<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่าผมอย่าด่าทหาร ผบ.ทบ.แถลงหลั่งน้ำตาขอโทษ-อยู่ต่อล้างธุรกิจในกองทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โยนกองทัพคุ้ยปมเหตุจ่าคลั่ง รับกลัวพฤติกรรมเลียนแบบในโลกโซเชียล สั่งให้ลงดาบเต็มสูบ &amp;ldquo;พุทธิพงษ์&amp;rdquo; ให้ศึกษาด่วนเพิ่มโทษด้านคอมพิวเตอร์ &amp;ldquo;อภิรัชต์&amp;rdquo; ตั้งโต๊ะแถลงด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมหลั่งน้ำตาขอโทษและเสียใจ ลั่นเมื่อ &amp;ldquo;จ่าจักรพันธ์&amp;rdquo; ลั่นไกก็เป็นอาชญากร วอนสังคมอย่าด่าทหารและกองทัพ ให้มาลงที่ตัวเอง ประกาศขอ 3 เดือนล้างบางธุรกิจในแวดวงท็อปบูต ไล่นายพลเกษียณออกจากพื้นที่ทหารในสิ้นเดือนนี้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะอยู่ในช่วงท้ายอาชีพ &amp;ldquo;อนค.-นปช.&amp;rdquo;พาเหรดขย้ำน้ำตาจระเข้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ. บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล บรรดารัฐมนตรีและข้าราชการพร้อมใจกันแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยเสื้อสีสุภาพ เทา ขาว และน้ำเงินเข้ม เพื่อไว้อาลัยต่อการสูญเสียจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สวมเสื้อสีเทา เช่นเดียวกับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่บรรดา ส.ส.และข้าราชการต่างแต่งกายเพื่อไว้อาลัยเหตุการณ์ดังกล่าว และในวันที่ 12 ก.พ. จะมีการยืนไว้อาลัยในที่ประชุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ได้มีการยืนไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต 1 นาที และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวชมเชยเพื่อนสมาชิก คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติการแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้จนลุล่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุจูงใจการก่อความรุนแรงที่ จ.นครราชสีมา ว่ากำลังให้ตรวจสอบอยู่ กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องนำไปแก้ไขปรับปรุงหาแนวปฏิบัติที่ดีไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะที่เป็นห่วงคือพฤติกรรมเลียนแบบ พฤติกรรมเอาอย่างเหล่านี้ด้วยการใช้เว็บ ใช้โซเชียล ตรงนี้ต้องลดความรุนแรงลง เพราะโอกาสที่จะเกิดการเลียนแบบมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การใช้โซเชียลของเราเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนช่วยกันตรงนี้ ผมว่าจะสามารถลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้มากพอสมควร จะเห็นได้ว่าวันนี้เข้มงวดเรื่องการโพสต์อะไรต่างๆ ที่เรียกมาส่วนใหญ่บอกว่าเมา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ กฎหมายมีอยู่ต้องดูว่ากฎหมายเขียนอย่างไร จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งสิ้น ตามโทษานุโทษไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ซึ่งไม่อยากให้บ้านเมืองมีปัญหาไปมากกว่านี้แล้ว ดังนั้น ขอฝากไปทุกภาคส่วน อย่าเอาประเด็นเหล่านี้ทำให้เกิดความแตกแยกกันอีก ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่ต่างๆ ในฐานะรัฐบาล ปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ ต้องหาทางแก้ปัญหา แก้ไขเยียวยา และในวาระความโศกเศร้า ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน ประชาชนชาวโคราชและอื่นๆ ด้วย เราจะต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน ไม่ให้ใครมาแบ่งแยกหรือทำให้เกิดความเกลียดชังจนทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เย็นนี้จะเดินทางไปร่วมพิธีศพที่ จ.นครราชสีมา 3 วัด และวันอื่นจะจัด ครม.ที่ไม่ติดภารกิจในสภาไปเป็นตัวแทนรัฐบาล โดยต้องมอบหมายแบ่งกันไป แต่โดยหลัก ผู้ว่าฯ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดพิธีศพรับผิดชอบ พร้อมกันนี้มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม ที่มีหน่วยงานในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลความเรียบร้อย&amp;nbsp;
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ &amp;nbsp;รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการโพสต์ข้อความเลียนแบบเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมาจำนวนมาก ว่ามอบหมายให้รองปลัดกระทรวงดีอีเอสตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. รวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องการใช้และบังคับใช้กฎหมายในเชิงการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่อดิจิทัล พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นๆ ที่ต้องปรับปรุง รวมถึงบทลงโทษที่ต้องปรับปรุง เน้นบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสื่อโซเชียลขยายและพัฒนาไปมากขึ้น โดยขณะนี้กำลังศึกษาอย่างเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ปล้นอาวุธไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยระบุว่า ในฐานะ ผบ.ทบ. ขอโทษและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวประชาชนและข้าราชการที่ต้องเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียใจที่มีประชาชนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และยอมรับว่ามูลเหตุของผู้ก่อเหตุเกิดจากไม่ได้รับความเป็นธรรม จากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้มีการซื้อขายที่ดินและผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รายละเอียดนั้นต้องไปสืบต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา เมื่อผิดสัญญากันจึงทำให้เกิดแรงจูงใจในครั้งนี้ ณ วันที่ก่อเหตุสังหารตั้งแต่แรกเขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ กองทัพบกมีมาตรฐานและมาตรการในเรื่องนี้ และมีการเน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่อาจมีหน่วยที่หละหลวม ซึ่งก็ต้องไปลงโทษ หน่วยที่ไม่ได้เตรียมตัวก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ดังนั้นมาตรการต่อไปแต่ละหน่วยต้องติดกล้องซีซีทีวี ด้านหน้าคลังเก็บอาวุธและกระสุนปืน&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์แถลง
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ได้สั่งการให้หาวิธีการที่ดีที่สุด เปิดเรื่องร้องเรียนโดยตรงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเอาเปรียบ และจะเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยช่องทางนี้จะเป็นความลับที่สุด แต่ต้องแสดงตัวตนว่าเป็นใคร อยู่หน่วยไหน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจัดส่งตรงมาที่ตนเอง ซึ่งเดิมไม่มีเฟซบุ๊กและไอจี เพราะรับไม่ไหวในหลายเรื่อง แต่ก็จะมีช่องทางให้เข้าถึง โดยไม่ผ่านช่องทางของกองทัพ ซึ่งจะหาบุคลากรมาทำ โดยสั่งไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.พ.แล้ว เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสื่อสารโดยตรง และจะลงโทษอย่างเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp;
วอนอย่าด่าทหาร-กองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตลอดเวลาเกิดเหตุมีการตำหนิกองทัพบก มีคนด่าว่ากองทัพบก ซึ่งกองทัพบกเป็นองค์กรความมั่นคงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีคนมากมายมาด่าทหาร ผมอยากให้ทราบว่า ท่านอย่าด่ากองทัพบก ท่านอย่าด่าทหาร กองทัพบกเป็นองค์กรไม่มีความรู้สึก ทหารยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน ทหารยังปราบปรามยาเสพติด เสี่ยงชีวิตปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารยังต้องช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า ที่เสียสละที่ดีๆ มีทั่วกองทัพบก อย่าไปด่าว่าเขาเลย อย่าใช้คำว่าทหาร ถ้าจะด่า จะตำหนิ &amp;nbsp;ให้มาด่า พล.อ.อภิรัชต์ ผมน้อมรับคำตำหนิ และการแสดงความคิดเห็นทุกอย่าง ให้มาด่าผม เพราะผมเป็น ผบ.ทบ.&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ในคนหมู่มากของทุกองค์กรย่อมมีคนดี และคนไม่ดีปะปนกันอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจ แม้เหลือเวลารับราชการ 7-8 เดือน จะไม่ย่อท้อในการปรับปรุงและพัฒนากองทัพบก พัฒนาบุคลากร เข้มงวดและรักษามาตรฐานให้ดีขึ้น เพิ่มมาตรการต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา โดยจะใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ ผบ.ทบ.จนวันสุดท้ายที่ส่งมอบธงให้กับ ผบ.ทบ.คนต่อไป ก่อนที่จะมาแถลงข่าวทำการบ้านมา 3 คืน 2 วัน แทบไม่ได้นอนเพราะเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลง พล.อ.อภิรัชต์มีน้ำเสียงสั่นเครือและถอนหายใจเป็นระยะ หลังจากแถลงจบช่วงแรกก่อนที่จะเปิดโอกาสให้สื่อสอบถาม พล.อ.อภิรัชต์ได้ขอน้ำและกาแฟจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับหันหลังและควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ก่อนจะหันกลับมาหาสื่ออีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี ซึ่งไม่ใช่การปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องการบาดหมางจิตใจ การก่ออาชญากรรม ซึ่งกองทัพบกก็รับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้ก่อเหตุและคู่กรณีตามมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้นิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อพูดถึงทหารที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เขาเป็นเพียงพลทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระราชทานเพลิงศพ และกองทัพบกจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุด และสมเกียรติ รวมถึงพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เสียชีวิต กองทัพบกจะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิโดยไม่มีข้อแม้ และหากทายาทยังเรียนหนังสือไม่จบ ก็จะดูแลด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเกษียณราชการไปแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียในการประกอบอาชีพ หากประสงค์จะเข้าราชการกองทัพจะไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่การเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุจะเป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า แม้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก และตั้งแต่ที่ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุที่ไม่ใช่การไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก เช่น ทหารขนยาเสพติด ค้าอาวุธสงครามแล้วถูกตำรวจวิสามัญฯ ก็อยากถามเหมือนกันว่า สมควรใช้คำถามนี้หรือไม่ ตนเองมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างที่สั่งไปในทุกตำแหน่ง ทุกวิกฤติที่ตนเองได้ผ่านมาจนกำลังจะเกษียณอายุราชการ อะไรที่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำ ตนเองรับผิดชอบ แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นเหตุการณ์ส่วนตัว การก่ออาชญากรรม การทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบวินัยที่มีอยู่อันนั้น รับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงการยุติเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งเขาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งไม่ทราบว่าประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างเทอร์มินอล 21 อยู่จุดไหนบ้าง ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงต้องใช้เวลานาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และเราไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้ เพราะมีการสูญเสียไปพอสมควรแล้ว จึงต้องใช้ความระมัดระวัง
ลั่น 3 เดือนล้างบางแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลอกเลียนแบบหรือเอาโมเดลในลักษณะเช่นนี้ไปขยายผล ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างกังวล ผมรับปากว่าจะไปทบทวนเพิ่มมาตรการให้มากกว่านี้ และยืนยันว่ามาตรการเดิมที่ทำอยู่นั้น อยู่ในระดับมาตรฐาน และผู้ก่อเหตุก็เป็นกำลังพลในหน่วย เป็นเพื่อนร่วมงานที่เดินเข้ามา ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาทำร้าย ซึ่งก็เป็นจุดหนึ่งที่กองทัพบกต้องไปคิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้เฉลียวใจว่าคนที่รู้จักจะก่อเหตุ ตั้งแต่เกิดเหตุ ผมรู้สึกไม่สบายใจ และแทบจะนอนไม่หลับ&amp;rdquo; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายที่ดินในหน่วยงานทหาร โครงการเช่นนี้มีจำนวนมากหรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกตั้งมาเป็นเวลานาน มีโครงการหลายอย่างจำนวนมาก เรื่องทั้งหมดนี้ทราบและรับรองว่าอีก 3 เดือนต่อจากนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ และไม่สน เพราะรู้ข้อมูล ซึ่งไปเรียน พล.อ.ประยุทธ์แล้วว่า &amp;ldquo;พี่ครับ ผมต้องทำ&amp;rdquo; ขอยกตัวอย่างเช่นมีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอลอาร์มียูไนเต็ดหรือไม่ หรือในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ได้เซ็นยกเลิกการจัดซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดของกองทัพบก นี่คือการเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกองทัพบก แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจ&amp;nbsp;
&amp;quot;ทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวงที่ถูกเก็บรักษาและจะมีการแจกจ่าย ทหารมีบ้านมีที่พักให้กับกำลังพลเพียงพอ รับราชการ 20-30 ปี ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน เพื่อให้มีเวลาเก็บเงินไปซื้อบ้านของตัวเองหลังเกษียณอายุราชการ ผมขีดเส้นตายภายในเดือน ก.พ.สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว และยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหารต้องย้ายออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ โครงการต่างๆ ต้องมีการปรับกรุงแก้ไขและเอาจริง อันไหนไม่จำเป็นผมจะยกเลิก และผมจะเอาจริงสำหรับผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน ขอเวลา และยืนยันว่าผมไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาก่อนหน้านี้ และถ้าไม่สัมฤทธิผลภายในวงรอบ การปรับย้ายนายทหารครั้งนี้เห็นดีแน่ และผมก็ไม่ล้อมคอก ผมไม่กลัวและไม่ถนอมตัว เพระเป็นปีสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. จะทำให้กองทัพบกให้ดีขึ้นจนวันสุดท้าย ขอให้มั่นใจ&amp;rdquo; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเรื่องการใส่เครื่องแบบไปติดตามสถานการณ์คนร้ายกราดยิงประชาชนที่ จ.นครราชสีมา ว่าเครื่องแบบปกติในที่ทำงานก็เป็นเครื่องแบบที่ใช้อยู่ และในวันเกิดเหตุไปทำงาน แม้ว่าเป็นเวลานอกราชการ พูดตรงๆ แต่งอะไรก็โดนด่า ยิ่งถามให้พูดในสิ่งที่ไม่อยากจะพูด พูดไปแล้วก็ไปกระทืบในทวิตเตอร์กันอีก เอาไปใส่กันอีก&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทหารทำแฮชแท็กในโซเชียลไม่เก่ง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้คนมาดู เราไม่มีเฟซบุ๊กหรือไอจีที่สวยงาม เรามานั่งออกแบบในสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ที่จะให้ดึงดูดใจคน ก็สู้เขาไม่ได้ เราโฆษณาชวนเชื่อไม่เป็น ถือว่าเป็นจุดอ่อนของกองทัพ แต่จะไม่ท้อถอย และหนักแน่น&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว (รายละเอียดหน้า 4) &amp;nbsp;
สับบิ๊กแดงบีบน้ำตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ชี้แจงการปฏิบัติภารกิจเหตุยิงกราดใน จ.นครราชสีมา ว่าตำรวจได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ยืนยันว่าการเลือกใช้ชุดหน่วยปฏิบัติการเข้าจู่โจมควบคุมพื้นที่นั้น เป็นการเลือกจากความเหมาะสมและความถนัดของแต่ละหน่วย ตำรวจ ทหาร ทำงานด้วยกัน ไม่มีใครเข้าไปเปลี่ยนม้ากลางศึก การตัดสินใจของ ผบ.ทบ.เป็นมืออาชีพ และทหารไม่ได้ไปไหน อยู่สแตนด์บายพร้อมช่วยเมื่อตำรวจคุมสถานการณ์ไม่อยู่&amp;nbsp;
ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นตั้งแต่แม่ทัพภาคที่ 2 ไปจนถึง ผบ.ทบ. ต้องมีส่วนรับผิดชอบและลาออกจากตำแหน่ง ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ระบุว่าคนร้ายพ้นจากความเป็นทหารและเป็นฆาตกรตั้งแต่ก่อเหตุยิงประชาชนนั้น เป็นการพูดแบบปัดความรับผิดชอบ และเป็นการสะท้อนว่า ผบ.ทบ.วุฒิภาวะไม่ถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า รากเหง้าของปัญหามาจากความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชาลุกลามมาจนกระทั่งทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการไปรื้อและแก้ไขในสังคมทหารก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า จะเรียกวัวหายล้อมคอกก็ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในกองทัพบก ผบ.ทบ.ต้องกล้าตรวจสอบและต้องกล้าพูดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนใด ไม่ได้รับความยุติธรรมหรือหาความเป็นธรรมในหน่วยงานไม่ได้ ก็สามารถเข้าพบ ผบ.ทบ.ได้ตลอดเวลามากกว่าการมานั่งร่ำไห้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การแสดงความเสียใจและรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมโคราชของคนระดับ ผบ.ทบ. ไม่ใช่การร่ำไห้และสะอื้นบอกประชาชนว่าให้ด่าใคร แต่ควรเริ่มต้นด้วยการพูดความจริงอย่างหมดเปลือกถึงสาเหตุของความสูญเสีย เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการว่า การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาของผู้ก่อเหตุคืออะไร ถ้าไม่เริ่มจากความจริง จะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน 1,185 รายชื่อ เพื่อขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบความหละหลวมในการรักษาคลังอาวุธจนเป็นเหตุเกิดโศกนาฏกรรม จ.นครราชสีมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56926</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42bd7f47ec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อง 4 หน่วยกำลังตำรวจ ปฏิบัติการพิชิต &#039;จ่าคลั่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้เวลากว่า 18 ชม. ปฏิบัติการข้ามวันข้ามคืน สยบเหตุสะเทือนขวัญวิสามัญ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 บชร.2 ที่ก่อเหตุกราดยิงผู้บริสุทธิ์ มีผู้สังเวยชีวิตรวม 30 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 58 ราย สะเทือนขวัญของคนทั้งประเทศ เป็นข่าวไปทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามไทม์ไลน์เริ่มก่อเหตุเวลา 15.00 น. ขัดแย้งเรื่องเงินนายหน้าซื้อบ้านพักสวัสดิการ ก่อเหตุยิง พ.อ.อนันต์โรจน์ กระแส ผู้บังคับบัญชา และ นางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยายเสียชีวิต ที่บ้านพัก แล้วยิง นายพิทยา แก้วพรม นายหน้าได้รับบาดเจ็บ บุกปล้นปืนที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ขับรถฮัมวี่ออกมากราดยิงผู้คนที่สัญจรไปมาตามถนนล้มตายเป็นเบือ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและผู้หญิง สติหลุดสังหารคนเหมือนในหนัง มุ่งเข้าสู่ยุทธศาสตร์ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 กราดยิงผู้คนบริสุทธิ์ที่เข้าไปใช้บริการช่วงเย็นวันพระใหญ่มาฆบูชา หลายร้อยชีวิตแตกตื่นวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอด สร้างความโกลาหลทั้งเมืองโคราช &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งพลบค่ำทุกสายตาจับจ้องไปที่ห้างเทอร์มินอล เฝ้าติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้าย &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินไปบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษอาวุธครบมือ ทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3, หน่วยคอมมานโด กองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904, หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม, หน่วยอรินทราช 26 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยนเรศวร 261 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะบัญชาการวางแผนล่าตัว &amp;ldquo;จ่าคลั่ง&amp;rdquo; ใช้กำลังผสม โดยให้หน่วยหนุมานเข้าพื้นที่นำประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในห้างให้ได้มากที่สุด หน่วยอรินทราช 26 หน่วยนเรศวร 261 เคลียร์พื้นที่แต่ละชั้นเพื่อค้นหาผู้บริสุทธิ์ที่ติดค้างอยู่ตามชั้นต่างๆ การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก คนร้ายได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีอยู่ในยุทธศาสตร์สูงข่ม ปะทะกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ ยิ่งดึกสถานการณ์ยิ่งตึงเครียด ยังมีตัวประกันอีกหลายชีวิตขอความช่วยเหลือ แผนปฏิบัติการมีการเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ กระทั่งพบตัวคนร้ายหนีซุกห้องเย็นชั้นใต้ดิน กำลังผสมวางแผนเข้าจู่โจมตีวิสามัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเขี้ยวเล็บที่เป็นกำลังหลักครั้งนี้ประกอบไปด้วย หน่วย &amp;ldquo;หนุมาน&amp;rdquo;&amp;nbsp; สังกัดกองบังคับการปราบปราม (บก.ป. )กองบัญชาการสอบสวนกลาง เป็นหน่วยที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทดแทนหน่วยคอมมานโดที่โอนย้ายไปสังกัดตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 โดยการนำของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. หน้าที่หลักสนับสนุนเมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้กำลังจับกุมคนร้าย &amp;ldquo;หนุมาน&amp;rdquo; มีที่มาที่ไปคือ บก.ป. เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วย &amp;quot;อรินทราช 26&amp;quot; สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นอีกหน่วยตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญด้ารการใช้อาวุธและยุทธวิธีในการคลี่คลายสถานการณ์ มีความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นการก่อการร้าย ช่วยเหลือตัวประกัน ควบคุมการก่อจลาจล ปราบปรามอาชญากรรม ต่อต้านการก่อการร้าย ให้ความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในจุดสำคัญในเวลาปกติและเมื่อมีกิจกรรมพิเศษ ซึ่งหน่วยอรินราช 26 มีหลักสูตรในการฝึก ทั้ง หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หลักสูตรการทำลายระเบิด หลักสูตรพลแม่นปืน หลักสูตรผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หน่วยอรินทราชต้องพลีชีพถึง 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วย &amp;ldquo;นเรศวร 261&amp;rdquo; สังกัดกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เป็นหน่วยตำรวจที่มีขีดความสามารถในการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การยุทธ์ส่งทางอากาศการรบพิเศษ และการปฏิบัติการพิเศษเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามพิเศษ และการแก้ปัญหาก่อความไม่สงบ การก่อการร้ายทุกรูปแบบ รับผิดชอบปฏิบัติการทั่วประเทศ ซึ่งในการปฏิบัติการเด็ดหัว &amp;ldquo;จ่าคลั่ง&amp;rdquo; ครั้งนี้&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้กองฮัท&amp;rdquo; หรือ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา สารวัตรกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ บช.ตชด. บุตรชายคนโตของ ผบ.ตร. ที่กำลังถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งก้าวข้ามหลักอาวุโส เป็นหัวหน้าหน่วยนำทีมเข้าร่วมปฏิบัติการเด็ดหัวคนร้ายด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วย &amp;ldquo;คอมมานโด&amp;rdquo; กองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นอกจากมีภารกิจถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ ยังมีภารกิจสนับสนุนการปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมของ บช.ก. หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมาย และเหตุการณ์ครั้งนี้หน่วยคอมมานโด ตร.มหด.รอ.904 ได้มีการเตรียมความพร้อม ณ ที่ตั้งตลอด เมื่อได้รับคำสั่งได้เข้าปฏิบัติการในทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งหมดนี้เป็นเขี้ยวเล็บของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีพร้อมสรรพกำลังยุทโธปกรณ์ เพื่อปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยเมื่อเกิดเหตุกระทบต่อชีวิตประชาชนและเป็นภัยต่อประเทศ ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันกับต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, พ.อ.อนันต์โรจน์ กระแส, พิทยา แก้วพรม, อนงค์ มิตรจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e41710dc321c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้อะไร &#039;ในเสีย&#039; ที่โคราช?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุเกิดที่โคราช...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่น &amp;quot;เสียดรู้สึก&amp;quot; และ &amp;quot;สูญเสียร่วมกัน&amp;quot; ทั้งประเทศ เกินพออยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ผมว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราน่าจะมองเรื่องนี้ในมุม &amp;quot;พฤติกรรมสังคมใหม่&amp;quot; เป็นบทศึกษาเชิงประสบการณ์ เพื่อใช้รับมือ &amp;quot;สังคมเปลี่ยนผ่าน&amp;quot; ไปสู่ทางอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ จะมีประโยชน์กว่าการ &amp;quot;วิพากษ์-วิจารณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงจ้องจับผิด-จับถูกกัน ตามกระแสสังคมปัจจุบัน ที่หนักไปทาง &amp;quot;หักล้าง-ทำลาย&amp;quot; สถานเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี &amp;quot;จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา&amp;quot; ฆ่าช็อกโลก ๓๐ ศพ บาดเจ็บอีก ๕๘
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเรามองเฉพาะตรงนี้ จะไม่ได้อะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากให้มองย้อนไปถึงกรณีผู้พิพากษา &amp;quot;ไลฟ์สด&amp;quot; ยิงตัวเองบนบัลลังก์ศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมองไปถึงกรณี &amp;quot;ผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot; ฆ่าไม่เลือก บุกชิงทองในห้างที่ลพบุรีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง ๓ กรณีนี้ เห็นชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อแรก ทั้งสามเหตุการณ์ เป็น &amp;quot;อาชญากรรมรูปแบบใหม่&amp;quot; เกิดเป็นครั้งแรกในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสอง ผู้ก่ออาชญากรรม เป็นบุคคลเรียกว่าระดับมีวุฒิภาวะ วุฒิศึกษา อยู่ในชั้นสังคม &amp;quot;กลาง-บน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสาม ทางออก-ทางชีวิตของผู้ก่ออาชญากรรม ยึดสื่อสารไอที &amp;quot;เฟซบุ๊ก&amp;quot; เป็นที่พึ่งประเสริฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่บอกถึงอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกถึงว่า สังคมปัจจุบัน ไม่จำกัดคนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า กำลังตกอยู่ใต้อิทธิพล &amp;quot;ศาสนาใหม่&amp;quot; มี &amp;quot;ไอที&amp;quot; เป็นศาสดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก, ไลน์, โซเชียล มีเดีย, ทวิตเตอร์........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหล่านี้ คือ &amp;quot;มรรค&amp;quot; ตามคำสั่ง &amp;quot;ไอที&amp;quot; ไปสู่เป้าหมาย ช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษที่ ๒๐ สู่ ๒๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไล่เลียงดูซี.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาไลฟ์สดยิงตัวเองก็ดี ผอ.โรงเรียนฆาตกรชิงทองก็ดี จนถึงจ่าสิบเอกจักรพันธ์ ๓๐ ศพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่องรอยเป็นทางไขไปถึงว่า อะไรที่จิตวิญญาณพวกเขาตกอยู่ใต้การควบคุมของกลไกนั้น แบบยึดเป็นสรณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบ คือ สื่อสารไอที &amp;quot;เฟซบุ๊ก&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่มีแรงจูงใจ จากซาตานในร่างไอที การปลดปล่อยของผู้พิพากษา มีเหตุผลตรงไหน จะยิง...ยังต้องตั้งกล้องไลฟ์สดให้คนดู?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง ผอ.โรงเรียน ไม่เพราะไอทีที่ต้องโพสต์อวดความหรู ความรวย ความหล่อตัวเอง ให้เห็นเป็นความเด่นเหนือคนอื่น ดอกหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นทั้งตัวผลักตัวดัน ให้ต้องปล้นชิงทอง ปล้นชิงธรรมดา ก็ไม่เด่น ไม่ดัง ในสังคมชมรมโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียบๆ โลกไม่จำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงต้องแต่งให้แปลก ฆ่าให้แปลก และก็ด้วยร่องรอยจากที่โพสต์นั้นแหละ เป็นเบาะแสให้แกะรอยตามจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าสิบเอกจักรพันธ์ นี่ก็เห็นชัดเจน......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งก่อนฆ่าหลังฆ่า ชีวิตและลมหายใจเขาอยู่กับศาสดาแห่งยุคคือไอทีทุกวินาที ชนิด กราดยิงไปก็โพสต์ข้อความไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือที่พึ่งสุดท้ายของเขา ศาสดาไอที อย่างที่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากตัวอย่างเหล่านี้ บอกถึงว่า ไม่จำกัดเฉพาะอาชญากรด้วยฆาตกรรมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกอบอาชญากรรมรูปแบบอื่นๆ เช่น อาชญากรรมทางการเมือง การปกครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยอิทธิพลไอที..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถจูงใจให้ &amp;quot;เห็นผิดเป็นชอบไปตามรูปแบบที่อยากมี-อยากเป็นได้ทั้งนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เว้นกระทั่ง เหิมเกริมถึงขั้นหักล้างระบบ-ระบอบสังคมชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะศาสนาไอที &amp;quot;ไม่มีพรมแดน&amp;quot; ทางคิด-ทางทำ เขาว่างั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าด้วยโรค ขนาดโรคระบาด ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บ้านเรา ไม่มีตายซักคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยอิทธิพลไอที ไม่ถึงวัน อิทธิพลมันระบาด ครอบงำทัศนคติ และจูงใจคน ให้ฆ่าทีเดียวถึง ๓๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราควรฉุกคิด และตั้งสติพิจารณากันว่า ไอที มันเป็นทั้งเทพ เป็นทั้งซาตาน ไม่ถึงปี ครอบงำทัศนคติ ความคิดคน ให้ก่อ &amp;quot;อาชญากรรมต้นแบบ&amp;quot; ถึง ๓ แบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เซลฟี-ไลฟ์สด&amp;quot; ฆ่าตัว พฤติกรรมสังคมใหม่ เลียนแบบกันจนเป็นธรรมดาไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่งแฟชั่น ปล้นชิงทอง ฆ่าแหลกแหวกโลก เป็นโมเดล &amp;quot;ทำแล้วดัง&amp;quot; สังคมโซเชียล ต้องระวังพวกที่จะ &amp;quot;ให้ดังกว่า&amp;quot; ซึ่งมันตามมาแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเยี่ยงอย่าง จ.ส.อ.จักรพันธ์ ต้องตระหนักไว้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวกศาสดาไอที ในหมู่รุ่นใหม่ ที่ทั้งไม่มีศาสนาและทั้งทิ้งศาสนาเดิม มาเข้าศาสนาใหม่ไอที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีจักรพันธ์ ๒ จักรพันธ์ ๓ ตามมา &amp;quot;ตามเทรนด์&amp;quot; ยุคไอที ที่รัฐบาลและทุกยูนิตสังคมต้องตระหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถอดบทเรียนวันนี้ เป็นคู่มือบอกกล่าวให้คนในสังคมได้รู้ ได้เข้าใจว่า โทรศัพท์มือถือ อันเป็นที่เคารพบูชา ที่ทุกคนต้องพกติดตัวนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่ศึกษาประสบการณ์จากกรณีที่โคราช ซาตานในมือถือ จะกวักมือฆาตกรมาฆ่าเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าศึกษาจากบทเรียนนี้ให้รู้ไว้ เวลามีภัย เทพในมือถือจะมาอุ้มสมให้รอด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงดังโทรศัพท์ แสง การโพสต์ การแชร์ การไลน์ การแจ้งตำแหน่ง การปิด การเปิด ตลอดถึง &amp;quot;วิธีการใช้&amp;quot; บางอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไปนี้ จะรู้แค่ รับเข้า กับโทร.ออก ไม่ได้แล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องศึกษา ต้องรู้ไว้ ว่าสถานการณ์ไหน ควรทำอย่างไรกับมือถือ ไม่อย่างนั้น เป็นพาหะ &amp;quot;นำตาย&amp;quot; โดยไม่รู้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ วันหยุด-ไม่หยุด คิดอะไรไม่ออก &amp;quot;ไปห้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถูกจับเป็น &amp;quot;ตัวประกัน&amp;quot; เป็นเรื่องที่ &amp;quot;ใกล้ตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมไทยเป็นสังคมเลียนแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทั้งโจร-ทั้งเรา ต่างมี &amp;quot;ตัวช่วย&amp;quot; ตัวเดียวกัน คือ &amp;quot;มือถือ&amp;quot; สื่อกู-ไปถึงมึง ชนิดไม่รู้ตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่าง ถ้าตกในสถานการณ์นั้น จะปฏิบัติตัวอย่างไรจึงรอด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเราไม่เคยสอน เพราะไม่คิดด้วยไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต่อจากนี้ ต้องคิด.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องถอดเหตุการณ์เมื่อวาน สอน-ศึกษา เป็นบทเรียนยุค &amp;quot;สังคมเปลี่ยนผ่านสู่ศตวรรษใหม่&amp;quot; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรารู้ถึงโทษ-ถึงคุณไอที แต่รู้แบบตาปริบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไอที&amp;quot; เป็นเทคโนโลยี &amp;quot;เปลี่ยนยุค-เปลี่ยนโลก&amp;quot; อย่างนั้นจริงๆ เราปฏิเสธหรือหนีมันยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยาก แต่ต้องอยู่กับมัน จำเป็นครับ ๒ อย่างต้องมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สติ&amp;quot; และ &amp;quot;เรียนรู้&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่าง &amp;quot;ได้ในเสีย&amp;quot; ที่เราควรค้นหา แทนการ ก่น-บ่น-ว่า คนนั้น คนนี้ คือควรมองด้วยค้นหาให้เห็นว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีโคราชนี้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;quot;บททดสอบ&amp;quot; ครั้งสำคัญ ว่าบ้านเมืองเรา &amp;quot;สอบผ่าน-ไม่ผ่าน&amp;quot; ในด้านสมรรถภาพ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านแรก ระบบฝึกสอนยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีกำลังกองทัพของกองทัพ เห็นแต่ฝึกๆ ไม่เคยเห็นว่า ที่ฝึกๆ มานั้น เจ๋งจริงเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองผ่านยุทธศาสตร์ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับ &amp;quot;จ่า&amp;quot; ยังขนาดนี้ ก็คิดเอาละกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านที่สอง มองผ่าน.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค ๓ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วย commando กองบังคับการตำรวจราชวัลลภ รักษาพระองค์ ๙๐๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วยอรินทราช ๒๖ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วยนเรศวร ๒๖๑ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังสุรนารี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เข้าช่วยคนติดในห้างลักษณะตัวประกันหลายร้อยคนสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่าฝนกระสุน ที่จ่าจักรพันธ์สาดใส่ สู่การปะทะและจ่าจักรพันธ์จบชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปฏิบัติการ ๑๗ ชั่วโมงนั้น เป็นระบบ ระเบียบ ไม่สับสน ลนลาน ยึดความปลอดภัยประชาชนเป็นตัวตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ชั้นบังคับบัญชา ลงไปถึงชั้นปฏิบัติการ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่า &amp;quot;สอบผ่าน&amp;quot; ทั้งตำรวจ-ทหาร ถ้ามีสถานการณ์จริงกับบ้านเมือง ประชาชนอุ่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่เราได้-เราเห็นอีกอย่าง............
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครว่าคนไทยแตกแยกไม่รักกัน หือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคราช วัน &amp;quot;จักรพันธ์บ้าดีเดือด&amp;quot; เราได้เห็น พี่น้องไทยในโคราช ไม่มีร้อง-ใครขอ แต่หาข้าว หาน้ำ มาเลี้ยงดู บ้างเปิดบ้านให้เหยียดกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอประกาศ &amp;quot;ขอเลือด&amp;quot;...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้นแหละ จังหวัดไหนๆ ไม่มีใครพูดจา แต่มุ่งหน้ามายื่นแขนที่โรงพยาบาล จนต้องประกาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอแล้วจ้า...เลือดไทย &amp;quot;สีเดียวกัน&amp;quot; ฉาดฉานจริงๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ขอย้ำ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเจ็บร่วมกันพอแล้ว ค้นหาแง่ &amp;quot;ดี&amp;quot; ประโลมใจกันดีกว่า อย่ามุ่งหาเรื่อง &amp;quot;ด่า&amp;quot; กันเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56757</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, หน่วย commando กองบังคับการตำรวจราชวัลลภ รักษาพระองค์ ๙๐๔, หน่วยนเรศวร ๒๖๑ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังสุรนารี, หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม, หน่วยอรินทราช ๒๖ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยกราดยิง โปรดเกล้าฯองคมนตรีเยี่ยมเหยื่อ/ยอดดับพุ่ง30รายเจ็บ58</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงห่วงใย ปชช.เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกัน-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; นำทีมปิดล้อม &amp;quot;จ่าคลั่ง&amp;quot; กว่า 18 ชม. ก่อนวิสามัญฯ เสียชีวิตชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; บินลงพื้นที่สั่งถอดบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำรอย ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 30 ราย บาดเจ็บ 58 คน เศร้า! 2 ตร.หน่วยอรินทราชถูกยิงดับขณะปฏิบัติหน้าที่ &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งจิตแพทย์เข้าดูแลสภาพจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี &amp;nbsp;ทหารของหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อเหตุยิงผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และหลบหนีเข้าไปที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ใช้เวลากว่า 18 ชั่วโมงจึงสามารถยุติลงได้ โดยคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 57 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดค่ำคืนวันที่ 8 ก.พ. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 ก.พ. บรรยากาศบริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นไปด้วยความตึงเครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ โดยในเวลา 01.45 น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จำนวนกว่า 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของห้าง โดยแต่ละคนมีสภาพสีหน้าอิดโรยรวมทั้งยังหวาดกลัว จนเจ้าหน้าที่ต้องให้กำลังใจบอกทุกคนปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 02.30 น. เกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าซึ่งเจ้าหน้าที่กันพื้นที่เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย มีการนำรถดับเพลิงเข้าไปในพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะเงียบลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังปิดล้อมศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชไว้ โดยคนร้ายยังไม่ยอมจำนน และมีรายงานว่าคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในศูนย์อาหารฟู้ดแลนด์ บริเวณชั้น LG ของศูนย์การค้าดังกล่าว พร้อมด้วยประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีเสียงปืนดังจากการปะทะกันเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์, พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมหาโดรนเพื่อนำไปบินหาจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัว เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธสงคราม และมีทักษะในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เผชิญหน้ากับคนร้ายอาจเกิดการประทะ และอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเคลียร์ที่ชั้น G ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช หลังจากเหตุการณ์ปะทะเงียบสงบลงไปได้ 1 ชั่วโมง พบว่าในบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตออกมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.00 น. ได้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งมีรายงานออกมาว่าเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทยอยลำเลียงคนเจ็บและผู้ติดค้างออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.28 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินออกมาจากบริเวณด้านหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งในระหว่างเดินทางไปขึ้นรถตู้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์จบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดให้รอฟังคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บ
9 โมงจนท.วิสามัญฯ จ่าคลั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) และ นพ.นรินทร์รัชต์ &amp;nbsp;พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีทั้ง 3 ท่านมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง และช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะมีการเชิญสิ่งของพระราชทานมาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้ปล้นปืนและรถของราชการออกมาก่อเหตุ กองทัพภาคที่ 2 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการดูแลประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจนทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ตำรวจได้ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ โดยครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ได้ลงมาควบคุมสั่งการพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 10 หน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้จะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานในด้านคดี ให้ความเป็นธรรม และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;quot; พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตหรือไม่ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชซึ่งเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ถูกยิงเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการมี 2 นาย คือ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และ ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทาง บช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยกย่องเชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ ร.ต.อ.ตระกูลพึงจะได้รับ เบื้องต้นมีรายละเอียดดังนี้ เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เงินช่วยเหลือจากกองทุนต่างๆ รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท ในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทรงห่วงผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรงคนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต &amp;nbsp;พุกผาสุข, พล.อ.ดาว์พงษ์ &amp;nbsp;รัตนสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายได้นำอาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่โรงพยาบาล 30 ราย ดังนี้ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 20 ราย, โรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมา 4 ราย, &amp;nbsp;โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 ราย, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 ราย และโรงพยาบาลเซนต์แมรี 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 25 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และทรงชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย ตลอดจนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางถึง จ.นครราชสีมา ในเวลา 09.45 น. จากนั้นร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่​ โดยมีพล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ,​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​, พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย,​ พล.อ.ชาญชัย​ ช้างมงคล​ รมช.กลาโหม, นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​, ผู้บัญชาการทหาร,​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​, ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม​ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำคณะ​ไป​เยี่ยมผู้บาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน​ ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี​ โรงพยาบาลกรุงเทพ​ราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้​ ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้สอบถามอาการจากแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์บอกคนไข้ปลอดภัยแล้ว ขณะที่นายกฯ กล่าวกับญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า ไม่ต้องกลัว ในทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้อยู่แล้ว สมัยก่อนทหารที่โดนยิงที่ไส้หมอยังช่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราช​ นครราชสีมา พร้อมแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอด​ ระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์​ ดูแลความปลอดภัย​ และได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่​ ทั้งตำรวจทหาร​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่​ 8 ก.พ. ตนกังวลในเรื่องการใช้กำลัง​ กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพ​ แต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคืนผมติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน ​มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิตเข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ​ รวมทั้งผู้ที่สูญเสียทั้งหมด​ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของมนุษย์​ ของประชาชน​ ของเจ้าหน้าที่ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ​ แล้วการที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสังเกตการณ์ ​เพราะมีความห่วงใย​ ขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิด เพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ​ นอกจากนี้​ เมื่อเช้าวันเดียวกันได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน เราจะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ​ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง
สรุปเสียชีวิต 30 เจ็บ 58 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิต​ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล​ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม วันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี ส่วนการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​มาดูแลให้​ ทั้งผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตทั้งหมดมาจากกระสุนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้มาจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ โดยการปฏิบัติหน้าที่ ทุกหน่วยงานได้ร่วมการทำงานแบบบูรณาการ และยึดตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และยึดเอาความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกัน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจตนก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ตนไม่มีปัญหา​ พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเบือน ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตนดูแลคน ทุกๆ ฝ่าย​ งบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆ จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Paryut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;ldquo;เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือเราต้องเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีสติ มีน้ำใจ ที่สำคัญเราต้องร่วมมือ และมีความเข้าใจกันและกัน ผมขอขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจมาตลอดคืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยทุกคนครับ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ #ส่งใจไปโคราช&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เวลา 16.15 น. มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย ประกอบด้วย 1.พ.อ.อนันต์ฐโรจ กระแส 2.นางอนงค์ มิตรจันทร์ 3.นายจักรพันธ์ ชิพิมาย 4.นายศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี 5.นายพีรพัฒน์ พลาสาร 6. ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง 7.ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี 8.น.ส.อริยา กลีบเมฆ 9.ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ 10.นางพัชรา จันทร์เพ็ง 11.นายจิรวัฒน์ รัดกลาง 12.นางนริศรา โชติกลาง 13.นายทัศนะ หริรักษ์ 14.นางชญาภา แสงครบุรี 15.พลทหารเมธา เลิศศิริ 16. นายวันชัย เวชวรรณ์ 17.นายอำนาจ บุญเกื้อ 18.นายเอกวิน อินทน 19.ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา 20.ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย 21. น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น 22.จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา 23.นาย สุริยะ สิมป์รัชตามร 24.นายอธิวัฒน์ พรมสุข 25.นางสาวกรรณิการ์ การบรรจง 26.นางสาวปภัชญา นวลรักษา 27.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 28.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 29.หญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล 30.เด็กชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบชื่อ-สกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังแอดมิตในโรงพยาบาล 32 คน คือ 1.นาย พิทยา แก้วพรม 2.ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน 3.นายณโชติ โชติกลาง 4.นายทวีศักดิ์ สุขารมย์ 5.ด.ช.ธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน 6.นายวัฒนา เพ็งบอก 7.ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคล 8.น.ส.อาทิตยา ศรสิทธิ์ 9.นาย สุรเดช เนื่องอุทัย 10.ร.ต.ต.จำรัส ไชยฤกษ์ 11.นายอัฐเศรษฐ์ ศิรวรัญกูล 12.นางเพ็ญศิริ แซ่จิง 13.นายอุทัย ขันอาสา 14.นาย นิพจน์ บุปผาเฮ้า 15.ด.ช.เจริญศักดิ์ จำปาทอง 16.นายคมกฤษ นนทะนำ 17.นางวทัญญา แสงประสิทธิ์ 18.นายสิทธิศักดิ์ วาดโคกสูง 19.นายบุลวัชร์ กุญชรินทร์ 20.นายเพลิน เทจอหอ 21.น.ส.มัฑนา หล่อแท้ 22.นายฐาปณัฐ เพ็ญจันทร์ 23.นายบุญหลาย คณาบตย์ 24.น.ส.พลอยใส ยาคูโวฟลก์ 25.นายฐิรัตติกาล นอมไทย 26.นายชณนวี จันทร์สิงสุข 27.นายศุภชัย แดงอยู่ 28.น.ส.สิริวรรณ นิลนาม 29.พลทหารโชคชัย มูลจันทา 30.พลทหาร อรรถพล วงศ์พล 31.ด.ต.สงกรานต์ บุญทอง 32.ด.ต.สามชัย แพเกาะ นอกนั้นอีก 26 คน สามารถกลับบ้านไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 58 คน&amp;nbsp;
ส่งจิตแพทย์ดูแล ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11 )จำนวน 1 กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย (คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก (รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองทัพบกออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การควบคุมพื้นที่ทั้งในและนอกอาคาร โดยมีความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกับสอบสวนหาสาเหตุของการกระทำการครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซึ่งลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ดังกล่าวตลอดทั้งคืน รวมทั้งสั่งให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมาและใกล้เคียงเตรียมความพร้อมของแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์การช่วยชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและทีมแพทย์ทุกคน ทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน ไม่ได้หยุดสักนาที ขอบคุณสื่อมวลชน และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ความร่วมมือของทุกคน จะทำให้เรายุติเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกชีวิตที่ถึงมือหมอ พวกเราจะดูแลให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต นำทีมลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากเหตุการณ์กราดยิง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.บุรินทร์กล่าวว่า ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์พบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ยังมีความตกใจกลัวและยังหวาดกลัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการดีขึ้นสามารถให้กลับบ้านได้ และจะมีการติดตามต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ EOC ที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.นครราชสีมา และเตรียมทีมวิกฤติสุขภาพจิตในพื้นที่และในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งหมด 6 แห่ง เพื่อร่วมกันดูแลกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ แยกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มได้รับบาดเจ็บ กลุ่มที่เป็นญาติของผู้เสียชีวิต ต่อไปจะลงไปพูดคุยกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ อาจเกิดภาวะเครียดจากการปฏิบัติงานอย่างหนัก ส่วนแผนดำเนินงานมีการวางแผนไว้ 3 ระยะ ระยะแรกเป็นการดูแลเบื้องต้น ระยะที่ 2 เป็นการดูแลติดตาม ระยะที่ 3 คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจ&amp;quot; ผอ.กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า ในส่วนของเงินชดเชยตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ได้สั่งการยุติธรรมจังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตถึงสิทธิที่จะได้รับ และขณะนี้ก็ได้มอบหมายให้ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ารับผิดชอบ เกาะติดในพื้นที่ และคอยประสานเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนเงินเยียวยาที่สามารถเบิกจ่ายได้ตอนนี้คือ ค่าปลงศพ 20,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้กับญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้สั่งการให้สำนักงานอัยการสูงสุดภาค 3 ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือดูแลในส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่จะได้จากรัฐอย่างไรบ้าง รวมถึงสิทธิการจัดการมรดกผู้เสียชีวิตทุกราย และให้รายงานอัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ โดยทางสำนักงานอัยการภาค 3 ก็รับทราบคำสั่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข, วิเชียร จันทรโณทัย, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40084b44ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันมาฆบูชาถูกทำให้กลายวันแห่งความมืดมิดของประเทศไทย ด้วยน้ำมือคนเพียงคนเดียว จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม &amp;quot;จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา&amp;quot; ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ไม่มีสิทธิไล่ฆ่าผู้อื่นเป็นผักปลา จนเกิดโศกนาฏกรรม &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; นายกรัฐมนตรี เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงโคราช มีทั้งสิ้น 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25&amp;nbsp; แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย) ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พันเอกวินธัย สุวารี&amp;quot; โฆษกกองทัพบก สรุปจากการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธ กระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อาวุธของทางราชการที่ถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11) จำนวน 1กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย(คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก(รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ไปสิ่งที่ต้องทำคือถอดบทเรียน ทำอย่างไรไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก แต่ก่อนอื่นต้องเข้าถึงต้นตอของปัญหาให้ได้เสียก่อนว่า แท้จริงแล้วสืบเนื่องมาจากอะไร หากฟังฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลแสดงความเห็น พบว่ามีการใช้เรื่องนี้โจมตีกองทัพเสียส่วนใหญ่ บ้างก็บอกว่าเพราะความสิ้นหวังจากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจากลำดับชั้นของทหาร บ้างก็ว่าเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ ฉะนั้นต้องค้นหาให้พบว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่ แรงจูงใจอะไรที่คนคนหนึ่งทำกับอีกหลายๆ คนได้โหดร้ายป่าเถื่อนขนาดนี้ ...๐&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีประเด็นที่กองทัพไม่อาจปฏิเสธได้คือ ผู้ก่อเหตุเป็นทหาร และชิงอาวุธจากคลังอาวุธ คำถามคือ การเข้าถึงคลังอาวุธยาก-ง่ายแค่ไหน หรือแค่ยิงทหารเฝ้าประตูตายคนเดียวก็สามารถเข้าไปเลือกได้ว่าจะใช้อาวุธอะไรไปก่อเหตุ เรื่องนี้กองทัพต้องให้คำตอบ พร้อมแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก หรือกองทัพมีขั้นตอนปฏิบัติอยู่แล้ว แต่เกิดความหละหลวมในการทำหน้าที่ นี่คือสิ่งที่กองทัพต้องบอกกับประชาชน ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของนักการเมือง แกนนำมวลชน ก็เป็นไปตามสันดานเดิม พร้อมจะใช้โอกาสเป็นวิกฤติโดยไม่สนใจข้อเท็จจริง นักการเมืองและแกนนำมวลชนบางคนมีพฤติกรรมไม่ต่างไปจากนักเลงคีย์บอร์ด สักแต่จะโพสต์ข้อความลงในโซเชียลราวกับว่าตัวเองคือผู้เชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างเช่น ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน กลุ่มอยากเลือกตั้ง โพสต์ลงเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana วิเคราะห์เหตุการณ์ราวกับตาเห็นว่า.... &amp;quot;ที่โคราชเป็นงานของตำรวจถูกแล้วค่ะ อย่าไปเรียกร้องให้ทหารทำเกินหน้าที่ ฝึกมาให้รบชายแดนไม่ใช่ในประเทศ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายและไม่ได้ฝึกมาสำหรับงานในเมืองค่ะ เดี๋ยวจะหนักกว่าเดิม .. ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;quot; ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะอคติและความคับแคบ ทำให้คนมองปัญหาไม่ตรงจุด คนที่อยู่หน้างานเขามองออกว่าต้องใช้ใคร วิธีไหน จัดการกับปัญหา เขาจึงบูรณาการใช้ทีมตำรวจ-ทหาร เข้ายุติเหตุการณ์ และผลที่ออกมาก็รับรู้กันทั้งประเทศแล้วว่า หากปล่อยให้ตำรวจแก้ปัญหาโดยลำพัง ความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นอีก มันไม่ใช่เรื่องใครเก่งหรือไม่เก่ง แต่การใช้คนให้ถูกกับสถานการณ์คือการแก้ปัญหาที่ถูกวิธี ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัพเดตสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) เปิดจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีผู้ติดเชื้อ รวม 37,198 ราย เสียชีวิตแล้ว 811 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงมีอาการหนักรวมอยู่ที่ 6,188 ราย ผู้ป่วยต้องสงสัยรวมอยู่ที่ 28,942 ราย และผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้รวมอยู่ที่ 2,649 ราย แต่มีเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ NHC รายงานว่า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลการติดเชื้อรายใหม่นอกเมืองหูเป่ย์ในช่วง 5 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 890, 731, 707, 696 และ 558 ราย ตามลำดับ นับตั้งแต่วันจันทร์ (3 ก.พ.) นั่นเท่ากับว่าพบผู้ติดเชื้อในอัตราที่ลดลงเรื่อยๆ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รูป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.อ.วินธัย สุวารี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณัฏฐา มหัทธนา &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, ณัฏฐา มหัทธนา, บันทึกหน้า4, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พันเอกวินธัย สุวารี, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดบทเรียน&#039;โคราช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนสถานการณ์ที่ยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกชีวิตที่ยังอยู่ ต้องเดินหน้ากันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต ญาติผู้ก่อเหตุ ทหาร ตำรวจ นักการเมือง รวมไปถึงนักข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่การเดินต่อของแต่ละคนแต่ละฝ่าย ไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ &amp;quot;ผู้สูญเสีย&amp;quot; ย่อมลำบากกว่าใคร สิ่งที่รัฐต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการเยียวยา ทั้งด้านจิตใจ และความเป็นอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร-ตำรวจ ต้องถอดบทเรียนเพื่อป้องกันและรับมือกับเหตุลักษณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมือง ควรแสดงท่าทีอย่างไรต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อมวลชน ต้องปฏิบัติงานอย่างไรในภาวะดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ นักการเมือง กับนักข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการนำความขัดแย้งทางการเมืองมาผสมโรงกับเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช จนไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือส่วนหนึ่งของการเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายการเมืองสามารถโยงทุกเรื่องเป็นประเด็นการเมืองโดยไม่สนใจข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองหลายคนวุฒิภาวะไม่ถึง แต่แสดงตัวราวกับเป็นผู้รู้ในทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้กระทั่งสาเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังหารหมู่ว่ามาจากสาเหตุอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจ ความคับแค้น ลำดับชั้นทหาร กดขี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงทั้งหมดนี้จะเป็นสาเหตุจริงๆ แต่สิ่งที่นักการเมืองควรจะบอกกับสังคม คือ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร ไม่ควรนำมาเป็นเหตุผลในการใช้อาวุธมาไล่ฆ่าคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลับพยายามโยนความผิดใส่รัฐบาล ใส่กองทัพว่าเป็นต้นเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดของกองทัพมีแน่นอน เพราะผู้ก่อเหตุเป็นทหาร และอาวุธสงครามก็เอาออกมาง่ายกว่าที่คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความผิดรัฐบาล ต้องบอกว่าเต็มๆ เพราะรัฐบาลเหมือนพ่อแม่ ลูกมีปัญหาพ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถามหน่อยที่อเมริกา กราดยิงกันบ่อยๆ สังคมประชาธิปไตยจ๋าที่นั่นเขาเอาแต่บ่นว่ารัฐบาลเป็นต้นเหตุหรือเปล่า ปล่อยให้อยู่ไม่ได้แล้ว ฉิบหายแน่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเขาช่วยกันหาทางออก เสนอเรื่องการครอบครองอาวุธปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองบ้านเราเอาแต่ไล่รัฐบาลออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ตัวเองอยากเข้าสู่อำนาจไง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าว สื่อมวลชน โดนไปเต็มๆ มีเสียงด่าจากรอบทิศว่า เป็นตัวปัญหา รายงานข่าวไร้จรรยาบรรณ ก็ไม่ควรมีคำแก้ตัว นอกจากรับความผิดนี้ไปปรับปรุงการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำคัญที่สุด &amp;quot;นายกฯ ลุงตู่&amp;quot; ถึงเวลาที่ควรจะมีคนไปเตือนกันจริงๆ จังๆ เสียทีว่า ควรจะพูดเฉพาะเรื่องที่ต้องพูด อันไหนไม่ควรพูดก็อย่าพูด ที่สำคัญไม่ต้องพูดเยอะ เอาแต่เนื้อน้ำไม่ต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศมีปัญหามากพออยู่แล้ว อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายโซเชียลดาบสองคม มีคนพร้อมที่จะแสดงความเห็น แต่ไม่อยากแสดงความรับผิดชอบ และอุดมไปด้วยคนเก่งหลังหวยออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสังหารหมู่ที่โคราชแม้จะเป็นวันคืนอันโหดร้ายของคนไทยทั้งชาติ แต่ในวิกฤตินั้นก็มีโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกฝ่ายควรใช้วิกฤตินี้เป็นบทเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถอดบทเรียนนำไปใช้กับเรื่องอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเรายังมีมุมที่ดีงามอย่างชัดเจน นั่นคือการแสดงความห่วงใยระหว่างกันตลอดรอยต่อเย็นวันที่ &amp;nbsp;๘ ถึง ช่วงสายวันที่ ๙ กุมภาพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะถอดบทเรียนนี้กันอย่างไร?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56743</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, อ่านเอาเรื่อง, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กรายชื่อผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บจากเหตุการณ์ &#039;จ่าคลั่ง&#039; กราดยิงที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ก.พ.63 -&amp;nbsp;เฟซบุ๊กArmy times Thailand&amp;nbsp;เผยแพร่รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่โคราช ซึ่งยังรายชื่อเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมระบุข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;รายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตญาติสามารถติดตามได้จากโรงพยาบาลตามรายชื่อที่ระบุดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56677</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, จ่าคลั่ง, ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3f774400315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
