<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;โวศาลรธน.การันตีนั่งเก้าอี้ต่อ ทำงานปปช.ราบรื่นขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การยกเว้นคุณสมบัติต้องห้ามของกรรมการ ป.ป.ช. ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. &amp;hellip; ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า แม้จะมีผู้แย้งมติศาลรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะบ้านเมืองใช้กฎหมายเป็นหลัก เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรจะต้องเป็นไปตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะทำให้งานของ ป.ป.ช.เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น จะมีการปรับการทำงาน โดยพยายามแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานาน เพราะใน 1 ปี 3 เดือนมานี้ งานของ ป.ป.ช.ชะลอมานาน เนื่องจากต้องรอกฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ในระหว่างนี้ ป.ป.ช.ได้เตรียมทำอนุบัญญัติประมาณ 40 อนุบัญญัติเพื่อบังคับใช้ในวันที่กฎหมาย ป.ป.ช.มีผลบังคับใช้ พร้อมกับปรับโครงสร้างให้ทันวันที่ 1 ต.ค.61 หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะมีระเบียบวิธีไต่สวนใหม่ และกรอบระยะเวลาในการทำงานตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กำหนดไว้ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แน่ใจว่ากฎหมายใหม่จะทำให้การปราบปรามทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทั้งกรอบระยะเวลาและกระบวนการทำงานจะมีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังได้วางองคาพยพ และปรับย้ายคนที่เหมาะสมกับงานไว้รองรับแล้ว การทำงานเราจะใช้ทั้ง ป.ป.ช.จังหวัด ภาค ส่วนกลาง จะปรับภารกิจให้ตรงตามเป้าหมาย และในวันที่ 26 มี.ค. จะเชิญผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด มาชี้แจงผลการปฏิบัติงานในรอบ 6 เดือน พร้อมเสนอ และวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปว่าคงต้องเหนื่อยไปอีก 2 &amp;ndash; 3 ปี เพื่อทำให้องค์กรมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเตรียมรับมือกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.หลายคนลาออก เพราะกดดันที่ต้องทำคดีให้ทันตามกรอบเวลานั้น ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่คนเราอยากสบาย แต่เท่าที่รับฟังทุกคนต่างมีความมุ่งมั่น แต่วันนี้การทำงานของ ป.ป.ช.มีความเปลี่ยนแปลงจากที่ผ่านมา กรรมการ ป.ป.ช.ทำงานหนักมาก เพิ่มวันประชุมจาก 2 เป็น 3 วัน เดินทางลงพื้นที่เพื่อกลั่นกรองเรื่องต่างๆ ให้เร็วขึ้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่อยากเห็นองค์กรมีความกระฉับกระเฉง เป็นที่ยอมรับของประชาชน ดังนั้น จึงถึงเวลาที่เราจะต้องทุ่มเททำงานด้วยความผิดชอบ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อมีอำนาจบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เมื่อได้ทราบผลดังกล่าวรู้สึกเบาใจ และจากนี้ต้องตั้งใจทำงานหนักมากขึ้นจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวล ทั้งนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตีความชัดเจนแล้วจะได้ไม่ต้องมีความขัดข้องใจกันอีกว่ากรรมการ ป.ป.ช.ทำงานไปโดยไม่มีอำนาจ หรือไม่มีคุณสมบัติ เมื่อศาลตีความแล้วถือว่าจบ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นข้อผูกพันทุกองค์กร จะได้ไม่มีประเด็นตามมาทีหลัง ทำงานไม่ต้องกังวลจะถูกฟ้องภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการวินิจฉัยดังกล่าวทำให้เกิดประเด็นการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นนั้น นายวิทยา กล่าวว่า เชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบแล้ว และเป็นมติเอกฉันท์ ทั้งนี้ไม่คิดว่าจะนำไปสู่วิกฤติรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการพิจารณาข้อกฎหมายที่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4964</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานราบรื่น, บิ๊กกุ้ย, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล, ศาลรธน.การันตี, อาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d55590061d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
