<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มุกดาหาร&#039;สั่งปิดหมู่บ้าน2วันร.ร.14วันเซ่นหนุ่มก่อสร้างไม่กักตัวปกปิดข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาผู้ปกครองพร้อมเด็กนักเรียนเดินทางมาที่หอประชุม อำเภอหนองสูง&amp;nbsp; เข้าตรวจตรวจหาเชื้อโควิด -19 เพื่อเก็บตัวอย่าง&amp;nbsp; หลังจากยอดผู้ติดเชื้อในอำเภอหนองสูง&amp;nbsp; รวม 3 วัน 13 ราย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผลจากหนุ่มก่อสร้างที่มาจากพื้นที่เสี่ยงปทุมธานี แล้วไม่กักตัวปกปิดข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปิติณัช&amp;nbsp; นิธิศธานี&amp;nbsp; นายอำเภอหนองสูง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 วันนี้ พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ตำบลหนองสูงเหนือ อีก 4 ราย จากประวัติเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงผู้ป่วยรายก่อนหน้า ของอำเภอหนองสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอหนองสูง ( ศปก.อำเภอ,ศปต.หนองสูงเหนือ )&amp;nbsp; จึงมีมติให้เร่งรัดการตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด&amp;nbsp; ในพื้นทีโดยทันทีและทำการปิดการเข้าออกหมู่ที่ 4 ตำบลหนองสูงเหนือ อำเภอหนองสูง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 วัน&amp;nbsp; เพื่อเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองในหมู่บ้านจำนวน กว่า 100 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมแล้ว 200 คน&amp;nbsp; พร้อมปิดโรงเรียน 14 วัน&amp;nbsp; ในเขตพื้นที่ความเสี่ยงสูงมี 2 แห่ง เป็นโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนที่สอนตั้งแต่อนุบาลถึงประถม&amp;nbsp; ในอำเภอหนองสูง&amp;nbsp; โดยรวมแล้ว อ.หนองสูง ติดเชื้อโควิด-19 รวม 3วัน 13&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จังหวัดมุกดาหารพบผู้ติดเชื้อ covid - 19 รายใหม่ 6 ราย วันนี้(03-07-64) อำเภอเมืองมุกดาหาร 2&amp;nbsp; อำเภอหนองสูง 4 ราย ส่วนตลาดสดเทศบาลตำบลหนองสูงเหนือ&amp;nbsp; มีความจำเป็นต้องขยายเวลาปิด-เปิดออกไปอีกจนกว่าจะได้รับทราบผลการตรวจคัดกรองเชื้อจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอหนองสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108568</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.มุกดาหาร, ปกปิดข้อมูล, ปิดหมู่บ้าน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e156050a54e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.มุกดาหารสกัดจับขบวนการขนยาบ้า4แสนเม็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64-พล.ต.ต.สรรธาน &amp;nbsp;อินทรจักร์ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บำรุงสวัสดิ์ &amp;nbsp;ผกก.นิคมคำสร้อย แถลงข่าวชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย &amp;nbsp;สนธิกำลังปฎิบัติการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ที่จุดตรวจตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย &amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร จับกุมขบวนการลักลอบขนยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด &amp;nbsp;พร้อมผู้ต้องหา 2 คน ทราบชื่อ นายณัฐวุฒิ &amp;nbsp;หมีคำ &amp;nbsp;อายุ 62 ปี ที่อยู่ 220 หมู่ที่ 11 ตำบลยางโยภาพ &amp;nbsp;อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และนายสมหวัง &amp;nbsp;คิดชอบ อายุ 48 ปี ที่อยู่ 31 หมู่ 12 &amp;nbsp;ตำบลตรวจ &amp;nbsp;อำเภอศรีณรงค์ &amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ พร้อมของกลาง รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีแดง หมยเลขทะเบียน &amp;nbsp;กค &amp;ndash; 4574 หนองคาย &amp;nbsp; รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน บจ &amp;ndash; 2874 อำนาจเจริญ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ &amp;nbsp;สีดำ &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;กธ &amp;ndash; 2504 ศรีสะเกษ &amp;nbsp;อาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1กระบอก กระสุนปืน 9 มม. จำนวน 50 นัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นิคมคำสร้อย ได้ตั้งจุดตรวจที่บริเวณตำบลโชคชัย &amp;nbsp;จากการสอบถามณัฐวุฒิ &amp;nbsp;หมีคำ &amp;nbsp; ให้การว่า เป็นคนขับรถนำดูทางให้รถเก๋งที่บรรทุกยาบ้ามาจาก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;เพื่อไปส่งที่อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท และสอบถามนายสมหวัง ฯ ให้การว่า นายบัติ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ราษฎรชาว สปป.ลาว &amp;nbsp;จ้างให้มารับยาบ้าที่อำเภอนาแก &amp;nbsp;ได้ค่าจ้าง 25,000 บาท &amp;nbsp;โดยมีชายไทย ไม่ทราบชื่อนามสกุล &amp;nbsp;ขี่รถเก๋งคันดังกล่าว ไปรับที่จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้เดินทางร่วมกันไปเอากระสอบยาบ้าดังกล่าวที่ป่าบริเวณข้างทางของอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;โดยชายไทยที่วิ่งหลบหนีเป็นคนประสานกับนายณัฐวุฒิ ฯ รถนำข้างต้น &amp;nbsp;จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมด และได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;นำพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98789</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.มุกดาหาร, จับยาบ้า, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606eb427bce8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 หน่วยงานภาคีร่วมลงนาม ‘พัฒนาชุมชนท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร  สร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;มุกดาหาร/ วันนี้ ( 22 กุมภาพันธ์ 2564)&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานสภาเกษตรจังหวัด อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย &amp;ldquo;การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rdquo; ณ สวนรุกขชาติห้วยบังอี่ &amp;nbsp;ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย โดยมีนายเอกราช&amp;nbsp; มณีกรรณ์ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี และเป็นสักขีพยานในการบันทึกความร่วมมือ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดย 7 หน่วยงาน ตกลงจัดทำข้อตกลงความร่วมมือเพื่อ 1. ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีพัฒนาเป็นการสร้างเครือข่ายข้ามหน่วยงานอย่างยั่งยืน 2. &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;3. เพื่อพัฒนาการจัดการระบบข้อมูล การจัดการความรู้ &amp;nbsp;การวิจัยพื้นที่รูปธรรมครอบคลุมทุกมิติของการการพัฒนา และ 4. เพื่อร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับจังหวัดและแผนพัฒนาตำบลโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายเอกราช&amp;nbsp; มณีกรรณ์ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การแก้ปัญหาความยากจนจากสาเหตุที่แท้จริง &amp;nbsp;ภาคส่วนต่างๆ ต้องสร้างความร่วมไม้ร่วมมือ ซึ่งจังหวัดมุกดาหารเล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนจากความยากจน และหาแนวทางมาแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมุกดาหาร ในการทำงานเริ่มจากข้อมูล โดยทำการสำรวจข้อมูลใช้ฐานข้อมูลจากหลายส่วน &amp;nbsp;สำรวจแล้วกลไกอำเภอกลั่นกรองข้อมูลจากการสำรวจ &amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารจะมีการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจำนวน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในส่วนของภาคเกษตร ข้าว มัน อ้อย นอกจากพืชหลักเกษตรกรจะมีพืชชนิดไหนที่ทำให้รายได้ดีขึ้น และจะเพิ่มผลผลิตพืชหลักได้อย่างไร ให้เราเชื่อมั่นว่าผู้บริหารจังหวัด ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะร่วมกันแก้ปัญหา สร้างอาชีพ รายได้ ให้พี่น้องพ้นจากความยากจนมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ &amp;nbsp;นายอำเภอนิคมคำสร้อย กล่าวว่า การที่เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัด ได้เลือกพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จัดงาน &amp;ldquo;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rdquo; ก็เพื่อที่จะได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง เป็นการสร้าง &amp;ldquo;พลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก&amp;rdquo; เสริมสร้างระบบการพัฒนาที่เข้มแข็งในสังคม ในชุมชน โดยยึดหลักการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาที่เริ่มจากเจ้าของปัญหาที่จะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ดีและตรงกับความต้องการของชุมชนเอง &amp;nbsp;ทั้งเรื่องระบบเศรษฐกิจชุมชน สังคม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นความร่วมมือระหว่างชุมชน &amp;nbsp;ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ที่จะเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญของการพัฒนาจากฐานรากและต่อเนื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอำเภอนิคมคำสร้อยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า การร่วมมือกันแก้ปัญหาความยากจนที่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เราจะร่วมกันแก้ปัญหานั้น &amp;nbsp;ยังมีความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยที่ท้าทาย &amp;nbsp;เราต้องหาจุดร่วมกันแต่ละประเด็น &amp;nbsp;แต่ละหน่วยงาน ตัวอย่างเช่น จากการทำวิจัยที่ต่อยอดความรู้เดิม&amp;nbsp; โดยนำงานวิชาการเข้ามาช่วยวิจัยเก็บข้อมมูล แล้วนำข้อมูลมาวางแผน เป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมสู้กับปัญหาที่ท้าทาย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยที่สำคัญคือการบูรณาการหน่วยงาน เป็นทั้งโอกาส ที่ชุมชนได้ร่วมแก้ปัญหา มีส่วนร่วม ราชการเข้ามาร่วมมือกันวางแผน และหนุนเสริมทรัพยากร ปัจจัยที่สาม การสรุปบทเรียน จัดการความรู้ ขยายผลผ่านโซเชียลมีเดีย ให้คนได้รับรู้กระบวนการแก้ปัญหาความยากจน&amp;nbsp; ทำให้คนมาคุยกันมากขึ้น&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ก็มีความยินดีที่จะร่วมกันทำงานในครั้งนี้ เราจะก้าวไปพร้อมกันและสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม&amp;rdquo; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายศศิพงษา จันทรสาขา ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนของภาคประชาชน และภาคราชการ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วที่เราขับเคลื่อนการพัฒนา ภาคประชาชนจำเป็นต้องมีภาควิชาการเข้ามาหนุนเสริมเพื่อความเป็นเหตุเป็นผล มีข้อมูลมาช่วยกันเติมเต็ม&amp;nbsp; โดยเมื่อปี 2563 ได้มีการทำวิจัยฯ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;เพื่อค้นหาปัญหาความยากจนให้มีความชัดเจน&amp;nbsp; แม่นยำ และส่งข้อมูลให้กับทาง พมจ. และ พอช. &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาจำเป็นต้องมีการบูรณาการ &amp;nbsp;วันนี้ถึงเวลาของการรวมตัวจากทีมต่างๆ และพูดภาษาเดียวกัน&amp;nbsp; และจะยกระดับอำเภอนิคมคำสร้อยนำร่องความร่วมมือไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนมุกดาหารให้สอดคล้องกับบริบทของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp; เราจะให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อตรงเป้าหมายมากที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายศศิพงษากล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;การลงนามบันทึกความร่วมมือของ 7 หน่วยงาน มีตัวแทนลงนามประกอบด้วย 1. นายบุญเพ็ง ยืนยง ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมุกดาหาร 2. นายศศิพงษา&amp;nbsp; จันทรสาขา ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร&amp;nbsp; 3.นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล ผู้อำนวยการภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4. นางสุพัตรา ไพฑูรย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;5. นางธงชัย โสดา ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;6. ดร.พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ &amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร 7. นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญความร่วมมือของแต่ละองค์กรที่จะมีบทบาทร่วมกันดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ 1. การดำเนินการจัดการศึกษาและยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษา สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันศาสนา องค์กรที่ดำเนินงานวัฒนธรรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐและสถานศึกษาขั้นสูง&amp;nbsp; หรือสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศหรือต่างประเทศ &amp;nbsp;2.ใช้หลักสูตรการบริการวิชาการ การฝึกอบรม ประกาศนียบัตร สัมฤทธิบัตรหรืออนุปริญญา ที่มีอยู่หรือพัฒนาใหม่ร่วมกัน 3.บริหารหลักสูตรและการสอนแก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด 4.จัดหาอาจารย์ผู้สอนที่มีคุณสมบัติ ร่วมบริหารและดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ 1. ร่วมพัฒนาหลักสูตรแกนนำ 44 ตำบล และจัดบุคลากรเข้าร่วมอบรมแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรภาคีต่างๆ 2.เผยแพร่ ส่งเสริมการแปรแนวคิดการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารตลอดจนเผยแพร่สู่สาธารณะ 3.ร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ตำบลรูปธรรมความสำเร็จ เช่น สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;เศรษฐกิจและทุนชุมชน การพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ &amp;nbsp;4. ร่วมสอบทาน/ติดตาม/ประเมินผล แบบเสริมพลังสู่การบริหารการจัดการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ 1.บูรณาการและเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ &amp;nbsp;ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สนับสนุนให้ชุมชนแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง 2. สนับสนุนงบประมาณภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อหนุนเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนตามบทบาท &amp;nbsp;ภารกิจของสำนักงานฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3. ขับเคลื่อนการบูรณาการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตผู้ประสบปัญหาทางสังคมเป็นรายครัวเรือนและพัฒนาศักยภาพชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคะวันออกเฉียงเหนือ มีบทบาทสำคัญในการ &amp;nbsp;1. สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมุกดาหารในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมุกดาหาร 2. สนับสนุนงบประมาณภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อหนุนเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนตามบทบาทภารกิจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 3. ประสานงาน &amp;nbsp;บูรณาการความร่วมร่วมมือกับหน่วยงาน &amp;nbsp;ภาคีการพัฒนาอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;โดยการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.ร่วมพัฒนาหลักสูตรแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง 44 ตำบล และจัดบุคลากรเข้าร่วมอบรมแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรภาคีต่างๆ &amp;nbsp;5. ร่วมสอบทาน/ติดตาม/ประเมินผล แบบเสริมพลังสู่การบริหารการจัดการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ 1. ให้การสนับสนุนข้อมูล บุคลากร และประมาณการค่าใช่จ่ายในการสำรวจเพื่อการซ่อมปรับปรุงบ้านตามโครงการแก้ปัญหาสังคมและความยากจนด้านที่อยู่อาศัย (บ้านสร้างสุขมุกดาหาร) ตามที่ภาคีเครือข่ายร้องขอ &amp;nbsp;2. ให้การสนับสนุนบุคลากร และงบประมาณ ในการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างและอื่นๆ สำหรับการก่อสร้างบ้านผู้ยากไร้ตามโครงการแก้ปัญหาสังคมและความยากจนด้านที่อยู่อาศัย (บ้านสร้างสุขมุกดาหาร) สำหรับโครงการจัดทำเองของ อบจ. &amp;nbsp;3.ให้การสนับสนุนโครงการและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ ที่เป็นตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ 1. บูรณาการการบริหารราชการ การปกครองท้องที่ อำนวยความเป็นธรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในทุกระดับในพื้นที่ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข &amp;nbsp;2. ส่งเสริมสนับสนุนการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทุกระดับ โดยผ่านกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน &amp;nbsp;3.สร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมั่นคงภายในทุกระดับในพื้นที่ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สภาเกษตรกรจังหวัดมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญในการ &amp;nbsp;1. พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรภายในจังหวัดร่วมกับฝ่ายที่หนึ่ง &amp;nbsp;2.ประสานนโยบายและการดําเนินงานระหว่างองค์กรเกษตรกร เกษตรกร สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานของรัฐ และสภาองค์กรชุมชนตำบล 3.ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และยุวเกษตรกร ภายใต้พื้นที่การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนในจังหวัด ในรูปแบบต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;4. สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรและยุวเกษตรกร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและยั่งยืนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนในจังหวัด &amp;nbsp;5.เสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งราคาผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ไม่เป็นธรรม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชนในจังหวัดต่อสภาเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ในการจัดงานครั้งนี้ นอกจากมีการลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp; พ.ศ. 2563 &amp;nbsp;การจัดเวที ถาม ตอบ สนทนาข้อสงสัยการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ รวมทั้งพิธีมอบงบประมาณตามโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของขบวนองค์กรชุมชน โครงการสวัสดิการชุมชน โครงการบ้านพอเพียง โครงการเชื่อมโยงธุรกิจและทุนชุมชนจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากกิจกรรมภาคเวทีเสร็จสิ้นลงตัวแทนภาคีเครือข่ายได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการบ้านพอเพียง นางทอง เบอร์ชัย บ้านหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และโครงการบ้านสร้างสุขมุกดาหาร เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจชาวบ้านที่รับประโยชน์ และรูปธรรมจากการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนที่เป็นฐานรากในการพัฒนาสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93844</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.มุกดาหาร, พัฒนาชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603366ed54aa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยสร้างถนน &#039;ง2&#039; และ &#039;ง3&#039; จ.มุกดาหารหนุนเขตเศรษฐกิจชายแดนSEZ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.)เปิดเผยว่ากรมฯเริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย ง2 และ ง3 ผังเมืองรวมเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร รองรับการขยายตัวของเมือง แก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน Special Economic Zone (SEZ) สอดรับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

สำหรับจังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองแห่งการค้าและการท่องเที่ยวที่มีพรมแดนติดเขตแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีจุดผ่านแดนบริเวณมิตรภาพไทย - ลาว ทำให้มีการขยายตัวของชุมชนอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านงานทาง ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมและการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การรองรับการขยายตัวของเมือง และแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน SEZ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ทช.ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงสร้างทางดินถมคันทาง งานระบบระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2565 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 372 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทช.จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย ง2 และ ง3 ผังเมืองรวมเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเป็นแนวถนนกำหนดให้ก่อสร้างใหม่และถนนเดิมกำหนดให้ขยายเขตทาง มีจุดเริ่มต้นโครงการ (ถนนสาย ง2) เริ่มต้นจากถนนวิวิธสุรการ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปตามถนนวิวิธสุรการ (ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2029) ตัดผ่านถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ถนนชยางกูล) ไปทางทิศตะวันตกตัดผ่านถนนลาดยางสายตาดแคน - หนองหอย (มห.2027) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนสาย ง2 ระยะทางประมาณ 3.078 กิโลเมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในส่วนของจุดเริ่มต้นถนนสาย ง3 เริ่มต้นจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ต่อจากถนนสาย ง2 ไปทางทิศใต้ไปตามถนนซอยพลธิราช ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตัดผ่านถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตัดผ่านถนนวงศ์คำพา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตัดผ่านห้วยจรเข้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันออก ไปตามถนนสุทธิมรรคตัดผ่านถนนศรีบุญเรือง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตัดผ่านถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัด สายบ้านเขามโนรมย์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปบรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนสาย ง3 และเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ ระยะทางประมาณ 4.457 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 7.535 กิโลเมตร ถนนสายดังกล่าวมีความกว้างเขตทางตั้งแต่ 30 - 50 เมตร ลักษณะของถนนแยกออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

- ปรับปรุงถนนเดิม ช่วง กม.ที่ 0+000 - กม.ที่ 0+905 โดยใช้โครงสร้างผิวจราจรเดิม (คอนกรีตเสริมเหล็ก) overlay ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีไหล่ทางและทางจักรยาน พร้อมระบบระบายน้ำ
- แนวถนนตัดใหม่และขยายแนวเขตทางถนนเดิม ช่วง กม.ที่ 0+917 ถึง กม.ที่ 3+079 ช่วง กม.ที่ 4+700 ถึงกม.ที่ 5+700 และ ช่วง กม.ที่ 6+829 ถึง กม.ที่ 7+535 ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีไหล่ทางและทางจักรยาน พร้อมระบบระบายน้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), จ.มุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e590bd8c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล &quot;เผยครอบครัวนร.ม.2โดน 5 ครูชั่ว +รุ่นพี่ข่มขืน ถูกกดดันข่มขู่ เตรียมส่งครูชุดใหม่ทำหน้าที่แทนครูชุดเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12พ.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ครู 5 คนและรุ่นพี่ 2 คนย่ำยีลูกศิษย์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 5 นานนับปี พร้อมถ่ายคลิปวีดีโอข่มขู่ หากขัดขืนจะให้เรียนซ้ำชั้น รวมถึงขณะนี้มีกระแสกดดันผู้เสียหาย ครอบครัว และพยานที่เกี่ยวข้องกับคดี ว่า เรื่องนี้ตนต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนของผู้เสียหายได้รับความมั่นใจว่า ผู้ที่กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษ โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่าสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวผู้เสียหายเป็นอย่างมาก แต่หากเรายืนหยัดที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ตนก็เชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับสังคมได้ และ ศธ.ต้องการที่จะให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป โดยจะทำทุกวิธีทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ว่า ขณะนี้มีนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าว รวมถึงผู้ปกครองบางส่วนเกิดความไม่สบายใจ หวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำ และมีการขอย้ายโรงเรียน ว่า หากเป็นความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียน ทาง ศธ. ก็จะต้องหาแนวทางที่เหมาะสมไว้รองรับ เราไม่ได้มีปัญหาในส่วนนี้ เพียงแต่ตนต้องการสร้างความเข้าใจและความมั่น ให้กับผู้ปกครองและนักเรียน โดยการจัดหาครูชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนแทนครูชุดเก่า ซึ่งตนเชื่อว่าครูชุดดังกล่าว จะสามารถขับเคลื่อนโรงเรียนให้ไปตามแนวทาง ศธ.ตั้งไว้ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65739</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ครูชั่วข่มขืนรักเรียน, จ.มุกดาหาร, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb0cf86b52cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งรวบรวมหลักฐานสรุปสำนวนส่งอัยการคดี 5 ครูข่มขืนนร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีครู 5 คนพร้อมด้วยศิษย์เก่า 2 คนข่มขืนเด็กหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 แล้วถ่ายคลิปข่มขู่ เหตุเกิดในพื้นที่จ.มุกดาหารว่า หลังจากที่ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ได้ดำเนินการสอบสวนปากคำผู้กล่าวหา พยาน และผู้เสียหายต่อหน้าสหวิชาชีพ ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกาย รวมถึงรวบรวมพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาประกอบสำนวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามอบตัวกับพนักพนักงานสอบสวนจึงได้เเจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ และได้นำตัวไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายขัง ซึ่งผู้ต้องหาได้ประกันตัวไปในชั้นศาลไปแล้วนั้น โดยพนักงานสอบสวนก็จะเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน รอผลตรวจพิสูจน์ที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับแล้วก็จะเร่งสรุปสำนวนมีความเห็นทางคดีส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนคดีที่มีผู้เสียหายเป็นเด็กหญิง อายุ 16 ปี อีกคนนั้น พนักงานสอบสวนก็ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดตามกฎหมาย และจะดำเนินการสอบสวนปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องจากนั้นก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นำพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบคดีเป็นสำคัญ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65548</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีครูข่มขืนนร., จ.มุกดาหาร, ตำรวจ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44b56802537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับเพิ่มอีก 5 คน อุยกูร์แหกห้องขังยังเหลือที่หลบหนีอีก 1 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 &amp;nbsp; กรณีชาวอุยกูร์ 7 ราย หลบหนีออกจากห้องกักขัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 6 คน ส่วน 1 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามจับกุม
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร โดยการนำของ พ.ต.อ.พรรณศักดิ์ &amp;nbsp;วรวิบูลย์สวัสดิ์ ผกก.ตม.จังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม &amp;nbsp;ผกก.สภ.ดอนตาล &amp;nbsp;พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สารวัตร ตม.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นรข. ตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร &amp;nbsp; สามารถจับกุม นายราเจฟ บัสเซอร์ &amp;nbsp;อายุ 32 ปี ชาวอุยกูร์ ได้ที่ป่าอ้อยใกล้สวนสุขภาพบ้านนาโป &amp;ndash;โคกสุวรรณ &amp;nbsp;ถนนชยางกูร &amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร &amp;nbsp;จากการได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนาย เออร์คัล &amp;nbsp;ยูซุด &amp;nbsp;อายุ 33 ปี &amp;nbsp;นายอับดุลลาห์ &amp;nbsp;แอรี่ &amp;nbsp;อายุ 30 ปี &amp;nbsp;นายอับดุลเลาะห์ &amp;nbsp;อายุ 27 ปี และนายอ๊อบ มิลเกม &amp;nbsp;อายุ 27 ปี &amp;nbsp;ผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ ได้ที่บริเวณหลังวัดโคกสุวรรณติดสวนสุขภาพบ้านนาโป-โคกสุวรรณ &amp;nbsp;ถนนชยางกูร &amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร &amp;nbsp;รวม 5 คน ส่วนที่ยังตามจับไม่ได้อีก 1 คน นายมูตาลิป อายุ &amp;nbsp;33 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปูพรมค้นหาและกดดันผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ แหกห้องกักขังต่างด้าวตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารทั้งวันทั้งคืน เพื่อค้นหาชาวอุยกูร์ที่เหลืออีก 1 คน คาดว่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54362</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.มุกดาหาร, ชาวอุยกูร์ 7 ราย, หลบหนีออกจากห้องกักขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1ae0ed6b033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
