<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับรตอ.ค้ายาบ้า พร้อมของกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับผู้กองชุดสืบ กก.ภ.นครพนมค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่ส่งสายล่อซื้อ ติดกับเลยเข้าปิ้ง ยึดยาบ้า 5,600 เม็ด พร้อมกัญชาอีกร่วม 10 กก.ที่ยักยอกมาจากของกลาง แต่ยังปากแข็ง อ้างกิ๊กชาวลาวฝากส่งของให้เพื่อน ไม่รู้ว่าเป็นยาบ้า หน่วยเหนือสั่งให้ออกจากราชการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสนธิกำลังบุกเข้าจับกุมตัว ร.ต.อ.ชัยณรงค์ อ่อนภูธร หรือผู้กองอ้วน ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม อายุ 59 ปี ที่บ้านพักเลขที่ 51 ซอยสมพรแฟรงค์อุทิศ โรงเรียนเทศบาล 5 ถนนสารภาณนิมิต ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมของกลางยาบ้า 3 มัด จำนวน 5,600 เม็ด กัญชาแห้งอัดแท่ง 9.5 กิโลกรัม ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.จว.นครพนม) ภายในสวนชมโขง ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้กองอ้วนรับสารภาพว่าเป็นเอเยนต์จำหน่ายยาบ้าจริง โดยอ้างว่าติดต่อขอซื้อยาบ้าจากวัยรุ่นไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง นัดหมายด้วยการไปวางยาบ้าไว้ที่ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร) บริเวณป้ายบ้านแสนพัน ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จากนั้นตนก็ขับรถยนต์เอายาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านพัก สาเหตุที่หันมาค้ายาเสพติดเพราะเงินเดือนไม่พอใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเบื้องหลังการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้จับผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย สอบปากคำให้การซัดทอดว่ารับยาบ้ามาจากผู้กองอ้วน เจ้าหน้าที่จึงส่งสายลับปลอมตัวเป็นพ่อค้ายาเสพติด เข้าตีสนิทเพื่อติดต่อของซื้อยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด ในราคา 1.5 แสนบาท โดยสายลับขอวางมัดจำ 50,000 บาท แต่ผู้กองอ้วนขอเวลาตัดสินใจ เพราะยังไม่เคยทำการค้าขายกับพ่อค้ารายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 5 พ.ค. ผู้กองอ้วนยินยอมให้นำยาบ้าไปจำหน่ายก่อน แล้วค่อยผ่อนส่วนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานจึงร่วมประชุมวางแผน วางกำลังไว้เป็นจุดๆ เพราะในซอยบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นซอยตัน ประกอบกับผู้กองอ้วนเป็นตำรวจอาจจะไม่ยอมให้จับกุมแต่โดยดี จึงต้องวางแผนให้รัดกุม พร้อมถ่ายเอกสารธนบัตรไทย ชนิด 1,000 บาท จำนวน 40 ฉบับ ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงล่อซื้อและจับตัวได้โดยละม่อม พร้อมตรวจค้นยึดอาวุธปืนเซกาเซ่ 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ปยาว) 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้หลังคาเล้าไก่ และยังเจอกัญชาแห้งอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง จำนวน 3.5 กก. กัญชาห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส จำนวน 2 กก. นอกจากนี้พบกัญชาแห้งอัดแท่งอีก 4 กก. ในกล่องกระดาษสีน้ำตาล เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบอีกครั้ง และต่อมา เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้กองอ้วนพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองนครพนมดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้กองอ้วนมีกิ๊กเป็นสาวอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และมักจะนัดพบกันในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จึงสันนิษฐานว่ายาบ้าที่ตรวจจับได้น่าจะข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยกิ๊กสาวส่งขึ้นฝั่งแถว อ.ธาตุพนม ก่อนที่จะให้วัยรุ่นเป็นคนเดินยานำมาวางไว้ตรงจุดนัดพบ ส่วนกัญชาที่พบนั้นเป็นของกลางที่ผู้กองอ้วนยักยอกมาเก็บไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งด่วนให้ ร.ต.อ.ชัยณรงค์ อ่อนภูธร ผู้ต้องหาค้ายาบ้าออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งมีเพื่อนตำรวจสืบสวนแวะมาเยี่ยมในห้องขัง และสอบถามที่มาที่ไปถึงกรณีค้ายาบ้า ผู้กองอ้วนจึงเปิดปากบอกกับเพื่อนๆ ว่าประมาณ 2 เดือน เจอสาววัยรุ่นจากประเทศเพื่อนบ้านคนหนึ่งเข้ามาตีสนิท และมีสัมพันธ์กัน ภายหลังสาวคนดังกล่าวมักจะนัดให้ไปหาที่พื้นที่ อ.ธาตุพนมเสมอ ก่อนถูกจับกิ๊กสาวชวนไปหลับนอน และได้ยื่นถุงพลาสติกทึบให้ โดยอ้างว่าฝากไปส่งให้เพื่อน ตนก็ไม่ได้เปิดดูว่าในนั้นเป็นอะไร กระทั่งมีสายลับโทรศัพท์มาขอรับถุงพลาสติกดังกล่าว ตนจึงบอกให้มาเอาที่บ้าน จึงโดนจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านชุดจับกุมกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การ ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรพิสูจน์กันในศาล อีกอย่างยาบ้าจะมีกลิ่นฉุนรุนแรง ผู้ต้องหาอยู่ฝ่ายสืบสวนไม่น่าเชื่อว่าจะไม่รู้จักกลิ่นยาบ้า เพราะต้องคลุกคลีกับยาเสพติดเหล่านี้ประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พ.ต.ท.ไพโรจน์ ลอดคูบอน รอง ผกก.สส.กก.จว.นครพนม นำเจ้าหน้าที่แผนกสรรพาวุธมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) จ.ส.อ.พงษ์ศักดิ์ นิระเคน และ จ.ส.อ.ชิณกรณ์ ก้านมะลิ ขอตรวจสอบอาวุธปืนเซกาเซ่ และกระสุนปืนกลที่ตรวจยึดจากบ้านผู้กองอ้วน เนื่องจากปืนเซกาเซ่มีแหล่งผลิตอยู่ในโซเวียต ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าขุดเจอในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ในสมัยมีการสู้รบ และนำมาเก็บสะสมไว้ ส่วนกระสุนปืนกลเป็นแบบชนิดสายพาน ผลิตในประเทศอเมริกา ในสงครามเวียดนามนิยมใช้กับอาวุธปืนกลเบา M 60 หรืออาวุธปืนอาก้า อานุภาพรุนแรงยิงทะลุต้นไม้ได้ การมาตรวจสอบเพราะต้องการทราบว่าหลุดมาจากหน่วยงานไหน เนื่องจากผู้กองอ้วนก่อนจะมาเป็นตำรวจ เมื่อปี พ.ศ.2524 เคยเป็นทหารเกณฑ์ จึงต้องตรวจสอบว่ามีการนำออกจากคลังอาวุธได้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35244</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.พงษ์ศักดิ์ นิระเคน, พ.ต.ท.ไพโรจน์ ลอดคูบอน, ร.ต.อ.ชัยณรงค์ อ่อนภูธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd1844f52312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
