<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! ไฟไหม้ในปั๊ม รถบรรทุกยางระเบิดวอดทั้งคันขณะจอดเติมแก๊ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.ท.ศุภณัฐ บัณฑิตไทย รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถบรรทุกเทรลเลอร์ ภายในปั้มเติมแก๊สNGV ชื่อสถานีบริการ NGV ปตท. ศรีสมบูรณ์พัฒนา ริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ หมู่ที่ 7 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถดับเพลิง อบต.คลองสาม ,อบต.คลองสี่,อบต.คลองห้า&amp;nbsp;ใกล้เคียงจำนวน 6 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าควบคุมเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมัน พบไฟกำลังลุกไหม้รถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ยี่ห้อซิโนทัค หมายเลขทะเบียน70-9822 พระนครศรีอยุธยา หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง70-6299นนทบุรี&amp;nbsp; บรรทุกสินค้าอยู่เต็มตู้ จอดอยู่ที่บริเวณหัวจ่ายแก๊ส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามและก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องกั้นคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงดับลง และฉีดน้ำเลี้ยงไว้ก่อนเพื่อป้องกันไฟครุขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายชำนาญ ชาชำนาญ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 4 ตำบลอีเซ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกเทเลอร์บอกว่า ตนเองรับสินค้ามาจากคลังแม็คโคร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกำลังไปส่งสินค้าที่รามอินทรา ซึ่งระหว่างที่ตนเองขับมาก็มีฝนตกลงมาตลอดทาง&amp;nbsp; และตนเองก็จะเข้าไปเติมแก๊สNGVเมื่อรถจอด รถไฟก็เกิดลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตนจึงกระโดดออกมาจากตัวรถ จากนั้นก็เกิดเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณล้อและลามไปติด บริเวณหัวจ่าย NGV ตนเองและพนักงานในปั๊ม ต่างช่วยกันหาถังดับเพลิงมาฉีดแต่เอาไม่อยู่จากนั้นก็ได้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.ศุภณัฐ บัณฑิตไทย รองสารวัตรเวรสอบสวน หลังจากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และจะได้สอบปากคำพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบสวนที่โรงพักอย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44005</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปทุมธานี, สภ.คลองหลวง, ไฟไหม้รถบรรทุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5dfa2d71314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร้องรถพ่วงชนศาลาผู้โดยสารพังไร้คนซ่อม เด็กรอรถริมถนนเสี่ยงอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 11 ต.คลองเจ็ด อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องศาลารอรถโดยสารของชุมชนถูกรถพ่วงชนได้รับความเสียหายจมอยู่ในคลองน้ำ โดยพบว่าที่จุดรอรถโดยสารเป็นศาลาไม้อยู่ริมคลอง ซึ่งอยู่ห่างจากแยกประมาณ 10 เมตร สภาพถูกชนพังเสียหายจมอยู่ในคลองน้ำ ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่ง จุดที่เกิดเหตุอยู่บริเวณแยกสะพานคลองเจ็ด ชุมชนคลองเจ็ด หมู่ 11 ต.คลองเจ็ด อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร พบว่ามีชาวบ้านได้ช่วยกันที่นั่งรอรถโดยสารชั่วคราวให้กับผู้ที่มารอรถ เป็นแผ่นไม้กระดานทำเป็นที่นั่งยาวประมาณ 4 เมตร อยู่ติดริมถนน โดยไม่มีหลังคาบังแดดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประสิทธิ์&amp;nbsp;กำจัดภัย ชาวบ้าน กล่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุรถพ่วงชนกับรถกระบะบริเวณสี่แยกใกล้กับศาลารอรถโดยสาร ทำให้รถพ่วงหักหัวรถเสียหลักพุ่งมาชนกับศาลารอรถโดยสารได้รับความเสียหายพังถล่มจมอยู่ในคลอง&amp;nbsp;หลังเกิดเหตุนานกว่า 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีใครมาซ่อมแซมศาลารอรถให้กับชาวบ้าน จึงทำให้ผู้โดยสารที่ต้องมารอรถ&amp;nbsp;รวมทั้งเด็กนักเรียนหลายคนที่ต้องรอรถรับส่งไม่มีที่นั่ง&amp;nbsp;ช่วงหน้าฝนได้รับความลำบาก บางคนต้องยืนตากฝน บางคนเสื้อผ้าเปียกก็กลับบ้านไม่ได้ไปเรียน อีกทั้งที่นั่งชั่วคราวที่ได้สร้างไว้ให้กับเด็กๆก็อยู่ติดริมถนน จึงหวั่นเกรงอันตรายเพราะบริเวณดังกล่าวมีรถใช้เส้นทางจำนวนมากและขับด้วยความเร็ว รวมทั้งชาวบ้านที่รอรถต่างพากันยืนตากแดด&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 5 เดือนแล้ว เคยแจ้งไปทำ อบต. แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวรวมทั้งผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบขอให้ช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมให้กับชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24135</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปทุมธานี, ชาวบ้านร้องทุกข์, ศาลารอรถโดยสารพังเสียหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11f3eb87a60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แถลงจับหนุ่มหัวร้อนขับรถปาดหน้ากันชักปืนยิงอีกคันตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61- พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และพล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายภาสกร หรือตอง ภาประจง อายุ 26 ปี ชาวต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 933/2561 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร โดยจับได้ที่บ้านพัก พร้อมกับรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 3กต3067 กรุงเทพมหานคร คันที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ นอกจากนี้จากการตรวจค้นบ้านยังพบ อาวุธปืนยาว 1 กระบอก สั้น 2 กระบอก มีทะเบียน 1 กระบอก เถื่อน 1 กระบอก ปืนยาวอัดลม ไม่มีทะเบียน. 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ 325 นัด กัญชา 142.20 กรัม ยาบ้า 47 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาสกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุยิง นายสิทธิชัย หรือยักษ์ &amp;nbsp;ชอบธรรม อายุ 50 ปี &amp;nbsp;คนขับรถตู้จริง เนื่องจากมีการขับรถปาดหน้ากันไปมาจำนวน 2 ครั้ง จึงเกิดความโมโหเพราะตอนนั้นมีอาการมึนเมาอยู่แล้วด้วย &amp;nbsp;ตนจึงขับรถตามมาจนถึงทางเปลี่ยว จึงเร่งเครื่องแซงแล้วใช้อาวุธปืนเถื่อนขนาด 9 มม ยิงใส่ผู้ตายไป 2 นัดๆแรกโดนเข้าที่ข้างประตูรถของตนเอง ส่วนอีกนัดไปโดนคนขับรถตู้ ก่อนที่จะเร่งเครื่องหนีไป โดยไม่รู้ว่าคนขับรถเสียชีวิต แล้วขับรถกลับบ้านตามปกติ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมได้ที่บ้านพัก ดังก่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นแค่การขับรถปาดหน้ากันเท่านั้นเอง ถึงกับต้องยิงกันจนเสียชีวิต ซึ้งคดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนอย่างมา ผมจึงได้สั่งกำชับให้เร่งรัดจับกุมตัวคนร้าย ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เร่งติดตามจนสามารถตามจับคนร้ายได้เร็ว ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหายังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก และยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอย่าไรก็ตาม จะได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพิ่มการตั้งจุดสกัด จุดตรวจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถปาดหน้า, จ.ปทุมธานี, ตำรวจ, ปืน, หนุ่มหัวร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0df0f77b1b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
