<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’ลูกชิ้นยืนกิน’สตรีทฟู้ดบุรีรัมย์ต้องปรับเพื่อไปต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระแสยังไม่มีแผ่วสำหรับลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ เมนูที่ชื่นชอบและคิดถึงของลิซ่า BLACKPINK ศิลปินสาวซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก&amp;nbsp; ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายลูกชิ้นยืนกินใน จ.บุรีรัมย์ คึกคักอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกชิ้นที่วางขายเต็มแผงหน้าร้าน ไม้ละ 3 บาท&amp;nbsp; 7 ไม้ 20 บาท&amp;nbsp; ทอดขายแทบไม่ทัน &amp;nbsp;แล้วยังมีเดลิเวอรีบริการส่งลูกชิ้นยืนกินให้ถึงที่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครที่อยากอินเทรนด์ และลองลิ้มชิมรสชาติลูกชื้นยืนกิน พร้อมน้ำจิ้มสูตรดั้งเดิมพากันมาที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์&amp;nbsp; แฟนคลับบางคนแต่งกายมีกลิ่นอายคล้ายศิลปินดังเพื่อมาซื้อลูกชิ้นและถ่ายภาพโพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แทบทุกร้านเงียบเหงาไม่ค่อยมีลูกค้า ผลกระทบจากโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้จะเอาตัวรอดจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่เกาะกระแสของ&amp;rdquo;ลิซ่า&amp;rdquo; และเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบการขาย คงคุณภาพของสินค้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการยืนกินหน้าร้านยังคงให้เห็นตามวิถี ลูกชิ้นยืนกิน&amp;nbsp; แต่ไม่มีการตั้งหม้อน้ำจิ้มหน้าร้านเหมือนเดิม&amp;nbsp; มีการรักษาระยะห่างการยืนของลูกค้าภายใต้มาตรการยกระดับควบคุมการแพร่ระบาดโควิด เรียกว่า เป็นลูกชิ้นยืนกินสไตล์นิวมอร์มอล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้าน&amp;rdquo;ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์&amp;rdquo; มีตำนานเก่าแก่ ขยายเปิดสาขาในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกถึงถิ่นลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;แหล่งรวมร้านลูกชิ้นยืนกินเจ้าดัง แวะร้าน&amp;rdquo;ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์&amp;rdquo; หนึ่งในร้านลูกชิ้นยืนกินของดีบุรีรัมย์ที่มีตำนานเก่าแก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 และมีความโดดเด่นด้วย &amp;ldquo;น้ำจิ้มพริกเผาสูตรต้นตำรับ&amp;rdquo; มีลูกค้าเข้าร้านต่อเนื่อง แม้จะเลือกงดบริการน้ำจิ้มยืนกินหน้าร้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่นเดียวกับร้านลูกชิ้นยืนอีก10 กว่าเจ้าในสถานีรถไฟที่ต้องปรับตัวให้ธุรกิจไปต่อได้ ในวันที่ลูกค้าต่างกังวลที่จะออกมากินอาหารนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้าณีเจ้าของร้านไปรับบริการวัคซีน &amp;nbsp;ได้พูดคุยกับ เกริกเกียรติ แซ่ฉั่ว หลานชาย บอกว่า ร้านป้าณีขายลูกชิ้นยืนกินมาเกือบ 30 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่ไม้ละ 1 &amp;ndash; 2 บาท ขายมาหลายที่ เดิมใช้สามล้อพ่วงถีบขายในบุรีรัมย์ ก่อนจะมาขายประจำหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;ลูกชิ้นทำเองอย่างดี ได้มาตรฐาน อย. มีลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นเนื้อ ฮอทดอก น้ำจิ้มสูตรพริกเผาของร้านได้รางวัลน้ำจิ้มยอดเยี่ยมชนะเลิศการประกวดลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก 2 ปี ซ้อน ในปี 2018&amp;mdash;2019 ที่ร้านมีน้ำจิ้ม 3 สูตร คือ น้ำจิ้มพริกเผา น้ำจิ้มดั้งเดิม และน้ำจิ้มพริกสด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รสชาติต่างกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนี้ร้านป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ไปเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ครั้งแรก ที่ศูนย์อาหารไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ &amp;nbsp;จากความฮิตความต้องการของลูกค้า และประวัติความเป็นมาของร้านฯ ที่เป็นเมนูระดับตำนานของประเทศ หวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ จ.บุรีรัมย์ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติในอนาคต คนกรุงจะมาซื้อที่ร้านหรือบริการสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Robinhood และ Grabfood&amp;nbsp; เสิร์ฟคนกรุงเทพฯ ถึงบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปก่อนหน้านี้ เกิดโควิดร้านลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์เงียบเหงา &amp;nbsp;ลูกค้าลดลง ยอดขายร้านตกไปมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เราปรับปริมาณการขายน้อยลง&amp;nbsp; เพิ่มมีการขายออนไลน์&amp;nbsp; ขายส่งหน้าตลาด ก็พยายามประคองร้านไม่ให้ขาดทุน&amp;nbsp; ปรับตัวรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เมื่อคนเริ่มได้รับวัคซีนก็เริ่มขายได้มากขึ้น&amp;nbsp; ลูกค้าส่วนหนึ่งมั่นใจจะออกมากินอาหารนอกบ้าน มาจับจ่ายซื้อของ ส่วนกระแสลิซ่าก็หนุนทำให้ขายดีขึ้น 3-4&amp;nbsp; เท่า ไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัมต่อวัน รายได้วันละเป็นแสน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ทั้งผู้ประกอบการต้องฉีดให้ครบ และลูกค้าก็ต้องฉีดเพื่อป้องกันตัวเอง สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าเปิดจังหวัด เปิดประเทศ คนได้รับวัคซีนครบจะเดินทางมาท่องเที่ยวบุรีรัมย์ มาเช็คอินลูกชิ้นยืนกินจะทำให้ธุรกิจดีขึ้น เพราะที่ร้านฉีดวัคซีนครบแล้วทุกคน อยากให้ประชาชนได้ฉีดกันทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้วก็อยากให้หน่วยงานรัฐช่วยโปรโมทลูกชิ้นยืนกินที่เป็นเอกลักษณ์ของจ.บุรีรัมย์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อยู่ในความสนใจของคนตลอด มันเป็นสีสันของบุรีรัมย์&amp;nbsp; &amp;ldquo; เกริกเกียรติ บอกเชื่อมั่นธุรกิจลูกชิ้นจะต้องดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแส&amp;rdquo;ลิซ่า&amp;rdquo;ฮิตต่อเนื่อง มีทั้งทอดขายและเดลิเวอรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน กรินท์ อิสริยจงกล ทายาทรุ่น 3 ร้าน&amp;rdquo;ยายภาลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์&amp;rdquo;ที่ชูสโลแกน&amp;rdquo;คิดถึงบุรีรัมย์&amp;nbsp; คิดถึงลูกชิ้นยายภา&amp;rdquo; &amp;nbsp;เปิดมานาน 30 ปีแล้ว บอกว่า &amp;nbsp;เริ่มแรกขายด้านล่างสถานีรถไฟ ร้านยายภาเปิดเป็นเจ้าที่สองที่สถานี ขายมาตั้งแต่รุ่นยาย รุ่นแม่ ปัจจุบันเป็นรุ่นหลานสืบทอดกิจการ รักในอาชีพนี้เป็นอาชีพอิสระ และสร้างรายได้ดี แต่มาเจอสถานการณ์โควิดทำให้รายได้ตกไปเยอะ ร้านค้าซบเซากว่าปี จนมาได้กระแสของลิซ่า แบล็กพิงค์&amp;nbsp; บอกว่า คิดถึงลูกชิ้นยืนกินที่บุรีรัมย์ ทำให้กลับมาขายดิบขายดีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถือเป็นเกินความคาดหมาย ลูกค้าตอบรับดีมาก ทำให้มีการวางแผนขยายธุรกิจลูกชิ้นยืนกินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างน้อยถ้ากระแสร้านที่สถานีรถไฟเบาลง ก็ยังมีหน้าร้านออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขวางมากขึ้น ส่งทั้งในบุรีรัมย์และต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; สูตรลูกชิ้นจะเป็นของร้านใครร้านมัน เป็นเอกลักษณ์ &amp;nbsp;น้ำจิ้มก็สูตรใครสูตรมัน ไม่เหมือนกัน ร้านยายภา ทำลูกชิ้นหมูเอง สดใหม่ ทุกวัน แป้งน้อย หมูเยอะ น้ำจิ้มสูตรเรามีมะขามเปียก พริกแห้ง ทำให้เผ็ดเปรี้ยว อีกสูตรเป็นน้ำจิ้มพริกเผาจะมีความเผ็ดขึ้นมาอีกขั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องมาลองกินที่บุรีรัมย์ หรือสั่งซื้อจะติดใจเหมือนลิซ่าแน่นอน&amp;nbsp; อยากให้จังหวัดช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์ ซึ่งประโยชน์จะเกิดกับผู้ประกอบการในวงกว้างไม่เฉพาะร้านลูกชิ้นยืนกิน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ขายดิบขายดี ได้ฟื้นตัวหลังกระทบโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรินท์ บอกว่า เมื่อก่อนลูกชิ้นยืนกินจะมีหม้อน้ำจิ้ม ลูกค้ายืนล้อมกันกินลูกชิ้นทอด จิ้มทานกับน้ำจิ้มหม้อเดียวได้เลย ก็ต้องปรับเพื่อสุขอนามัย ถ้ายืนกิน จะแยกถ้วยน้ำจิ้มให้คนละชุด ให้ยืนห่างๆ กัน เพื่อป้องกัน พอระบาดหนักก็ยกเลิกการยืนกินหน้าร้าน ไม่วางถ้วยน้ำจิ้มเน้นความปลอดภัย แต่ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ลูกค้ามา 1 คน จะมอบถ้วยน้ำจิ้ม 1 ถ้วย เพื่อให้จิ้มกับลูกชิ้นกินหน้าร้านได้เลย เพื่อให้คงคอนเซ็ปยืนกิน&amp;nbsp; ถ้าประชาชนรับวัคซีนครบ น่าจะได้เห็นภาพนี้ เพราะวัคซีนมีความสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงโควิด ควบคู่กับดูแลตัวเอง การ์ดอย่าตก&amp;nbsp; ถ้าไม่มีระลอกใหม่ &amp;nbsp;เชื่อว่า จะได้ยืนกินคึกคักในเร็ววัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นตำรับลูกชิ้นยืนกิน&amp;rsquo;ป้านก&amp;rsquo; ทอดไม่ทัน ปรับขายแบบซื้อไปทอดเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสียงจากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวหลักของบุรีรัมย์ &amp;nbsp;กัญญารัตน์ ท่วมไธสง ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ เผยว่า &amp;nbsp;ร้านลูกชิ้นยืนกินในพื้นที่ขายดีไม่หยุด มีการเปิดร้านใหม่เพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีกระแสลิซ่าช่วยเสริมความดังและน่าสนใจ &amp;nbsp;น้องลิซ่าเอ่ยถึงลูกชิ้นยืนกินไม่ถึง 5 วินาที แต่ทำให้ลูกชิ้นยืนกินเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ วันที่ 1 พ.ย.จังหวัดบุรีรัมย์จะเปิดเมือง ในพื้นที่อ.เมืองบุรีรัมย์ จะส่งผลให้คึกคักมากขึ้น และจะผลักดันเป็นแลนด์มาร์คสตรีทฟู้ด ตอนนี้กระแสมาแรง แต่จะทำอย่างไรให้กระแสอยู่นานๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกชิ้นยืนกินมีขายนานแล้ว เดิมเป็นร้านเล็กๆ หลังสถานีรถไฟ เมื่อปี 2562 จัดระเบียบร้านค้า นำไว้ในพื้นที่สถานีรถไฟบางส่วน แต่ร้านลูกชิ้นยืนกินทั้งจังหวัดบุรีรัมย์มีมากกว่า 100 ร้าน แต่ละร้านมีสูตรน้ำจิ้มเฉพาะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬาระบุบุรีรัมย์จัดเทศกาลลูกชิ้นยืนกินครั้งแรกปี 2560 ปีที่แล้วไม่มีเพราะโควิด ส่วนปี 2564 เทศกาลกลับมาจัดอีกครั้ง เพราะสถานการณ์คลี่คลายบวกกับมีกระแสลิซ่า ทำให้ร้านค้าขายดิบขายดี 7 วัน รายได้ 100 กว่าล้าน&amp;nbsp; มีการสั่งซื้อออนไลน์ส่งตรงจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ปัจจุบันธุรกิจลูกชิ้นยืนกินต้นตำรับจากบุรีรัมย์ยังต่อยอดไปที่กรุงเทพฯ มีการเซ็นเอ็มโอยู &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กระแสลูกชิ้นยืนกินที่ได้รับความนิยมมาก มีการช้อปผ่านออนไลน์สั่งซื้อสินค้าจากที่ทั่วประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำมาสู่การประชุมเพื่อยกระดับลูกชิ้นยืนกิน จังหวัด โดยสำนักการท่องเที่ยวฯ เชิญสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp; และภาคีเครือข่าย หาแนวทางควบคุมคุณภาพลูกชิ้นยืนกินและน้ำจิ้ม รวมถึงจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์รวบรวมข้อมูลร้านลูกชิ้นยืนกินจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะกระแสที่แรง ทำให้เกิดสินค้าเลียนแบบ จะทำให้ธุรกิจลูกชิ้นยืนกินยั่งยืนได้ต้องรักษาคุณภาพ ความสดใหม่เมื่อสินค้าถึงมือผู้บริโภค &amp;nbsp;ปรับเทคนิคการทำน้ำจิ้มให้เก็บได้นานขึ้น โดยใช้งานวิชาการและนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยพัฒนาสินค้า&amp;nbsp; เพื่อสร้างความประทับใจ ลูกค้าจะสั่งซื้อซ้ำ หรือซื้อเพิ่มในครั้งต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์มีหลายสูตร แต่ความอร่อยไม่ทิ้งกัน &amp;ldquo; กัญญารัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็คอินลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ แลนด์มาร์คใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงลูกชิ้นยืนกินก็ต้องนึกถึงสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ว่าที่ ร.ต.ประวิทย์ พวงสวัสดิ์ นายสถานีรถไฟจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ลูกชิ้นยืนกินเป็นอาหารในตำนานของจังหวัดบุรีรัมย์ การนำร้านขึ้นมาในพื้นที่สถานีรถไฟเป็นการจัดระเบียบและสร้างจุดเช็คอินส่งเสริมการท่องเที่ยวในบุรีรัมย์ นอกจากไปเที่ยวพนมรุ้ง สนามกีฬา สนามแข่งรถ แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ &amp;nbsp;สมัยก่อนยืนกินหน้าร้าน แต่โควิดพฤติกรรมคนเปลี่ยนมาซื้อกลับไปกินที่บ้าน ภายใต้มาตรฐานสาธารณสุข&amp;nbsp; อยากชวนมาลิ้มลองความอร่อยของดีบุรีรัมย์คนค้าขายจะได้มีกำลังใจและทำธุรกิจต่อไปได้ในวันที่โควิดยังอยู่กับชีวิตเรา เพราะมีแนวทางป้องกัน สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ฉีดวัคซีนมันเป็นวิถีปกติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119263</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.บุรีรัมย์, ลูกชิ้นยืนกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_6161ad50a222f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวลำปลายมาศระทม!’นาข้าว-บ่อปลา’พินาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - นายสุวรรณ์ ประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมคณะผู้บริหารได้นั่งเรือติดตามปริมาณน้ำในลำน้ำมาศ พร้อมทั้งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วม หลังจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ประกอบกับน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ไหลมาสมทบลงลำน้ำมาศ ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่า มีนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน &amp;nbsp;คือ บ้านแท่นพระ, บ้านเย้ยม่วง, &amp;nbsp;บ้านไผ่น้อย &amp;nbsp;และบ้านไผ่ใหญ่ &amp;nbsp;ต.หนองคู ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ถูกน้ำท่วมเสียหายแล้วกว่า 1,000 ไร่ &amp;nbsp;เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 300 ราย นอกจากนั้น น้ำยังเอ่อท่วมพืชสวน ไม้ผล เช่น ต้นกล้วย &amp;nbsp;มะม่วง &amp;nbsp;ฝรั่งกิมจู มะพร้าวน้ำหอมอีกหลายร้อยต้น &amp;nbsp;และบ่อปลากว่า 20 บ่อ &amp;nbsp;และหากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หรือน้ำเหนือจาก จ.นครราชสีมา ไหลมาสมทบเพิ่มอีก &amp;nbsp;ก็จะส่งผลให้พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมได้รับความเป็นวงกว้างมากกว่านี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณ์กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีน้ำเหนือจากจ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ไหลมาสมทบลงลำน้ำมาศ &amp;nbsp;ก็ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมนาข้าวเสียหายกว่า 1,000 ไร่ &amp;nbsp;ทั้งยังพืชสวน ไม้ผล และบ่อปลาถูกน้ำท่วมอีกด้วย แต่ยังไม่มีรายงานน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรแต่อย่างใด &amp;nbsp; อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทาง อบต.ก็จะได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานทางอำเภอ &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนตามระเบียบหลักเกณฑ์ &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือที่จะไหลมาสมทบเพิ่มอีก &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.บุรีรัมย์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู, นายสุวรรณ์ ประเสริฐ, อ.ลำปลายมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6154072957dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมยันวัคซีนไฟเซอร์จัดสรรแค่5กลุ่มไม่มี‘บุรีรัมย์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยระบุถึงข่าวปลอม อย่าแชร์! ว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารถึงประเด็นเรื่อง วัคซีนไฟเซอร์ส่วนหนึ่งถูกส่งไป จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ระบาดหนัก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเรื่องวัคซีน โดยระบุว่าวัคซีนไฟเซอร์ส่วนหนึ่งถูกส่งไป จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ระบาดหนัก ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ความจริง เนื่องจากขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ยังอยู่ในขั้นตอนของบริษัทจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งจะเริ่มส่งได้ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ อีกทั้งก็อยู่ในระหว่างการจัดสรรให้ 5 กลุ่มเป้าหมายตามมติที่ประชุม ซึ่งในนั้นไม่มีจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; 7 แสนโดส เพื่อใช้กระตุ้นเข็ม 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์
&amp;ndash; 645,000 โดส เพื่อกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วย 7 โรคและสตรีมีครรภ์) 608 ชาวไทยใน 13 จังหวัด
&amp;ndash; 1.5 แสนโดส เพื่อกลุ่มเสี่ยง 607 ชาวต่างชาติ และผู้ที่ต้องได้รับวัคซีนก่อนไปต่างประเทศ เช่นนักเรียน นักศึกษา
&amp;ndash; 5,000 โดส เพื่อศึกษาวิจัยและตอบโต้การระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจัดการจะปรับตามสถานการณ์การระบาด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และวิธีการป้องกันตนเอง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร. 1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ยังอยู่ในขั้นตอนของบริษัทจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งจะเริ่มส่งได้ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ อีกทั้งก็อยู่ในระหว่างการจัดสรรให้ 5 กลุ่มเป้าหมายตามมติที่ประชุม ซึ่งในนั้นไม่มีจังหวัดบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, จ.บุรีรัมย์, วัคซีนไฟเซอร์, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a0e2bf36b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาทั้งนางรอง!หนุ่มใหญ่ปากน้ำนอนตายปริศนาคาโรงแรมดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย &amp;nbsp;กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนนอนเสียชีวิตคาห้องพัก ภายในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ในอำเภอนางรอง จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.นางรอง &amp;nbsp;และหน่วยกู้ภัยฯ &amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น แพทย์เวรจาก รพ.ได้สวมใส่ชุดพีพีอี หรือชุดป้องกันเชื้อ &amp;nbsp;เข้าตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 209 ชั้น 2 พบชาย อายุ 40 ปี เป็นชาว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียง ในสภาพสวมใส่เพียงกางเกงในตัวเดียว ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย ทรัพย์สินก็ยังอยู่ครบ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 &amp;ndash; 6 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้เสียชีวิตเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีเชื้อไวรัสโควิดระบาด ก็ต้องทำการส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ. &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะได้ประสานติดต่อญาติให้มารับศพกลับไปทำพิธีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายสุภวัฒน์ &amp;nbsp;ดีสวัสดิ์ อายุ 49 ปี พนักงานโรงแรม บอกว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ค. เป็นคนรับลูกค้ารายดังกล่าวเข้าพัก กระทั่งช่วงค่ำประมาณ 2 ทุ่ม ลูกค้าได้ขับรถออกไปข้างนอก คาดว่าน่าจะออกไปหาอะไรรับประทาน แต่ไม่ได้สังเกตว่ากลับเข้ามาอีกครั้งตอนกี่โมง กระทั่งรุ่งเช้ามาเห็นรถเก๋งของลูกค้าจอดขวางทางเข้า-ออกโรงแรม จึงไปเคาะประตูเรียกเพื่อให้ลูกค้ามาเลื่อนรถแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ ก็คิดว่าลูกค้าอาจจะยังไม่ตื่น จึงแจ้งให้ทางเจ้าของโรงแรมทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าของโรงแรม เล่าว่า หลังได้รับแจ้งจากพนักงานบอกว่า ลูกค้ารายนี้มีท่าทางแปลกๆ เหมือนมีอาการมึนเมา &amp;nbsp;เพราะจอดรถขวางทาง อีกทั้งลูกค้าได้สั่งเมนูอาหารเช้าไว้ ประมาณ 08.00 น. พนักงานจะเอาอาหารขึ้นไปส่ง แต่โทรไปก็ไม่รับสาย ก็รู้สึกว่าเริ่มผิดปกติ จึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรอง ไขเปิดประตูเข้าไปดูก็พบว่าลูกค้ารายดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งช่วงที่รอผลตรวจสาเหตุการเสียชีวิต ก็ได้แจ้งให้พนักงานคนที่ใกล้ชิดกับลูกค้ารายดังกล่าวกักตัวก่อน จนกว่าจะทราบผลตรวจที่แน่ชัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111405</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.บุรีรัมย์, สภ.นางรอง, หนุ่มใหญ่, เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100fa71478b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้ง อบจ.บุรีรัมย์คึกคัก&#039;กลุ่มเพื่อนเนวิน&#039;ลุยติดป้ายหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ นับตั้งแต่วันเปิดรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 พ.ย.63 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเป็นไปด้วยความคึกคัก และยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่มีนายภูษิต เล็กอุดากร อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ผู้สมัครนายก อบจ. หลานชายนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และทีมผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ในนามกลุ่มเพื่อนเนวินได้ระดมติดแผ่นป้ายหาเสียงไปจนทั่วทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจ คือน.ส.ศิริรัตน์ บุญชัยสุข หรือ น้องโอ๋ อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ 2 สมัย ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 อ.หนองกี่ กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้นำรถหาเสียง พร้อมทีมงานลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงตามหมู่บ้าน ชุมชนในเขตพื้นที่เลือกตั้ง 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลเมืองไผ่, ตำบลบุกระสัง, ตำบลเย้ยปราสาท, ตำบลโคกสูง และตำบลโคกสว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริรัตน์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเป็น ส.จ.มา 12 ปี ได้พัฒนาพื้นที่มีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ เข้าถึงทุกชุมชน หมู่บ้าน สร้างมิติใหม่ เลือกคนทำงานลูกหลานบ้านเรา โดยใช้สโลแกนว่า &amp;ldquo;สจ.รุ่นใหม่ รับใช้ใกล้ชิด เป็นมิตรทุกชุมชน&amp;rdquo; แต่คิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะการรับรู้ของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ จึงขออาสามาสานงานต่อก่องานใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเพื่อนเนวิน, จ.บุรีรัมย์, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba11ac68b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผู้ป่วยดีใจ!&#039;อนุทิน&#039;เปิดหน่วยไตเทียมชัยบุรี รพ.บุรีรัมย์บริการล้างไต  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.63-ที่ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สาขา 3 จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 9 ได้เปิด&amp;ldquo;หน่วยไตเทียมชัยบุรี&amp;quot; โดยนายอนุทินกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังทั่วประเทศประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2 แสนคน นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกและประเทศไทย สาเหตุมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงผู้ป่วยที่ไม่ปฏิบัติตนตามแผนการรักษาจะส่งผลการเสื่อมของไตทำให้เข้าสู่ภาวะไตวายที่มีความรุนแรงมากจนถึงขั้นไตวายระยะสุดท้าย และเข้าสู่กระบวนการฟอกไต ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงเฉลี่ยประมาณ 240,000 บาท ต่อคนต่อปี ส่งผลกระทบต่อภาระค่ารักษาพยาบาลทั้งส่วนของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ข้อมูลจาก Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2563 เขตสุขภาพที่ 9 มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวน 89,326 คน ในจังหวัดบุรีรัมย์มีจำนวน 36,326 คน เป็นผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย 2,030 คน ในจำนวนนี้ได้รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจำนวน 801 คน คิดเป็น 104,130 รอบ มีหน่วยให้บริการบำบัดทดแทนไตเทียมด้วยเครื่องไตเทียมทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนจำนวน 3 แห่ง มีเครื่องจำนวน 72 เครื่อง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการให้บริการ บางรายต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดข้างเคีย ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น บางรายตัดสินใจไม่รับการบำบัดทำให้สูญเสียโอกาส คุณภาพชีวิตลดลง เขตสุขภาพที่ 9 จึงได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น แก้ปัญหาและความทุกข์ยากของผู้ป่วยในการเข้าถึงบริการ เพิ่มหน่วยบริการให้เพียงพอแก่ผู้ป่วยหน่วยไตเทียมชัยบุรี ณ ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สาขา 3 ได้รับการสนับสนุนพื้นที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ในการจัดตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นับเป็นความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบริการโรคไต ให้บริการบำบัดทดแทนไตด้วยเครื่องไตเทียม เป็นการเพิ่มศักยภาพและขยายงานบริการให้ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายได้รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพียงพอต่อความต้องการและเข้าถึงบริการได้ง่ายเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และใกล้เคียงสามารถเข้าถึงบริการดูแลรักษา ลดระยะเวลาการรอคอย ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย มีความพึงพอใจต่อระบบบริการ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.บุรีรัมย์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, หน่วยไตเทียมชัยบุรี, โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สาขา 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79955cdfa33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 00:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 วิถีใหม่ ยิ่งใหญ่ ปลอดภัย ปูทางสู่โกลด์เลเบิ้ล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันวิ่งระดับโลก &amp;quot;บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง&amp;rdquo; ปีที่ 5 งานวิ่งเวิล์ดคลาสวิถีใหม่ จัดยิ่งใหญ่ตามมาตรฐาน World Event ระดับเหรียญทอง ตั้งเป้าเป็นต้นแบบการจัดงานเป็นอีเวนต์ใหญ่ในภาวะที่ต้องป้องกันโควิด -19 สร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศ จัดกีฬา การท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปูทางสู่งานวิ่งมาราธอนเมเจอร์ระดับโลกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน &amp;ldquo;บุรีรัมย์ มาราธอน ประจำปี 2564&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;YOUR ULTIMATE DESTINATION-สวรรค์ของนักวิ่ง&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันโดยจะชิงชัยในวันที่ 23-24 ม.ค.2564 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ร่วมด้วย พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย เครื่องดื่มตราช้าง, นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมด้วย ที่ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า &amp;ldquo;บุรีรัมย์ มาราธอน นับเป็นรายการวิ่งที่ดีที่สุดรายการหนึ่งของเมืองไทย และเป็นความภาคภูมิใจที่ประเทศของเราสามารถยกระดับการจัดงานจากระดับเหรียญทองแดง (Bronze Label) ขยับขึ้นมาเป็นเหรียญเงิน (Silver Label) ได้สำเร็จ โดย World Athletics องค์การกำกับคุณภาพของการวิ่งของโลก ได้มอบ Silver Label Road Races ระยะ Full Marathon รายการแรกและรายการเดียวของประเทศไทยให้กับบุรีรัมย์ มาราธอน ใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นในการพัฒนามาตรฐานสู่ระดับโลก เป้าหมายต่อไปคือ ระดับเหรียญทอง (Gold Label) และการผลักดันให้กลายเป็น 1 ใน เมเจอร์มาราธอน แบรนด์ระดับแถวหน้าของโลก ปีที่ผ่านมามีนักวิ่งทั้งไทยและเทศร่วมมากกว่า 30,120 คน ซึ่งการเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตาม ทำให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด มีรายได้หมุนเวียนในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างมหาศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เสน่ห์ของงานวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน คือ งานมาราธอนนี้มีจุดเด่นหลายด้าน มีเสียงเชียร์ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ออกสตาร์ท คอยให้กำลังใจนักวิ่งจนถึงคนสุดท้ายเข้าเส้นชัย แม้ในสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 การจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และปลอดภัย ตั้งแต่สนามบินถึงสนามแข่งขัน เพื่อให้นักวิ่งได้สุขสบาย และมีกำลังใจในการวิ่งเต็มที่ ส่วนเรื่องโรงแรมที่พักที่มีการขึ้นราคาเป็นปัญหาอยู่ ได้ตั้งคณะทำงาน และได้ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบการ จัดตั้งศูนย์ร้องเรียนหากพบราคา สินค้า-บริการ ไม่เป็นธรรม สามารถโทรร้องเรียนได้ที่สำนักงานปลัดจังหวัด ที่ทำการจังหวัด หรือร้องเรียนในเพจศูนย์รับเรื่องร้องเรียนโรงแรมที่พักบุรีรัมย์ได้ทันที ยืนยันว่าหากเกิดขึ้นพร้อมที่จะดำเนินคดีลงโทษอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า &amp;ldquo;ปีนี้เรายังคงรักษามาตรฐานการจัดงาน เพื่อปูทางสู่มาตรฐานระดับเหรียญทอง Gold Label เช่นเดิม แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทำให้แผนปีนี้เกิดอุปสรรค คือ ตัวแปรเรื่องการเดินทางเข้าประเทศของนักวิ่งระดับ Elite ใน Rank ระดับโลกไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม เรายังคงตั้งเป้าจัดวิ่งตามมาตรฐานเหรียญทอง หากในช่วงนั้นมาตรการภาครัฐอำนวย เรามีเป้าในการนำนักวิ่ง Elite ที่ผ่านมาตการกักตัว 14 วัน มาเข้าร่วมชิงชัย เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้บุรีรัมย์ มาราธอน เป็นหนึ่งในสนามแข่งขันมาราธอนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และติดหนึ่งในมาราธอนที่คนทั่วโลกอยากเดินทางมาร่วมมากที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดการแข่งขันปีนี้ถือว่า เป็นอีเวนต์ใหญ่ที่มีความท้าทายมาก เพราะจะเป็นการเดิมพันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในการเปิดประเทศ และจัดกีฬา รวมทั้งการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งนี้จะถือเป็นกุญแจสำคัญที่เป็นต้นแบบแสดงให้เห็นถึงการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ ที่มีการควบคุมการระบาดได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเนวิน กล่าวต่อว่า การแข่งขันปีนี้ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยข้อแรกจะปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง มีจุดคัดกรองตรวจโรค และสอดคล้องไปกับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ของศบค. ข้อสองในเรื่องจำนวนนักวิ่ง เราจะแยกวันวิ่งออกเป็น 2 วัน คือ ย้ายระยะมินิมาราธอน มาเป็นวันเสาร์ และวันอาทิตย์เหลือเพียงระยะ ฮาล์ฟมาราธอน และมาราธอน เพื่อลดความแออัด ส่วนการออกสตาร์ทจะปล่อยตัวแบบฟันปลา และปล่อยตัวทีละบล็อก ซึ่งจะมีผลกระทบปล่อยตัวฮาล์ฟ มาราธอน ช้าไป 20 นาที แต่เราก็แก้ไขด้วยการสร้างอุโมงค์น้ำ เพื่อช่วยแก้เรื่องอากาศร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเนวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความพร้อมตอนนี้เราพร้อมเต็มร้อยแล้ว ยืนยันว่าเราจะจัดงานตามมาตรฐานระดับเหรียญทองแม้ในช่วงปีนี้ทาง World Athletics จะไม่มีการยกระดับมาราธอนรายการใด ทำให้เราพลาดสู่ระดับเหรียญทองได้ภายใน 3 ปี แต่เรายืนยันว่าในปี 2565 บุรีรัมย์ มาราธอน จะก้าวไปสู่ระดับเหรียญทองให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานแถลงข่าวคณะผู้จัดงาน โดย นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด มอบเงินรายได้จากกิจกรรมปีที่ผ่านมา รวมทั้งเปิดให้มีการจำหน่าย bib การกุศล รายได้จำนวน 522,000 บาท มอบให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และยังได้การมอบเงินสนับสนุนสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 1,000,000 บาท โดยมี พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมฯ เป็นผู้รับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้สนับสนุนมากมายนำโดย เครื่องดื่มตราช้าง โดย&amp;nbsp; บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), Blue Card (บลูการ์ด) และ Cafe Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) ผลิตภัณฑ์ในเครือของโออาร์, รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์อะมิโนไวทัล, น้ำมันพืชกุ๊ก, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน), โชโกบุสึ ฟอร์เมน, บริษัทไซโก (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน), นาฬิกาการ์มิน, สเปรย์สมุนไพรโปรฟรีซ รวมทั้งชมรม สมาคมนักวิ่งต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุรีรัมย์มาราธอน 2021 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง&amp;rdquo; ปีที่ 5 จัดในรูปแบบ New Normal แบ่งการแข่งขันเป็น 2 วัน ในวันที่&amp;nbsp; 23 มกราคม 2564 จัดการแข่งขันในระยะฟันรัน (5 กม.) และมินิมาราธอน (10 กม.) และวันที่&amp;nbsp; 24 มกราคม 2564 ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) และมาราธอน (42.195 กม.) เพื่อเป็นการกระจายนักวิ่งออกไป โดย มาราธอน และฮาล์ฟมาราธอน นั้น จะออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตในช่วงเช้า วิ่งไปตามแลนด์มาร์คที่สำคัญ เป็นจุดท่องเที่ยวต่างๆ เข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ ส่วน มินิมาราธอน&amp;nbsp; และฟันรัน จะสตาร์ทในช่วงเย็น ชมบรรยากาศในสนามแข่งรถระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ อย่างเต็มอิ่ม&amp;rdquo; ติดตามได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79034</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จ.บุรีรัมย์, นายธัชกร หัตถาธยากุล, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, นายเนวิน ชิดชอบ, บุรีรัมย์ มาราธอน 2021, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f7367e1e4f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
