<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;งานศิลปะ&#039;ติดท็อปเท็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยโตสูงสุดหลังโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานศิลปะของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เครดิตภาพ www.art-gallery4u.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 พ.ค. บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;aCommerce เปิดเผยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจเชิงลึก BrandIQ Flash Insights ระบุ 10 หมวดธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดหลังเกิดวิกฤติการณ์โควิด-19&amp;nbsp;หนึ่งในท็อปเท็น คือ งานศิลปะและงานฝีมือสำหรับเด็กในระหว่างอยู่ที่บ้าน โดยแพลตฟอร์ม BrandIQ เป็นโซลูชั่นแรกในระบบ SaaS (Software as a Service) เพื่อช่วยเหลือผู้ค้าปลีกและแบรนด์ต่างๆ ในการผนวกรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่องทางข่าวสารเข้าด้วยกัน มองเห็นภาพรวมโดยละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของผู้ขาย สัดส่วนสินค้าของแบรนด์บนชั้นวางสินค้า สัดส่วนของหมวดหมู่สินค้า และการเปรียบเทียบส่วนแบ่งทางการตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อจำกัดและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจับจ่ายในร้านค้าปกติ โดยพักอยู่ที่บ้านและสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าและผู้ค้าปลีกเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; นี้กระตุ้นให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ เริ่มลงทุนในตลาดออนไลน์เพื่อให้ลูกค้ามาเยือนร้านค้ามากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงาน Flash Insights ของ BrandIQ ยืนยันว่ากลุ่มบัตรกำนัลดิจิทัล (Digital Vouchers) ในเมืองไทยมีอัตราการเติบโตถึง +1,237% นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากเพื่อเพิ่มยอดขาย โปรแกรมบัตรกำนัลยังมอบทางออกให้แก่แบรนด์สินค้าในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากสินค้าคงคลังท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงในช่วงการแพร่ระบาดก็คือการปรุงอาหารเองที่บ้าน เนื่องจากโคโรนาไวรัสที่แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดการหยุดชะงักของหลายสิ่ง คนไทยจำนวนมากจึงต้องทำกิจวัตรเดิม ๆ อยู่ภายในบ้าน รวมถึงการปรุงอาหารรับประทานเอง ซึ่งก่อให้เกิดอุปสงค์ต่อตู้เย็นและอุปกรณ์ทำอาหารเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หมวดสินค้าของชำในตลาดออนไลน์ที่เป็นผลิตภัณฑ์นมและอาหารแช่เย็นเติบโตขึ้นถึง 2,637% รวมถึงสินค้าอาหารแห้งและอาหารบรรจุสำเร็จซึ่งโตขึ้น 389% ตลอดจนสินค้าธัญพืชอาหารเช้าและผลิตภัณฑ์ทาขนมปังที่เติบโต 271% การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ไม่ได้มีสาเหตุจากผู้บริโภคซึ่งทำงานที่บ้านจำเป็นต้องรับประทานอาหารเช้าและกาแฟที่บ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะยังรู้สึกไม่ปลอดภัยในการไปร้านอาหารด้วย รายงานของปีที่ผ่านมาระบุถึงการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของหมวดสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเฟอร์นิเจอร์ และด้วยความที่ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคงทำงานที่บ้านอยู่เช่นเดิมในปีนี้ ส่งผลแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง การแพร่ระบาดยังกระตุ้นให้เกิดความจำเป็นในการสร้างพื้นที่พักอาศัยที่สะดวกสบายและใช้ทำงานได้ในช่วงการกักตัว ซึ่งส่งผลถึงการเพิ่มอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสุขสบายและสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอุปสงค์ต่อหมวดสินค้างานศิลปะและงานฝีมือสำหรับเด็ก ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ในขณะที่พวกเขาเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;BrandIQ อธิบายว่าอัตราการเติบโตของหมวดสินค้าเหล่านี้ในภาพรวม ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดในการทำกิจกรรมนอกบ้าน อีกส่วนหนึ่งเกิดจากความจำเป็นของผู้ค้าปลีกที่ต้องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตนเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคซึ่งกระตุ้นทุกสิ่งให้เกิดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการแปรรูปองค์กรสู่ระบบดิจิทัลและธุรกิจแบบอีคอมเมิร์ซ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ข้อมูลและการวิเคราะห์โดยละเอียดต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ แต่การเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั้งในข้อมูลยอดขาย โปรโมชั่น และคำสั่งซื้อสินค้าของคู่แข่งของคุณต่างหากที่ถือเป็นตัวพลิกสถานการณ์อย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายพอล ศรีวรกุล Group CEO of aCommerce. &amp;nbsp;กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101948</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะ, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093727412aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่อน้ำเลี้ยงม็อบโชว์ภาพ &#039;ศักดิ์เจียม&#039; จัดแสดงงานศิลปะแขวนรั้ว มธ. ให้เขียนข้อความส่งถึงฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเครือข่ายคนเสื้อแดง ผู้ประกาศตัวเป็นนายทุนสนับสนุนม็อบนักเรียนนักศึกษาเยาวชนปลดแอกต่อต้านรัฐบาล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า งานศิลป์การเมืองที่จะจัดแสดงแขวนโชว์บนรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 กันยายนนี้&amp;nbsp;จะมีทั้งหมด 40 ภาพ จะเริ่มแขวนตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป และจะเก็บเวลา 21.00 น. งานทั้งหมดไม่ให้ใครนะครับ จะขอเก็บกลับบ้านทั้งหมด หลังจากนั้นจะประกาศขาย&amp;nbsp;แต่จะขายแค่ 39 ภาพเท่านั้น ในราคาภาพละ 2,112 บาท (จะให้เกินก็ได้ไม่ว่ากัน) และเงินทั้งหมดจะเอามาเช่ารถห้องน้ำกับรถปั่นไฟไว้ให้ทุกคนได้ใช้บริการกันต่อไปในม็อบที่กลุ่ม มธ.จัดรอบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจจะมีคนสงสัยว่าแสดงงาน 40 ภาพ แต่ทำไมขายแค่ 39 ภาพ อีกภาพนึงหายไปไหน...??? หนึ่งภาพที่ไม่ได้ขายคือภาพนี้ครับ...(สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะให้ทุกคนที่มาในงานนี้ เขียนข้อความถึงอาจารย์ลงบนภาพ เมื่อโอกาสมาถึง ภาพนี้พร้อมข้อความจากทุกคนจะถูกส่งไปให้ถึงมืออาจารย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กก่อนหน้านี้ว่า ศิลปิน นักเรียน นักศึกษาที่อยากจะส่งภาพที่เกี่ยวกับการเมือง สังคม วัฒนธรรม มาแขวนโชว์ที่รั้วกำแพงธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะเป็นภาพถ่ายหรือภาพวาดอะไรได้หมดครับ สามารถส่งมาได้ถึงวันที่ 14 ก.ย.นี้ ทำไฟล์ภาพใหญ่ๆเพราะว่าผมจะพิมพ์ภาพงานลงบนไวนิลขนาด 2x2 เมตร แล้วแขวนโชว์ คิดดูวันชุมนุมคนเกิน 5 หมื่นแน่นอน ยิ่งกว่างานแสดงภาพใดๆในโลกนี้เลยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นึกภาพนะครับ รั้วกำแพงธรรมศาสตร์จะเต็มไปด้วยภาพที่บอกเล่าความเป็นไปของประเทศนี้ตลอดแนว ประวัติศาสตร์ที่ชนชั้นนำทำเอาไว้กับประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77229</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะ, จัดชุมนุมใหญ่, ท่อน้ำเลี้ยง, ปกรณ์ พรชีวางกูร, มธ.ท่าพระจันทร์, ม็อบ19กันยา, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5ca32e7fb31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทำตุงกระดาษสา&#039; ดีต่อสุขภาพวัยเก๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานศิลปะไม่ได้มีดีแค่ผ่อนคลายอารมณ์ แต่ทว่ายังช่วยป้องกันโรคนิ้วล็อกและอัลไซเมอร์ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะงานอาร์ตจากท้องถิ่น ของชาว จ.เชียงใหม่ อย่างการทำตุงกระดาษสา ที่ต้องใช้มือรีด ใช้สมองในการคิด นั่นจึงทำให้ผู้สูงอายุมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ จึงทำให้เลิกคิดเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญยังเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตในการทำ ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจของคุณตาคุณยายที่หยิบงานศิลปะดังกล่าวขึ้นมาทำอีกด้วย และยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการประดับตกแต่งงานมงคล, งานรื่นเริง และการประดับตุงเพื่อสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ ของชาวล้านนาให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานได้สืบทอด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลโดย: ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์&amp;nbsp;
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7443</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะ, ตุงกระดาษสา, ป้องกันโรคนิ้วล็อก, ผู้สูงอายุ, อนุรักษ์ศิลปะ, อัลไซเมอร์, อาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
