<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสามัญ4โจรใต้! จนท.ตรึงพื้นที่ บึ้มสุไหงปาดีอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดปฏิบัติการฮูแตยือลอ เจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย 4 ราย หลังปะทะลากยาวกว่า 6 วัน ชี้ยังคุมพื้นที่ต่อเนื่องหลังมีความเคลื่อนไหวยิงต่อสู้ฝ่าวงล้อม ขณะที่สุไหงปาดีป่วนบึ้มอีกลูก หวังก่อกวนความวุ่นวายต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อวันจันทร์ เวลา 08.00 น. วันที่ 4 ต.ค.64 ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ โสดานิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมทาง ซึ่งห่างจากโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี ประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่บ้านจือแร ม.1 ต.ริโก๋ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาภากร วิรูปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลมหนัก 5 กก. ส่วนตัวจุดชนวนระเบิดเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบ&amp;nbsp;
ด้าน พ.ต.อ.อาภากรกล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นไม่มีเจ้าหน้าที่กองกำลังชุดใดๆ รวมถึงบุคคลขี่ยานพาหนะผ่านไป จึงไม่ความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลใดๆ แต่คนร้ายมีความประสงค์เพียงก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นในพื้นที่เท่านั้น
ขณะที่ความคืบหน้าปิดล้อมพื้นที่บาเจาะ ล่าสุด พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าพรุ บริเวณ &amp;nbsp;ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังจากเมื่อวันที่ 3 ต.ค. คนร้ายได้ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อพยายามเปิดทางหลบหนีออกจากวงล้อม จนเกิดการปะทะกันขึ้นและทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจำนวน 4 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.นายบารูวัน กือจิ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา &amp;nbsp;จำนวน 2 หมาย 2.นายอัสซัน สามะ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา &amp;nbsp;จำนวน 1 หมาย กรณีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินเสียชีวิตจำนวน 3 นาย 3.นายอับดุลเลาะ อูแล &amp;nbsp;มีหมายจับ ป.วิ.อาญา จำนวน 2 หมาย กรณีร่วมกันก่อการร้ายและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน 4.นายอัฏฮา ยูกะ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา จำนวน 1 หมาย&amp;nbsp;
พ.อ.เกียรติศักดิ์ระบุว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุได้จำนวน 4 กระบอก &amp;nbsp;ประกอบด้วย อาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอก, ปืน &amp;nbsp;M16 A1 จำนวน 2 กระบอก และปืนพก CZ จำนวน 1 &amp;nbsp;กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้นำไปตรวจสอบแหล่งที่มา โดยขณะนี้การปฏิบัติในพื้นที่ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังคงพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกจำนวนหนึ่ง ที่พยายามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีตลอดเวลา
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 21.30 น.ของคืนวันที่ 3 ต.ค. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ป่าพรุ หลังเปิดแผนยุทธการฮูแตยือลอมาแล้ว 6 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 4 รายที่เสียชีวิต ส่งให้แพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118773</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ โสดานิล, รองสารวัตรสอบสวน, สภ.สุไหงปาดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615abcea67b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราฯป่วน!คนร้ายยิงขบวนรถไฟที่อ.รือเสาะหัวรถจักรเสียหายไปต่อไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64-เมื่อเวลา 17.05 น.พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับการแจ้งประสานจากนายสถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟที่ 454 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟยะลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟจนไม่สามารถวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ โดยขบวนรถไฟดังกล่าวมาจอดที่สถานีรถไฟบาลอ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ พบว่ารถไฟขบวนดังกล่าวมีด้วยกัน 5 โบกี้ โดยหัวรถจักรดีเชลหมายเลข 4145 มีร่องรอยถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดที่บริเวณหัวรถจักรด้านซ้าย จำนวน 6 จุด โดยเฉพาะที่บริเวณท่อลม บี.พี.รั่ว จนหัวรถจักรไม่สามารถแล่นลากขบวนได้ นอกจากนี้กระสุนปืนของคนร้ายยังถูกตู้โดยสารซึ่งติดกับหัวรถจักร จำนวน 1 จุด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายพนาเวช จันทร์หิน พขร.ทราบว่า ในขณะที่ทำเวลาขบวนออกจากสถานีรถไฟรือเสาะ ประมาณ 2 ก.ม.เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 1065 ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่หัวรถจักร จำนวน 1 ชุด ตนจึงได้ก้มหมอบพร้อมทั้งได้รีบทำเวลานำขบวนไปจอดที่สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน ซึ่งระหว่างการนำขบวนรถไฟไปจอดที่สถานีรถไฟบาลอนั้น เจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนประจำขบวนรถไฟ ได้ใช้อาวุธปืนประจำการยิงซุ่มไปยังป่าข้างทางที่รกทึบ ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายแฝงตัวอยู่ก่อนที่ตนจะควบคุมขบวนรถไฟที่มีอาการขัดข้องต่อระบบห้ามล้อไปจอดยังจุดหมาย โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระดับชั้นและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย จึงได้มีการประสานไปยังสถานีรถไฟยะลา เพื่อขอหัวรถจักรสำรอง มาลากขบวนรถไฟถึงจุดหมายปลายทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน รวมไปถึงเป็นการเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ถอยร่นกำลังที่กำลังเปิดยุทธการปิดล้องกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118656</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายยิงรถไฟ, จ.นราธิวาส, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159af86470af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.กดดันหนักคนร้ายหนีซุกป่าบ้านฮูแตบือลอ จ.นราธิวาสเป็นวันที่6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64- ความคืบหน้าการเข้าปิดล้อมผู้ต้องหาที่ยิงเปิดทางหนีปะทะกับเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย เข้าสู่วันที่ 6 เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่ป่าบริเวณบ้านฮูแตบือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีอยู่ในพื้นที่ป่า บริเวณ ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ ตามที่ประชาชนได้แจ้งเหตุ หลังเข้าพิสูจน์ทราบ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามเจรจาพร้อมดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนัก เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายประกอบกับพื้นที่เป็นป่ารกทึบ ทำให้ยากต่อการปฏิบัติ จึงได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้ และใช้รถขุดตักขนาดใหญ่ เข้ามาถากถาง เพื่อให้เข้าไปถึงพื้นที่ได้ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อคืนนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ติดอยู่ในวงล้อมเจ้าหน้าที่ และไม่มีทีท่าว่าจะยอมมอบตัว ได้ พยายามกระจายตัวหลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดกั้น ทำให้เกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยจะจัดให้มีพิธีรดน้ำศพ และส่งศพ ในช่วงบ่ายวันนี้ ณ วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ภาย หลังทราบเหตุได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ โดยได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลดังกล่าว นับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และน่าสลดใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ด้วยความเสียสละและทุ่มเท พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง อดทนในการเข้าปฏิบัติต่อเป้าหมาย และเน้นการเจรจาเป็นหลัก โดยให้หน่วยที่เข้าปฏิบัติได้เชิญผู้นำศาสนาผู้นำท้องที่ เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงหลบซ่อน ยอมออกมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะทุกคนคือคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าในห้วงเวลานี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามก่อเหตุ และปรับเปลี่ยนวิธีการ สร้างกลลวง เบี่ยงเบนความสนใจต่อเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา แต่เพื่อความมั่นคงปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะยังคงมุ่นมั่นในการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มทุกพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตามขั้นตอนปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก อาศัยความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และครอบครัว เกลี่ยกล่อมเจรจา ให้ยอมมอบตัว เพราะไม่มีฝ่ายไหนต้องการให้เกิดการสูญเสีย และสิ่งสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน คือ การให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นที่พักพิง แหล่งหลบซ่อนจัดหาเสบียง ให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้น ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกะนสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118616</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, จ.นราธิวาส, ปิดล้อมคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615959b1b15c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราฯป่วนหนัก! ปูพรมวางเพลิงเผาวงจรปิด-วางวัตถุต้องสงสัย เขียนป้ายผ้าขู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64- เมื่อช่วงเวลา 01.30 น.-06.00 น.ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุหลายจุด &amp;nbsp;บริเวณ บ้านไอร์กาแซ หมู่ 6 ตำบลศรีสาครและบนสะพานรอยต่อ ม.1 กับ ม.4 ต.ซากอ &amp;nbsp;อ.ศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โดย จุดแรก ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางเพลิงเผาสัญญาณโทรศัพท์มือถือของบริษัททรูและดีแท็คในพื้นที ม.6 บ้านไอร์กาแซ ต.ศรีสาคร จุดที่ 2.ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มแขวนป้ายผ้าทีสะพานรอยต่อ ม.1บ้านไอรตุย กับ ม.4 บ้านกะลุบี ต.ซากอ อ.ศรีสาคร โดยมีข้อความว่า ห้ามคนไทยพุทธเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่ทำกินของคนมุสลิม 3.เกิดเหตุพ้นสีข้อความ &amp;quot;ทหารออกไป&amp;quot;บนถนน สาย อ.ศรีสาคร ไป อ.จะแนะ บ้านไอร์แยง หมู่ที่ 3 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอจะแนะ มีเหตุการณ์ก่อกวนในพื้นที่หลายจุด เบื้องต้นดังนี้ 1.คนร้ายได้ตัดโค่นต้นไม้ขวางถนนพร้อมวางวัตถุต้องสงสัยและเผากล้องวงจรปิด โดยสถานที่เกิดเหตุ ถนนสายดุซงญอ-ร่มไทร บริเวณบ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ใกล้เขตรอยต่อกับบ้านไอร์ปีแซ มีวัตถุต้องสงสัย 2 จุด ไกล้จุดที่ตัดต้นไม้ล้ม และทางแยกเข้ายารอ 2.เผากล้อง cctv &amp;nbsp;ของตำรวจ บริเวณตลาดชุมชนเมาะตาโกะ ม.4 บ้านเมาะตาโกะ ต.ผดุงมาตร 3.แขวนป้ายผ้า บริเวณกูโบ บ้านสุแฆ โดยเจ้าหน้าที่ทหารเก็บและเคลียร์พื้นที่แล้ว ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้นำกลังเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นคาดเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วม เพื่อป่วนใต้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91540</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ป่วนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_60165b84261d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามัญชนปักหมุดเทือกเขาบูโด ชาวบ้านจี้รัฐแก้ปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63- มีความเคลื่อนไหวของพรรคสามัญชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยล่าสุดได้มีการดำเนินการประชุมพรรคสาขา จ.นราธิวาส นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรค นายอาหามะ ลีเฮ็ง พร้อมด้วยสมาชิกพรรค​สามัญชน​ สาขา​นราธิวาส​ ในพื้นที่​เทือกเขา​บูโด​ อ.บาเจาะ​ จ.นราธิวาส​ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม​ของสำนักงานเครือข่ายที่ดินบูโด​-สุไหงปาดี​ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเด็นสำคัญที่สมาชิก​พรรคเสนอให้พรรคผลักดันคือ​ ปัญหา​เรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน​ ผลกระทบ​จากนโยบายทวงคืนผืนป่า​ การออก พ.ร.บ.อุทยาน​แห่งชาติ​ ปี​ 2562 &amp;nbsp;ทั้งนี้สมาชิก​มีข้อเสนอกรณีปัญหา​ที่ดินบูโด​ ดังนี้(1)​ ให้ยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ​ ปี 62 มาตรา 64 การให้สิทธิ์ถือครองแปลงที่ดินที่เกษตรกรครอบครอง คราวละ 20 ปี อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม กรณีที่อยู่ก่อนประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ก่อนกฎหมายประมวลที่ดิน 2497 และให้ยกเลิกมาตรา 64 ที่ชาวบ้านอยู่ประกาศเขตอุทยานแห่งชาติบูโด​ 2541 แต่อยู่หลังประกาศเขตป่าสงวน​ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)​ ให้รัฐออกโฉนดที่ดิน ที่ชาวบ้านถือครองก่อนประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือครอบครองก่อนประกาศกฎหมายประมวลที่ดิน 2497 (3) ให้รัฐออก สปก.ที่ชาวบ้านถือครองแปลงที่ดิน ที่ถือครองก่อนประกาศเขตอุทยานฯ แต่อยู่หลังประกาศเขตป่าสงวนฯ (4) ให้รัฐดำเนินการตามแนวทาง คทช.​ กรณีที่ชาวบ้านถือครองหลังประกาศเขตอุทยานฯ ทั้งนี้ถือว่าเป็นการประชุม​สาขาพรรคที่มีข้อเสนอต่อพรรคอย่างชัดเจน​ ในขณะที่นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคชวนแลกเปลี่ยนเรื่องการจัดทำสวัสดิการระดับตำบล​ และการเลือกตั้งท้องถิ่น ด้านกกต.จ.นราธิวาส​ ได้เชิญ​ชวนให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง​ อบจ.​ ในวันที่​ 20​ ธันวาคม​นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86735</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, นโยบายที่ดิน คทช., พรรคสามัญชน, เทือกเขาบูโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5cc3caf952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;อัยย์ เพชรทอง&#039; แกนนำพุทธสุดโต่งลัทธิจานบิน เลื่อนนัดศาลไต่สวนคดีหมิ่นวันนอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - ที่ศาลจังหวัดนราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ&amp;nbsp;ในฐานะทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นโจทย์ฟ้อง นายอัยย์ เพชรทอง เป็นจำเลยต่อศาลนราธิวาส ในข้อหาหมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศในรอบบริเวณศาล ได้มีตัวแทนชาวบ้านที่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ 100 คน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้ารออยู่บริเวณ หน้าศาลจังหวัดนราธิวาส ซึ่งชาวบ้านกล่าวว่า ทุกคนใจจดใจจ่อเพื่อจะขอดูหน้านายอัยย์ เพชรทอง คนที่เรียกตัวเองว่า เลขาฯองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ที่ชอบสร้างคลิปที่ปราศจากความจริงและความเข้าใจในศาสนาอิสลาม ให้คนในประเทศเกลียดชังศาสนาอิสลาม ออกทางสื่อโชเชียลมาหลายปี หลายคลิปหลายตอน พฤติกรรมเป็นแกนนำกลุ่มพุทธสุดโต่งที่ปลุกระดมมวลชน ปราศรัยปลุกปั่นด้วยข้อมูลเท็จ มุ่งสร้างความเกลียดชังและความขัดแย้งทางศาสนา ทั้งที่ทุกฝ่ายต้องการเรียกร้อง ความรักความสามัคคี ไม่สร้างความแตกแยกของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายอัยย์ ที่ตกเป็นจำเลยไม่มาตามที่นัดหมายแต่อย่างใด หรือ ตามที่เคยอวดอ้างทางคลิปที่ลงไปทางสื่อโชเชียลว่าจะไปตามนัดหมายอย่างแน่นอน แต่ได้ให้ทนายฝ่ายจำเลยดำเนินการ เพื่อขออำนาจศาล โดยได้ยืนคำร้องต่อศาลจังหวัดนราธิวาส กรณีคดีศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทย์ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ในเวลา 09.00 น. ดังความแจ้งในสำนวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายจำเลยขอกราบเรียนขออภัยต่อศาล&amp;nbsp;เนื่องจากทนายจำเลย พึ่งได้รับการติดต่อ&amp;nbsp;ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในคดีที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับเอกสารจากตัวจำเลยทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับวันนี้ ทนายจำเลย จำเป็นที่จะต้องซักซ้อมพยานที่จะเดินทางจากจังหวัดอุดรธานี และทนายจำเลย มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มีการนัดล่วงทำคดีในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ศาลพัทยา ในคดีแพ่งแล้ว อีกทั้งคดีที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เป็นคดีสำคัญที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางศาสนาและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นทนายจำเลย จึงขอประทานอนุญาต ในการขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า นายอัยย์ ได้โพสต์กล่าวร้ายต่อนายวันมูหะมัดนอร์&amp;nbsp;มะทา ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้องมุสลิมไทยทั่วประเทศว่า &amp;quot;เป็นกบฎ โจรแขกมลายู&amp;quot;&amp;nbsp;และโพสต์กล่าวร้ายอีกจำนวนมาก ซึ่งท่านอาจารย์ไม่ได้โกรธเคืองและถือสาใดๆ แต่การกล่าวร้ายลักษณะนี้ทำให้พี่น้องมุสลิมไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงขอร้องให้ดำเนินคดี จึงเป็นโจทย์ฟ้องนายอัยย์ ข้อหาหมิ่นประมาทต่อศาลจังหวัดนราธิวาส และทนายจำเลย ได้ทำหนังสือเอกสาร ยื่นการขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันถัดไปคือ วันที่ 28 ก.ย.2563 ศาลจังหวัดนราธิวาสอนุญาตตามที่ทนายจำเลยขอมา อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้กำชับทนายจำเลยและทนายโจทย์ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ทุกฝ่ายต้องพร้อมสู่กระบวนการไต่สวนในกระบวนยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายอัยย์ แกนนำ อพปส. ถ้าเห็นจากคลิปหลังจากได้หมายเรียกจากศาลจังหวัดนราธิวาส นายอัยย์ได้มีการออกคลิปและแถลงในสื่อโชเชียลต่อเนื่อง และยืนยันอย่างกล้าหาญ จะไม่มีวันไม่มาตามทีนัดหมายเด็ดขาด แต่เมื่อถึงเวลา กลับไร้เงานายอัยย์อย่างที่ประกาศก่อนหน้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอัยย์ เพชรทอง เป็นคนที่มีแนวคิด ค่อนข้างสุดโต่ง เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยตั้งกลุ่มองค์กรที่ชื่อว่า อปพส. แอบอ้างว่าทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา แต่ทางปฏิบัตินั้นไม่เป็นไปตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวพุทธ กลับกันยังถูกต่อต้านจากพี่น้องพุทธศาสนิกชนกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัยย์เป็นลูกศิษย์ของธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายผู้ต้องหาหนีคดีฟอกเงิน เขาเคยถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ควบคุมตัวฐานยุยงปลุกปั่นกรณีเคลื่อนไหวต่อต้านเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวัดพระธรรมกาย ถูก DSI ควบคุมตัวฐานก่อความวุ่นวาย และถูก คสช.ใช้มาตรา 44 ควบคุมตัวฐานยุยงปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัยย์มักจะเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมือง จนวัดพระธรรมกายเคยชี้แจงว่า &amp;quot;ทางวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายอัยย์และองค์กร อปพส. การดำเนินการใดๆของนายอัยย์ เพชรทอง และองค์กร อปพส.ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75418</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, พุทธสุดโต่ง, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ศาลจังหวัดนราธิวาส, หมิ่นประมาท, อัยย์ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f4394fd7ffd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราธิวาสกักตัวบุคลากรแพทย์รพ.รือเสาะ 28 คน จนต้องประกาศงดบริการผู้ป่วยทั่วไป หลังมีผู้ติดเชื้อปกปิดข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อบุคลกรทางการแพทย์ หลังจากได้สัมผัสกับผู้ป่วย 1 ราย ที่ปกปิดประวัติขณะเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ล่าสุด นายแพทย์มาหะมะ เมาะมูลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรือเสาะ ได้ทำหนังสือประกาศของโรงพยาบาลรือเสาะขึ้นมา 1 ฉบับ ลงวันที่ 15 เม.ย. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาระบุว่า&amp;nbsp;กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัศโควิด19 จำนวน 1 ราย มีประวัติมารับบริการเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 63 และได้เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 14 เม.ย. 63 และพบว่าในระหว่างการรักษาผู้ป่วยได้ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนต่อการระมัดระวังในการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้มีบุคลากรทางการแพทย์เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและต้องกักตัว จำนวน 28 คน แยกเป็นแพทย์ 5 คน พยาบาลวิชาชีพ 15 คน นักวิชาการสาธารณสุข 1 คน พนักงานเปล 2 คน พนักงานประจำตึก 2 คน บุคลากรทางรังสี 1 คนและบุคลากรห้องชันสูตร 2 คน ที่ส่งผลผลกระทบต่ออัตรากำลังในการปฏิบัติงานในหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลรือเสาะขอแจ้งงดให้บริการผู้ป่วยทั่วไปทุกกรณี งดการตรวจเพื่อออกใบรับรองแพทย์เป็นการชั่วคราว และจะเปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยอาการทางเดินหายใจที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด 19 และผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น ส่วนกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง ให้ติดต่อกลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อรับยา โดยประกาศฉบับนี้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. 63 จนถึงวันที่ 25 เม.ย. 63 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบรรยากาศที่โรงพยาบาลรือเสาะ พบว่า บรรยากาศเงียบเหงาต่างกับทุกวันที่ผ่านมา ที่มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการบางตา ซึ่งเป็นไปตามหนังสือประกาศของผู้อำนวยการโรงพยาบาลรือเสาะ ที่รับให้การรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่โดยสารรถยนต์กู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลลาโล๊ะ อ.รือเสาะ มาส่งที่ห้องฉุกเฉิน ส่วนเครือญาติที่ร่วมเดินทางมาส่งจะอนุญาตให้ไปรอจุดที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายแพทย์มาหะมะ เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่ได้ประกาศไว้ โดยท่านได้กล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือสรุปใจความว่า บุคลากรทางการแพทย์ 10 คน ที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วย จะถูกส่งตัวไปดูอาการ 14 วัน ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนอีก 18 คน จะถูกส่งตัวไปดูแลการ 14 วัน ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนผู้ป่วยที่แพทย์โรงพยาบาลรือเสาะทำการรักษาจนตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากนี้ญาติของผู้ป่วยที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ก็จะถูกส่งตัวกักเพื่อดูอาการ 14 วันที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายแพทย์มาหะมะ กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรือเสาะในครั้งนี้ จะมีการประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อหามาตรการรองรับมิให้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่เดินทางมาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63335</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.นราธิวาส, โรงพยาบาลรือเสาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97f5520f387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
