<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนปชช.ริมแม่น้ำ ฝนหนัก20-24ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือนชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมพร้อมรับน้ำ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าวันที่ 20-24 ก.ย.นี้จะมีฝนตกหนัก ขณะที่ถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเมืองชัยนาททรุดตัวเพิ่มหลังน้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ มีการผันน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าบึงบอระเพ็ดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลิ่งและถนนเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณหมู่ 2 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นช่วงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยเกิดการทรุดตัวจากน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างถาวร เมื่อมาเจอน้ำหลากในปีนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเป็นทางยาวกว่า 30 เมตร น้ำได้กัดเซาะดินริมตลิ่งลึกเข้าไปใต้ผิวถนน ทำให้ถนนทรุดตัวพังเสียหายมากขึ้น เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทชัยนาทได้นำแบริเออร์สีส้มไปตั้งกั้นแนวถนนเพื่อป้องกันอันตราย พร้อมกับติดป้ายเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำอาจทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวและอาจพังทลายอย่างฉับพลัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวเปิดเผยว่า ถนนจุดนี้ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพังเรื่อยมา แต่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างถาวร เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นหรือลดต่ำลงไปจะทำให้ตลิ่งเกิดการทรุดตัวลึกเข้าไปใต้ผิวถนน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปซ่อมแซม เพราะกลัวว่าหากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้ถนนทรุดตัวพังเสียหายไปมากกว่านี้จนไม่สามารถใช้สัญจรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนในช่วง 2 วันนี้ ทำให้ปริมาณแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง โดยวันนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,808 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จึงต้องกลับมาระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน หลังจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมาได้ลดการระบายน้ำลงแล้ว แต่แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น จึงต้องระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยวันนี้น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ 1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้น 65 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำสูงขึ้น 23 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 12.18 เมตร (รทก.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.38 เมตร (รทก.) ลดลง 12 เซนติเมตร ซึ่งการลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลงเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำเหนือ และฝนที่จะตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ช่วงวันที่ 20-24 กันยายนนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย.64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนล่างและลาวตอนกลาง ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.64 ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 19-25 ก.ย.64 ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงระดมผันน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าบึงบอระเพ็ดอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ไหลมาจากจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตรยังมีในบริมาณมาก ล่าสุดได้เปิดประตูน้ำคลองบอระเพ็ดให้สูงขึ้นเพื่อเร่งผันน้ำเข้าบึงให้ได้มากที่สุด ก่อนที่มวลน้ำจะไหลลงไปสู่พื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกองการบิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ ประมงจังหวัดนครสวรรค์ บินสำรวจพร้อมประเมินสถานการณ์น้ำในบึงบอระเพ็ด พบว่า แม่น้ำน่านยังเป็นแหล่งน้ำเดียวที่สามารถผันเข้าบึงบอระเพ็ดในขณะนี้ โดยมีอัตราการไหลผ่านประตูน้ำเข้าสู่บึงในระดับประมาณ 23.70 เมตร รทก. และเป็นแหล่งน้ำเดียวที่ไหลเติมเข้าสู่บึงบอระเพ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งระดับน้ำบึงบอระเพ็ดประจำวันที่ 18 กันยายน 2564 อยู่ที่ 21.98 เมตร รทก. คิดเป็นปริมาตรน้ำ 31.31 ล้าน ลบ.ม. (17.39% จากความจุ 180 ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นพื้นที่น้ำ 19,524.13 ไร่ ปริมาตรน้ำเพิ่มขึ้นจากวันก่อน 640,000 ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์นั้น แม่น้ำปิงสถานีวัดน้ำ P17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 622 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 3.73 เมตร, แม่น้ำน่านสถานี N67 อ.ชุมแสง 804 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 3.43 เมตร และแม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C2 อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,642 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 4.47 เมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117187</URL_LINK>
                <HASHTAG>20-24ก.ย., จ.นครสวรรค์, ผันน้ำจากแม่น้ำน่าน, ฝนหนัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือนปชช.ริมแม่น้ำ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61470c41144ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า หน่วยงานท้องถิ่นเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดทางน้ำให้ประชาชนใช้ในการเกษตรและสัญจรได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยการระบายน้ำในหน้าฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชแบบสายพานลำเลียงและแบบตักหน้า จำนวน 2 ลำ เข้าดำเนินการร่วมกับเครื่องจักรรถแบ็คโฮขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยรถบรรทุกของกรมชลประทานเพื่อกำจัดผักตบชวาและวัชพืชบริเวณสะพานวงฆ้อง คลองวังขอน ตำบลด่านช้าง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีผักตบชวาและวัชพืชสะสมในลำคลองและริมตลิ่งหนาแน่นเป็นระยะๆ โดยมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร สะสมหนาแน่นกว่า 7,500 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ยังได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียง จำนวน 1 ลำ ร่วมกับเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของกรมเจ้าท่า จำนวน 2 ลำ ดำเนินการกำจัดผักตบชวาบริเวณคลองบางบาล ตำบลวัดยม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีผักตบชวาและวัชพืชสะสมหนาแน่นกว่า 3,700 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งการสัญจรทางน้ำและการเกษตร ช่วยระบายน้ำในหน้าฝนให้ไหลเวียนได้สะดวก นอกจากนี้ยังทำให้แม่น้ำลำคลองมีทัศนียภาพที่สวยงามได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, การระบายน้ำในหน้าฝน, กำจัดผักตบชวาและวัชพืช, กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำทั่วประเทศ, จ.นครสวรรค์, จ.พระนครศรีอยุธยา, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน, บูรณาการ, หน่วยงานท้องถิ่น, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์, อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, เครื่องจักรรถแบ็คโฮ, เรือกำจัดผักตบชวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be0a05362d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไอซ์ ภาณุวัฒน์-โบ๊ท ธารา’พาตามรอย‘วาสนารัก’ที่ปากน้ำโพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 พี่น้อง สมัครเขตกรณ์ นำโดย &amp;ldquo;ไอซ์ ภาณุวัฒน์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โบ๊ท ธารา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้รับบท กันตพล และ เพทาย จากละครเรื่อง &amp;ldquo;วาสนารัก&amp;rdquo; ทาง ช่อง 3 เก็บกระเป๋าลากกลับบ้าน ที่ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมไปเก็บสวยๆ มาฝากแฟนๆ ในทริป &amp;ldquo;เมืองนี้พี่มีวาสนาให้มารัก #นครสวรรค์&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง 2 พี่น้องได้พาไปกินเที่ยวกันอย่างจุใจ เริ่มจากไปกินของอร่อย ที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ 2 ร้าน คือ ร้านหลี ลูกชิ้นปลา และร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวเจ๊สั้น โดย ร้านหลีลูกชิ้นปลา มีความโดดเด่นที่ลูกชิ้นปลาที่ทำเอง เป็นเจ้าแรกๆ ในปากน้ำโพเลย ซึ่งคุณเฟื่อง หรือ คุณจุฬามณี ผู้ประพันธ์นิยายเรื่องนี้ได้มาต้อนรับ 2 หนุ่มด้วยตัวเอง พร้อมยังกระซิบว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใกล้รุ่งมากินก็ได้รับแรงบันดาลใจจากร้านนี้แหละ ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวเจ๊สั้น โดดเด่นเรื่องบะหมี่ต้มยำรสเด็ด ที่สำคัญมีขนมครกที่บางกรอบไม่เหมือนใคร ใครแวะมาปากน้ำโพอย่าลืมมาลองชิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากอิ่มท้องแล้ว&amp;nbsp; 2 หนุ่มก็มีแรงพอพาเที่ยวตามรอยละคร &amp;ldquo;วาสนารัก&amp;rdquo; เริ่มที่แรก คือ &amp;ldquo;ตรอกลิเก&amp;rdquo; ไปตามหาใกล้รุ่งและพ่อไผท เทพทอง ซึ่งปัจจุบันตรอกนี้เป็นตรอกที่รวมคณะลิเกของนครสวรรค์เอาไว้กว่า 30 คณะ จากตรอกลิเกก็ไปแวะโรงเรียนชาย หรือ โรงเรียนนครสวรรค์ ซึ่งในเรื่อง คือ โรงเรียนที่ตัวละครเกือบทุกคน ยกเว้น กันตพล ( ไอซ์ ) เรียนในช่วงมัธยม ซึ่งมีนักแสดงหลายคนที่จบจากโรงเรียนนี้ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คณิน , ไก่ ภาษิต และ เฟิร์ส เอกพงศ์ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไปเยี่ยมชมสถานที่ที่ถูกเอ่ยถึงในละครแล้ว 2 หนุ่มยังพาเราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในปากน้ำโพ เช่น &amp;ldquo;ศาลหลักเมือง&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนครสวรรค์นั่นเอง , &amp;ldquo;ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์เจ้าแม่ทับทิม&amp;rdquo; ซึ่งที่นี่ 2 หนุ่มยังจุดปะทัดเอาฤกษ์เอาชัยเรียกเรตติ้งอีก&amp;nbsp; จากศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์และเจ้าแม่ทับทิม นั่งเรือข้ามไปยัง &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งสร้างเป็นอาคารรูปทรงแปลกตา จุดนี้เป็นจุดที่แม่น้ำปิง กับ แม่น้ำน่าน มาบรรจบกัน รวมกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ใครที่มาจุดนี้อย่าพลาดถ่ายรูปแม่น้ำสองสี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายวันกันที่ &amp;ldquo;คลองเกาะญวน&amp;rdquo; แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ในโครงการพัฒนาและปรับปรุงแม่น้ำลำคลองของจังหวัดนครสวรรค์ จุดนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าถิ่น คุณจิตตเกษมณ์&amp;nbsp; นิโรจน์ธนรัฐ&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ และภรรยามานำชมด้วยตัวเอง งานนนี้หนุ่มไอซ์และหนุ่มโบ๊ทยังได้ให้อาหารปลาและได้ถ่ายรูปกับแฟนละครที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝากติดตามสกู๊ปพิเศษ &amp;ldquo;เมืองนี้พี่มีวาสนาให้มารัก#นครสวรรค์&amp;rdquo; เต็มๆ กันได้ที่ Facebook และ Youtube Ch3Thailand วันศุกร์ที่ 25 กันยายน นี้ และติดตาม ละคร วาสนารัก ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 20.20 น. ทางช่อง 3 กด 33&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78350</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเกาะญวน, จ.นครสวรรค์, จิตตเกษมณ์  นิโรจน์ธนรัฐ, จุฬามณี, ตรอกลิเก, ปากน้ำโพ, วาสนารัก, เพื่อน คณิน, เฟิร์ส เอกพงศ์, โบ๊ท ธารา, ไก่ ภาษิต, ไอซ์ ภาณุวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ade4e99bab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบฟื้นฟู&#039;บึงราชนก-บึงบอระเพ็ด&#039;วงเงิน1.4พันล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการแผนหลักการฟื้นฟูบึงราชนก จังหวัดพิษณุโลก และแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ &amp;nbsp;โดยแผนหลักการฟื้นฟูบึงราชนก &amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก รวม 4 ด้าน ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2569) วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,456.98 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้เร่งดำเนินการแผนงานเร่งด่วนที่มีความพร้อม จำนวน 11 โครงการในระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2565 วงเงินงบประมาณ 754.56 ล้านบาท เช่น โครงการแก้ไขปัญหาบุกรุกเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่บึงราชนก &amp;nbsp;โครงการขุดลอกพื้นที่บึงราชนก (บางส่วน) &amp;nbsp;ขณะที่แผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ รวม 6 ด้านระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2572) วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 5,701.5 ล้านบาท โดยให้เร่งดำเนินการแผนงานเร่งด่วนที่มีความพร้อม จำนวน 9 โครงการ &amp;nbsp;ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2565 วงเงินงบประมาณ 1,513.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น &amp;nbsp;โครงการตรวจสอบการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนในเขตพื้นที่บึงบอระเพ็ด &amp;nbsp;ในพื้นที่ &amp;ldquo;ให้ หวง ห้าม&amp;rdquo; การขุดลอกคลอง/ตะกอนดิน โดยจะต้องดำเนินการได้ทันทีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบึงราชนก &amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก &amp;nbsp;และบึงบอระเพ็ด &amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;มีสภาพเสื่อมโทรมและตื้นเขิน &amp;nbsp;ทำให้มีการเข้าครอบครองทำประโยชน์หรือบุกรุกพื้นที่บึงเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ส่งผลให้การใช้ประโยชน์และเป็นพื้นที่รับน้ำได้ไม่เต็มศักยภาพ .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37620</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบ1.4พันล้านบาท, จ.นครสวรรค์, จ.พิษณุโลก, บึงบอระเพ็ด, ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, ฟื้นฟูบึงราชนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae823b523e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;นำทีมบุกภาคเหนือ ลั่น!กัญชาเสรีปีละ4แสนรวยซะให้เข็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62-ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าร่วมพิธีเปิดสาขาพรรคภาคเหนือ ร่วมกับนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายภูวภัท เมธากีรติกร ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จังหวัดชัยนาท เขต 1, นายประสงค์ นามเสถียร ผู้สมัคร จังหวัดตาก เขต 1, นายนเรศ เชื้อโฮม ผู้สมัครจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 2, และทีมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และทีมผู้สมัครจังหวัดนครสวรรค์ ครบทั้ง 7 ท่ามกลางมวลชนต้อนรับกว่า 1,000 คน บรรยากาศคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า พี่น้องให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น ทางพรรคเห็นความสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ในฐานะชุมชนทางการค้าระหว่างภาคกลางกับภาคเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องการเป็นตัวเลือกที่ดีของพี่น้อง วันนี้ ตนเห็นผู้สูงอายุจำนวนมากมาร่วมงาน ซึ่งตนมีหน้าที่พัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่ท่านดีขึ้น เราจะดูแลท่านด้วยนโยบายของเราซึ่งไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า เราไม่แจกเงิน เราไม่เน้นการแก้ปัญหาชั่วคราว เราเน้นการแก้ปัญหาจริงจังอย่างยั่งยืน เราต้องสนับสนุนให้ทุกท่านพึ่งพาตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กัญชาเป็นพืชทางการแพทย์ แต่เขามองเป็นใบไม่มีพิษ อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคภูมิใจไทย เรามองเป็นโอกาส ใบไม้สีเขียวคือธนบัตร ทุกคน ทุกบ้าน ปลูกได้ 6 ต้น มีรายได้ 4 แสนบาทต่อปี รวยซะให้เข็ด ยิ้มตาหยี ก็มีเงิน ขอย้ำว่ากัญชาไม่เคยทำร้ายใคร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านนิยมทำนา แต่ทำไป ไม่รวย เพราะท่านถูกเอาเปรียบ เราเสนอเรื่องแบ่งปันกำไร ออกเป็นกฎหมาย มีคณะกรรมการร่วมหลายฝ่าย และชาวนาต้องเสียงดัง รัฐมีหน้าที่เข้าข้างเกษตรกร ไม่ใช่นายทุน นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย จะทำ ขอฝากพรรคภูมิใจไทยไว้กับพ่อแม่พี่น้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใครอยากได้เราร่วมรัฐบาล ต้องรับนโยบายของเรา พรรคภูมิใจไทย มาที่นี้แล้ว และจะอยู่ตลอดไป ที่อยู่ตรงนี้ คัดมาแล้วทั้งนั้น เกรด เอ ตั้งใจ ทำงาน อบอุ่นมากครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายชื่อผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จังหวัด นครสวรรค์ ประกอบไปด้วย เขต 1 นายไชยรัชต์ บัวเทศ เขต 2 นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เขต 3 ร้อยตำรวจตรีวรจำเริญ วรทอง &amp;nbsp;เขต 4 นายมานพ ศรีผึ้ง เขต 5 นายทรงธรรม ขจรชัยธนัง และเขต 6 นายสำรอง เยี่ยงยงค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30561</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเสรี, จ.นครสวรรค์, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, หัวพรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7f8bf33e4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดโพธิ์ประทับช้าง ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดโพธิ์ประทับช้าง สร้างในสมัยพระเจ้าเสือ โบราณสถานสำคัญคู่พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่ประชุมมีมติรับทราบ โครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัดโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ ซึ่งในแผนจะให้สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร ขุดค้นแหล่งโบราณสถานเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมในการสร้างศูนย์บริการข้อมูลนําเสนอภาพการจําลองสภาพวัดโพธิ์ประทับช้างที่มีความสมบูรณ์ในอดีต โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณที่มีหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์ชัดเจน สร้างในสมัยพระเจ้าเสือ ซึ่งโปรดฯ ให้สร้างวัดในบริเวณที่เป็นสถานที่ประสูติ และได้แรงบันดาลใจลักษณะทางสถาปัตยกรรมรูปแบบที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยลความงามหน้าต่างของวัดโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ยังใช้สอยจนปัจจุบัน &amp;nbsp;แม้จะมีอายุกว่า 300 ปีแล้วก็ตาม ความสำคัญของวัดแห่งนี้ไม่ได้มีแต่เพียงด้านประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีความงดงามของสถาปัตยกรรมสมัยพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 29 ในสมัยอยุธยา และพระมหากษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทรงครองราชย์ในช่วง พ.ศ.2246-2251 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สักการะหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะเป็นสถานที่ประสูติของพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยาและพงศาวดารที่มีการชำระในสมัยรัตนโกสินทร์ โบราณสถานแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สำหรับโครงการพัฒนาวัดโพธิ์ประทับช้าง นอกจากขุดค้นเพิ่ม บูรณะโบราณสถานในส่วนที่ล้มลงเพื่อดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติแล้ว จะเติมเต็มด้วยพิพิธภัณฑ์ เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติพระเจ้าเสือและสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาของวัด การดำเนินงานเหล่านี้ทำให้ประชาชนและคนพิจิตร เห็นคุณค่าของโบราณสถาน อีกยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวใน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เมืองผ่านอย่างที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุโบสถวัดโพธิ์ประทับช้าง มีสถาปัตยกรรมสมัยพระนารายณ์เป็นต้นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความโดดเด่นของวัดโพธิ์ประทับช้าง พุทธสถานในสมเด็จพระเจ้าเสือ นางสาวนาตยา ภูศรี นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กล่าวว่า วัดโบราณนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า โบราณสถานจึงหันหน้าลงสู่แม่น้ำน่านที่อยู่ทางทิศตะวันตก เพราะเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ มีพระอุโบสถเป็นประธานอยู่กึ่งกลางเขตพุทธาวาส ภายในพระอุโบสถมีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสด เรียกกันว่า&amp;#39; หลวงพ่อโต&amp;#39; แสดงปางมารวิชัย นอกกำแพงแก้วด้านทิศใต้ มีเจดีย์รายอีก 1 องค์ สันนิษฐานกันว่าเป็นตำหนักพระเจ้าเสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; พระอุโบสถเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ตั้งอยู่บนฐานไพที มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ประตูตกแต่งสวยงามด้วยซุ้มยอดบุษบก ผนังอุโบสถเจาะช่องหน้าต่างเป็นช่องแสงแคบๆ ให้แสงสว่างเข้าด้านใน มีเสารับน้ำหนักโครงสร้าง ซุ้มหน้าต่างประดับลวดลายปูนปั้นรูปพันธุ์พฤกษา นอกอุโบสถมีใบเสมาทั้ง 8 ทิศ รูปแบบสถาปัตยกรรมพระอุโบสถ เป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับแต่สมัยพระนารายณ์ สมัยนั้นมีนายช่าง สถาปนิก และศิลปินจากฝรั่งเศสเข้ามาสร้างป้อม วัง อาคาร เกิดความนิยมแบบยุโรป ตรงกับพระราชพงศาวดารที่ระบุว่า สร้างในสมัยพระเจ้าเสือ อีกความพิเศษ ที่ฐานปรางค์และเจดีย์ย่อมุมของวัดโพธิ์ประทับช้างมีเจาะช่องเป็นซุ้มโค้งเพื่อบรรจุพระพิมพ์ขนาดใหญ่หรือตามประทีป ลักษณะนี้พบได้ที่วังนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี &amp;quot; นักโบราณคดีกล่าวถึงแรงบันดาลใจสถาปัตยกรรมพระนารายณ์เป็นต้นแบบสร้างวัดในถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซุ้มประตูกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอนาคตผลจากการบูรณะและสร้างพิพิธภัณฑ์จะพาทุกคนไปเรียนรู้และเข้าถึงข้อมูลพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ในเมืองพิจิตรมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11299</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โบราณสถาน, กรมศิลปากร, ครม.สัญจรภาคเหนือตอนล่าง, จ.นครสวรรค์, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, พระเจ้าเสือ, พิจิตร, วัดโพธิ์ประทับช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b21161179e84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;นวดขา&#039;หลวงปู่ลี&#039;เผยพระสงฆ์ดี จะอยู่อย่างง่ายและสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.61 -ที่ จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และพล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่3 &amp;nbsp;ใช้โอกาสในวันพระ เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่ลี ตาณังกะโร เจ้าอาวาสวัดหัวตลุกวนาราม (วัดป่าหัวตลุก) ต.สระแก้ว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยพล.อ.ประยุทธ์และคณะ ได้ถวายภัตตาหารเช้า เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และสนทนาธรรมกับหลวงปู่ลี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมถือโอกาสเข้าไปบีบนวดขาให้หลวงปู่ลี ก่อนระบุว่า ตนจะคอยบีบนวดขาให้บิดาเสมอ เพราะบิดาอายุมากแล้ว วันนี้เป็นวันพระ ซึ่งถือเป็นวันดี จึงถือโอกาสเข้ามากราบนมัสการ โดยหลวงปู่ลีได้มอบ &amp;ldquo;คชสิงห์หลวงปูลี&amp;rdquo; ปี 2551 และหนังสือชีวประวัติชื่อ &amp;ldquo;นะโมพุทธอัสสะ&amp;rdquo; ให้นายกฯและคณะด้วย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับคนสนิทด้วยว่า &amp;ldquo;พระสงฆ์ดี จะอยู่อย่างง่ายและสงบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลวงปู่ลี เดิมเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น เกิด พ.ศ. 2479 โดนงูเห่ากัดเมื่อตอนเด็ก โดยชาวบ้านคิดว่าจะต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะสมัยก่อนยังไม่มีโรงพยาบาล แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์ ทำให้อาการดีขึ้นด้วยการรักษาแบบชาวบ้าน มีปัญหาเพียงนิ้วกลางที่หยิกงอ จากนั้นจึงได้เริ่มเข้าบวชเรียน และได้ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง พระป่ากรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ก่อนจะเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น และจากวัตรปฏิบัติที่ดีงาม จึงเป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 08.20 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ได้แก่ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี ก่อนจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 4/2561 หรือ ครม.สัญจร .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11187</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อดีตนายกฯ, ครม.สัญจร, จ.นครสวรรค์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พระสงฆ์ดี จะอยู่อย่างง่ายและสงบ, หลวงปู่ลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f35fd26364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
