<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่รับฟ้องคดี&#039;จ่าโอ๋&#039;ฟ้อง2สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;เม.ย. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องในคดีที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ทนายโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาฟังคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์ประกอบรายงานชั้นตรวจคำฟ้องแล้ว ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวนและเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ กับตำรวจชั้นประทวน สน.พหลโยธิน จึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต โดยร่วมกันออกคำสั่งข่มขู่บังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงของโจทก์กับพวกอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน โดยให้โจทก์ได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท จากที่โจทก์มีสิทธิได้รับเงินจำนวน&amp;nbsp;5,720&amp;nbsp;บาท และให้ไปถอนเงินเบี้ยเลี้ยงส่วนเกินมามอบให้จำเลยทั้งสอง หากไม่ทำจะถูกจำเลยทั้งสองกลั่นแกล้งหรือโดนโยกย้าย อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทางราชการ โดยเจตนาให้โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ซึ่งโจทก์กับพวกไม่ยินยอมและไม่พอใจ แต่ต้องจำยอม ซึ่งจำเลยทั้งสองได้เบี้ยเลี้ยงจากโจทก์และตำรวจชั้นประทวนอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;25,300&amp;nbsp;บาท และจำเลยทั้งสองนำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองและผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้เกิดความเสียหาย มีเจตนาทุจริต นำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และข่มขืนใจโจทก์ให้ส่งมอบทรัพย์สินแก่จำเลยทั้งสอง ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา&amp;nbsp;83, 90, 148, 157&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า การกระทำที่จะผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;148&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ต้องเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งของเจ้าพนักงานนั้นเองโดยมิชอบ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติสิ่งที่อยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้นเองโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยทุจริต ตามคำฟ้องโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวน มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน เกี่ยวกับการจับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย และเกี่ยวกับการสืบสวนนั้น หมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อจะทราบรายละเอียดแห่งความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งด่านตรวจของโจทก์กับพวกซึ่งเป็นตำรวจชั้นประทวน แม้อยู่ใต้การบังคับบัญชาของจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่การที่โจทก์กับพวกจะได้รับค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นกรณีที่ทางราชการได้วางระเบียบหรือหลักเกณฑ์ไว้ในทางบริหารต่างหาก และตามเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ก็ได้ระบุว่า สน.พหลโยธิน ยังต้องส่งหลักฐานขอเบิกเบี้ยเลี้ยงต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่โจทก์กับพวก ที่จะถือได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงาน มีอำนาจหน้าที่จะออกคำสั่งหักเงินเบี้ยเลี้ยงของโจทก์กับพวกหรือข่มขู่บังคับโจทก์กับพวกให้นำเงินเบี้ยเลี้ยงส่วนเกินมามอบให้โจทก์ทั้งสอง ที่จะถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งของจำเลยทั้งสองโดยมิชอบฯ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;148&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ไม่ใช่คดีทุจริตและประพฤติมิชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7733</URL_LINK>
                <HASHTAG>2สารวัตรสน.พลโยธิน, จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, สน.พลโยธิน, หักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adeb5e82b724.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039;ขอโทษเป็นต้นเหตุตร.โดนห้ามแต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกโซเชียล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61-จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ จ่าโอ๋ ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สน.พหลโยธิน ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเคยออกมาร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ถูกผู้บังคับบัญชาเรี่ยไรเงินร่วมกับตำรวจชั้นประทวนรวม 11 นาย เพื่อนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน อย่างไม่เป็นธรรม ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด&amp;quot; แชร์ข่าว https://www.thaipost.net/main/detail/6687 เรื่อง &amp;quot;ห้ามตร.แต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกสื่อโซเชียล&amp;quot; พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;#ผมต้องขอโทษทุกๆท่านด้วยครับผมคือต้นเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ แชร์ข่าวและโพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ให้กำลังใจ จ่าโอ๋ ในการปฎิบัติหน้าที่ และตั้งข้อสังเกตุในคำสั่งดังกล่าว หากมีการห้ามถ่ายภาพออกสื่อโซเชียลต่อไปเวลาตำรวจจับกุมผู้ต้องหาจะสามารถถ่ายภาพแถลงข่าวเผยแพร่ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข่าว&amp;quot;ห้ามตร.แต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกสื่อโซเชียล&amp;quot; เนื้อหาเป็นหนังสือคำสั่งของ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.) กำชับการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัดทะเบียนพล อ้างถึงการประชุมบริหารครั้งที่ 6 /2561 ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 กำชับการปฏิบัติของข้าราชการในสังกัดเกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงกำชับให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ สำนักงานกำลังพล ที่ 0009.09/8988 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 โดยท้ายหนังสือดังกล่าว ผบก.ทพ.ระบุ ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจถ่ายภาพขณะแต่งเครื่องแบบตำรวจเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทุกกรณี จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพล.ต.ต.วิวัฒน์ ออกมาระบุว่า &amp;nbsp;ได้ออกหนังสือคำสั่งดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองทะเบียนพล เพราะถ้าตำรวจแต่งกายไม่เรียบร้อย ผมยาว สีเครื่องแต่งกายไม่ถูกต้อง หากนำไปลงสังคมออนไลน์จะไม่ดีต่อตัวของผู้ใต้บังคับบัญชาเอง และอาจถูกจเรตำรวจลงโทษทางวินัยได้ จึงต้องกำชับป้องกันไว้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จเรตำรวจ, จ่าโอ๋, ตำรวจ, พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf2a6bd010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039; เปิดแล้วแซทไลน์ &#039;ซื้อแอร์&#039; ตร.ชั้นผู้น้อยโวลั่นลูกน้องใกล้จะตายอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 - จากกรณี หน้ากรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ &amp;quot;จ่าโอ๋&amp;quot; ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวทำให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ลงนามหนังสือบันทึกข้อความ ที่ 0015.112/4246 วันที่ 31 มีนาคม 2561 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ ตามหนังสือ บก.น.2 ที่ 0015.(บก.น.2) 12/921 ลงวันที่ 31 มี.ค.61 เสนอ บช.น.อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ไปปฏิบัติราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ &amp;nbsp;โดยให้พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.ดอนเมือง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.สายไหม &amp;nbsp;ส่วน&amp;quot;จ่าโอ&amp;quot; ให้ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง &amp;nbsp;เนื่องจากทั้งสามเป็นคู่กรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวานนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ได้เผยแพร่บทสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ผ่าน&amp;nbsp;ผู้จัดการออนไลน์&amp;nbsp;โดยนายตำรวจชั้นประทวนแสดงความไม่พอใจที่ถูกเอาเงินจากการตั้งด่านความมั่นคงไปซื้อเครื่องปรับอากาศ ทั้งๆ ที่ลูกน้องใกล้จะอดตายอยู่แล้ว พร้อมทั้งสนับสนุน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ให้เอาผิดกับสารวัตรทั้งสองนายด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6510</URL_LINK>
                <HASHTAG>2สารวัตรสน.พลโยธิน, จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, ซื้อแอร์, สน.พลโยธิน, แซทไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac58d26bd877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039;ลุยต่อส่งทนายฟ้องข้อหาหนัก2สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่บังคับให้ตำรวจชั้นประทวน 11 นาย สังกัด สน.พหลโยธิน ผู้ใต้บังคับบัญชา นำเงินเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านความมั่นคงบริเวณปากซอยลาดพร้าว 1 รวม 25,300 บาท มาใช้ซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสอบสวน เหตุเกิดระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเดชา กล่าวว่า มาฟ้องกรณีเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ไม่มีเรื่องส่วยหรือความขัดแย้งอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของจ่าโอ๋ โดนหักเงินจำนวน 3,220 บาท ส่วนตำรวจชั้นประทวน 10 คน โดนหักไม่เท่ากัน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท ยืนยันได้รับแจ้งจากจ่าโอ๋ว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยมีหลักฐานเป็นการคุยแชทไลน์ และการนำคดีมาฟ้องไม่ใช่เพื่อจะไปการเจรจาต่อรองกับผู้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว นายเดชา เปิดเผยว่า ศาลรับไว้เป็นคดีดำ อท.81/2561 โดยศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 24 เม.ย. นี้ เวลา 9.00 น. เพื่อจะมีคำสั่งว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่รับฟ้อง หรือยังต้องแก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6449</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, ซื้อแอร์, ตำรวจ, ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน, สน.พลโยธิน, เบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac47b3e5f663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อแอร์พ่นพิษ เด้งแล้ว2สว. พ้นพหลโยธิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เด้งแล้ว 2 สารวัตรสอบสวนพหลโยธินถูกร้องหักเบี้ยเลี้ยงลูกน้องซื้อแอร์ ผบช.น.ย้ายไปอยู่ดอนเมืองกับสายไหม พร้อมโยกหัวหมู่ทะลวงฟันคู่กรณีไปทุ่งสองห้อง เผยตัดปัญหาระหว่างรอผลสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้ากรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ลงนามหนังสือบันทึกข้อความ ที่ 0015.112/4246 วันที่ 31 มีนาคม 2561 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ ตามหนังสือ บก.น.2 ที่ 0015.(บก.น.2) 12/921 ลงวันที่ 31 มี.ค.61 เสนอ บช.น.อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปปฏิบัติราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ ความแจ้งแล้วนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของ บช.น.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น อาศัยอำนาจตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547, ระเบียบ ก.ต.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการในฐานะเป็นอธิบดี หรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555, ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงสั่งการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พ.ต.ท.สมภพ นามบัณฑิต สว.สส.สน.ดอนเมือง ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ ภิรัมย์ สว.สส.สายไหม ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.ดอนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.สายไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ (สส.) สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพเผยว่า ได้ลงนามคำสั่งตามที่ บก.น.2 ได้มีการเสนอผ่านมาจาก พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 โดยได้สั่งการให้แยกกันออกมาจากพื้นที่ก่อน ส่วนเหตุผลที่ให้แยกขาดออกมาจากพื้นที่นั้น เนื่องจากกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน และไม่ให้เกิดความแตกแยกกันในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายอำนวยการ บก.อก.บช.น.ทำการสำรวจวัสดุอุปกรณ์ที่มีสิ่งเสียหายและจำเป็นต้องซ่อมแซมเร่งด่วนแล้ว โดยจะทำหนังสือสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไข ไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6396</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, ป.ป.ท., พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง, พ.ต.ต.เอกราช โอมาก, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ ภิรัมย์, พ.ต.ท.สมภพ นามบัณฑิต, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, สน.พหลโยธิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง, เด้งแล้ว 2 สารวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac381db9a722.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบซื้อแอร์ จ่อย้ายจ่าท้าชนสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผบก.น.2 สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว กรณีจ่าพหลโยธินร้องเรียน 2 สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าแอร์ติดห้องสอบสวน ด้าน ผกก.พหลโยธินเตรียมย้ายจ่าคู่กรณีไปอยู่ฝ่ายปราบปรามเพื่อลดแรงกดดัน เจ้าตัวลั่นไม่ลาออกแน่ แต่จะสู้เพื่อความถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วันที่ 28 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เข้าพบ พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 เพื่อชี้แจงกรณีที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่งานสืบสวนสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีถูกผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวน 2 นาย บังคับหักเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวนของ สน.พหลโยธิน ซึ่งเป็นการบังคับขู่เข็ญผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่เต็มใจ เบื้องต้นมีการหารือถึงแนวทางการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อการบริหารงานภายในหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ยอมรับว่า เพิ่งทราบปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เคยมาปรึกษา แต่เมื่อทราบเรื่องก็ได้เรียกตำรวจสืบสวนทุกนายใน สน.พหลโยธินมาสอบถาม และพบว่าส่วนใหญ่สมัครใจช่วยลงขันซื้อเครื่องปรับอากาศ ส่วนจะมีความขัดแย้งระหว่างกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยยังไม่มีการโยกย้ายฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สน.พหลโยธินเปิดเผยด้วยว่า จ.ส.ต.เลอศักดิ์ได้ยื่นใบขอลาพักร้อน ส่วนสารวัตรสืบสวน 2 นาย และชั้นประทวนอีก 10 นาย ยังปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตามปกติ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งย้ายใดๆ แต่มีแนวคิดที่จะย้ายเจ้าหน้าที่ชั้นประทวน จากฝ่ายสืบสวนไปฝ่ายปราบปรามเพื่อลดความกดดัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยื่นใบลาพักตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย. ซึ่งมีกระแสข่าวว่าตนจะถูกย้ายจากฝ่ายสืบสวนไปฝ่ายปราบปราม แต่ยังไม่มีเอกสารออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อลดความกดดัน ทั้งนี้ ยังไม่พบสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นาย โดยยืนยันว่าจะไม่ลาออกราชการ จะสู้เพื่อความยุติธรรมให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ยรรยงค์เปิดเผยว่า วันนี้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยตนเป็นหัวหน้าชุด หลังจากนี้จะเรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล แต่ยังไม่สามารถระบุวันได้ในขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการฯ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือมาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.เอกชัย&amp;nbsp;บุญวิสุทธิ์&amp;nbsp;ผบก.น.2&amp;nbsp;กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยรรยงค์เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากห้วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นขณะที่ พ.ต.อ.ยรรยงค์เป็น ผกก.สน.พหลโยธิน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดได้ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่กวดขันและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่กระทบกับการทำงานดูแลประชาชนแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb947776c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่า&#039;ท้าชนสารวัตร ร้องรีดเงินซื้อแอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่าพหลโยธินสวมบทหมูไม่กลัวน้ำร้อน หอบหลักฐานเข้าร้อง ป.ป.ท.เอาผิด 2 สารวัตรโรงพักเดียวกัน ออกคำสั่งหักเบี้ยเลี้ยงตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นายไปซื้อแอร์ติดห้อง ชี้เป็นเงินสุจริตที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง ตกบ่ายเข้าร้องรอง ผบช.น. เตรียมตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 มีนาคมนี้ ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชั้น 2 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ก ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมหลักฐานแช้ตข้อความคำสั่งของสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน 2 นาย ที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน มาร้องเรียนต่อ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยมี พ.ต.ท.งามพล บุญลิ่มเต็ง ผอ.กองบริหารคดี ป.ป.ท.มารับเรื่องแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ส.ต.เลอศักดิ์เผยว่า เงินที่ถูกหักไปเป็นเงินเบี้ยเลี้ยงตกเบิกที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านความมั่นคงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนปีที่แล้ว และเงินเพิ่งเข้าบัญชีเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยก่อนที่เงินตกเบิกจะเข้า มีคำสั่งจากสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นายสั่งให้ถอนเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง เฉลี่ยรายละ 2,000-4,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมและเพื่อนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งเงินที่ใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศควรเป็นเงินของราชการ ไม่ใช่เงินส่วนตัว จึงตัดสินใจรวบรวมพยานหลักฐานคำสั่งของสารวัตรสืบสวน ภาพการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ มาร้องเรียน ป.ป.ท.เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ทั้งนี้ยังร้องขอให้มีการโยกย้ายสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นายออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปด้วย&amp;rdquo; จ.ส.ต.เลอศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.งามพลกล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบ ก่อนมีการพิจารณานำเรื่องเข้าที่ประชุม ป.ป.ท.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ยังได้นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจเร กรณีถูกผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตร 2 นาย เรียกร้องให้นำเงินค่าเบี้ยเลี้ยงตกเบิกจากการตั้งด่านความมั่นคงส่วนหนึ่ง มาจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดห้องทำงานฝ่ายสืบสวน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสืบสวนสอบสวน ป.ป.ท.มาแล้ว และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนตนนั้นพร้อมรับกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ส.ต.เลอศักดิ์ระบุว่า ต้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเรียกตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.พหลโยธิน มาให้ข้อมูลเพื่อพิจารณาพฤติกรรมของสารวัตรทั้ง 2 นาย พร้อมขอให้ใช้อำนาจทางปกครองเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ สน.พหลโยธิน ยืนยันมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวน 11 นาย ยินดีให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.พุทธิชาตได้รับเรื่องไว้พิจารณา และว่า พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกำลังตัดสินใจว่าจะตั้งเป็นระดับกองบังคับการ หรือกองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งย้ายฝ่ายใดออกนอกพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5936</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, ป.ป.ท., พ.ต.ท.งามพล บุญลิ่มเต็ง, สน.พหลโยธิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินเบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba47c2d168d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
