<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเอสระเบิดฆ่าตัวตายถล่มงานแต่งอัฟกัน ดับ 63 เจ็บ 182</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดกลางงานเลี้ยงแต่งงานในฝั่งตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อค่ำวันเสาร์ กระทรวงมหาดไทยเผยจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นอย่างน้อย 63 คนในวันอาทิตย์ เจ็บ 182 คน ไอเอสประกาศอ้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันตรวจสอบสภาพภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยงเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า เหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในรอบหลายเดือนของอัฟกานิสถานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยามการเจรจาระหว่างผู้แทนของกลุ่มตอลิบันและรัฐบาลสหรัฐมีความคืบหน้า และยังยังเกิดภายหลังเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดหลังหนึ่งในเมืองเกตตา จังหวัดบาลูจิสถาน ของปากีสถานเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาห์มาดุลลอฮ์ อาคุนด์ซาดา น้องชายของไฮบาตุลลอฮ์ อาคุนด์ซาลา ผู้นำของกลุ่มตอลิบัน เป็น 1 ใน 4 คนที่เสียชีวิตด้วย ไม่มีฝ่ายใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกลุ่มตอลิบันยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้ก่อเหตุโจมตีกลางงานเลี้ยงแต่งงานทางตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนทั้งของสหรัฐและตอลิบันกล่าวว่า การเจรจาซึ่งเป็นรอบที่ 8 นับจากปลายปีที่แล้ว กำลังมีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายยุติสงครามยาวนาน 2 ทศวรรษ โดยสหรัฐต้องถอนกำลังทหารทั้งหมดที่มีอยู่ราว 14,000 นายออกจากอัฟกานิสถาน และตอลิบันรับประกันเสถียรภาพในประเทศนี้ รวมถึงการไม่ยอมให้อัฟกานิสถานเป็นที่หลบซ่อนของพวกนักรบญิฮาด ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้นัดหมายเจรจารอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัสรัต ราฮิมี โฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีคนเสียชีวิตในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้อย่างน้อย 63 คน บาดเจ็บ 182 คน มีผู้หญิงและเด็กบาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้เป็นงานของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยของอัฟกานิสถานที่ส่วนใหญ่เป็นชาวสุหนี่ ที่ผ่านมาชาวชีอะห์มักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากฝีมือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคยก่อเหตุในกรุงคาบูล ต่อมากลุ่มไอเอสเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักรบของตนคนหนึ่งจุดชนวนรถยนต์ติดระเบิดที่จอดอยู่ในงานเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงสมรสของชาวอัฟกันมักเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดยาวนานหลายชั่วโมงภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยง ซึ่งจะแยกส่วนระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงและเด็ก แขกในงานนี้เปิดเผยกับโตโลนิวส์ของอัฟกันว่า มีแขกได้รับเชิญมาร่วมงานเมื่อวันเสาร์ประมาณ 1,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมมัด ฟาร์ฮัก บอกกับเอเอฟพีว่า เขาอยู่ในพื้นที่ของผู้หญิงและเด็กเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในห้องจัดงานของผู้ชาย แรงระเบิดทำให้กลุ่มควันปกคลุมห้องโถงนั้นนานราว 20 นาที เกือบทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นถ้าไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บ หลังระเบิด 2 ชั่วโมงศพยังก็เก็บกู้ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุลลาห์ อับดุลลาห์ หัวหน้าผู้บริหารของอัฟกานิสถาน กล่าวประณามการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงแต่งงานตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง เหตุที่เป็นเป้าหมายที่ง่ายขาดการดูแลความปลอดภัย เช่น เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีงานแต่งที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ ในภาคตะวันออก มีคนตายอย่างน้อย 6 ราย กลุ่มไอเอสอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อเดือนพฤศจิกายนก็เคยเกิดเหตุระเบิดโจมตีกลางงานเลี้ยงในกรุงคาบูล มีคนตายอย่างน้อย 40 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, งานเลี้ยงแต่งงาน, ตอลิบัน, ระเบิดฆ่าตัวตาย, อัฟกานิสถาน, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d591f401dd15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
