษบก ซึ่งบุษบกนี้นั้นจางอยู่บนตัวนก ซึ่งมีความสูงถึง 2 เมตร โดยโลงที่ 3 นั้นจางอยู่บนบุษบก ซึ่งเป็นโลงเปล่า หรือภาษาช่างเรียกว่าโลงหลอก ซึ่งในวันงาน จะใช้วิธีการแทงหยวก ตามวิธีโบราณของอีสานเช่นเดียวกัน โดยทีมช่างแทงหยวกจิตอาสา จะมาลงพื้นที่หน้างานในวันที่ 28 ม.ค. ทั้งหมด ม.ขอนแก่น ไม่ได้เน้นความอลังการ เราเน้นความเรียบง่าย เป็นไปตามขนบของอีสานทั้งสิ้น และที่สำคัญคือเราทำงานที่ยึดตามพินัยกรรมทุกขั้นตอนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26275</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติชัย  ไตรรัตนศิริ, งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก, นิยม  วงษ์พงศ์คำ, วัดหนองแวงพระอารามหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c37fbc33c00e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มข.เผยขั้นตอนจริงฌาปนกิจครูใหญ่หลวงพ่อคูณด้วยขบวนพิธีนางสีดาและนางรำนับร้อยชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ม.ค.62-เมื่อช่วงเช้าที่บริเวณภายในฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง บริเวณเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริม ถ.เลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย&amp;nbsp; ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)&amp;nbsp; พร้อม รศ.นพ.ชาญชัย&amp;nbsp; พานทอวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.ดร.นิยม&amp;nbsp; วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างเขาพระสุเมรุและนกหัสดิงค์เทินบุษบก ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิยาคม หรืทอหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp; ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการก่อสร้างดังกล่าวนี้นั้นมีความคืบหน้าอย่างมากและเป็นไปตามลำดับขั้นที่ทีมช่างศิลป์จิตอาสา,ทีมคณาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา มข. รวมไปถึง ประชาชนจิตอาสา และกำลังทหาร จาก มทบ.23 ที่ได้ช่วยกันดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งล่าสุดพบว่ามีการติดตั้งฐานตัวนกหัสดีลิงค์ ฐานบุษบก และการปักเสาบุษบกเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้จะเป็นขั้นตอนสำคัญคือการยกยอดบุษบก และยอดฉัตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกตัวนี้ ซึ่งคณะทำงานต้องคำนวณแรงลง แรงต้านและการลำดับขั้นตอนการประดับตกแต่งนภาพรวมทั้งหมด ซึ่งพบว่าบริเวณหางของนกหัวดีลิงค์นั้นได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาองค์พญาแถน ตามความเชื่อของครูช่างศิลป์ เพื่อให้การทำงานนั้นเป็นไปโดยไม่มีอุปสรรค เป็นไปตามขั้นตอน และไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.ยุทธพงษ์&amp;nbsp; มากวิเศษ ครูช่างนกหัสดีลิงค์ กล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกตัวนี้ เป็นนกที่ตัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งคณะทำงานได้ออกแบบโครงสร้างตัวนกที่เป็นไม้เนื้อแข็ง สูง&amp;nbsp; 22.6&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; มีการนำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่&amp;nbsp; หรือประติมากรรมกระดาษ&amp;nbsp; ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน ทั้งนี้ในปัจจุบันภาคอีสานของไทย มีครูนกหัสดีลิงค์ ที่ประกอบด้วยพระสงฆ์ 3 รูป และฆราวาส 3 คน ทุกท่านมีครูมีคาย หรือเครื่องแก้ติดตัวที่จะต้องนำไปไหนมาไหนด้วยทั้งหมด ซึ่งทีมช่างนกหัสดีลิงค์ที่ระดมกันมาร่วมงานเพื่อทำถวายของหลวงพ่อคูณนั้นทุกคนมีวัตถุมงคล มีผ้ายันต์ มีของที่มาแต่งแก้ทั้งหมด โดยเฉพาะหัวหน้าช่าง ที่ต้องมีติดตัวมากกว่าเพื่อน และที่สำคัญในรถยนต์ของทีมช่างทุกคนก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้ เครื่องบูชา และเครื่องแก้ ทั้งหมด เพราะนกหัสดีลิงค์ตามตำนานแล้วนั้นคือนกที่มากินศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อคูณ ที่ยอมรับว่า มข.และทีมช่างศิลป์จิตอาสา จากทั่วประเทศ ที่ได้ปวารนาตนมาทำงานให้กับหลวงพ่อ ทุกคนไม่มีเหตุใดๆเกิดขึ้นเลย ก่อนทำงานทุกวันและตามลำดับขั้นตอนต่างๆก็จะมีการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง บอกล่าวหลวงพ่อ บอกกล่าวพระยาแถน เพื่อให้งานนั้นดำเนินงานได้ทันตามกำหนด ซึ่งแม้นกตัวนี้จะใหญ่และมีรายละเอียดเยอะแต่ทุกคนนั้นทำด้วยความเต็มใจและตั้งใจ และทำกัน 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; ซึ่งโดยส่วนตัวผมเชื่อว่าบารมีของหลวงพ่อคูณนั้นทำให้งานไหลลื่นและทีมช่างทุกคนก็เชื่ออย่างนั้นพูดแล้วก็ขนลุก ตั้งแต่การปรับพื้นที่ การเริ่มทำงาน เริ่มติดตั้งเตาเผา เริ่มติดตั้ง ฐานนก หรือองค์ประกอบของนก การติดตั้งสัตว์ป่าหิมพานต์ การติดตั้งพญานาค ที่ลงล็อกเหมาะเจาะ และเหมาะสมทั้งหมด ไม่มีเคลื่อน ไม่มีโยก มีเอียง ซึ่งหามาดูตรงจุดฐานก็จะพบว่า เรามีการกำหนดจุดต่างๆไว้ทั้งหมด และเมื่อยกมาวาง หรือทำการประกอบในจุดที่กำหนด ก็ลงล็อกพอดี สร้างความประหลาดใจให้กับทีมช่างทุกคนอย่างมาก ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละขั้นตอนนั้นทีมช่างทุกคนก็ได้แต่สาธุและระลึกถึงบารมีของหลวงพ่อคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.นิยม&amp;nbsp; วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า หลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพเรียบร้อยก็จะเข้าสู่พิธีราษฎร์ ซึ่งพิธีราษฎร์ก็คือพิธีของราษฎร์ ที่ได้ดำเนินงานกันเรื่อยมา ซึ่งน่าจะเริ่มพิธีได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ซึ่งจะเริ่มจากพิธีฟ้อนรำลึกถึงหลวงพ่อ เป็นการฟ้อนเพื่ออาลัย ไม่ใช่เป็นการฟ้อนเพื่อสมโภชน์ ซึ่งคำว่าฟ้อนในภาษาอีสานก็คือคำว่ารำในภาษากลาง&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากฟ้อนแล้วเสร็จจะเป็นพิธีขอขมา ซึ่งเป็นขนบมาตั้งแต่โบราณที่ต้องทำ ซึ่งเมื่อฟ้อนเสร็จ และตามขอขมาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณเสร็จ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ก็จะเข้าสู่พิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์ ตามประเพณีและขั้นตอนของนางสีดา แห่งเมืองอุบลราชธานี&amp;nbsp; โดยนางสีดา ที่จะมาฆ่านกหัสดีลิงค์ในงานของหลวงพ่อคูณนั้นจะใช้คนในการร่วมขบวนไม่เกิน 50 คน ทั้งหมดจะไม่มีการซ้อมใดๆ จะเป็นไปตามธรรมชาติ และเป็นไปตามการดำเนินงานของคณะนางสีดา ซึ่งเมื่อขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์แล้วเสร็จก็จะเข้าสู่การฌาปนกิจสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.โดยจะใช้ในรูปแบบเผาจากข้างบนลงมาข้างล่าง ซึ่งไฟที่ใช้ในการเผาหลวงพ่อคูณนั้น ไม่ใช่ไฟที่เผานกหัสดีลิงค์ ซึ่งไฟที่ใช้ในการเผาร่างของหลวงพ่อคูณนั้น คือไฟที่อยู่ในเตาเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องมองให้ออกนะครับว่า ภาพของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ในงานของหลวงพ่อคูณนั้น มีโลงทั้งหมด 3 โลง นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ในตัวของนกจะมีทั้งหมด 2 โลง โดยโลงที่อยู่ต่ำสุดเป็นโลงแสตนเลส ซึ่งมีลูกศิษย์ของหลวงพ่อสร้างมาถวาย เป็นโลงที่ออกแบบพิเศษ เพื่อให้เถ้าของหลวงพ่อนั้นร่วงตกลงมาในโลงแห่งนี้ ทันทีหลังเผาเสร็จ โดยจะมีการปิดตายด้วยกุญแจ 4 ดอก ซึ่งในวันเผาจริงนั้น โลงแสตนเลสนี้ จะถูกเปิดออก วางทับด้วยตะแกรงเหล็กและไม้จิก ถัดขึ้นไปเป้นโลงที่ 2 ซึ่งเป็นโลงจริงที่ใส่สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ซึ่งเมื่อในช่วงของการเผานั้นไม้จิกจะเป็นเชื้อเพลิงในการเผาหลวงพ่อ โดยมีเตาเผาครอบทับทั้งหมด ซึ่งในเตานั้นจะระอุและเผาไหม้ไปทั้งหมดในเตาแห่งนี้ ซึ่งสรุปได้ว่า โลงที่ 1 และโลงที่ 2 นั้นจะอยู่ในตัวนก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนโลงที่ 3 นั้นจากภาพที่ทุกคนจะเห็นคือตัวนกเทินบุษบก ซึ่งบุษบกนี้นั้นจางอยู่บนตัวนก ซึ่งมีความสูงถึง 2 เมตร โดยโลงที่ 3 นั้นจางอยู่บนบุษบก ซึ่งเป็นโลงเปล่า หรือภาษาช่างเรียกว่าโลงหลอก ซึ่งในวันงาน จะใช้วิธีการแทงหยวก ตามวิธีโบราณของอีสานเช่นเดียวกัน โดยทีมช่างแทงหยวกจิตอาสา จะมาลงพื้นที่หน้างานในวันที่ 28 ม.ค. ทั้งหมด ม.ขอนแก่น ไม่ได้เน้นความอลังการ เราเน้นความเรียบง่าย เป็นไปตามขนบของอีสานทั้งสิ้น และที่สำคัญคือเราทำงานที่ยึดตามพินัยกรรมทุกขั้นตอนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26273</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, ชาญชัย  พานทอวิริยะกุล, นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก, ยุทธพงษ์  มากวิเศษ, วัดหนองแวงพระอารามหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c37fbc33c00e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าหากินกับหลวงพ่อคูณ ย้ำไม่อนุญาตให้เดินเรี่ยไรตั้งแผงพระเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62&amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อาหารและบริการ 1 หรือคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงมีประชาชนจิตอาสา คณาจารย์ นักเรียน และนักศึกษา ต่างพากันมาร่วมจัดทำดอกไม้จันทน์ สำหรับการใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา อย่างต่อเนื่อง โดยมีครูจิตอาสา คอยแนะนำและกำกับการทำดอกไม้จันทน์ในขั้นตอนต่างๆเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สวยงามและตรงตามแบบที่กำหนด โดยในงานพระราชทานเพลิงศพดังกล่าว&amp;nbsp;ม.ขอนแก่น ได้กำหนดใช้เฉพาะแบบดอกกุหลาบและแบบดอกพุทธรักษา เท่านั้น โดยคาดว่าจะใช้ในงานดังกล่าวไม่น้อยกว่า 500,000 ดอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. กล่าวว่า วันนี้ยังคงมีกระแสข่าวการพยายามที่จะทำนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม ซึ่งทันทีที่ มข.ทราบเรื่อง คณะทำงานก็จะพุ่งตรงไปที่หน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวทันที เพราะ มข. ไม่มีนโยบายในการทำเหรียญหรือพระเครื่องมาเพื่อแจกหรือจำหน่าย แม้กระทั่งโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเรี่ยไรเงิน และเรื่องการขอมีส่วนร่วมในการทำโลงศพให้กับหลวงพ่อคูณที่ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ม.ขอนแก่น ก็ได้ประสานงานไปยังคณะจัดทำว่าการกระทำดังกล่าวมีการประสานงานเพื่อทำส่วนตัว ไม่ได้ทำเป็นในรูปแบบของหน่วยงานหรือองค์กร ก็ขอให้หยุดการรับบริจาคหรือเรี่ยไรเงินเพราะจะเกิดการเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลวงพ่อท่านได้มอบร่างของท่านให้ มข. ในการเป็นครูใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์ และให้ มข. นั้นดำเนินการในเรื่องของงานศพ ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า มข.หวง แต่การกระทำดังกล่าวนั้น มข. ทำทุกรายละเอียดด้วยความระมัดระวัง ซึ่ง ม.ขอนแก่น สามารถทำได้เพียงการประสานงานไปยังหน่วยงานหรือกลุ่มคนที่บอกว่าจะสร้างอนุสรณ์สถาน 9 เหลี่ยมที่ อ.ด่านขุนทด ซึ่งหลวงพ่อท่านไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม เรื่องนี้ มข.ก็ไม่ทราบเรื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในงานพระราทานเพลิงศพ นั้น มข.ก็ไม่มีนโยบายในการทำเหรียญหรือพระเครื่องมอบให้กับผู้ที่มาร่วมงาน มข. ทำเพียงหนังสือที่ระลึก ซึ่งจะเป็นการรวบรวมภาพบรรยากาศ เริ่มตั้งหลวงพ่อคูณมีชีวิตอยู่ กิจกรรมและกิจของสงฆ์ของท่าน มาจนถึงช่วงของพินัยกรรม และการที่ ม.ขอนแก่น ได้รับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ มาเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดเราบันทึกและเก็บรวบรวมไว้ทั้งหมด อีกเล่มคือหนังสือรวม ซึ่งจะทำเมื่อเสร็จสิ้นงานคือการทำหนังสือรวบรวมภาพประมวลงานทั้งหมด ที่ ม.ขอนแกน ได้ทำเพื่อถวายท่านในงานพระราชทนเพลิงศพครูใหญ่ ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะถูกบรรจุไว้ในหอจดหมายเหตุ &amp;nbsp;มข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับในช่วงงานนั้นหากมีผู้ไม่หวังดีจะนำแผงพระ นำพระเครื่องหรือนำเหรียญมาแจกในงาน มข. ไม่อนุญาต แต่ถ้าจะเป็นการแจกภาพถ่ายก็อนุโลมได้ ที่ผ่านมาก็มีคนมาติดต่อขอตั้งโต๊ะพระเครื่องหรือแผงพระ และขอทำเป็นการตั้งกล่องรับบริจาค มข. ก็ไม่อนุญาต และได้มีการเชิญตัวออกไปนอกรั้ว มข. ทันที ซึ่งถ้าภายในเขต มข. ผมไม่อนุญาตเด็ดขาด ถ้าจะมาทำมาหากินกับหลวงพ่อ หรือหากจะมาแจกรูปท่านและมาขอรับบริจาคหรือเรี่ยไร ผมก็ไม่อนุญาต มข. โดยคณะทำงานทุกคนนั้นไม่ต้องการให้เกิดการเรี่ยไรเกิดขึ้นในงานของหลวงพ่ออย่างเด็ดขาด เพราะตู้บริจาคนั้นมีถูกต้องอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะแพทยศาสตร์ มข.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26213</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพวิทยาคม, งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36c29644055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
