<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นพบ&quot;หลุมฝังศพสำริด&quot; ยุคก่อนประวัติศาสตร์2-3พันปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.64-กรมศิลปากร ยังดำเนินการขุดค้นหาแหล่งโบราณคดีต่างๆ เพื่อไขปริศนาทางโบราณคดีในพื้นที่ประเทศไทย &amp;nbsp; ล่าสุดจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จ.กาญจนบุรี &amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ได้พบว่าเป็นแหล่งฝังศพสมัยสำริด &amp;nbsp;โดยนักวิชาการประเมินว่า หลุมฝังศพนี้ นับเป็นตัวแทนยุคสำริด ที่ค้นพบในประเทศไทย &amp;nbsp;โดยมีอายุประมาณ 2,000 -3,000 ปี &amp;nbsp;ก่อนยุคประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ตำบลบ้านเก่าอำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ &amp;nbsp;2 &amp;nbsp; สุพรรณบุรีดำเนินการทางโบราณคดีเพิ่มเติมบริเวณแหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะ &amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่พบแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ช่วงสมัยหินใหม่จนถึงสมัยโลหะ เช่น แหล่งถ้ำเขาทะลุถ้ำเม่น ถ้ำหีบ รวมถึงแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า (แหล่งนายบาง) ที่มีอายุกว่า 3,000 &amp;nbsp;- 4,000ปีและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะตัวแทนของสังคมเกษตรกรรมระยะแรกเริ่มของไทย จากการขุดค้นศึกษาโดยคณะวิจัยร่วมทางโบราณคดีไทย &amp;ndash; เดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2503-2504&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
หลังจากนั้น สำนักศิลปากรที่ &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะต่อเนื่อง ระหว่างปี พ.ศ. 2559 &amp;ndash; 2564 พบว่าเป็นแหล่งฝังศพสมัยสำริด โดยปัจจุบันขุดพบหลุมฝังศพแล้ว จำนวน 24 &amp;nbsp;หลุม ฝังร่วมกับภาชนะดินเผา เครื่องประดับจากเปลือกหอย ขวานสำริดมีบ้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การค้นพบสำคัญในครั้งนี้ ได้แก่ การขุดพบพื้นที่ผลิตโลหะสำริด กำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ได้ระหว่าง 2,491 - 3,083 ปีมาแล้ว โดยเมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จึงสามารถเชื่อมโยงการใช้พื้นที่ได้ว่า มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยหินใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งปรากฏแหล่งฝังศพขนาดใหญ่อยู่บริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า (แหล่งนายบางและนายลือ) ริมห้วยแมงลัก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำแควน้อย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยสำริดได้เปลี่ยนสถานที่ฝังศพมายังริมแม่น้ำแควน้อย คือบริเวณแหล่งโรงเรียนวัดท่าโป๊ะแห่งนี้ จนกระทั่งในสมัยยุคเหล็ก ได้ขยายการใช้พื้นที่ลงใต้ไปตามแม่น้ำ จึงกล่าวได้ว่าแหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะเป็นตัวแทนของสมัยสำริด &amp;nbsp; ที่ทำให้นักโบราณคดีทราบถึงพัฒนาการทางสังคมของชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ตำบลบ้านเก่าไล่เรียงตั้งแต่สมัยหินใหม่ สมัยสำริด และสมัยเหล็ก ได้อย่างต่อเนื่องถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างของหลักฐานทางโบราณคดีในช่วงเวลาที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะมีศักยภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในทางวิชาการโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของพื้นที่ &amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ในที่ราชพัสดุแปลงติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่าจึงมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในลักษณะของหลุมขุดค้นเปิด (site museum) โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า ให้เป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประจำภาคตะวันตกของประเทศามนโยบายการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ทั้งนี้กรมศิลปากรกำลังดำเนินการขอใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรมธนารักษ์ตามระเบียบขั้นตอนต่อไป&amp;quot;อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-----------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112051</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, จ.กาญจนบุรี, พิพิธภัณฑ์บ้านเก่า, ยุคก่อนประวัติศาสตร์, ยุคสำริด, แหล่งโบราณคดีโรงเรียนวัดท่าโป๊ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108b80fea82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวอดไม่กลัวโควิดแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาลอบเข้าไทยจะไปมหาชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64- พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รองผบ. ฉก.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ทหาร ร้อย.ทพ.1115 กรม ทพ.11 ร่วมกับ มว.ลว.ที่ 4 จุดตรวจร่วมเขาหนีบ, ร้อย.คร. มว.ปชด.(เพิ่มเติมที่ 1) บ.พุน้ำร้อน ,ชุดปฎิบัติการข่าว กกล.สุรสีห์ ,ชป.กร.สุรสีห์ ที่ 105&amp;nbsp; และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ออกลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายในทุกรูปแบบ กำลังจนท.ลาดตระเวนมาถึงบริเวน ชายป่าบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน13คน เป็นชาย3คน หญิง 5 คน เดินเท้าลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมภาระ จนท.จึงแสดงตัวและตรวจค้น จากการตรวจสอบ โดยทั้งหมดไม่มีเอกสารหรือหนังสือเดินทาง&amp;nbsp; จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมนายดานัย โทเค ชาวกระเหรี่ยง อายุ38ปี คนขับรถกระบะยี่ห้ออีซุซุ สีขาว ทะเบียน ถม 7277กรุงเทพฯ และนายโอ๊ด ชาวเมียนมา อายุ 32ปี ทั้ง2คน ที่เป็นนายหน้ามารับแรงงานเถื่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมด เดินทางมากจาก เมืองปาโก ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเมืองร่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 8 วัน โดยลัดเลาะเดินมาตามเส้นทางตามธรรมชาติ และลักลอบเข้ามาพักรอคนนำพา อยู่ในป่าฝั่งของประเทศไทย เพื่อรอนายหน้ามารับไปส่งทำงานที่ เมืองมหาชัย จ.สมุทรสาคร โดยจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้นำพา คนละ19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ผู้ต้องหาเบื้องต้น ไม่พบอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส นำตัวแรงงานชาวพม่า8คน พร้อมผู้นำพา2คน ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101500</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, ฉก.ลาดหญ้า, ลักลอบเข้าเมือง, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e516e6361a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นอภ.ท่าม่วง&#039;นำกำลังบุกจับบ่อนไก่รวบนักพนัน12คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64-นายฑรัท​ เหลืองสอาด​ นายอำเภอท่าม่วง​ จ.กาญจนบุรี​พร้อมฝ่ายปกครอง สืบทราบบ้านเลขที่​ 181/7​ หมู่​ 6​ ต.วังขนาย​ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แอบลักลอบเล่นการพนันไก่ชน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งหน้าฉากทำเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง​ และฝึกซ้อมไก่​ชน แต่หลังฉากใช้เป็นสถานที่เล่นการพนัน จึงประสานไปยังพ.ต.อ.สุชาย​ เทศชบุตร​ ผกก.สภ.ท่าม่วง​ ขอกำลัง​เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมพบ​ กลุ่มนักพนันกำลังตั้งหน้าตั้งตาเล่นการพนันกัน​ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง​ ต่างแตกฮือวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง​ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามจัยกุมตัวเอาไว้ได้​ 12​ คน​ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96811</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, ตำรวจ, นายอำเภอท่าม่วง, บ่อนไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60573c2b642e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาญจนบุรีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19รายที่5เป็นเด็กหญิงวัย6 ขวบติดจากพ่อและแม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.64-สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี แจ้งจังหวัดกาญจนบุรีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รายที่ 5 &amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยหญิง อายุ 6 ปี เป็นบุตรของผู้ป่วยรายที่ 3 และรายที่ 4 ซึ่งทำงานในสถานที่เล่นการพนัน ในกรุงเทพฯ และเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี ตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;โดยผู้ป่วยพักอยู่บ้านที่ ตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;วันที่ 31 ธ.ค.2563-2 ม.ค.2564 &amp;nbsp;เดินทางไปที่ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี วันที่ 3 ม.ค.2564 &amp;nbsp;เดินทางกลับมายังตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;เล่นกับเพื่อนแถวบ้านและไปร่วมงานเลี้ยง &amp;nbsp;วันที่ 4 ม.ค.2564 &amp;nbsp;เล่นกับเพื่อนแถวบ้านและไปซื้อของร้านค้าใกล้บ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 ม.ค.2564 เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลมะการักษ์ และเข้ารับการกักตัวติดตามอาการอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;วันที่ 6-9 ม.ค.2564 อยู่ในโรงพยาบาลมะการักษ์ วันที่ 9 ม.ค.2564 ผลการตรวจยืนยันพบเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ารับการรักษา ซึ่งรายที่ 5 เป็นหญิง อายุ 6 ขวบ ติดจากพ่อและแม่ อาศัยอยู่ในตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เข้ารับการตรวจหาเชื้อและเข้ารับการรักษาแล้ว และทางเจ้าหน้าที่จะมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด นำไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมกักตัวติดตามอาการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89371</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5fface97ac123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองกาญจน์ ปั้น “ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020” วิ่งระยะเดียวเป้าไกลระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดกาญจบุรี จับมือกับ 7 องค์กร ได้แก่ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย, กระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กทท.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) จัดวิ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ปั้น &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยน ชิพ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; สู่ระดับโลก พร้อมเปิดเมืองกาญจน์แบบ New Normal (นิว นอร์มอล) ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ รับนักวิ่งปอดเหล็กทั่วไทยกว่า 6 พันคน ในระยะเดียว ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) สร้างประวัติศาสตร์บนสะพานข้ามแม่น้ำแคว ชิงเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนประวัติศาสตร์บนเส้นทาง World ICONIC เพื่อยกระดับงานวิ่งไทยสู่มาตรฐานโลก &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยนชิพ 2020&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 63 ที่ ห้องบุหงา ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ ร่วมด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกาญจนบุรี เขต 1 และประธานคณะกรรมมาธิการ กมธ.การทหาร, พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp; โดย ปล่อยตัว บริเวณสุสานบรรพชนสงครามโลก ครั้งที่ 2 จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; ในการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กม.&amp;nbsp; ระยะเดียว เวลา 04.30 น.เป็นต้นไป แบบเว้นระยะห่าง นิว นอร์มอล (New Normal) โดยจับเวลาแบบ กัน ไทม์ (Gun time) และจํากัดเวลาการแข&amp;lsaquo;งขัน ที่ 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยยึด จากเวลา Chip time (ชิพ ไทม์) นับจากจุดปล่อยตัว และใช้เส้นทางวิ่งบน สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานแห่งประวัติศาสตร์ โลก ซึ่งการแข่งขันจะปิดถนน 100% ตามมาตรฐานการจัดงานวิ่งระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระดับนานาชาติรายการนี้ ผนวกแนวทางการแข่งขันกีฬาเชิงท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือยึดโยงสู่การบรรจุแผนยุทธศาสตร์กีฬา เพื่อสร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น&amp;nbsp; และนำมาสู่การรวมความเป็นกีฬาเป็นเลิศ และกีฬาเชิงท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ในเชิงสปอร์ต ทัวริซึ่ม และการจัดการงานครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบของการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติและระดับโลกในอนาคต และเป็นการยกระดับมาตรฐานรูปแบบใหม่ของการจัดงานวิ่งบนถนน ที่สมาคมกีฬากรีฑาฯ และสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย ริเริ่มขึ้นเป็นเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย ในชื่อของ เอเชีย โร้ด เลเบิล (Asia Road Label) เพื่อเตรียมรองรับการกลับมาของการจัดงานวิ่งแบบนานาชาติ หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ยังจัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงประวัติศาสตร์และวีรบุรุษจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการจัดการแข่งขันในรูปแบบ นิวนอร์มอล เรช ซึ่งจะอยู่ภายใต้มาตรการจัดงานแบบควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยจัดให้มีระบบการแข่งขันกีฬารูปแบบแชมเปี้ยนชิพ มีการรับรองโดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และ สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย&amp;nbsp; สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้จะเป็นนักวิ่งชาวไทยในท้องถิ่นและทั่วประเทศ รวมถึงนักวิ่งชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โดยตั้งเป้านักวิ่งไว้ที่จำนวน 6,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเส้นทางการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นเส้นทางการวิ่งที่เชื่อมโยงของประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เข้ากับวิถีชุมชน รวมทั้งบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม และสุสานบรรพชนของเหล่าทหารสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรีที่จะนำเสนอให้บรรจุอยู่ในเส้นทางวิ่งที่จะเป็นสัญลักษณ์ของโลก และเป็นจุดเชื่อมโยงการระลึกถึงทางประวัติศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบันและอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า &amp;ldquo;สำหรับการจัดการแข่งขัน &amp;ldquo;ริเวอร์แควฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; ครั้งนี้ ทางสมาคมกีฬากรีฑาฯ ได้มอบหมายให้สมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) ซึ่งเป็นสมาคมที่รวมตัวผู้จัดระดับประเทศ อาทิ ผู้จัดบางแสน 42/21/10, อเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน, บางกอกมิดไนท์ มาราธอน, เชียงใหม่ มาราธอน และรายการวิ่งอื่น ๆ ให้จัดการแข่งขันรายการนี้ การันตีการจัดงานวิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะเป็นการวิ่งบนเส้นทางสายประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่สวยงาม นอกจากนี้ การจัดแข่งขัน &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; จะเป็นการสร้างรูปแบบ Sports Tourism (สปอร์ต ทัวริซึ่ม) เพื่อสร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจแบบครบวงจร โดยจะจัดให้มีแพ็คเกจ &amp;ldquo;โบกี้ รันนิ่ง ทัวร์&amp;rdquo; สมัครวิ่งพร้อมแพ็คเกจทัวร์ตั๋วรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยและที่พัก ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะเป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับนักวิ่งครั้งแรกในเมืองไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า &amp;ldquo;การแข่งขันรายการนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ 7 องค์กรระดับประเทศ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย, กระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) เตรียมเปิดเมืองกาญจนบุรี ประเดิมเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานวิ่งระดับนานาชาติ &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โดยวางแผนร่วมกับสมาคมกีฬากรีฑา และสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย สร้างต้นแบบสู่ Asia Road Label (เอเชีย โรด เลเบิล) ครั้งแรกให้แก่วงการวิ่งบนถนนของทวีปเอเชีย โดยตั้งเป้ารับนักวิ่งทั่วประเทศประลองสนามบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ระยะทาง 21.1 กม. เพียงระยะเดียวเท่านั้น ซึ่งในครั้งนี้จะได้จัดให้มีการแข่งขันแบบ Thailand Road Racing Championship (ไทยแลนด์ โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ) โดยจะเปิดโอกาสให้นักวิ่งขาแรงของไทย และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมชิงชัยแบบเปิดอิสระ ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท โดยไฮไลท์ครั้งนี้ จะเป็นรูปแบบการจัดแบบปิดถนน 100% และเปิดเส้นทางวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จ.กาญจนบุรี, ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยน ชิพ 2020, วิ่ง, ฮาล์ฟมาราธอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f689bb3b9e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฤทธิ์พายุโนอึลถนนลงเขาสังขละลื่นกระบะพุ่งชนแบริเออร์พังยับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63-ร.ต.ท.จีรพงศ์ เกิดเรณู รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำบริเวณ หลักกม.ที่265 ถนนสาย323 &amp;nbsp;ช่วงลงเขาเนินยาว ส่งผลให้การจราจรขาเข้า อ.สังขละบุรี รถราไม่สามารถสัญจรผ่านได้ &amp;nbsp;จึงแจ้งสายตรวจรถยนต์ สายตรวจสามแยกซองกาเลีย จนท.มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร โดยที่เกิดเหตุบริเวณเนินยาว เป็นช่วงเขาสูงชันความยาวกว่า 2 กม. ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุ อยู่เป็นประจำ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน 2ฒฌ 9396 กรุงเทพฯ สภาพพลิกขวางถนนขาลงเขา ล้อหลังทั้ง2ข้างหลุดออกจากกระทะล้อ ล้อหน้าข้างคนขับหลุด เศษอิฐมอญตกกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างช่วยกันเก็บอิฐที่หล่นบนถนน โยนออกไปข้างทาง ท่ามกลางรถยนต์ที่ขาเข้าตัวเมืองสังขละบุรี ติดเป็นแถวยาวเหยียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้น นายอานนท์ สุขสาลี อายุ 28 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา คนขับรถกระบะคันดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด บอกว่า รับจ้างบรรทุกอิฐมอญมาจาก จ.อยุธยา เพื่อนำมาส่งให้ลูกค้าที่ตัวอำเภอสังขละบุรี มีฝนตกมาตลอดทาง &amp;nbsp;เมื่อมาถึงบริเวณบนยอดเขาเนินยาว ซึ่งอยู่ห่างจาก ตัว อ.สังขละบุรี ประมาณ 6 กม. ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ตนเองก็ปฎิบัติตามป้ายแจ้งเตือนโดยได้ใช้เกียร์ต่ำ ขณะลงจากยอดเขามาได้ราว100 เมตร รถเริ่มมีอาการไถลลื่นส่ายไปมา จึงเหยียบเบรกเพื่อจะหยุดรถ แต่ไม่สามารถหยุดได้ รถจึงพุ่งลงเขาชนแท่งปูนแบริเออร์ ที่อยู่กลางถนนอย่างแรง จนส่งผลให้รถพลิกคว่ำ พังยับในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชัน รถยนต์บรรทุกสินค้ามักจะประสบปัญหาไม่สามารถขึ้นเขาได้บ่อยครั้ง ส่วนขาลงเขาก็มักจะเกิดอุบัติเหตุลื่นจนชนแบริเออร์ พลิกคว่ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งส่งผลกระทบ ให้มีรถติดยาวบนเขา เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ดินโคลนจะไหลลงมาจากเขาทำให้ลื่น เป็นที่มาของอุบัติเหตุ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นกับเส้นทาง จึงขอให้ผู้ที่จะเดินทางมาทำธุระและท่องเที่ยวสังขละบุรี ได้ใช้ความระมัดระวัง ในการขับขี่รถยนต์ และให้ปฎิบัติตามป้ายเตือนต่างๆ ที่กรมทางหลวงได้ติดไว้ ในบริเวณแห่งนี้ที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78053</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จ.กาญจนบุรี, ถนนลื่น, พายุโนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f67471ccedbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.รวบหนุ่มวัย32บุกข่มขืนสาวพิการใบ้หูหนวกในห้องเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63-พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุมีหญิงสาวถูกข่มขืนกระทำชำเรา &amp;nbsp;ที่บริเวณห้องแถวเช่า ห้องเลขที่ 14 ม.7 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ว่า &amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าเลขที่14 พบผู้เสียหายชื่อนางสาวเอ(นามสมมุติ)อายุ 28ปี เป็นหญิงพิการเป็นใบ้ หู หนวก สื่อสารด้วยภาษามือโดยมีพี่สาวของผู้เสียหายเป็นล่าม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลา 13.00 น. &amp;nbsp;ขณะที่น.ส.เอกำลังนอนหลับพักผ่อน อยู่ภายในห้องเช่า โดยเผลอเปิดประตูหน้าห้องแง้มค้างเอาไว้ ขณะกำลังหลับก็ต้องสะดุ้งตื่น พบชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อแขนยาว แบบมีหมวกคลุมสีเทา รูปร่าง ผอม สูงประมาณ 160 ซม. ได้เข้ามาภายในห้องเกิดเหตุ ใช้กำลังปลุกปล้ำบังคับข่มขืน กระทำชำเราผู้เสียหาย &amp;nbsp;จนสำเร็จความใคร่ แล้วหลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดตามผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วนทันที จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี พบผู้ต้องสงสัยลักษณะการแต่งกาย &amp;nbsp;ตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้ง โดยผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1กฉ 4518 นครปฐม มีนายกรกช สุขดี อายุ 32ปี เป็นเจ้าของรถ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมือง ดำเนินคดี&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, คนพิการ, จ.กาญจนบุรี, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f019d2644390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
