<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขออย่าแยกเขี้ยวใส่กันวอนยึดประโยชน์ชาติเดินหน้าร่วมกันทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานเปิดตัว เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network : TRBN) และงานสัมมนา &amp;ldquo;ถึงเวลา เติบโต ร่วมกัน&amp;rdquo; โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนการเปิดงาน นายกรัฐมนตรี ได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารด้านเศรษฐกิจนอกรอบ ใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายภาคธุรกิจ พร้อมมอบนโยบายให้ภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาอย่างยั่งยืนทุกมิติ รวมถึงดูแลทุกกลุ่มประชากรอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เป็นวันดีวันหนึ่ง เป็นเกียรติที่ได้มาเปิดตัวเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย คำว่าเครือข่ายจะต้องไม่ยุ่งเหยิง ไม่เช่นนั้นเครือข่ายจะยุ่งไปหมดเหมือนสายไฟที่รัฐบาลกำลังแก้ทั่วประเทศเพื่อนำลงใต้ดิน ขณะเดียวกันเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ต้องแก้ด้วยมาตรการการเงินสมัยใหม่ โดยการจัดตั้งกองทุน ต้องคิดว่าจะนำของภาครัฐและเอกชนมาสมทบกันได้อย่างไร มีเป้าหมายจะใช้กับใครได้อย่างไร เราต้องทำไปด้วยกันไม่ใช่สั่งแล้วจะทำได้ทีเดียว ต้องใช้กฎหมายคู่ขนานไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้กฎหมายอาจจะออกยากสักนิด เพราะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหรอก ถ้าทุกคนเข้าใจในเป้าหมายของเราว่ากำลังจะร่วมมือทำอะไร เราจะต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว มันต้องเอาผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทั้งวิธีคิด วิธีทำ จะแก้อะไรไม่ได้ จะชะงักที่เดิม และจะต่ำเตี้ยอยู่แบบนี้ ทั้งที่โอกาสเรามีมากมาย ผมไปทุกประเทศเขาชื่นชมประเทศไทย บ้านเมืองมีเสถียรภาพ สงบเรียบร้อย แม้จะมีปัญหาทางการเมืองเป็นธรรมดา เขาก็รับได้ แต่ทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของเราเสียหายในเวทีต่างประเทศ คงไม่ใช่เพราะผม แต่เป็นเพราะพวกเราช่วยกัน ฉะนั้น ขอฝากทุกคนที่เป็นคนไทยทั้งหมด ช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข มีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่น อะไรไม่ใช่ปัญหาหลักปัญหาใหญ่หยุดกันเสียบ้าง ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าอะไรไม่ได้ทั้งหมด ความขัดแย้งก็สูง ประชาชนก็ไม่เข้าใจ เดินอะไรไม่ได้สักอัน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ได้อะไรมาก็ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลนี้มีพ.ร.บ.ป่าชุมชน เราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่ร่วมกับป่า ซึ่งป่าไม้ต้องไม่ถูกทำลาย ตรงไหนที่มีปัญหา ส.ป.ก. ทับซ้อน ก็ต้องแกะต้องแก้กันไป การอยู่ในพื้นที่ต่างๆ มานานแล้วโดยไม่มีที่มา มันเกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งสิ้น แต่เราก็ต้องแก้ แต่จะแก้อย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แก้อย่างไรให้สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว รีสอร์ท ต้องแก้โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่เหล่านี้ หารือทั้งหมด ต้องเอาแผนที่ 1:4,000 มาดูว่าตรงไหนเป็นที่ทับซ้อน เพื่อให้ทุกคนกลับเข้าสู่กฎหมายให้ถูกต้องควบคุมได้ เรากำลังทำทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาค่าเงินบาทแก้กันทุกมิติมันก็ยังได้อยู่อย่างนี้ เพราะมีผลกระทบจากภายนอกด้วย เราต้องยอมรับว่าเงินบัญชีเดินสะพัดในประเทศไทยสูงมาก เงินบาทเต็มประเทศ เงินทุนสำรองก็เยอะ จะทำอย่างไรให้มีการใช้จ่ายเป็นเงินดอลลาร์บ้าง ทั้งการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เงินดอลลาร์ที่สะสมในประเทศลดลง นี่คือสิ่งที่จะแก้ได้ค่อนข้างได้ผล ทั้งนี้เพราะฐานการเงินประเทศไทยเราแข็งแกร่ง คนก็เอาเงินมาเก็บในไทยเป็นเงินดอลลาร์เยอะ นั่นคือปัญหาของเราที่ต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกประเทศใช้ภาคเอกชนในการนำพาประเทศทั้งสิ้น รัฐบาลไม่สามารถทำทั้งหมดได้พร้อมๆกัน มันทำให้เราช้าลง ที่ผ่านมายังไม่มีเรื่องพวกนี้ ส่วนใหญ่เราลงทุนเองทั้งสิ้น แต่ก็ขอให้โปร่งใสก็แล้วกัน การจะทำอะไรถ้าเราไม่อธิบายให้ประชาชนเข้าใจก็จะไปไม่ได้ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชน จะลงทุนทำถนนหรือทำรถไฟ พื้นที่เป็นของเอกชนทั้งสิ้น หากประชาชนไม่ร่วมมือแล้วจะทำได้หรือไม่ อย่างจะขุดคลองระบายน้ำไปไหนก็ทำไม่ได้ แต่ทุกคนก็ไม่ต้องการน้ำท่วม แต่จะให้มีน้ำใช้ ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เพราะต้องต่อเนื่องกัน นั่นแหละเรื่องอันตรายสำหรับประเทศไทย ทุกเรื่องมีปัญหาหมด ทุกคนต้องร่วมมือและคิดไปกับตน ไม่อย่างนั้นมันทำไม่ได้ ไม่ว่าจะมาตรา 88 มาตรา 99 วันนี้ไม่มีแล้ว มีแต่กฎหมายปกติ อย่ามาเรียกร้องอีก แก้ไปตั้งเยอะกับสิ่งที่แก้ได้ แต่ยังไม่จบสิ้นกันซักที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะที่การวางแผนงานเมื่อเกษียณ ทุกคนต้องเตรียมแผนงานไว้ อย่างตนเรียนจบมาก็วางแผนงานถึง 60 ปีจะไปเป็นอะไร โดยที่ต้องทำงานด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความกล้าหาญ ตนก็คิดแค่นั้น ยังคิดว่าเป็นนายพลก็เก่งแล้ว ไม่ได้คิดจะมาเป็นนายกฯ วันนี้ก็ยังคิดมาเป็นได้อย่างไร แต่ก็ด้วยสถานการณ์ ดังนั้น ทุกคนก็มีโอกาสด้วยกันทั้งสิ้นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศและสังคมของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกคนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ มันไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว อย่างเช่นสงคราม ถ้ามันเกิดขึ้นก็จะแรงกว่าเดิม ถ้าย้อนกลับไปดูจะเห็นความน่ากลัว ความเสียหายที่เกิดขึ้นในโลกนี้ และเมื่อไหร่ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศก็จะเกิดการรวมกลุ่มขึ้นมา ทั้งฝ่ายตะวันตก อักษะ พันธมิตร และจะรบกันด้วยนิวเคลียร์ทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และของเราก็ยังไม่มีปัญหาถึงขั้นขนาดนั้น แต่มันจะเกิดขึ้นที่อื่น เราก็ต้องเตรียมตัวของเราไว้ตรงนี้ เพราะเมื่อมันเกิดตรงอื่น ตรงนี้ก็จะเกิด และความขัดแย้งจะเกิด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีทหารไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สื่อก็อย่าไปขยายความขัดแย้งให้ผมอีก เปิดหนังสือแล้วอ่านก็ปวดหัว กำลังคิดอะไรดีๆออกมา พออ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็ท้อ แต่วันนี้ก็ต้องฮึดสู้ เพราะถ้าเราท้อ มันก็ไปต่อไม่ได้ เขาเชื่อมั่นให้ผมเป็นผู้นำ ก็ต้องทำให้ได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็หวังให้ทุกคนร่วมกันพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ร่วมกันใช้ทรัพยากรอันล้ำค่าของเราที่เหลืออยู่อย่างจำกัด แต่ที่เหลืออยู่มากคือรอยยิ้ม เพราะฉะนั้น อย่าแยกเคี้ยวใส่กันให้มากนัก รอยยิ้มสยามจะหายไปกลายเป็นรอยยิ้มสยอง เพราะทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราต้องช่วยกัน กฎหมายคือกฎหมาย ให้กลไกทำงานไปก็จบแล้ว เรียกว่าเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุล ไม่เช่นนั้นปัญหาใหม่มันก็เข้ามาอีก และสะสมกันไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เดินหน้าไปแต่ละอัน มันก็ติดอยู่ปัญหาเดิม ตนพูดถึงทุกปัญหา และอยากขอให้ช่วยกันสร้างจิตสำนึก ความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันไม่นิ่งดูดาย ไม่มัวโทษกันไปมา ร่วมกันจับมือกระจายความรู้ ความก้าวหน้า ไปสู่บุคคลและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมหาเป้าหมายที่จะทำควบคู่กันให้เจอระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งตนรู้ว่าปัญหาของประเทศไทยอยู่ตรงไหน และจะแก้อย่างไร แต่วิธีการที่จะเดินหน้า คือเราต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่นักธุรกิจ และไม่ใช่นักธุรกิจการเมือง ผมเป็นนักปฏิบัติ ต้องช่วยผมทำตรงนี้ การเมืองก็เรื่องของการเมือง ก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันเท่านั้น เคารพซึ่งกันและกัน มันก็จบ ช่วยกันดึง ช่วยพา ช่วยกันนำไป เดี๋ยวมันก็ทำได้หมด เพราะทั้งหมดคือคนไทยทั้งสิ้น ถ้าคนไทยไม่ทำแล้วใครจะทำ แล้วคนไทยที่ว่าคือ ทั้งผม นักการเมือง ข้าราชการ เอกชน ถ้าเราไม่ร่วมมือในประเทศจะเกิดอะไรขึ้น แล้วต่างประเทศเขาจะไว้ใจหรือไม่ เราไม่มีความขัดแย้ง มีแต่ขัดแย้งกันเอง ต่างชาติเขาเห็นก็บอกว่าน่าเสียดายตรงนี้ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันดึงเขากลับมา เอาประเทศชาติมาก่อน แล้วจะสู้กันอย่างไรก็ค่อยว่ากันต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51585</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเปิดตัว เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนประเทศไทย, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปาฐกถาพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4b1a518b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
