<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลำปาง&#039;หนาวไม่ออกชาวบ้านระอางานประจำปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - มีรายงานว่างานฤดูหนาวและของดีนครลำปาง ประจำปี 2564 ได้จัดเร็วขึ้นกว่าทุกปี โดยจัดในวันที่ 4 &amp;ndash;13 ธันวาคม 2563 แต่หลังจากเริ่มงานได้ไม่กี่วันชาวลำปางได้ออกมาโพสต์ระบายความในใจ ไม่อยากให้งจังหวัดจัดงานฤดูหนาวอีก เพราะที่ผ่านมาหลายปีก็พบปัญหาแทบจะไม่เหลือเอกลักษณ์ของจังหวัดให้ได้ดูได้ชมเหมือนเมื่อก่อน นอกจากบูธของหน่วยงานราชการเท่านั้นที่เหลือ แต่ที่เอือมระอาคือมีแต่บูธปาเป้า ปาโป่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดได้มีชาวลำปางได้แชร์ข้อความลักษณะเตือนภัยลงในกลุ่มลำปางซิตี้ ซึ่งเป็นกลุ่มสังคมคนลำปาง หลังจากไปเที่ยวภายในงานฤดูหนาวและของดีนครลำปาง ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง (สนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง) โดยข้อความระบุว่าข้อความลักษณะเตือนภัยของผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งที่เขียนข้อความว่า &amp;ldquo;เตือนภัยครับ เมื่อบ่ายน้องเด็กผู้หญิงไปเล่นปาลูกบอลในงานฤดูหนาว หลอกให้ปาฟรีแต่โดนเก็บเงินทีหลัง หลอกสอนปาบอลมือซ้ายจับมือเด็ก มือขวาจับใต้รักแร้เด็ก จนเด็กดิ้นออกมาเพราะว่าโดนจับหน้าอก ยังตื้อจะสอนแล้วให้ปาฟรี จนเด็กต้องเดินหนีออกมา พอดีว่าน้องเดินแยกกับผู้ใหญ่ เดินไปกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันแต่น้องไม่กล้าบอกผู้ใหญ่เพราะกลัวโดนด่า จนสุดท้ายพึ่งบอกตอนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้มีสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก ซึ่งบางรายก็บอกว่าถูกกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้า ร้านปาเป้า ปาโป่งและร้าน ยิงหนังสติ้ก นำตุ๊กตาตัวใหญ่มาเป็นสิ่งล่อใจให้คนที่เข้ามาเล่นประลองฝีมือ ทำให้หมดเงินไปคนละหลายร้อยบาท บางรายอ้างตนเองถูกโกง และถูกบางร้านยัดเยียดให้เล่นเพราะทนความรำคาญที่พ่อค้า-แม่ค้า ตื้อไม่ไหว แต่พอเล่นแล้วบางร้านกลับไม่ให้รางวัล อ้างสารพัด และหลายรายถามถึง จนท.ที่เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมร้านประเภทนี้อย่างไรบ้าง และอยากให้ยกเลิกการจัดงานไปเลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืนที่ผ่านมาประชาชนที่เข้าไปเที่ยวในงานจึงได้ถ่ายภาพภายในบริเวณงานฤดูหนาวและของดีนครลำปาง 2564 มาให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งก็จะเห็นว่าบูธปาเป้า ปาโป่งกว่า 30 ร้าน ตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ซึ่งแต่ละร้านต่างใช้กลยุทธ์เพื่อชักชวนให้คนที่มาเดินเที่ยวงานฤดูหนาวฯให้เข้าไปเล่นในบูธของตนเองโดยจะมีพนักงานออกมาประชาสัมพันธ์ชักจูงหน้าบูธ ซึ่งก็จะมีเด็กนักเรียนเข้าไปเล่นและผู้เล่นส่วนใหญ่มีโอกาสน้อยมากที่จะชนะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของดีนครลำปาง, งานฤดูหนาว, ชาวบ้าน, เอือมระอา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd038156b75b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&#039;งานฤดูหนาว&#039;ในอดีตถึงงาน&#039;อุ่นไอรัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล &amp;nbsp;รัชกาลที่ 8 &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระเนตรและเปิดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2481 ที่สวนสราญรมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในรายการ &amp;quot;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่พูดถึงงานฤดูหนาวว่า &amp;quot;หลายคนอาจไม่รู้ที่มานะครับ ว่างานฤดูหนาวในอดีตกับงานอุ่นไอรัก มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;quot; หลายคนคงไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่องานฤดูหนาว ฉะนั้นสัปดาห์นี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สารคดีที่น่ารู้&amp;quot; พระนิพนธ์ในหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล เล่าเรื่องความสนุกในวัดเบญจมบพิตร เอาไว้ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สมาคมสำนักเบญจมบพิตร ต้องการให้ข้าพเจ้าเล่าเรื่องในวัดเบญจมพิตร ให้แก่หนังสือเบญจมบพิตรสัมพันธ์ที่จะออกในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๘ ข้าพเจ้าจึงส่งจิตกลับไปตรวจค้นตั้งแต่ได้รู้จักวัดเบญจมบพิตรมาแต่เด็กๆ ได้ความดังจะเล่าให้เด็กที่ไม่เคยเห็นเช่นตัวข้าพเจ้าฟังดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานที่สนุกที่ ๑ ในวัดเบญจมบพิตร คืองานออกร้านในวัดนี้ อันเป็นงานประจำปีในฤดูหนาว เพื่อเก็บเงิ


สล็อตลองฟรี นบำรุงวัดซึ่งยังไม่แล้วเรียบร้อยดี เรียกกันในสมัยนั้นว่า &amp;quot;งานวัด&amp;quot; ร้านต่างๆ มีตั้งแต่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้านายทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย สุดแต่ใครมีกำลังจะทำได้ จนถึงชาวต่างประเทศผู้เป็นนายห้างใหญ่ๆ บริเวณร้านอยู่ในเขตรั้วเหล็กแดงเท่านั้น ต่อมาทางตัวพระอุโบสถก็มีแต่พวกร้านขายธูปเทียนดอกไม้และทองเปลว สำหรับผู้จะไปบูชาพระและทำบุญ พวกเราเด็กๆ มิได้เคยไปทางนั้นเลย ซ้ำกลัวว่ามืดอีกด้วย เราพากันวิ่งวุ่นอยู่แต่ทางร้านต่างๆ ซึ่งเห็นในเวลานั้นว่าใหญ่โตมโหฬารสุดหล้าฟ้าเขียวซ้ำยังมีสถานที่ที่เรียกว่า สำเพ็ง อยู่นอกรั้วแดงทางถนนราชดำเนินอีกเมืองหนึ่ง &amp;nbsp;มีทั้งโรงโขนชักรอกและเขาวงกฎที่เข้าไปแล้วออกไม่ได้ จนกว่าจะเดินถูกทาง ร้านในแถวสำเพ็งอย่างเดียวกับงานภูเขาทอง ผิดกับข้างในวัดอย่างเทียบไม่ได้ เพราะความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความนิยมผิดกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนที่ก้าวเข้าประตูเหล็กแดงเข้าไปแล้ว จะรู้สึกเหมือนเมืองๆ หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน &amp;nbsp;ผู้คนแต่งตัวสวยๆ งามๆ ร้านจัดกันอย่างประณีตและเรียบร้อย ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม นอกจากเสียงดนตรีเบาๆ พอได้ยินพูดกันไม่ต้องตะโกน ไม่มีคนแน่นจนถึงเบียดเสียดกัน ไม่มีใครมาถ่มขากปล่อยเชื้อโรคข้างๆ ตัว และสิ่งที่วิเศษยิ่งก็คือ ไม่มีขโมยเลย ฉะนั้นทุกคนที่มีเพชรนิลจินดาก็แต่งกันได้วุบวับ &amp;nbsp;(ที่ไม่มีอาจจะยืมเขามาบ้างก็คงมี) ทุกคนหน้าตาเบิกบาน เสียงทักทายกันแต่ว่า &amp;quot;ร้านอยู่ไหน เดี๋ยวไป&amp;quot; &amp;nbsp;เพราะร้านของใครก็พาครอบครัวไปนั่งเป็นเจ้าของร้าน เป็นผู้ขาย ทั้งนี้ก็เพราะทุกคนจะได้เฝ้าในหลวงของเขาทั่วกัน ใครอยากเฝ้าก็นั่งอยู่หน้าร้าน เวลาเสด็จผ่านทางหยุดทอดพระเนตรและทักทายเจ้าของร้าน ทั้งครอบครัวก็ได้เฝ้า ใครอยากทูลอะไร อยากถวายอะไรก็ถวายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่างหนึ่งในสมัยนั้นพวกนักเรียนเมืองนอก กำลังเรียนจบทยอยกันมาทุกปี ท่านพวกนี้เปรียบเสมือนเทวดาตกลงมาจากสวรรค์ ความคิดของท่านไม่ยอมให้ คลุมถุงชน นั้นเป็นแน่ ฉะนั้น &amp;quot;งานวัด&amp;quot; นี้ จึงเป็นที่หนุ่มสาวเขาเลือกคู่กันเอง แต่เขาไปนั่งคุยกันตามร้าน ไม่มีไปไหนด้วยกันได้ พวกเราเด็กๆ &amp;nbsp;ขนาด ๑๑-๑๒ ขวบอยู่นอกเกณฑ์ ก็วิ่งเล่นสนุกแทบตาย ความสนุกนั้นคือ ไปเที่ยวตามเด็กรุ่นเดียวกัน ไปเที่ยวดูตุ๊กตา แม้จะแพงซื้อไม่ได้ เพียงไปนั่งดูก็สนุก ออกจากร้านตุ๊กตาไปร้านตกเบ็ด เขาทำเป็นสระแ


respin88 ละห่อสลากเป็นรูปสัตว์น้ำต่างๆ อยู่ในนั้น มีเบ็ดแม่เหล็กไว้ตรงปลาย ใครจะตกเบ็ดก็เสีย ๑ บาท แล้วยื่นเบ็ดลงไปในสระ ห่อสัตว์เหล่านั้นมีเหล็กอยู่ข้างใน ก็กระโดดขึ้นมาติดเบ็ดเรา ชอบเสียจริงๆ จังๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแห่งหนึ่งก็คือร้านที่มีกลไกต่างๆ เช่น มีร้านหนึ่งจัดเป็นถ้ำและมีลำธาร พาเรือลำเล็กขนาดนั่งคนเดียวลอยเข้าไปในถ้ำ แล้วพากลับออกมาเอง เราไปยืนดูเห็นประหลาดหนักหนาว่าทำไมเรือมันไปเองได้ และในน้ำมีอะไรบ้าง อยากรู้เสียจริงๆ ตกลงนัดกันว่าเราจะลงกันคนละลำ (มีอยู่ ๓ ลำ) ถ้าเขาเป่านกหวีดให้เรือออก เราจะเอามือสาวฝั่ง ๒ ข้างให้มันไปเร็วเข้า จนเห็นว่าทำไมเรือมันไปเองได้ เมื่อซื้อตั๋วใบละบาทและลงนั่งในเรือแล้ว พอเขาป่านกหวีดปล่อยเรือ เราก็สาวฝั่งเข้าไปในถ้ำ พอโผล่ก็เจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังยกโพงสังกะสีพุ้ยน้ำดังโพล่งๆ เราตะโกนพร้อมกันว่า &amp;quot;นั่นแน่!&amp;quot; ตาพุ้ยน้ำหดตัวกลับเข้าไปหลังหิน หายเงียบ เราภาคภูมิใจเสียจริงๆ ว่าจับได้แล้วว่าทำไมเรือมันไปเองได้ กลับออกมาคุยโขมง จนเจ้าของร้านต้องมากระซิบว่า อย่าเอะอะไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ที่สนุกอีกแห่งหนึ่ง ก็คือในเมืองจีนของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มีประตูตีตั๋วเข้าไปข้างใน แล้วมีร้านเป็นห้องๆ รอบสี่เหลี่ยมขายอาหารจีน ขายน้ำชา ขายจันอับ และอะไรต่างๆ ที่เป็นจีน มียกพื้นเล็กๆ อยู่ตรงกลางเมืองให้พวกตลกเล่น พวกเราติดละครตลก การเข้าเมืองนั้นเป็นอันไม่ได้ตีตั๋ว เพราะเราคุ้นเคยกับพวกขายตั๋วเสียแล้ว เราวิ่งเข้าวิ่งออกได้สบาย ส่วนเงินที่ใช้จ่ายบ้างนั้น ถ้าไม่มีหรือหมดก็เที่ยวขอพวกผู้ใหญ่ ซึ่งโดยมากเขาให้เพราะไม่ต้องการให้กวน เป็นอันว่างานเบญจมฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นทุกคนสนุก เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.ผู้ใหญ่ก็ได้พบกันทั่วถึง ทั้งได้เฝ้าในหลวง ซึ่งตามธรรมดาแม้จะเฝ้าได้ง่าย ก็มักจะเป็นในเวลาการงาน ไม่เป็นไปรเวตเช่นในงานวัดนี้ และยังได้ทำบุญตามเสด็จในการพระราชกุศลด้วยเพราะงานจะมี &amp;nbsp;๕-๗ วันก็ตาม ในวันหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวจะทรงนำพระสงฆ์ออกเที่ยวด้วยพระองค์เอง และเจ้าของร้านต่างๆ ก็มีของถวายใส่ย่าม เช่น ตักบาตร วันไหนพระเที่ยว พวกเราเด็กผู้หญิงก็ถูกเก็บตัวไว้กับร้านเพราะไม่ให้เข้าไปยุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.พวกหนุ่มสาวก็มีโอกาสได้รู้จักกัน พร้อมทั้งผู้ใหญ่ก็รู้เห็น ไม่ต้องลักขโมยรักกัน สิ่งที่น่ารำคาญที่มีอยู่ก็คือ สงครามแย่งกัน ใส่ความกัน อย่างน่าสยดสยอง สงครามเงียบชนิดนี้ ข้าพเจ้าเคยเห็นมาตั้งแต่คลุมถุง ไม่คลุมถุง และแม้ฉีกถุงแล้วก็ตาม ทุกสมัยล้วนแต่แย่งกัน เป็นมูลเหตุอย่างน่าอนาถ อย่างไรก็ตาม หนุ่มๆ สาวๆ ก็ยังได้สนุกสนานดังใจ แม้พักหนึ่งเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.พวกเด็กก็สนุก ได้รู้ ได้ดู ได้เห็น ได้ซนสมใจ แต่ซนของเราไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าระลึกถึงงานวัดเบญจมฯ และคุยถึงเรื่องงานวัด เราทุกคนที่ทันได้เห็น ยังสนุกอยู่ไม่รู้หาย แต่เมื่อผ่านวัดไปหรือเข้าไปกับพวกนักท่องเที่ยวก็ดี ข้าพเจ้าอดหยุดยืนหัวเราะและนึกขำในใจไม่ได้ ว่าเมืองจีนเมืองถ้ำเขาลำธาร มีเรือทั้งลำๆ ร้านรวงใหญ่โต ร้านข้างในเป็นแถว ร้านเจ้านาย ขุนนาง นายห้าง พ่อค้า ฯลฯ ตายจริงเนื้อที่นี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๗ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ โดยในวันดังกล่าวได้มีพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวาระแห่งการฉลองรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ ๑๐-๑- ธันวาคม โดยมีกำหนดการเป็นเวลา ๓ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่ปี ๒๔๗๕ ที่มีพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้จัดให้มีงานฉลองรัฐธรรมนูญควบคู่กันได้วย ถ้าเป็นงานฉลองรัฐธรรมนูญที่เป็นมหรสพได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของการออกร้านขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดจนการละเล่นหรือกิจกรรมการแสดงมากมาย ทั้งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินการของส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งภาคเอกชนในภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นผลให้ประชาชนให้ความสนใจมาร่วมงานพร้อมทั้งนำบุตรหลานเที่ยวเล่นภายในงานอย่างสนุกสนาน เนื่องจากเป็นการจัดงานที่มีรูปแบบแปลกใหม่ที่เพิ่งเกิดในสังคมไทย สำหรับสถานที่จัดงานในบางปีมีสถานที่ที่ต่างกัน อาทิ พระราชวังอุทยานสราญรมย์ (วังสราญรมย์) สนามหลวง เขาดินวนา สวนอัมพร สวนลุมพินี และท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของช่วงเวลาก็มีความแตกต่างกันในแต่ละปีเช่นเดียวกับสถานที่จัดงาน โดยปกติแล้วรัฐบาลจะกำหนดจัดงานประมาณ ๗ วัน ระหว่างวันที่ ๘-๑๔ ธันวาคมของแต่ละปี และไม่เพียงมีการจัดงานในพระนครหรือกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ละจังหวัดต่างๆ ต้องมีกิจกรรมงานฉลองฯ ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำนวนวันและกิจกรรมอาจจะแตกต่างกันมากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณและศักยภาพของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้อาจกล่าวได้คือ บรรยากาศงานฉลองรัฐธรรมนูญในช่วงที่มีความบันเทิงสนุกสนานและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในระหว่างปี ๒๔๗๕-๒๔๘๓ และเป็นงานที่ยิ่งใหญ่กว่างานฤดูหนาวในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่จัดขึ้นในบริเวณวัดเบญจมบพิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเล่นแบดมินตันในงานฉลองรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงกระนั้นงานฉลองรัฐธรรมนูญไม่อาจดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องทุกปีด้วยเหตุสภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒ รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ไม่มีความสงบเรียบร้อย จึงมีการงดเว้นการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญในหลายช่วงเวลา อาทิ ระหว่างปี ๒๔๘๔-๒๔๙๐ หรือปี ๒๔๙๒ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง งานฉลองรัฐธรรมนูญในปี ๒๔๘๔ ต้องยุติลงกลางคันเนื่องจากการบุกของกองทัพญี่ปุ่นในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรีดี หงษ์สตัน ได้บรรยายภาพให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของงานฉลองรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมว่า ในปี ๒๔๗๕ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ แต่ก็มีราษฎรและห้างร้านต่างๆ เสนอตัว เข้าร่วมจัดงานเป็นจำนวนมาก มีการส่งสิ่งของมาช่วยเหลือ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร น้ำแข็ง ผลไม้ หรือการให้ยืมไม้สำหรับปลูกโรงมหรสพและสายไฟ มีการบริจาคดอกไม้เพลิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีการนำคณะละครของตนเข้าร่วมแสดง โดยมีโรงมหรสพ ๘ โรง สำหรับการแสดงโขน เพลงทรงเครื่อง ละครรำ งิ้ว ลิเก จำอวด ละครร้อง หากนับเฉพาะผู้แสดงมีจำนวนมาก ๑,๑๑๖ คน และมีคนดูล้นหลามทุกโรงมหรสพ ในส่วนของคณะละครซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรมีจำนวน ๒๖ ราย อนึ่ง มีผู้ต้องการนำมาแสดงมากกว่านี้แต่พื้นที่ไม่อาจรองรับได้เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะละครที่เข้ามาแสดง อาทิ คณะละครรำของนายพูน เรืองนนท์ คณะละครแขกของนายรามฮูนาถ หรือคณะงิ้วของนายเม่งกี่ยี่ห้อเง็กเล้าชุน ในส่วนของการฉายภาพยนตร์มีจำนวน ๒ จอ โดยมีการส่งเข้ามาร่วม ๓ บริษัท คือ บริษัทน่าแซ บริษัทสยามซินิมา และบริษัทตงก๊ก นอกจากนี้ มีการจุดดอกไม้เพลิงทั้ง ๓ คืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการฉลองรัฐธรรมนูญในต่างจังหวัด ปรากฏรายงานการจัดงานจากมณฑลนครศรีธรรมราช ภูเก็ต ปราจีน อยุธยา พายัพ พิษณุโลก ราชบุรี นครราชสีมา และอุดร โดยเนื้อหาของงานคล้ายคลึงกัน เช่น มีมหรสพต่างกัน ก็เฉพาะประเภทมหรสพของพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ที่มณฑลอุดรมีการแสดงลิเก ที่มณฑลภูเก็ตมีแสดงหนังตลุงและมโนราห์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดเล่นกีฬาทั้ง ๓ วันอีกด้วย และอย่างน้อยตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ งานฉลองรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นงานที่จัดอยู่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังจัดกันในสถานทูตไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ &amp;nbsp;และปรากฏเป็นรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศอีกด้วย โดยในปีนั้นมีการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญที่กงสุลสยาม เมืองปีนัง มาเลเซีย โดยคนสยาม (ไทย)&amp;nbsp;
ในเมืองปีนังไปชุมนุมกันที่วัดบาตูลันจังเพื่อฉลองการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดงานในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม มีการจัดเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างข้าราชการและนักเรียนไทยที่อยู่ที่นั้น จากนั้นวันที่ ๑๒ ธันวาคมมีการเลี้ยงรับรองแก่บรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสและกระทรวงอื่นๆ รวมทั้งข้าราชการของประเทศที่ขึ้นอยู่กับสถานทูตนี้คือเบลเยียม สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกสและสวิตเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับสถานทูตวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันเดียวกันที่มีแขกหลายร้อยคนมาร่วมงาน นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานฤดูหนาวเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า คณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้นส่วนใหญ่เป็นแกนนำของคณะราษฎรที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ได้กำหนดจัดงานฉลองฯ เพื่อเป็นเครื่องมือหรือกลไกทางวัฒนธรรมสำหรับการเผยแพร่อุดมการณ์ของคณะราษฎร รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจความหมายของรัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานฉลองฯ ยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างจิตสานึก รวมทั้งสร้างความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และอุดมการณ์ของคณะราษฎรด้วยรูปแบบต่างๆ อาทิ การประกวดเรียงความ การประกวดประณีตศิลปกรรม หรือการแสดงละคร และได้มีการกำหนดกิจกรรมที่สร้างความสนใจให้แก่งานฉลองฯ คือ การประกวดนางสาวสยามหรือนางสาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปแล้วการจัดประกวดนางสาวไทยในงานฉลองรัฐธรรมนูญได้จัดขึ้นระหว่างปี ๒๔๗๗&amp;ndash;๒๔๘๓ ปี ๒๔๙๑ และระหว่างปี ๒๔๙๓&amp;ndash;๒๔๙๗ หลังจากนั้นงานฉลองรัฐธรรมนูญที่ปราศจากการประกวดนางสาวไทยยังคงมีต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งมีการรัฐประหารในปี ๒๕๐๐ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม ๒๕๐๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับงานฉลองรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องระงับงานฉลองรัฐธรรมนูญในปีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี ๒๕๐๑ มีการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งโดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และคณะ พร้อมทั้งมีประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ จึงส่งผลต่อเนื่องให้มีการยกเลิกงานฉลองรัฐธรรมนูญไปอย่างถาวรในปีดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้มีการกำหนดให้วันที่ ๑๐ ธันวาคมเป็นวันรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นวันหยุดราชการ โดยมีการจัดรัฐพิธีที่รัฐสภาแต่ไม่มีงานฉลองรัฐธรรมนูญอีกแล้ว กระทั่งปัจจุบันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน &amp;quot;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;quot; ระหว่างวันที่ ๙ ธันวาคม &amp;nbsp;๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๒ ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ในพิธีเปิดงาน ซึ่งนับเป็นปีที่ ๒ แล้ว.
-------------
อ้างอิง: &amp;quot;สารคดีที่น่ารู้&amp;quot; พระนิพนธ์ในหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล, เอกสารข่าวสารงานวิจัยและพัฒนา รัฐสภา งานฉลองรัฐธรรมนูญกับการประกวดนางสาวไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24061</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, งานฉลองรัฐธรรมนูญ, งานฤดูหนาว, อุ่นไอรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c10a90160bee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
