<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดสะสมจ.ขอนแก่นใกล้แตะหลักหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - ที่วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ที่ รพ.ขอนแก่น ได้กำหนดเป็นหน่วยบริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนในเขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม ในกลุ่มเป้าหมาย 608 ตามที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดยังคงมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายและประชาชนจากทั้ง &amp;nbsp;2 ตำบล ทยอยเดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาลได้จัดสรรให้กับ จ.ขอนแก่น อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งประชาชนชาว ต.พระลับ ละ ต.บึงเนียม ต่างให้ความสนใจทยอยกันเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ชิโนแวคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ซึ่งนายพงศ์ธร &amp;nbsp;พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรี ตำบลพระลับ พร้อมด้วย นายวัฒนา &amp;nbsp;ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ,นายเข็มชาติ &amp;nbsp;สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น และนายวินัย &amp;nbsp;ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ &amp;nbsp;นำคณะผู้นำชุมชน,คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลฯ รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่จาก รพ.สต.ในเขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม รวมทั้งทีมแพทย์ รพ.ขอนแก่น คอยอำนวยความสะดวกและจัดการบริการประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนให้เป็นไปอย่างคล่องตัว ขณะเดียวกันยังคงมีผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่ใจบุญนำอาหาร,น้ำดื่ม รวมไปถึงเครื่องดื่มชูกำลัง,ขนม,ผลไม้ และสิ่งของต่างๆมามอบให้กับทีมแพทย์,พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์และคณะทำงาน เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับคณะทำงานในภาวะวิกฤติเหตุการณ์ที่กลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ธร &amp;nbsp;พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ กล่าวว่า การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้าในพื้นที่ ต.พระลับ รวมทั้งในส่วนของเทศบาลฯและฝ่ายปกครอง ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ ต.พระลับเป็นพื้นที่ผสมผสานระหว่างเขตเมือง,กึ่งเมืองและเขตชานเมือง แม้ประชากรในพื้นที่ตามทะเบียนบ้านจะมีรวมกว่า 15,000 คน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ต.พระลับ อ.เมือง มีประชาชนแฝง หรือประชาชนที่เดินทางเข้ามาทำงานหรือมาพักหรือมาทำธูรกิจหรือธุรกรรมต่างๆวันละหลายหมื่นคน ซึ่งผู้นำชุมชนและคณะทำงานด้านการควบคุมโรค จึงจะต้องเข้มงวดและรัดกุมในแผนการดำเนินงานตามที่รัฐบาลกำหนดย่างเข้มงวดการ์ดไม่ตก แม้จะมีคลัสเตอร์ของการระบาดเกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทฯขนาดใหญ่แต่การควบคุมสถานการณ์และความร่วมมือของทุกฝ่ายจึงควบคุมสถานการณ์ได้ในวงที่จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้การฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาลจัดสร ซึ่ง ต.พระลับ เป็นแม่ข่ายหลักในการให้บริการวัคซีนให้กับปะชาชนทั้ง 2 ตำบล ที่ขณะนี้ให้บริการกับประชาชนในพื้นทีไปแล้วกว่าร้อยละ 30 &amp;nbsp;เฉพาะสัปดาห์นี้ได้รับการจัดสรรวัคซีนมาเพิ่มอีก 3,000 คน ทำให้การฉีดวัคซีนในกลุ่ม เป้าหมายคือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป,กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค รวมทั้งกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ที่ขณะนี้แทบทุกหมู่บ้านได้ลงพื้นที่สำรวจและติดตามเพื่อให้ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด รวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่ไม่สะดวกมาฉีดวัคซีนในจุดทีให้บริการ คณะทำงานก็จะลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้ถึงบ้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เทศบาลฯพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในการใช้เป็นจุดบริการวัคซีน หากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อเลือกใช้เป็นจุดฉีดวัคซีนให้กับพื้นที่ตำบลอื่นๆ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นกับชาวขอนแก่นให้เร็วที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ล่าสุดวันนี้เพิ่มขึ้น 115 ราย ทำให้ยอดสะสมของผู้ป่วยในการะบาดระลอกใหม่ ขณะนี้รวม 9,580 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายขาดจากอาการแล้ว 4,211 ราย โดยมีผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเขต จังหวัด 5,330 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 43 ราย อย่างไรก็ดีขณะนี้จังหวัดมีปริมาณเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวตามที่จังวัดได้เตรียมไว้กว่า &amp;nbsp;5,700 &amp;nbsp;เตียง โดยขณะนี้ยังคงเหลือเตียงใช้งานได้อีกกว่า 2,000 เตียง ซึ่งจาสกจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งถือเป็นสัญญานที่ดีที่เกิดขึ้น ขณะที่แผนการเร่งฉีดวัคซีน ตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ทั้งจังหวัดนั้นยังคงมั่นใจว่า ภายในสิ้นเดือน ส.ค. ขอนแก่นจะมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วร้อยละ 33 และภายในสิ้นเดือน ก.ย. จะมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วมากถึงร้อยละ 70 ตามเป้าหมายที่จังหวัดได้วางเอาไว้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114465</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, รายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fc889c697d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทต.พระลับจ.ขอนแก่นรณรงค์ใช้สิทธิเลือกตั้งนายกฯเล็ก28มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64-นางพิลาศลักษณ์ &amp;nbsp;พรกุณา ปลัดเทศบาลตำบลพระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ หรือ ทต.ในฐานะ ผอ.กกต.ทต.พระลับ นำข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การอกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สมาชิกและสภาเทศบาลตำบลพระลับ ด้วยการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์พร้อมทั้งกับการเอกสารคู่มือการใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ ต.พระลับ เพื่อเชิญชวนใหผู้ทีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มี.ค.กันให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพิลาศลักษณ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามกำหนดการการจัดการเลือกตั้งที่ขณะนี้เข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง สมาชิกและนายกเทศมนตรีเทศบาล ต.พระลับ ซึ่งกำหนดจัดการเลือกตั้งในวันที่ 28 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งจากการประกาศรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามที่ กกต.กลางกำหนดนั้น ทต.พระลับ มีผู้สมัครลงรับการเลือกตั้งแยกเป็น ในตำแหน่งนายกเทศมนตรี จำนวน 2 คน และ สมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 27 คน โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้สมัคร 14 คนและเขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้สมัคร 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทต.พระลับ ได้กำหนดหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 33 หน่วย ท่ามกลางมาตรการควบคุมและป้องกันจากสถานกรณ์ารแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยในสัปดาห์หน้า ได้มีการกำหนดการอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง และคณะทำงานทั้งหมด เพื่อซักซ้อมขั้นตอนการดำเนินงานในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้นั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และรัดกุมในทุกรายละเอียด จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขต ต.พระลับ ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มี.ค.ที่จะถึงนี้อย่างพร้อมเพรียง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเลือกตั้ง ทต.พระลับ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 18,065 คน แยกเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 8,817 คนและเขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 9,264 คน โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 70
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ทต.พระลับ, เลือกตั้งเทศบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056f4cc4c3cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผกก.ชนบท&#039;แจงแม่ร่ำไห้กราบป้ายโรงพักอาจไม่เข้าใจขั้นตอนตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-พ.ต.อ.ชาญศิลป์ นาสูงชน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีนางยุวรีย์ งานหมั่น อายุ 52ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.4 ต.เพ็กใหญ่ อ.พล จ.ขอนแก่น นอนกราบป้าย สภ.ชนบทว่า กรณีดังกล่าวนั้นเนื่องจากนางยุวรีย์ได้พาน.ส.เอ (นามสมมุติ)ลูกสาวมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ชนบท เพื่อแจ้งว่าลูกสาวหายออกจากบ้านเมื่อเย็นวันที่ 12 มี.ค.และแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.แวงใหญ่ ต่อมาเช้าวันที่13 มี.ค.พบตัวลูกสาวที่บ้านนายปิ๊ก(นามสมมุติ) ที่บ้านหนองสะแบง ม.8 ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านเขตติดต่อกัน &amp;nbsp;เมื่อพบตัวลูกสาวแล้วได้มีการซักถามทั้งลูกสาวและนายปิ๊ก จนทราบความจริงว่ามีเพศสัมพันธ์กัน ญาติจึงพา น.ส.เอ ไปพบพนักงานสอบสวนสภ.แวงใหญ่ และเล่ารายละเอียดให้ฟัง เมื่อพนักงานสอบสวนสภ.แวงใหญ่ทราบรายละเอียด จึงส่งตัว น.ส.เอ ไปตรวจร่างกายที่รพ.แวงใหญ่ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในรพ.ซักถามรายละเอียด ญาติจึงเล่าว่า น.ส.เอ ถูกข่มขืนที่อ.ชนบท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ไปตรวจร่างกายและแจ้งความกับตำรวจสภ.ชนบทมารดาและญาติจึงพานางสาวบีมาแจ้งความที่สภ.ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีนี้ &amp;nbsp; พ.ต.ท.สราวุธ แสนสุข สว.(สอบสวน) สภ.ชนบท ทราบเรื่องจึงให้มารดาพา น.ส.เอ ไปตรวจร่างกายที่รพ.ชนบท เมื่อตรวจร่างกายเรียบร้อยให้กลับมาพบอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่ผู้เสียหายตรวจร่างกายในรพ.นั้น พนักงานสอบสวน สภ.ชนบท ได้สอบถามไปยังสภ.แวงใหญ่ จนทราบว่า มารดาและญาติ พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่แล้ว และส่งไปตรวจร่างกายที่รพ.แล้ว และนัดคู่กรณีมาสอบปากคำในวันที่ 16 มี.ค. ที่จะถึงนี้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ไม่ทราบว่า มารดาพาลูกสาวมาแจ้งความที่สภ.ชนบท ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ชนบท ไม่ได้ปฏิเสธการรับแจ้งความ &amp;nbsp;มีการรับแจ้งตามขั้นตอน และส่งไปตรวจร่างกาย แต่ในทางการสอบสวนนั้น ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการ &amp;nbsp;เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ได้อธิบายให้มารดาและญาติผู้เสียหายให้เข้าใจว่า เหตุที่เกิดแยกเป็น 2 กรณีแรกคือ การนำพา หมายถึงการหายตัวออกจากบ้าน หายจากบ้านใด พื้นที่ใด ซึ่งก็คือ พื้นที่สภ.แวงใหญ่ กรณีที่2 คือการก่อเหตุหรือการกระทำ การข่มขืน อนาจาร ซึ่งในจุดนี้ เกิดเหตุที่บ้านหนองสะแบง ต.ห้วยแก อ.ชนบท &amp;nbsp;พื้นที่สภ.ชนบท แต่มารดาและญาติมีการแจ้งคนหาย การพบตัว รวมถึงการข่มขืน ที่สภ.แวงใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว หลักการสอบสวน จึงอยู่ที่ สภ.แวงใหญ่ ส่วนการสืบสวนจับกุม เจ้าหน้าที่ก็ประสานการทำงานกันได้ทุกโรงพัก ซึ่งญาติและมารดาฟังแต่อาจจะไม่เข้าใจตามขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ไปกราบป้ายหน้าสภ.ชนบท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีดังกล่าวนั้นพ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สภ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น กล่าววว่า กรณีของหญิงสาวอายุ 27 ปี นั้น ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งเป็นเหตุคนหาย วันต่อมาญาติเจอตัวที่บ้านพักของผู้ชาย จึงพามาแจ้งความกรณีการถูกข่มขืน อนาจาร พนักงานสอบสวนก็รับแจ้งความไว้ และส่งตัวไปตรวจร่างกายใน รพ. แต่พอไปรพ.ก็มีเจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปแจ้งความและตรวจร่างกายที่ รพ.ชนบท และแจ้งความที่สภ.ชนบท ญาติจึงพาผู้เสียหายไป จนเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน &amp;nbsp;ซึ่งอยากจะบอกว่า กรณีดังกล่าวนั้น เป็นความผิดต่อเนื่อง ทั้งการพาไปและการข่มขืน เขตติดต่อกัน 2 โรงพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แวงใหญ่ มีการนัดสอบปากคำคู่กรณี และฝ่ายชายในวันที่ 16 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ซี่งในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจะรับแจ้งความซ้ำซ้อนกันได้ แต่มีการประสานงานกัน ในการดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96030</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, สภ.ชนบท, แม่กราบป้ายโรงพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dccb12aa1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขอนแก่นวัย28โหด!ใช้ท่อนไม้ตีท้ายทอยเพื่อนบ้านก่อนใช้ขวานฟันซ้ำจนเสียชีวิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-ร.ต.อ.ธัชพล จันทาศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เหตุเกิดในหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ม.6 ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและประสานแพทย์ รพ.สิรินธร ร่วมชันสูตรพลิกศพ ที่เกิดเหตุบนถนนกลางซอยของหมู่บ้าน ทางไปวัดพัฒนาวราราม บ้านโนนสมบูรณ์ &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตในนสภาพนอนคว่ำ ใบหน้าตะแคงข้างซ้าย มีผ้าขาวม้าพันรอบศีรษะใส่ทับด้วยหมวกสีน้ำตาล สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใส่รองเท้าแตะแบบคีบ เลือดไหลนองเต็มพื้นถนน ทราบชื่อต่อวคือนายทองย่อม ใยบัว อายุ 52 ปี อาศัยอยู่ที่คุ้มรถไฟบ้านโนนสมบูรณ์ โดยจากากรตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าถูกของแข็งตีที่เข้าที่ท้ายทอยและฟันซ้ำด้วยของมีคมจนเป็นแผลเหวอะหวะ ขณะที่กลางหน้าผากถูกฟันจนเป็นแผลฉกรรจ์อีกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวบ้านในจุดที่เกิดเหตุบอกว่า &amp;nbsp;ช่วงเช้าผู้ตายมีเหตุชกต่อยกับ นายพนม ทิพย์วรรณ หรือนายแมน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 679 ม.6 บ้านโนนสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงเข้าไปตรวจสอบในบ้านเลขที่ดังกล่าว พบนายแมนนอนอยู่ที่โซฟาในบ้าน มีขวานกับท่อนไม้ยูคาลิปตัสยาวประมาณ 1 เมตร วางอยู่คู่กันที่พื้นบ้าน จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านแฮด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสายันต์ สุขตะกั่ว อายุ 54ปี พี่สาวคนตาย กล่าวว่า น้องชายไม่เคยมีปัญหากับนายแมนมาก่อน ส่วนนายแมน เป็นคนอันตราย เพราะติดยาบ้า เสพยาบ้า จนหลอน มารดาอยู่ด้วยไม่ได้ &amp;nbsp;โดยก่อนที่น้องชายจะเสียชีวิต น้องชายได้ไปเข้าโบสถ์แต่เช้า ช่วงบ่ายก็กลับเข้าบ้าน จากนั้นก็ออกจากบ้าน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถูกนายแมนฆ่าจนตายคาที่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายแมนให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขณะนี้ญาติได้นำศพผู้ตายมาบำเพ็ญกุศลที่วัดพัฒนาวราราม บ.โนนสมบูรณ์ โดยกำหนดพิธีฌาปนกิจในวันที่ 22 ก.พ.ที่จะถึงนี้ ขณะที่ผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้สอบสวนที่ สภ.บ้านแฮด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93785</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ตำรวจ, สภ.บ้านแฮด, หนุ่มวัย28</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_60325c90234e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นพบผู้ติดเชื้อโควิดรายที่11เป็นชายชาวมหาสารคามวัย57ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64-น.พ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และพญ.นาตยา มิลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัด ซึ่งรายที่ 11 เป็น ชาย อายุ 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นชายวัย 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ขับรถยนต์ส่วนตัวมาพร้อมกับภรรยา เพื่อเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ของจ.ขอนแก่นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีอาการวิงเวียน มีไข้ แพทย์ได้ทำการตรวจคัดกรองพบว่าปอดติดเชื้อ จึงได้ประสานโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อพร้อมกับใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจเนื่องจากปอดมีอาการลุกลามจากปอดด้านขาวไปซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับและอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของบุคลากรของทางโรงพยาบาลเอกชนซึ่งรับตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลนั้น มีบุคลากรที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 6 คน ขณะนี้ได้เข้าสู่กระบวนการสังเกตตัวเองและรายงานต่อทีมงานทุกวัน ขณะเดียวกีนยังคงมีบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 8 คน ซึ่งโรงพยาบาลได้มีคำสั่งกักตัว 14 วัน และเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว ตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสูงสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19ของ จ.มหาสารคาม ที่มีไทม์ไลน์สัมผัสร่วมกับคนขอนแก่น ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคของเราได้มีการประสานข้อมูลกับทางสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม พร้อมส่งทีมเคลื่อนที่เร็วไปทำการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย อ.บ้านไผ่ 6 ราย, อ.พล 1 ราย, อ.เมืองขอนแก่น 1 ราย และ อ.ชุมแพ 6 ราย ผลตรวจทุกคนเป็นลบ แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามขณะนี้ทีมแพทย์สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จะส่งทีมสอบสวนโรคและเคลื่อนที่เร็วจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเข้าหน้าที่ที่สมุทรสาคร ในวันที่ 5 ก.พ และวันที่ 11 ก.พ. จะส่งอีก 3 ทีมไปช่วยที่โรงพยาบาลสนามจ.สมุทรสาคร โดยจังหวัดได้มีการจัดทีมสอบสวนโรค และเคลื่อนที่เร็วไว้สำหรับกรณีที่มีการร้องขอ ก็จะพร้อมปฏิบัติงานทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รศ.นพ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 11 ของขอนแก่นนั้น มีโรคประจำตัวคือ โรคเก๊าท์ และ ความดันโลหิตสูง โดยผู้ป่วยให้ข้อมูลกับทีมแพทย์ว่ามีไข้มาประมาณ 8 วัน โดยเข้ารับการรักษาที่ในจังหวัดมหาสารคาม แต่อาการไม่ดีขึ้น ก่อนจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนและพบว่าปอดติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า รพ.ศรีนครินทร์ได้รับการประสานและรับตัวผู้ป่วยมาในช่วงเย็นวันที่ 29 ม.ค.เบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยมีไข้ มีภาวะปริมาณออกซิเจนในเลือดค่อนข้างต่ำ หายใจเร็วเล็กน้อย จากการตรวจสอบผลเอ็กซเรย์ปอดเบื้องต้นพบว่ามีรอยโรคการติดเชื้อที่บริเวณปอดด้านขวา โดยแพทย์ที่รับการรักษาประเมินว่าต้องใช้ท่อช่วยหายใจ และเครื่องช่วยหายใจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งปริมาณออกซิเจนในเลือดก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ และให้ยารักษาตั้งแต่เริ่มต้น ขณะนี้อาการของผู้ป่วยซึ่งเข้าสู่วันที่ 3 พบว่าไข้เริ่มลง สามารถลดการใช้ออกซิเจนลงไปได้ และในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เริ่มให้อาหารทางสายยาผู้ป่วย ลดยาคลายกล้ามเนื้อที่ช่วยในการประคองเรื่องการหายใจ ซึ่งผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัวดีขึ้นหลังจากลดยาลง แต่มีปัญหาเพิ่มเติมคือผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ผู้ป่วยอาการเริ่มทรงตัว ไข้ลดลง แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัส 2 ชนิดควบคู่กัน ซึ่งผลการตอบสนองของผู้ป่วยมีแนวโน้วดีขึ้นตามลำดับ และในวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มการปรับลดออกซิเจน และปรับลดเครื่องช่วยหายใจให้ลดน้อยลง ซึ่งจะมีการประเมินเป็นรายวันไป ซึ่งผลการเอ็กซเรย์ปอดนั้น อาการของโรคมีการดำเนินอย่างรวดเร็ว จากที่พบในวันแรกพบว่าเป็นจุดไม่กี่จุดที่บริเวณปอดด้านขวา ก่อนจะลุกลามขึ้นไปด้านบนของปอดทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และลุกลามมายังปอดด้านซ้าย ซึ่งทีมแพทย์ที่ให้การรักษาหลังจากให้ยาต้านไปแล้วพบว่ามีการควบคุมการติดเชื้อได้ค่อนข้าวดีและการรักษาเป็นไปตามแผน นอกจากการดูแลผู้ป่วยรายนี้แล้ว ทางโรงพยาบาลจะได้มีการเพิ่มมาตรการในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีประวัติมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดซึง่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัดหากมาถึงโรงพยาบาลจะต้องแจ้งทันที ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีการจัดสถานที่ไว้โดยเฉพาะและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ผ่านระบบวีดีโอคอล&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91539</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_601658ae2da77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้าคุณตาวัย80ปั่นจักรยานไปนาถูกรถบรรทุกพ่วงชนเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.64-ร.ต.ท.ไชยศิลป์ รัตนะวงษา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนรถจักรยาน มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนเลี่ยงเมือง ใกล้ปากทางบ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-3563 ชัยภูมิ จอดอยู่เลนขวา มีนายนิพนธ์ ทองเพชร อายุ 35 ปี คนขับรถยืนรอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุ และที่บริเวณล้อรถด้านหน้าข้างขวา พบรถจักรยานติดอยู่ในสภาพพังยับเยินบริเวณล้อหน้าข้างซ้ายพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายพ่อเลี้ยง กาลเพชร อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.3 บ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบก่อนร่วมกันนำร่างผู้ตายออกจากจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.ไชยศิลป์ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกในเบื้องต้นทราบว่า ได้ขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เพื่อจะสินค้าไปส่งที่ จ.หนองคาย โดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองขอนแก่น เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นคนปั่นจักรยานออกมาจากริมถนน และตัดหน้ากระชั้นชิด คนขับพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นจึงทำให้ชนเข้าอย่างจัง จึงจอดรถลงมาดู พบว่ามีคนเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับคนขับรถบรรทุก เพราะต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน และได้สอบถามไปยังญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่า &amp;nbsp;นายพ่อเลี้ยง ปั่นจักรยานออกจากบ้าน เพื่อจะไปที่นา ก็มาถูกรถบรรทุกชนจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ดีได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งที่นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตร จากนั้นจึงอนุญาตให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ส่วนคนขับรถบรรทุกได้เรียกตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เวฬุวัน เพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89368</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณตา, จ.ขอนแก่น, ตำรวจ, รถชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffac4085c4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีแรมช่วยปลูกป่า คืนพื้นที่สีเขียว&quot;ขอนแก่น    &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระบบนิเวศน์ ป่าไม้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เพราะป่าถือว่าเป็นเกราะป้องกันปัญหาน้ำท่วม ชะลอการชะล้างล้างพังทะลายของหน้าดิน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังสร้างอากาศบริสุทธิ์ &amp;nbsp;และอีกด้านมีผลประโยชน์ต่อราะบบเศรษฐกิจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต่างหันมาให้ความสนใจกับปัญหาผืนป่ามากขึ้น มีการรณรงค์การปลูกป่า เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้ประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) ด้พาคณะสื่อมวลชน และพนักงานบริษัท พร้อมชาวบ้าน มาร่วมทำกิจกรรม ปลูกต้นไม้ สร้างจิตสำนึกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ที่ วัดแสงศรีนิยม บ้านหนองนิยม ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญการปลูกป่า อีกทั้งพื้นที่วัดก็อยู่ในบริเวณพื้นที่บริษัท ที่จะช่วยสร้างพื้นที่เขียว ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สำหรับพื้นที่ป่าไม้ในเขตจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมดกว่า &amp;nbsp;2.2 ล้านไร่ &amp;nbsp;สภาพป่าส่วนใหญ่เป็น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง แน่นอนว่าก็ยังพบปัญหาป่าเสื่อมโทรม ทั้งไฟป่า หรือการบุกรุกตัดไม้เพื่อตัดไม้แปรรูป หรือประชาชนบางส่วนที่ตัดไม้ ถางป่าเป็นพื้นที่ทำกิน ปัจจุบันภาครัฐ ได้ให้ความสำคัญในการจัดการทำให้สภาพป่าดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โครงการปลูกเพื่อโลกยั่งยืน &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้ามาช่วยแลูกต้นไม้ในชุมชน โดยทั้งพนักงานบริษัท ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของต้นไม้ และปัญหาของโลกร้อนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจังหวัดที่มุ่งมั่นดำเนินการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น ภายใน 3 ปี ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 5 แสนต้น เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มพื้นที่สีเขียว ชะลอน้ำท่วม เพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเหลือเพียง 12% ต่อพื้นที่ทั้งจังหวัดประมาณ 10,000 ตร.กม. ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการช่วยกันในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และอนาคตของลูกหลานที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาภาภรณ์ พรหมเชยธีระ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนขององค์กรนับส่วนหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ โดยโครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการดำเนินการด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งหวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย เสริมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาก๊าซเรือนกระจกของโลก อีกทั้งยังช่วยผลิตก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ให้มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกหนึ่งเป้าหมาย คือ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ซึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในที่ตั้งของบริษัท จึงได้เลือกปลูกต้นไม้ ที่วัดแสงศรีนิยม จำนวน 11 ไร่ &amp;nbsp;โดยเราได้ดำเนินการปลูกต้นไม้มาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 จำนวน 400 ต้น รวมแล้วกว่า 700 ต้น อาทิ ต้นพะยุง ต้นสัก &amp;nbsp;ต้นประดู่ ต้นยางนา และต้นแค เป็นต้น &amp;nbsp;โดยทางเจ้าอาวาส และคนในชุมชนก็ช่วยกันดูแลอย่างดี ต้นไม้ที่ปลูกไปตั้งแต่ปีแรกก็ค่อยๆเจริญเติบโต และคาดว่าจะขยายผลครอบคลุมในพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ &amp;nbsp;ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;rdquo; อาภาภรณ์ ทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86408</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, บริษัท ซีพีแรม จำกัด, ปลูกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcc92bfa350c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
