<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ5โจ๋อ้างเป็นตร.รีดไถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจบุกเข้ารวบ 5 โจ๋ที่แอบอ้างเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดและรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตระเวนข่มขู่รีดไถกรรโชกทรัพย์ประชาชนหลายพื้นที่ พุ่งเป้ากลุ่มวัยรุ่นที่เกี่ยวข้องยาเสพติด เพราะง่ายในการปฏิบัติการ ทำมาแล้ว 2 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากนายอันวา เจ๊ะโซ๊ะ กำนันตำบลแหลมโพธิ์ ว่าได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายดังกล่าวจำนวน 5 คนแต่งตัวเลียนแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการสวมใส่คล้ายชุดเกราะ เมื่อสอบถามจากทางกำนันได้ให้รายละเอียดว่า ชายทั้ง 5 คนเข้ามาทำการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่นภายในริมทะเลรีสอร์ต แล้วพยายามรีดไถเงินจากผู้ที่ถูกตรวจค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบชายทั้ง 5 คนปรากฏว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตามที่แอบอ้าง จึงได้ควบคุมตัวทำการสอบสวนที่ สภ.ยะหริ่ง ทราบชื่อ 1.นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย ที่อยู่ 60 ถ.โรงอ่าง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี (หัวโจก) 2.นายอุสมาน ยามา ที่อยู่ 49/1 ม.4 ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 3.นายสุกรี เจ๊ะโต๊ะ ที่อยู่ 17/2 บ.ตราย ต.จะแน อ.สะบาย้อย จ.สงขลา 4.นายกามี สามะ ที่อยู่ 81 ม.11 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 5.นายบัสมี บากา ที่อยู่10/3 ม.2 บ.วังโอ๊ะ อ.สะบาย้อย จ.สงขลา พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย 1.รถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฆฆ 6037 กทม. 2.รถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กต. 9456 ปน. ตรวจสอบเป็นรถที่ได้มาจากการขู่กรรโชก 3.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว และเครื่องแต่งกาย จนท. และ 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปข่มขู่ประชาชนในพื้นที่อำเภอยะหริ่งและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีการทำการตรวจปัสสาวะและตรวจค้นของประชาชน ได้กรรโชกเพื่อเอาทรัพย์สิน หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ยะหริ่งทราบ จึงได้มีการกระจายข่าวไปยังผู้นำหมู่บ้านพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เมื่อไปในพื้นที่ชอบอ้างตัวว่ามาจาก สภ.ยะหริ่ง จนเมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้ไปยังพื้นที่แหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จึงได้ประสานไปยังกำนันพื้นที่แหลมโพธิ์ให้ตั้งด่าน จนเมื่อเวลา 03.00 น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปยังพื้นที่ก่อเหตุ ทางกำนันและทีมงานจึงได้เข้าล็อกตัวและประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน ซึ่งหลังจากการตรวจค้น ก็ได้พบของกลางเป็นเสื้อเกราะและหมวก ที่แสดงสัญลักษณ์เป็นของหน่วยงานฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะลงมือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าง่ายในการปฏิบัติการ ซึ่งได้ลงมือทำแบบนี้มานานกว่า 2 เดือน ฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกกระทำยังไม่มีการแจ้งความในพื้นที่ของอำเภอยะหริ่ง แต่ทราบว่าในพื้นที่อำเภอยะรังได้มีการแจ้งความไว้แล้ว และทราบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นคนในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่ากลุ่มผู้ต้อหาทั้ง 5 คนยังเคยมีการแอบอ้างว่าเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดและรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ต้องหาได้มีการโทร.ไปยังสิบเวรตามโรงพักว่าเป็นผู้บังคับบัญชา และให้รายงานว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกคุมตัวที่โรงพักกี่ราย เมื่อรู้ข้อมูลก็ได้มีการติดต่อไปทางญาติของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมตัวที่โรงพัก โดยอ้างว่าตนเองสามารถวิ่งเต้นคดีให้หลุดแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งญาติหลงเชื่อ ก็ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชี และเมื่อโอนแล้วปรากฏว่าเรื่องก็เงียบหายไป ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงหลายราย อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนอย่างรอบคอบ เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งหากประชาชนคนใดที่เคยถูกกลุ่มบุคคลทั้ง 5 คนหลอกก็ให้มาแจ้งความไว้เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117336</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, ตำรวจบุกเข้ารวบ 5 โจ๋, พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ, สภ.ยะหริ่ง, แอบอ้างเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61489e891a863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;โปรดเกล้าฯดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานมอบทหารพรานเหยื่อไปป์บอมบ์ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ไปมอบแก่ อาสาสมัครทหารพราน ภูวดล หินวิเศษ​&amp;nbsp; กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์​ ใส่ป้อมยามรักษา​การณ์​ด่านตรวจถาวร บ้านบะตี หมู่​ที่​ 1 ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม​ 2564&amp;nbsp; และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลา&amp;nbsp; อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp; จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้&amp;nbsp; ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108603</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, ทหารพราน, สิ่งของพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e1a72247ed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯปัตตานีประชุมด่วนรับมือโควิดเพิ่มต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.64-นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ได้เป็นประธานประชุมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี โดยเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณามาตรในการการคอบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิท 19 ระลอกใหม่ โดยมุ่งเน้นไปยังประชาชนปลอดภัยจากการแพร่ระบาด และกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมให้น้อยที่สุด และสอดคล้องกับคำสั่งของศูฯย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (สบค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิท 19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ล่าสุด พบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1 ราย เป็น 7 รายแล้ว และยังรอผลตรวจ 11 ราย ซึ่งรายล่าสุดนี้เป็นเด็กนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินท์ วิทยาเขตปัตตานี และไปฝึกงานที่โรงพยาบาลนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเปิดว่า &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโควิท ระลอกใหม่ ทาง สบค.ได้ ออกข้อกำหนดขึ้นมาใหม่ฉบับที่ 20 โดยจังหวัดปัตตานีก็ได้นำคำสั่งดังกล่าวมาปรับให้เข้ากับสภาพในพื้นที เพื่ออกเป็นคำสั่งในจังหวัดปัตตานี ซึ่งการประชุมครั้งนี้ก็ได้ออกคำสั่งหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ผู้ที่เดินทางมาจาก 19 จังหวัด เมื่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ทุกคนจะต้องมารายงานตัว โดยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคทำการคัดกรองว่าเป็น กลุ่มเสียงสูง หรือกลุ่มเสี่ยงต่ำ &amp;nbsp;พร้อมทั้งสั่งให้มีการกักตัว และเฝ้าสังเกตอาการ 2.ส่วนของสถานบันเทิง ร้านเกมส์ หรือสถานที่ต่างๆ ที่เป็นแหล่งมั่วสุม หรือร้านที่จำหน่ายสุรา ก็จะมีการสั่งปิดทั้งหมด 3. สถาบัน และ โรงเรียนต่างๆ ก็จะสั่งปิดไปก่อนในช่วงนี้ และกิจกรรมต่างๆที่เกิน 50 คนก็จะสั่งห้ามเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้จังหวัดปัตตานีจะออกคำสั่งใช้ 14 วันไปก่อน และหากว่าการแพร่ระบาดของโควิท 19 คลี่คลายลง จังหวัดปัตตานีก็จะมีการผ่อนคลายมาตราการลง &amp;nbsp;และสิ่งที่อยากจะฝากคือ คนปัตตานีทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมืออกจากเคหสถาน หากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราชิต กล่าวว่า สถานการณ์โควิท 19 จังหวัดปัตตานีในวันนี้ ผู้ติดเชื้อยังคงมีน้อยอยู่ ส่วนใหญ่จังหวัดปัตตานีพบผู้ติดเชื้อมาจากนราธิวาส โดยผู้ติดเชื้อรายแรกก็มาจากทองหล่อ กรุงเทพ พบเชื้อ 1 ราย และรายที่สองก็มากจากเรือนจำนราธิวาส พบเชื้อ 1 ราย และรายนี้ก็ยังไปแพร่เชื้อ อีก 4 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รายล่าสุดวันที่ 17 เม.ย.เป็นเด็กนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินท์ วิทยาเขตปัตตานีไปฝึกงานที่โรงพยาบาลนราธิวาส และได้เดินทางกลับจังหวัดปัตตานี ปรากฎว่าพบเชื้อโควิท19 จำนวน 1 ราย สรุปจังหวัดปัตตานีวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 7 ราย และยังรอผลตรวจ อีก 11 ราย และทั้งหมดก็มีความเสี่ยงสูง ซึ่งจังหวัดปัตตานี ยังไม่น่ากังวนมากนัก และยังพอที่จะควบคุมได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99837</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bde4329cd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรบมือดังๆคนปัตตานีน้ำท่วมหน่วยเลือกตั้งแต่ออกใช้สิทธิต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรานงานบรรยากาศหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี หลังในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และน้ำจากตอนบนจังหวัดยะลาได้ไหลสู่แม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น จนเอ่อล้นตลิ่ง ทำให้หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ 8 ต. บาราเฮาะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ที่ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านปะกาลิมาปูโระ น้ำได้ไหลเข้าท่วมทั้วบริเวณของโรงเรียน สูงถึง 30 ซม. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยต้องย้ายหน่วยเลือกตั้งขึ้นไปยังชั้น2 จากเดิมที่หน่วยเลือกตั้งอยู่ชั้นล้างโรงเรียน ทำให้ประชาชนที่เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งต้องเดินลุยน้ำและเป็นไปอย่างยากลำบากมาก ทั้งนี้แม้ว่าจะประสบปัญหาดังกล่าวก็ตาม ประชาชนยังคงเดินทางมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะหลังปิดหีบเลือกตั้งแล้ว จะต้องนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปอย่างความเรียบร้อยต่อไป
&amp;nbsp;
ด้านชาวบ้านที่เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้ง เผยว่า การเดินทางไปเลือกตั้งปีนี้ลำบากมาก เพราะเกิดน้ำท่วมที่หน่วยเลือกตั้ง ต้องเดินลุยน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยเลือกตั้งจะอยู่ชั้นล่างของโรงเรียน แต่ปีนี้ต้องย้ายขึ้นชั้น 2 ของโรงเรียน เพราะน้ำได้เข้าท่วมภายในโรงเรียน และสูงมาก แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องมาเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87440</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตัั้ง, จ.ปัตตานี, น้ำท่วม, อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf124e2a03b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดีอับดุลเลาะ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63- จากเหตุการณ์นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 &amp;nbsp;และส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกาของวันที่ 21 กรกฎาคม &amp;nbsp;2562 พบว่าหมดสติอยู่ในห้องควบคุมศูนย์ซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยนายอับดุลเลาะฯ ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลปัตตานี &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม &amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา โดยพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะนำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความในคดีนี้ด้วยในวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. เป็นวันที่ศาลจังหวัดสงขลานัดสืบพยานฝ่ายพนักงานอัยการ ประกอบด้วย นางสาวซูไมยะห์ ภริยานายอับดุลเลาะฯ เจ้าหน้าที่ทหารในค่ายอิงคยุทรบริหารจำนวนหลายปาก และแพทย์ประจำโรงบาลปัตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ปัตตานี, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba1ad771b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากอุทยานเรียนรู้ &quot;TK Park ยะลา-ปัตตานี&quot;สู่บทบาทลดความขัดแย้งชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัด &amp;quot;ยะลา&amp;quot; เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสงบ &amp;nbsp;จนได้รับรางวัลจากยูเนสโก ว่าเป็นพื้นที่เมืองแห่งสันติภาพมาแล้ว &amp;nbsp; แต่ภาพนี้ กลับถูกลบหายไป เพราะปัญหาความขัดแย้ง ก่อเกิดความไม่สงบในพื้นที่ &amp;nbsp;การแกัปัญหาภาครัฐจากส่วนกลาง มีตั้งแต่หนักไปจนเบา คือ การต่อสู้ตอบโต้ผู้ก่อความไม่สงบ &amp;nbsp;ไปจนถึงการใช้นโยบายสร้างความเข้าใจ แต่ความรุนแรงก็ไม่ทุเลาลง ประชาชนจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อ &amp;nbsp;ผู้คนบางส่วนทิ้งบ้านเรือนอพยพไปอยู่ที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความมืดมนขณะนั้น &amp;nbsp;คนในพื้นที่ได้เริ่มมองเห็นความจริงว่าการใช้อาวุธไม่ใช่การแก้ปัญหา &amp;nbsp; และมองว่าการศึกษาและการเรียนรู้ที่ถูกต้อง น่าจะเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่ดีที่สุด &amp;nbsp;TKpark Yala &amp;nbsp;หรืออุทยานการเรียนรู้ ที่จังหวัดยะลา จึงก่อกำเนิดขึ้นเมื่อ &amp;nbsp;13ปีที่แล้ว โดยเป็นความมือของสถาบันอุทยานการเรียนรู้หรือTK Park &amp;nbsp;และเทศบาลนครยะลา &amp;nbsp; ซึ่งจุดประสงค์หลักของอุทยานการเรียนรู้นี้ก็คือ &amp;nbsp;การแบ่งปันและกระจายโอกาสในการเข้าถึงการอ่านและการเรียนรู้ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งที่มาจากจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่า 13 ปีที่เปิดให้บริการ &amp;nbsp;TK Park ยะลา นับว่าประสบความสำเร็จสูง &amp;nbsp;เพราะมีผู้เข้าใช้บริการกว่า 2,660,000 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 190,000 คนต่อปี &amp;nbsp;และมีแนวโน้มว่าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;ผู้ใช้บริการครอบคลุมทั้งเด็ก เยาวชน ประชาชน และผู้สูงอายุ เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง &amp;nbsp;การคมนาคมสะดวก &amp;nbsp;มีความปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นของอุทยาน ตอบสนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย &amp;nbsp;ทั้งในเชิงการเรียนรู้ &amp;nbsp;การทำงาน &amp;nbsp;พบปะพูดคุย &amp;nbsp;ศึกษาค้นคว้า อ่านหนังสือ และการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโรงเรียนต่างๆในยะลา เกือบทุกแห่ง ต่างพาเด็กนักเรียน เข้ามาทำกิจกรรมที่ศูนย์แห่งนี้ ปีละหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จของTK Park ยะลา ทำให้ทางเทศบาลเมืองยะลา เห็นว่าควรขยับขยายพื้นที่ออกไป เนื่องจากตัวอาคารเดิมที่ตั้งศูนย์ คับแคบ &amp;nbsp; ซึ่งศูนย์เยาวชนแห่งใหม่ในอยู่ในพื้นที่ติดกับศูนย์เดิม แต่เป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้่สอยเยอะกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 5 ชั้น ในพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการในปี &amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ผู้ก่อตั้งTK Park ที่จังหวัดท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;อุทยานการเรียนรู้ยะลาแห่งใหม่นี้สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของการเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;มุ่งบ่มเพาะเด็กรุ่นใหม่ให้รู้จักตัวเอง รู้จักท้องถิ่น เท่าทันโลกและเท่าทันเทคโนโลยี มุ่งสู่ความเป็น Smart City ในมิติใหม่ที่ผู้คน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคาร 5 ชั้น TK Park ยะลา ใหม่ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อาคารใหม่ แบ่งพื้นที่เรียนรู้ด้านต่างๆ &amp;nbsp;อาทิ Co-working Space 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;มีระบบสื่อสารที่ทันสมัย &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พรั่งพร้อมด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง &amp;nbsp; จุดประสงค์หลัก มุ่งเน้นสอนทักษะใหม่เพื่อการประกอบอาชีพของผู้คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอนาคตจะโฟกัสในการเฟ้นหา สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมพัฒนานวัตกรรมศูนย์อาคารใหม่ &amp;nbsp; จะเป็นการเรียนรู้ ในโลกดิจิทัล &amp;nbsp;กระตุ้นให้เด็กๆสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยมองว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ เด็กๆ ต้องเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อให้เมืองมีความยิ่งยืน ดังนั้น หน้่าที่ของทีเค จึงมีความยิ่งใหญ่มาก &amp;quot;นายกเทศมนตรีเมืองยะลากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บทบาทต่อการบรรเทาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ &amp;nbsp;พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ทีเค ปาร์ค ยะลา มีส่วนสำคัญเพิ่มความสมานฉันท์ผู้คนในพื้นที่ &amp;nbsp;เนื่องจาก เป็นพื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่กลาง ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่มเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ &amp;nbsp;ไม่ว่าเป็นพุทธ หรือมุสลิม &amp;nbsp; ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ มุ่งสร้างปัญญา และสร้างสันติสุขในเวลาเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ธีมกิจกรรมแต่ละปีของที่นี่ จะไม่เหมือนกัน เช่นปี 49-50 เป็นช่วงเหตุการณ์รุนแรงมาก &amp;nbsp;กิจกรรมที่เราทำคือ การตอบโจทย์การอยู่ร่วมกัน จัดแคมป์กิจกรรมให้เด็กพุทธ มุสลิม มาอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;แล้วให้เด็กๆเขียนเรียงความหัวข้อการอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น เรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;พอปี 55-56 เหตุการณ์เริ่มดีขึ้่น เราก็มาเน้นเรื่องCreative ให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักบ้านเมืองตัวเองดีขึ้น เป็นการเรียนรู้ที่มีมากกว่าในห้องเรียน ทำให้เด็กบางคน ที่เคยร่วมกิจกรรมจากทีเค ยะลา จบไปเป็นหมอก็มีมาแล้ว&amp;quot;พงษ์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน กิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า ทางทีเค ปาร์ค ได้สร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กภาคใต้ตอนล่าง โดยนำเอาวัฒนธรรม &amp;nbsp;ความรู้ท้องถิ่นมานำเสนอใสรูปแบบหนังสือเด็กมีภาพประกอบสวยงาม เพื่อใเด็กและเยาวชนของที่นี่ ได้รับความรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งก่อเกิดความเข้าใจยอมรับในวิถีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วีระ โรจน์พจนรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ การเกิดขึ้นของ TK Park ที่เข้ามาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนโอกาสการแสวงหาความรู้ รวมทั้งสร้างสรรค์พื้นที่แห่งมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างผู้คน ได้รับการยอมรับอย่างดีจากประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของ TK Park ยาวนานในภาคใต้ตอนล่าง ได้พิสูจน์ชัดเจนว่าพื้นที่เล็ก ๆ แห่งการเรียนรู้อย่างสันติสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเส้นแบ่งของวัฒนธรรมและศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TK Park ปัตตานี พื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ของอุทยานการเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ยานการเรียนรู้ปัตตานี เป็นTK Park น้องใหม่ &amp;nbsp;เปิดให้บริการเมื่อ 3ปีที่แล้ว &amp;nbsp;ความโดดเด่นอยู่ที่เป็นอุทยานการเรียนรู้ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย &amp;nbsp; ด้วยพื้นที่ให้บริการกว้างใหญ่ 6,476 ตร.ม. เนื่องจาก ใช้สถานที่เดิมที่เคยเป็นโรงภาพยนตร์มาก่อน แต่ต้องปิดตัวลงเพราะปัญหาความไม่สงบ &amp;nbsp; ซึ่งศูนย์แห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีของคนในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยมีเด็กจาก ยะลา และนราธิวาส แวะเวียนเข้ามาเสมอๆ เพราะที่นี่มีห้องสมุดขนาใหญ่ ที่มีหนังสือหลากหลายกว่าสองหมื่นเล่ม และยังแบ่งแยกย่อย ออกเป็นห้องสมุดเด็ก ห้องสมุดไอที ห้องฉายภาพยนต์ ห้องประชุม ห้องศาสนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ในแต่ละเดือนมีผู้เข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 275,000 คน &amp;nbsp;ซึ่งมีคนทุกกลุ่ม ทุกวัยเข้ามาใช้บริการ เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดต่อเนื่อง &amp;nbsp; นอกจากนี้ ศูนย์ฯยังดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมทั้ง กลุ่มเด็กด้อยโอกาส กลุ่มผู้นำทุกศาสนาในพื้นที่ ให้สมัครสมาชิกโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์&amp;nbsp; (เสื้อสีน้ำเงิน) นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้อุทยานการเรียนรู้ปัตตานีแตกต่างจากที่อื่น คือ การจัดให้มี &amp;ldquo;ห้อง 3 ศาสนา&amp;rdquo; ที่ให้ความรู้แก่เยาวชนให้เข้าใจถึงความแตกต่าง ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม เพื่อที่จะเรียนรู้ที่จะเคารพในความเชื่อซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ เพราะตนเชื่อว่า ความรุนแรงไม่ได้แก้ด้วยอาวุธ แต่แก้ด้วยการศึกษา โดยเฉพาะที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ต่างเชื้อชาติต่างศาสนาได้มาอ่านหนังสือ มาทำกิจกรรมร่วมกัน ก็กลายเป็นเพื่อนกัน สุดท้ายก็เติบโตไปด้วยกัน และเกิดความสมานฉันท์ในพื้นที่ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องทีเค ปาร์ค ปัตตานี มีความพร้อมสื่อการเรียนรู้ให้เด็กๆ ทำให้มีเด็ก3จังหวัดชายแดนใต้มาที่นี่ โดยเเฉพาะช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเสาร์-อาทิตย์ และดึงเด็กในจังหวัดปัตตานี ย้ายถิ่นไม่ให้ไปเรียนที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชาติชาย ศิริบุญหลง รองนายกเทศมนตรีเมืองยะลา กล่าวว่า &amp;quot;ทีเคปาร์ค ปัตตานี เกิดจากปัญหาความไม่สงบ ก่อนหน้านี้ ผู้ปกครองพาเด็กไปเรียนที่อื่นเยอะมาก เราจึงต้องหาวิธีดึงรั้งให้เด็กกลับมาเรียนในจังหวัด &amp;nbsp;และมีการของบฯจากศอบต. และหลังจากเปิดมา 3ปีหลังพบสามารถรั้งเด็กให้กลับมาเรียนในจังหวัดได้ เพราะจังหวัดมีแหล่งเรียนรู้ให้เด็กๆแล้ว และในอนาคต สถาบันติวเตอร์ ออนดีมานด์จะมาเปิดตั้งที่นี่ &amp;nbsp;ซึ่งเดิมเด็กที่อยากติวต้องไปหาดใหญ่ ไม่ต้องไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องสมุดกว้างใหญ่และมีหนังสือจำนวนมากที่ทึเคปาร์ค ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การทำหน้าที่สื่อเรียนรู้มีชีวิต ที่พรั่งพร้อมหลายมิติ ของทีเคปาร์ค ปัตตานี &amp;nbsp;ทำให้เด็กหรือใครก็ตามที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในพื้นที่จะพบว่า เนื้อหาของการเรียนรู้ไม่ใช่เพียงการเรียนในเชิงศึกษาหาความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ในเชิงสันติสุขการอยู่ร่วมกันด้วย เพราะมีวีทีเอาร์ที่ทำให้เด็กมุสลิมเรียนรู้เด็กพุทธ และมีเนื้อหาที่ทำให้เด็กพุทธเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กมุสลิม ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่เคารพในหลักศาสนา &amp;nbsp;ความเชื่อและความศรัทธาซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในแง่ผลการเรียนเราพบว่า คะแนนโอเน็ตของเด็กดีขึ้น เด็กเลิกเที่ยว หันมาอ่านหนังสือ เล่นกิจกรรมที่ ทีเค จัด &amp;nbsp;หรือเข้ามาหาความรู้จากนิทรรศการที่ทางศูนย์จัดเป็นระยะๆ แล้วแต่จะมีวันสำคัญอะไร ซึ่งในแง่ของการเรียนรู้สายวิทย์ ฯ เช่น พวกเรื่องสเต็ม ดีมากๆ เพราะบางเรื่องทางโรงเรียนไม่มีศักยภาพมากพอที่จะจัดเอง เด็กก็มาหาความรู้จากที่นี่ได้ &amp;nbsp;ทีเค ปาร์ค จึงเป็นจุดเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ที่จะต่อยอดได้ในวันข้างหน้า &amp;quot;คุณครูท่านหนึ่งที่เข้ามาร่วมสนทนาให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในมุมมองปัญหาความไม่สงบ นายกเทศมนตรีเมืองยะลา กล่าวในประเด็นนี้อีกว่า &amp;nbsp;แน่นอนว่า การมีทีเค ปาร์ค จะทำให้เด็กๆ ปัตตานี และจังหวัดรอบๆ มีคุณภาพชีวิตการเรียนรู้ดีขึ้น รักการอ่านมากขึ้น แต่การที่เรามีลานที่ให้เด็ก 3วัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกัน เป็นการทำให้การศึกษาเรื่องราวท้องถิ่นมีความถูกต้อง เพราะปัตตานีมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา &amp;nbsp;แต่มีผู้ไม่ประสงค์ดีไปสอนเรื่องความเชื่อเก่าๆ ความเชื่อผิดๆให้กับเด็ก และสังคมไม่มีการแก้ข่าว นิ่งเฉย ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ เด็กในช่วง 16ปีที่แล้ว ช่วงเกิดความไม่สงบใหม่ๆ ตอนนั้นอาจจะอายุ 4-5 ขวบ ได้ถูกสั่งสมมุมมองปัญหาในพื้นที่ กลับทำให้ปัญหายุ่งยากซับซ้อนเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมเชื่อว่าเรื่องการสร้างสันติภาพต้องทำกันทุกฝ่าย ไม่ใช่รัฐฝ่ายเดียว และการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ต้องแก้เรื่องการศึกษากับการทำมาหากิน &amp;nbsp;ไม่ใช่การแก้ด้วยอาวุธ &amp;nbsp;ซึ่งไม่จบแน่ สุดท้ายไปตกที่ประชาชนคนบริสุทธ์ &amp;nbsp;จะต้องทำให้ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลามอยู่ร่วมกันได้ ผมยกตัวอย่างคนมุสลิมบางคนผู้รู้จักรุ่นพ่อของเขา ผมก็เป็นเพื่อนกับลูกเขาเราคุยกันได้ &amp;nbsp;สมัยก่อนจึงไม่มีปัญหารุนแรง แต่พอรุ่นหลาน ลูกผมและหลานเขาไม่รู้จักกันแล้ว &amp;nbsp;คนเราพอไม่รู้จักกันก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้น ห้อง 3ศาสนา ในทีเคปาร์ค ปัตตานี จะเป็นพื้นที่ให้เด็ก3 ศาสนา มาอยู่ร่วมกัน ได้รู้จักกัน &amp;nbsp;ในทุกเสาร์ อาทิตย์ &amp;quot;นายกเทศมนตรีเมืองยะลากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จ.นราธิวาส กำลังจะเปิดอุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งอยู่ในบริเวณสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ &amp;nbsp;บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 5,000 ตารางเมตร เปิดพื้นที่ชั้นล่างของอาคารให้บริการสาธารณชนครั้งแรกในปี พ.ศ.2562 นับตั้งแต่เปิดให้บริการมีผู้เข้ามาใช้บริการแล้วกว่า 40,000 คน ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มพ่อแม่ กลุ่มผู้สุงอายุ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ด้วยความเชื่อมั่นว่าการมีอยู่ของอุทยานการเรียนรู้ จะเข้ามาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ รวมทั้งสร้างมิตรภาพและความเข้าใจของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์ และสร้างคุณภาพการศึกษาให้กับเยาวชน ตลอดจน สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น ใน3จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นความหวังที่จะให้เกิดขึ้นในอนาคต
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79498</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุทยานการเรียนรู้, การแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, ทีเคปาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f798447ca365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายรังผู้ก่อการร้ายจุดเกิดเหตุปะทะ 7 ศพ พบหลุมฝังอุปกรณ์ระเบิดคาดประกอบได้ถึง 20 ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ปิดล้อมป่าละเมาะกลางทุ่งนาพื้นที่ ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จนเกิดการยิงปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างดุเดือดตลอด 3 วันตั้งแต่วันที่ 14-16 ส.ค.ที่ผ่านมาทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบถูกวิสามัญเสียชีวิต 7 ศพ ยึดอาวุธปืนคนร้ายได้ 9 กระบอก ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานจากหน่วยความมั่นคงว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงได้เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นและตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณป่าละเมาะจุดปะทะ ปรากฏว่าพบพื้นที่บริเวณโดยรอบมีลักษณะคล้ายมีการฝังสิ่งของบางอย่าง จำนวน 9 จุดเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขุดขึ้นมาปรากฏว่า พบถังพลาสติกถูกฝังไว้ใต้ดิน เมื่อเปิดดูพบว่าภายในมีอุปกรณ์ทำระเบิด ประกอบด้วย กล่องเหล็ก วงจรระเบิด ดินระเบิด และระเบิดชนิดขว้างที่ประกอบเสร็จแล้ว จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้นำออกมาตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมทำการเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและหาความเชื่อมโยงว่าสิ่งของทั้งหมดมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบอุปกรณ์และชิ้นส่วนระเบิดที่ยึดได้ในครั้งนี้ เชื่อว่าหากนำมาประกอบระเบิดน่าจะได้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็กขนาด 3-5 กก. ประมาณ 15-20 ลูก ซึ่งจากการทลายแหล่งพักพิงครั้งนี้ ถือเป็นการปิดพื้นที่รังประกอบระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบ และยังสามารถกดดันกลุ่มสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ อ.ยะรัง. อ.มายอ จ.ปัตตานี และพื้นที่บางส่วนของ จ.ยะลาได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณริมชายป่าติดกับถนนเรียบคลองชลประทาน พื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง บ้านเกือลองแตยอ ต.ม่วงเตี้ย-บ้านวังกว้าง ม.5 ต.ป่าไร่ อ.เเม่ลาน จ.ปัตตานี ตรวจพบอุปกรณ์แผงวงจร จำนวน 18 ชิ้น ประกอบพร้อมใช้งาน จำนวน 1 ชุด เชื้อประทุระเบิดจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุงฮีโร่ จำนวน 1 เครื่อง ถ่าน AA และ ถ่าน 9 โวล์ต ประกอบชุด จำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง แบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร จำนวน 5 ก้อน ท่ออลูมิเนียมตัดสั้น จำนวน 3 ชิ้น เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าพิสูจน์ทราบพร้อมเก็บหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75008</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e0909184a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
