<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 07:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มซิ่งเก๋งเปิดครื่องเสียงดังประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทางดับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2564 ร.ต.ท.อดิเทพ โพธิ์เจริญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเสาไฟส่องสว่างข้างทาง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากรถ ที่บริเวณถนนศรีนครินทร์ช่วงทางโค้งโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ต.บางเมือง &amp;nbsp;อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการและเครื่องตัดถ่างเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ มิตซูบิชิ แลนเซอร์อีโวลูชั่น สีขาว ทะเบียน สอ 675 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยินทั้งคัน ติดอยู่กับเสาไฟส่องสว่างข้างทาง ภายในรถพบศพนายรังสิมันต์ เตชะวณิชย์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นคนขับที่กระเด็นมานั่งอยู่ที่เบาะนั่งด้านซ้ายติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เครื่องตัดโครงเหล็กตัวถังซากรถก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนรถกระจายเต็มพื้น และคราบน้ำมันเบรก ไหลเป็นทางไกลกว่า 100 เมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายอารีฟ โสมศิริ อายุ 21 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและเพื่อนนอนหลับอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงรถเก๋งคันดังกล่าววิ่งวนไปมาอยู่ 2 รอบลักษณะคล้ายลองรถเสียงดังสนั่น ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าใช้รถของผู้เสียชีวิตหรือเปล่าเพราะไม่กล้าออกมาดู จนกระทั่งรอบที่สามเสียงรถก็น่าจะเป็นคันเดิม ที่เหยียบมาเสียงดัง ก่อนที่จะเปลี่ยนจากเสียงท่อไอเสียมาเป็นเสียงดังตูมคล้ายกันชนอะไรสักอย่างเสียงดังมาก จึงได้รีบออกมาดูและพบว่ารถเก๋งชนกับเสาไฟลักษณะพังยับเยินจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ขณะที่เพื่อนผู้ตายหลังทราบเรื่องได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งบอกว่า ก่อนหน้านี้เห็นผู้ตายเคยบอกว่ารถของตนระบบคลัตช์มีปัญหาแต่ก็ไม่ทราบว่ายังไง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะเอารถออกมาทดสอบโดยใช้ความเร็ววนอยู่สองรอบกระทั่งรอบที่สาม คาดว่าน่าจะเสียหลักพุ่งไปชนกับเสาไฟส่องสว่างข้างทางจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119268</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, อุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเสาไฟส่องสว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61622e0c2eaf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด&#039;สมุทรปราการ&#039; ยังไม่ทุเลา เสียชีวิตเพิ่มอีก 11 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อเวลา &amp;nbsp;15.30 น. วันที่ &amp;nbsp;26 ก.ย. 2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์พรณรงค์ &amp;nbsp;ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 713 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 598 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการจำนวน &amp;nbsp;278 &amp;nbsp;ราย อำเภอพระประแดงจำนวน &amp;nbsp;43 &amp;nbsp;ราย อำเภอพระสมุทรเจดีย์จำนวน &amp;nbsp;40 &amp;nbsp;ราย อำเภอบางพลีจำนวน 148 &amp;nbsp; ราย อำเภอบางบ่อจำนวน 35 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;อำเภอบางเสาธงจำนวน &amp;nbsp;54 ราย &amp;nbsp; โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 115 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;เสียชีวิต &amp;nbsp;11 ราย เป็นเพศชายจำนวน 5 &amp;nbsp;ราย เป็นเพศหญิงจำนวน &amp;nbsp;6 ราย &amp;nbsp; อายุระหว่าง 38 - 94 ปี &amp;nbsp;มีประวัติโรคเรื้อรังจำนวน &amp;nbsp;8 ราย &amp;nbsp;ไม่มีโรคเรื้อรังจำนวน &amp;nbsp;3 ราย &amp;nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;1,174 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันจำนวน &amp;nbsp;106,681 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp; กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในโรงพยาบาลเอกชนและ รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรีสมุทรปราการรวมจำนวน 12,466 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117909</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615045bb44795.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายวัย49เครียดถูกตร.ยึดบัตรปชช.กลัวถูกจับใช้ส้อมแทงอกตัวเองสาหัส  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีชายใช้ช้อนส้อมแทงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณถนนบางนา &amp;ndash; ตราด ขาเข้า หลักกิโลเมตรที่ 13 ใกล้เคียงบริษัท อริยะ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนข้างเสาไฟฟ้าพบผู้บาดเจ็บชื่อนายวิรัตน์&amp;nbsp; มาลา อายุ 49 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่ริมถนนในสภาพมีช้อนส้อมปักคาอยู่ที่หน้าอกใต้ราวนมซ้าย เป็นบาดแผลฉกรรจ์ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และจากการสอบถามผู้บาดเจ็บพูดแต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาบัตรประชาชนไป ตนไม่อยากถูกจับและไม่อยากตาย&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงรีบปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามคนขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงที่เกิดเหตุได้พบเห็นชายคนดังกล่าวนอนหงายหายใจรวยรินอยู่ริมถนน&amp;nbsp; โดยที่มือขวากำช้อนส้อมที่ปักคาอยู่ที่หน้าอก&amp;nbsp; จึงรีบจอดรถลงไปดูพบว่าชายคนดังกล่าวมีอาการสาหัสจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาทำการช่วยเหลือ&amp;nbsp; และก่อนหน้านี้มีเพื่อนร่วมวินได้พบเห็นชายคนดังกล่าวเดินไปมาอยู่ในซอยวัดหลวงพ่อโตตั้งแต่ช่วงเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้บาดเจ็บน่าจะเกิดอาการเครียด ควบคุมตัวองไม่ได้&amp;nbsp; จึงได้ใช้ช้อนส้อม ทำร้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บอย่างไรก็ตายจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117153</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ตำรวจ, แทงตัวเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146d1a3e40b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนพังชาวบ้านสุดทนปักป้ายตามหาหน่วยงานรับผิดชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.ย. 2564 จากกรณีที่เฟสบุ๊คของ ต้นปราการ ได้ขึ้นข้อความและรูปว่า สมุทรปราการป้ายติดประกาศตามหาผู้รับผิดชอบถนนสายคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ แยกเข้าจากถนนเทพารักษ์ ซึ่งพบว่ามีผู้หวังดีนำป้ายมาติดไว้ หลังจากชาวบ้านที่ต้องใช้ถนนเส้นนี้เดือดร้อนหนักมายาวนานเป็นสิบปี แต่กลับไม่มีหน่วยงานไหนจริงใจใส่ใจแก่ปัญหาให้กับชาวบ้าน จนล่าสุดพบว่ามีป้ายดังกล่าวมาติดไว้ และคาดว่าหลังจากนี้ป้ายก็จะหายไป เหลือแต่คำถามว่าหน่วยงานไหนจะมาแก้ไข หลังจากที่ข้อความและรูปภาพโพสต์ขึ้นบนโซเชียลได้พักเดียว ได้มีคนเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 18 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนเส้นดังกล่าวพบว่าเป็นถนนที่เข้ามาจากถนนบางนาตราดหลักกิโลเมตรที่ 19 มุ่งหน้าคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิที่จะออกไปทางด้านถนนเทพารักษ์ และถนนสุขุมวิท ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ บางพลี และบางปู &amp;nbsp;หลังจากที่วิ่งเข้ามาจากถนนบางนาตราดได้เพียงไม่ถึงกิโลเมตรก่อนที่จะเบี่ยงออกถนนเทพารักษ์เลียบคอสะพาน พบว่าถนนเส้นดังกล่าวเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ โดยที่ริมถนนมีป้ายประกาศปักไว้มีข้อความว่า ตามหาผู้รับผิดชอบถนนเส้นนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมากพังทั้งปีทั้งชาติ และมีรูปผู้หญิงสวมใส่ชุดสีกากี คล้าย น.ส.นันทิดา &amp;nbsp;แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ อยู่บนป้ายดังกล่าวโดยใช้สีดำคาดตาเอาไว้ ส่วนด้านล่างมีโลโก้สัญลักษณ์ของ &amp;nbsp;อบต.บางปลา โลโก้ อบจ.สมุทรปราการ และโลโก้ของ กรมทางหลวงชนบท ติดอยู่ ส่วนอีกป้ายมีข้อความว่า ถนนดาวอังคาร พังทั้งปีไม่มีคนรับผิดชอบ พร้อมด้วยรูปชุดมนุษย์อวกาศ ปักอยู่ริมถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามหนุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ตั้งวินอยู่บริเวณดังกล่าว ได้เล่าว่า ถนนเส้นนี้เป็นหลุมเป็นบ่อมาหลายเดือนแล้ว เพราะมีการมาขุดวางสายไฟใต้ดิน ประจวบเหมาะกับช่วงนี้มีฝนตกลงมาทุกวันทำให้น้ำท่วมขัง เคยมีบางหน่วยงานเอาดินและปูนมากลบหลุมให้แต่ก็อยู่ไม่นานเพราะว่าน้ำมันซึมเข้าด้านล่างได้ปูนมันก็ร่อนออกไป เป็นแบบนี้มานานแล้วโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะเป็นแบบนี้บ่อยมาก ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมั่นมาดูบ่อย ๆ หน่อยหรือแก้ไขให้มันจริงจังหน่อยมันจะได้ใช้งานได้นาน ๆ เพราะเวลาฝนตกรถก็วิ่งลำบาก ส่วนป้ายที่เห็นตนก็ไม่ทราบว่าใครเอามาปักตอนไหน ตนออกมาวิ่งวินตรงนี้ตั้งแต่ตี่สี่ครึ่งก็เห็นว่ามีป้ายมาปักก่อนแล้ว เคยมีหน่วยงานมาดูแล้วแต่ทำไม่จบ แบบว่าทำแล้วก็ทำอีก ก็อยากให้ทำดี ๆ ที่เดียวให้มันจบเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายของวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดดังกล่าวอีกครั้งได้พบว่ามีคนงานของบริษัทที่มารับเหมาขุดวางท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ถนนบริเวณดังกล่าวพังเสียหายได้เอาคนงานมีทำการซ่อมแซมผิวการจราจรในจุดดังกล่าวให้แล้วโดยการนำยางมะตอยสำเร็จรูปมาทำการปิดหลุมและปรับผิวการจราจรให้ชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้นก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117136</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ต้นปราการ, ถนนสายคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614694f37ca4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสมุทรปราการวางแผนแก้จุดน้ำท่วมซ้ำซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-ที่ชั้น 3 อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรนฤบดินทร์ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ และปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากจังหวัดสมุทรปราการเกิดฝนตกหนักติดต่อกันประกอบกับน้ำทะเลหนุนบางช่วง ทำให้การระบายน้ำค่อนข้างช้า เกิดน้ำท่วมขัง 4 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง โดยหน่วยงานราชการในจังหวัดพร้อมกองทัพได้เร่งดำเนินการะบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2564 จังหวัดสมุทรปราการได้ดำเนินการตามแผนงาน/โครงการภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 7 โครงการ งบประมาณ 83.5846 ล้านบาท ดำเนินการโดย 2 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน และองค์การจัดการน้ำเสีย เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมมีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 2,500 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 8,716 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ&amp;nbsp; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ในการประชุมนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ส่วนราชการในท้องที่ รวมถึงท้องถิ่นและ ส.ส.ทำงานร่วมกัน เมื่อเกิดน้ำท่วมให้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เตรียมแผนบริหารจัดการโดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ในบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากจะต้องแก้ไขปัญหาระบายน้ำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะต้องมีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และเตรียมตัวอพยพ จะต้องมีการจัดหาสถานที่พักชั่วคราวให้ประชาชนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ประสบปัญหาการระบาดโควิด 19 ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116451</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dbe6811f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เยี่ยมสมุทรปราการ  คึกคักพบปชช. ลั่นพร้อมสู้ปัญหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา13.00 น.ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์​ โรงพยาบาลรามาธิบดี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม​ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการฉีดวัคชีนโควิด 19 ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ​ นายยงยุทธ สุวรรณบุตร​ และน.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ รวมถึงนางนันทิดา แก้วบัวสาย นายกอบจ.สมุทรปราการ รอต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวทักทายส.ส. และฝากให้ช่วยดูแลประชาชนพื้นที่ ก่อนจะถามหา นายกอบจ.สมุทรปราการ พร้อมกล่าวขอให้ช่วยกันดูแลประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น​ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ รับฟังการนำเสนอวีดิทัศน์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จากคณบดีคณะแพทยศาสตร์​ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่สำนักงานบริหารโรงพยาบาลรามาธิบดี​ จักรีนฤบดินทร์ ชั้น 3 และเยี่ยมชมจุดฉีดวัคซีน โดยกล่าวกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ​ ประธานสภาจังหวัดสมุทรปราการ ข้าราชการในพื้นที่ที่มาต้อนรับ ตอนหนึ่ง ว่า ขอให้ทุกคนช่วยกัน ช่วยรัฐบาลและขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันมันก็ไปไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ตนเองอารมณ์ดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเยี่ยมชมจุดตรวจ นายกฯได้กล่าวทักทายกับประชาชนที่มารอรับการรักษาพยาบาล และรอฉีดวัคซีน ว่า แข็งแรงดีอยู่นะ ส่วนเรื่องวัคซีนเรากำลังรีบอยู่ มีวัคซีนให้ฉีดดีกว่าไม่มี เดี๋ยววัคซีนก็จะทยอยมาเรื่อยๆ ปีหน้าก็จะฉีดได้จนครบ ซึ่งคนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ขอให้ระมัดระวังตัวเองกันด้วย ขอให้ทุกคนช่วยกันประเทศชาติจะปลอดภัยขณะที่เจ้าหน้าที่จุดตรวจฉีดวัคซีน ตะโกนให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ ให้ &amp;ldquo;สู้&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯหันไปพูดตอบว่า สู้กับปัญหา นายกฯต้องสู้กับปัญหา สู้เพื่อพวกเรา เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น และยังได้หันไปคุยกับส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่า ขอให้ส.ส.ไปดูเรื่องการค้าขายทางออนไลน์ และการค้าขายสมัยใหม่ วันนี้เราต้องเดินหน้าออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลทำไว้ให้หมดแล้ว เราต้องยกระดับประชาชนให้ได้ การเมืองต้องทำอย่างนี้ ทั้งนี้การลงพื้นที่ของนายกฯครั้งนี้ นับเป็นภารกิจแรกในช่วงวันหยุดราชการ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด -19.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116446</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613daf92c24b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประกันภัยเหตุน้ำท่วมฉับพลันในชลบุรี สมุทรปราการ และระยอง พบรถเสียหายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีฝนตกหนักในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศไทยและเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และรถยนต์ ของประชาชนเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงาน คปภ. จังหวัดระยอง เร่งให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหาย รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าบ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ มีการทำประกันภัยรองรับไว้ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดในพื้นที่ที่ได้ตรวจสอบข้อมูลความเสียหายและข้อมูลการทำประกันภัย ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2564 พบว่า มีรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และมีประกันภัยคุ้มครอง รวมประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 6,642,800 บาท กับ 12 บริษัท ดังนี้ 1) บมจ. วิริยะประกันภัย 3,038,000 บาท 2) บมจ. กรุงเทพประกันภัย 243,300 บาท 3) บมจ. ทิพยประกันภัย 158,500 บาท 4) บมจ. ธนชาตประกันภัย อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย 5) บมจ. โตเกียวมารีนประกันภัย 1,770,000 บาท 6) บมจ. เทเวศประกันภัย 18,000 บาท 7) บมจ. แอกซ่าประกันภัย 1,110,000 บาท 8) บมจ. ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย 115,000 บาท 9) บมจ. เมืองไทยประกันภัย 40,000 บาท 10) บมจ. แอลเอ็มจี ประกันภัย 90,000 บาท 11) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย 30,000 บาท และ 12) บมจ. ไทยศรีประกันภัย&amp;nbsp; 30,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และมีประกันภัยคุ้มครอง รวมประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 2,970,100 บาท กับ 5 บริษัท ดังนี้ 1) บมจ. ทิพยประกันภัย 244,400 บาท 2) บมจ. ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย 154,000 บาท 3) บมจ. อาคเนย์ประกันภัย 2,497,000 บาท 4) บมจ. กรุงเทพประกันภัย 74,700 บาท และ 5) บมจ. แอลเอ็มจี ประกันภัย อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดระยอง และมีประกันภัยคุ้มครอง รวมประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 2,425,000 บาท กับ 5 บริษัท ดังนี้ 1) บมจ. วิริยะประกันภัย 2,150,000 บาท 2) บมจ. ธนชาตประกันภัย 180,000 บาท 3) บมจ.ทิพยประกันภัย 40,000 บาท 4) บมจ. เทเวศประกันภัย 50,000 บาท และ 5) บมจ. นำสินประกันภัย 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของความเสียหายที่เกี่ยวกับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย พืชผลทางการเกษตร และทรัพย์สินอื่น ๆ ประชาชนอยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายและข้อมูลการทำประกันภัย โดยมอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) ตั้งศูนย์เฉพาะกิจด้านประกันภัยในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการเคลมประกันน้ำท่วม มีผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) เป็นหัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจฯ หมายเลขโทรศัพท์ 093-129-9462 สำหรับในส่วนเสียหายของรถยนต์ที่มีประกันภัยคุ้มครองและแจ้งเคลมความเสียหายกับบริษัทประกันภัยแล้ว จะติดตามเพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตั้งศูนย์เฉพาะกิจฯ ในครั้งนี้ หวังว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ในการเคลมประกันน้ำท่วมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ภัยธรรมชาติและภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและทำประกันภัยให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการรองรับความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ให้กับตนเอง ครอบครัว รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ด้วย หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official@oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือ กลุ่มงานสื่อสารองค์กร โทรศัพท์ 02-515-3998-9 ต่อ 8307 โทรสาร 02-513-1437 http://www.facebook.com/PROIC2012&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., จ.สมุทรปราการ, ชลบุรี, น้ำท่วม, ระยอง, ศูนย์เฉพาะกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612defda5da44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
