<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ใช้ตลาดนำการผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายให้เกษตรกรเป็น &amp;ldquo;ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง&amp;rdquo; เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้สามารถทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาประกอบอาชีพด้านการเกษตรมากขึ้น ผ่านการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสํานักงานฯ ได้ร่วมกับสํานักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และหน่วยงานภาคีร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ด้วยการใช้เครือข่าย Young Smart Farmer เป็นกลไกในการขับเคลื่อน มีการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร เป็นผู้นําด้านเกษตร 4.0 เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมหลักการธุรกิจเกษตร เน้นสร้างทายาทเกษตรกรให้เป็นต้นแบบของยุวเกษตรกรเป็นแหล่งรวบรวมฐานข้อมูล (Big Data) เพื่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเกษตร และสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรแบบครบวงจรอย่างสมบูรณ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอมรพรรณ&amp;nbsp; มุนนี &amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp; สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า การส่งเสริม young smart farmer ของจังหวัดลพบุรี นั้นทางสำนักงานเกษตรจังหวัดจะจัดเวทีให้มีการสร้างเครือข่าย young smart ด้วยกัน เนื่องจาก young smart farmer เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่กลับมาทำด้านการเกษตร และส่วนใหญ่ก็จะทำการผลิตได้ดี&amp;nbsp; จึงควรแก่การต่อยอดด้วยการเชื่อมโยงการตลาดเข้าไปในระบบการส่งเสริมสนับสนุนด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากนโยบายของกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์จะสนับสนุนให้มีการใช้ตลาดนำการผลิต young smart farmer&amp;nbsp; จึงควรมีเวทีให้มีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และตอนนี้ young smart farmer ในจังหวัดลพบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จจึงมีค่อนข้างมากมีการทำการผลิตตามหลักตลาดนำ บางรายก็นำผลผลิตส่งออกต่างประเทศ บางรายส่งห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ&amp;nbsp; และมีตลาดของ young smart farmer เอง&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ในพื้นที่ภาคกลางมีการเปิดที่จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; young smart farmer จังหวัดลพบุรีเป็นผู้ดำเนินการมีโลโก้เป็นของตัวเอง&amp;rdquo; นางอมรพรรณ&amp;nbsp; มุนนี&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนางจิรัฏฐญา บุญเรืองศักดิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าการเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp; เบื้องต้นจะให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายในการทำการผลิตเป็นวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มมีความเข้มแข็งจึงเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเติมเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความรู้เพื่อการผลิตที่ดีและมีคุณภาพ เช่น เรื่องของการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp; หรือการใช้น้ำจากระบบโซล่าเซลล์&amp;nbsp; เพื่อลดต้นทุนในการผลิตและประหยัดน้ำตลอดถึงการผลิตที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานจากกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp; จากนั้นก็จะเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับการตลาดเช่นกระทรวงพาณิชย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของการวางแผนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp; อย่างรุ่งเรืองฟาร์มเมล่อน&amp;nbsp; อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ผลิตเมล่อนได้มาตรฐานคุณภาพ GMP มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตเมล่อนในพื้นที่เป็นวิสาหกิจชุมชน ทำให้เกษตรกรในชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยกลุ่มจะมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำการผลิต เน้นตลาดนำการผลิต โดยทำการผลิตให้ได้คุณภาพและปริมาณที่ตลาดต้องการ ผลผลิตที่ออกมาแต่ละรุ่นจึงไม่ล้นตลาดทำให้ราคาขายไม่ผันผวน เกษตรกรได้ต้นทุนคืนและมีกำไรนำมาลงทุนขยายการผลิตและเก็บออมได้อย่างต่อเนื่องจนทำให้วิสาหกิจแห่งนี้มีความเข้มแข็งเป็นอย่างดี&amp;rdquo; นางจิรัฏฐญา บุญเรืองศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายธัชกร รุ่งเรือง&amp;nbsp; ประธานวิสาหกิจชุมชนอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี หนึ่งใน Young Smart Farmer ที่ปลูกเมล่อนเจ้าของรุ่งเรืองฟาร์มเมล่อน กล่าวว่าได้เรียนจบช่างกลโรงงานจากวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และไปศึกษาต่อด้านเทคโนโลยีการผลิตโปรดักส์ชั่นที่มหาวิทยาลัยวไลยอลงกรณ์&amp;nbsp; จบแล้วไปสมัครงานกับบริษัทเอกชนทำงานดูแลขบวนการผลิตของโรงงาน โดยทำงานได้ระยะหนึ่ง&amp;nbsp; เป็นห่วงพ่อแม่จึงกลับบ้านซึ่งเดิมครอบครัวทำนา ก็ประสบปัญหาหลายประการ นับตั้งแต่แมลงศัตรูพืช การใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช การใช้ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว&amp;nbsp; และราคาข้าวตกต่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีแนวคิดไปปลูกพืชชนิดอื่นควบคู่กับการทำนา เมล่อนจึงเป็นตัวเลือกด้วยเห็นว่าตลาดน่าจะดี เมื่อปลูกในระยะแรก ก็ล้มลุกคลุกคลานพอสมควรเพราะประสบกับปัญหาในขบวนการผลิต กลางคืนมีน้ำค้างเป็นปัญหาเกี่ยวกับความชื้นมารบกวน&amp;nbsp; ผลผลิตที่ได้จึงไม่ต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงได้หาความรู้เพิ่มเติม จากไปศึกษาดูงานและขอความรู้จากเกษตรอำเภอ ต่อมาสำนักงานส่งเสริมและ พัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ได้จัดอบรมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการเกษตรกรรุ่นใหม่โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น young smart farmer&amp;nbsp; และเดินทางไปดูงานแปลงที่ประสบความสำเร็จเพื่อเพิ่มเติมความรู้ต่างๆ&amp;nbsp; พบว่าการผลิตเมล่อนโดยใช้ระบบเทคโนโลยีของโรงเรือนจะสามารถป้องกันปัญหาเรื่องฝนตกความชื้นและแมลงได้เกือบ100% และสามารถลดการใช้สารเคมีได้ 100% แทบไม่ต้องใช้เลย&amp;nbsp; ส่วนการเตรียมแปลงปลูกจะมีการตรวจสอบดิน วัดดินก่อนว่าดินขาดอะไรบ้าง&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อวัดแล้วพบว่าดินที่นี่เป็นดินลพบุรี N P K ค่อนข้างจะครบ ส่วนใหญ่ที่ขาดคือ ชีวมวลหรือชีวภาพ จึงเอามูลสัตว์ประเภทมูลวัวมาใส่ เพื่อเพิ่มจุลธาตุในดินให้เพิ่มขึ้น จึงทำให้ได้รับผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพพร้อมขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ที่อยู่ภายในกลุ่มฯ และทำการผลิตพืชชนิดเดียวกัน&amp;nbsp; สามารถทำการผลิตได้อย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาลในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และส่งจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&amp;rdquo; นายธัชกร รุ่งเรือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42210</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ลพบุรี., จังหวัดชัยนาท, พัฒนาการเกษตรที่ 1, วิสาหกิจชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3ead16ec3eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.-ปฏิรูปที่ดิน จ.ลพบุรีและเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดลพบุรี ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.อำเภอบ้านหมี่ 64 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จ.ลพบุรี / พอช.-ปฏิรูปที่ดิน จ.ลพบุรี&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ&amp;nbsp; และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp; ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp; 3 แปลง&amp;nbsp; รวม 64 หลังคาเรือน&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณสร้างบ้าน&amp;nbsp; สาธารณูปโภค และพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; รวม 2.8 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้&amp;nbsp; พร้อมพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนเพื่อพัฒนาชุมชนและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนกลุ่มอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดลพบุรีได้จัดสรรที่ดินให้เกษตรกรที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; โดยจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.อำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี ให้ครอบครัวละ 15 ไร่ &amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าทำกินและปลูกสร้างบ้านเรือนแล้วตั้งแต่ปี 2555 จำนวน 2 แปลง&amp;nbsp; คือ แปลง ส.ป.ก.ตำบลดงพลับ และแปลง ส.ป.ก.ตำบลดอนดึง&amp;nbsp; นอกจากนี้ในปี 2561 มีที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลดอนดึงที่จัดสรรให้เกษตรกรรุ่นใหม่อีก 24 ครัวเรือนๆ ละ 5 ไร่&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 235 ครัวเรือน&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ยังมีรายได้ไม่เพียงพอ&amp;nbsp; สร้างบ้านตามกำลังที่มี&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี (พมจ.) จึงมีแผนงานสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ให้แก่เกษตรกรชุดแรกรวม 64 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรกลุ่มนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (29 มิถุนายน) มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชาวชุมชนที่เข้าอยู่อาศัยในที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตร (ส.ป.ก.) อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp; ระหว่างผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กับกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ดอนดึง&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ดงพลับ&amp;nbsp; ผู้แทนสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp; และ พมจ.ลพบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายบำรุง&amp;nbsp; รื่นบันเทิง&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีพิธียกเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 1 หลัง&amp;nbsp; จากทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp; 64 หลัง (ครัวเรือน)&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และเครือข่ายประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายบำรุง&amp;nbsp; รื่นบันเทิง&amp;nbsp; รอง ผวจ.ลพบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; จึงมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดลพบุรีก็มีการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้ที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดย พมจ.ลพบุรีเป็นหน่วยงานหลัก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รอง ผวจ.ลพบุรี (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นมีประชาชนที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในจังหวัดลพบุรีประมาณ 1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครอบครัว แต่จะต้องสำรวจข้อมูลใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp; และเพื่อให้รู้ว่าเดือดร้อนอย่างไร&amp;nbsp; อยู่ในที่ดินของใคร&amp;nbsp; จะได้นำไปแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดหาที่ดินมารองรับ&amp;nbsp; หาเงินทุนมาสนับสนุน&amp;nbsp; ทั้งจากภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; นอกจากนี้องค์กรชุมชนจะต้องรวมกัน&amp;nbsp; และสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และพัฒนาชุมชนตนเองในเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งเมื่อเข้มแข็งแล้ว&amp;nbsp; ต้องไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนกลุ่มอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;รอง ผวจ.ลพบุรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธีรพล&amp;nbsp; สุวรรณรุ่งเรือง&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่เข้าอยู่อาศัยในที่ดิน ส.ป.ก.อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช.&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ให้แก่เกษตรกรชุดแรกในที่ดินทั้ง&amp;nbsp; 3 แปลง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp;&amp;nbsp; 64 ครัวเรือน&amp;nbsp; คือ แปลง ส.ป.ก.ตำบลดงพลับ 28 ครัวเรือน&amp;nbsp; แปลง ส.ป.ก.ตำบลดอนดึง&amp;nbsp; 16 ครัวเรือน&amp;nbsp; และแปลง ส.ป.ก.ตำบลดอนดึงที่จัดสรรให้เกษตรกรรุ่นใหม่ 20 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยครัวเรือนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; พัฒนากลุ่มและความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 5,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; รวมทั้งหมดครัวเรือนละ&amp;nbsp; 45,000 บาท&amp;nbsp; โดยแยกเป็นเกษตรกรแปลงดงพลับ&amp;nbsp; 1,260,000 บาท&amp;nbsp; แปลงดอนดึง 720,000 บาท&amp;nbsp; และเกษตรกรรุ่นใหม่ 900,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบประมาณที่ พอช.สนับสนุนทั้งหมด 2,880,000 บาท&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบบ้านจะมีขนาด 4x5 และ 4x6 ตารางเมตร&amp;nbsp; เป็นบ้านชั้นเดียว&amp;nbsp; โครงสร้างเหล็ก&amp;nbsp; ก่อด้วยอิฐบล็อคและวัสดุอื่นๆ ตามที่ครอบครัวมีอยู่&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างบ้านทั้ง 64 หลังจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธีรพล รอง ผอ.พอช. (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากเกษตรกรที่ พอช.สนับสนุนการก่อสร้างบ้านจำนวน 64 หลังแล้ว&amp;nbsp; ยังมีเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ในที่ดินทั้ง 3 แปลงที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการอีก 171 ราย&amp;nbsp; ซึ่งทาง พอช.และหน่วยงานในท้องถิ่นจะร่วมกันสร้างความเข้าใจ &amp;nbsp;และหากจะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ทาง พอช.ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ทั้ง 3 แปลง&amp;nbsp; มีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.กรณีผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ยากไร้&amp;nbsp; สมาชิกจะช่วยกันสร้างบ้าน&amp;nbsp; บริจาควัสดุก่อสร้าง&amp;nbsp; สมทบก่อสร้าง&amp;nbsp; ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมดูแล&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;2.ผู้ที่เดือดร้อนที่สุด&amp;nbsp; ผู้ที่มีความจำเป็น&amp;nbsp; ผู้ที่มีความเร่งด่วน&amp;nbsp; ให้ก่อสร้างบ้านก่อน&amp;nbsp; 3.สมาชิกในกลุ่มจะมาช่วยกันก่อสร้าง&amp;nbsp; เพื่อลดค่าแรงงาน&amp;nbsp; และทำให้ก่อสร้างได้เร็ว&amp;nbsp; 4.ช่วยกันสร้างบ้านทีละหลัง&amp;nbsp; เมื่อใกล้แล้วเสร็จ&amp;nbsp; ให้สร้างหลังต่อไป&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการก่อสร้างบ้านแล้ว&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดินแต่ละแปลงต่างก็มีแผนงานในการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ดงพลับ&amp;nbsp; มีแผนจะส่งเสริมอาชีพกลุ่ม&amp;nbsp; พัฒนาโรงสีข้าวชุมชน&amp;nbsp; รวมกลุ่มทำตลาดนัด&amp;nbsp; ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ทำสวนสุขภาพ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ดอนดึง&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; พัฒนาโรงสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; ร้านค้าชุมชน&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; และกองทุนสวัสดิการชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สนับสนุนการศึกษาบุตรหลาน&amp;nbsp; ทำแนวกันไฟ&amp;nbsp; ทำท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp; ระบบจัดการขยะในชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สภาพบ้านของปรินทร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางปรินทร&amp;nbsp; หนูใจหาญ&amp;nbsp; อายุ 37 ปี&amp;nbsp; เกษตรกรรุ่นใหม่ในที่ดิน ส.ป.ก. เล่าว่า&amp;nbsp; ตนสมัครเข้าร่วมโครงการเกษตรกรรุ่นใหม่กับ ส.ป.ก.เมื่อปี 2560&amp;nbsp; หลังจากนั้น ส.ป.ก.จึงจัดอบรมให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; เกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2561 ตนจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาอยู่อาศัยในที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลดอนดึง&amp;nbsp; อ.บ้านหมี่&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp; โดยได้รับจัดสรรที่ดินทำกิน &amp;nbsp;5 ไร่&amp;nbsp; สร้างบ้านด้วยสังกะสี&amp;nbsp; ขนาดประมาณ 4x8 ตารางเมตร อยู่กับลูกชายอายุ 14 ปี&amp;nbsp; (เรียนจบชั้น ป.6&amp;nbsp; ไม่ได้เรียนต่อ เพราะไม่มีเงินส่งเรียน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้หนูปลูกกระเจี๊ยบแดงขาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำเห็ดแหนม&amp;nbsp; ข้าวเกรียบแหนม&amp;nbsp; และน้ำพริกแหนมขาย&amp;nbsp; มีรายได้ประมาณเดือนละ 9,000 บาท&amp;nbsp; ก็พออยู่ได้&amp;nbsp; แต่ยังไม่มีเงินที่จะสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; พอมี พอช.และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยก็รู้สึกดีใจที่จะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; เพราะบ้านหลังเก่าเป็นสังกะสี&amp;nbsp; ผุพัง&amp;nbsp; เวลาฝนตก ฝนจะสาดเข้าบ้าน&amp;nbsp; อากาศในบ้านก็ร้อนและอบอ้าว&amp;nbsp; ถ้าสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ก็มีแผนเรื่องอาชีพที่จะทำต่อไปๆ&amp;nbsp; คือจะเลี้ยงไก่บ้านขาย&amp;nbsp; ประมาณ 200 ตัว&amp;nbsp; เลี้ยงหมูแม่พันธุ์อีก 3 แม่&amp;nbsp; ถ้ามีรายได้พอก็จะให้ลูกชายเรียนต่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เกษตรกรรุ่นใหม่รายนี้พูดถึงอนาคตที่วางเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.ที่ พอช.สนับสนุน&amp;nbsp; เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2561) โดย พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยประชาชนที่มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; การฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยก่อสร้างศูนย์รองรับ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2546 ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; พอช. ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 4,911 โครงการ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 154,452 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 6,577 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39733</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ลพบุรี., บำรุง  รื่นบันเทิง, บ้านมั่นคง, ปฏิรูปที่ดิน, พอช, ส.ป.ก., เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d16f6bb16b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
