<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้เลี้ยงปลากระชัง&#039;จ.หนองคายโอดน้ำโขงผันผวนทำปลากระชังตาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64-ผู้สื่อข่าวจังหวัดหนองคายรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ในช่วง 2- 3 วันที่ผ่านมา มีระดับขึ้นๆลงๆ&amp;nbsp; ขึ้นอยู่กับการปล่อยน้ำทางตอนบนของแม่น้ำโขง ทำให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย มีประกาศเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ช่วงระหว่างวันที่ 28 &amp;ndash; 29 พ.ค.ที่ผ่านมาจากเดิมไหลผ่านจังหวัดหนองคาย 2,525 ลบ.ม.ต่อวินาที ไหลช้าลงเหลือ 1,854 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลง 671 ลบ.ม. ต่อวินาที เนื่องจากมีการลดการระบายน้ำของเขื่อน จิ่งหง ในประเทศจีน ทำให้ระดับดับโขงลดลงอย่างรวดเร็ว อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง และอาจสร้างความเสียหาย ด้านการประมง และการสัญจรทางน้ำ จึงออกประกาศเตือนให้ องค์การบริหารท้องถิ่น ที่มีพื้นที่ ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสอน ลุนรินทร์ อายุ 60 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง บ้านพร้าวใต้ ต.หินโงม อ.เมือง จ.หนองคาย บอกว่า ช่วงนี้น้ำโขงมีสีขุ่น ระดับน้ำ ขึ้นๆลงๆ ผู้เลี้ยงปลาต้องคอยเฝ้าดูกระชังปลาที่เลี้ยงและคอยปรับระดับกระชังปลาตามระดับน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับปลาที่เลี้ยงจะได้ไม่เสียหายลดอัตราการตาย เพราะปลาที่เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน บางรายต้องแก้ไขปัญหาโดยการลดปริมาณการให้อาหารปลาลง แต่ปลาก็ยังตาย ตนต้องนำมาทำเป็นปลาร้า บางตัวน็อคน้ำใกล้ตายก็เอามาทำอาหาร แปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ลดค่าอาหารในครัวเรือนได้บ้างบางส่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104884</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ปลากระชัง, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5b7050a01a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.หนองคายลุยหาหลักฐานเหตุเก๋งชนกระบะดับ5ศพใครผิดถูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถกระบะที่บริเวณถนนระหว่างหมู่บ้านน้ำโมง &amp;ndash; บ้านทุ่ม ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตในที่เกิดทันที 5 ศพ และบาดเจ็บ 9 คน เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 21 ก.พ.พ.ต.อ.ศุภกร เพียรเสมอ ผกก.ตรวจสอบสำนวนและคดีตำรวจภูธรภาค 4 ที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.หนองคาย, พ.ต.ท.กฤษฎิ์พิชญ์ สีหาชัยเจริญ รองผกก.(สส.)สภ.ท่าบ่อ พร้อมด้วย นางวิไลลักษณ์ ธรรมราช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.หนองคาย (คปภ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้น โดยพบว่าจุดเกิดเหตุนั้นเป็นถนนสองช่องทางจราจร รถสวนกัน ทางตรง ไม่มีไฟส่องสว่างข้างทาง หลังเกิดเหตุยังพบชิ้นส่วนรถยนต์หล่นอยู่ไหล่ทาง และพื้นถนนยังลื่นจากคราบน้ำมันที่ไหลออกจากตัวรถ ซึ่งทางท้องถิ่นได้นำรถน้ำมาล้างถนนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้ไปที่บ้านของนางเงิน เกียรตินอก อายุ 75 ปี เลขที่ 88 หมู่ 1 บ้านด่านศรีสุข ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย หนึ่งในผู้เสียชีวิต พบว่าญาติได้ตั้งศพนางเงิน และนางวันเพ็ญ คำภีระเกษ อายุ 61 ปี ไว้ด้วยกัน เนื่องจากเป็นพี่กับน้องกัน ส่วนศพนางสาวมลิวัลย์ คำภีระเกษ อายุ 34 ปี คนขับรถกระบะนั้น ตั้งศพไว้ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 8 บ้านภูพนังม่วง ต.ด่านศรีสุข มีญาติพี่น้องมาเตรียมงานศพให้และพากันพูดคุยถึงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ คปภ.ได้มอบเช็คค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในรถกระบะ และทำประกันภัย พรบ. ตามที่กฎหมายกำหนด ได้รับเงินช่วยเหลือศพละ 35,000 บาท ส่วนผู้เสียชีวิตจากรถเก๋ง คือ นายธนชัย จันทะชาด อายุ 27 ปี คนขับ และนายชัยณรงค์ กุลแสนเต่า อายุ 37 ปี ชาว ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย นั้นตรวจสอบแล้วรถยนต์เก๋งไม่ได้ทำประกันภัย พรบ.ไว้ ญาติต้องยื่นเรื่องขอรับการช่วยเหลือจากสำนักงาน คปภ.จ.หนองคาย ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศุภกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นอุบัติเหตุในครั้งนี้เนื่องจากผู้ขับขี่รถทั้งสองคันเสียชีวิตหมด สันนิษฐานได้ว่า รถเก๋งซึ่งขับมาในเลนสวนอาจจะแซงรถคันอื่นแล้วแซงไม่พ้น เป็นจังหวะเดียวกับรถกระบะขับมาทำให้เกิดเฉี่ยวชนกัน และจากการตรวจสภาพรถเก๋งพบว่าล้อหลังด้านซ้ายมีการเปลี่ยนใช้ยางอะไหล่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปกติ อาจจะขับเร็วแล้วรถเสียการทรงตัวเพราะรถไม่สมดุลทำให้ชนกับรถกระบะที่สวนทางมา ส่วนประเด็นคนขับจะเมาหรือไม่นั้นไม่สามารถเก็บตัวอย่างเลือดตรวจได้จึงไม่สามารถระบุได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93758</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ตำรวจ, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_603229559b870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับคะแนน&#039;นายก อบจ.หนองคาย&#039;แชมป์เก่าเบียดเพื่อไทยสูสี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง นายก และ สมาชิกสภา อบจ.หนองคาย ในเวลา 17.00 น. คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มทำการนับคะแนนประจำหน่วย โดยแยกกระดานนับคะแนนของนายก อบจ. และสมาชิกคนละกระดาน ซึ่งเป็นการชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.หนองคาย ระหว่าง เบอร์ 1 นายยุทธนา ศรีตะบุตร อดีตนายก อบจ.หนองคาย หลาย 4 สมัย หัวหน้ากลุ่มรักหนองคาย มีคู่แข่ง เบอร์ 2 นายธนพล ไลละวิทย์มงคล จากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 นายกฤศภณ หล้าวงศา คณะก้าวหน้าหนองคาย และ เบอร์ 4 นายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย ผู้สมัครอิสระ การนับคะแนนเป็นไปอย่างสูสี คะแนนเบียดไล่บี้กันระหว่าง เบอร์ 1 กับ เบอร์ 2 ในเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนับคะแนนถึงเวลา 18.20 น. หรือประมาณ ร้อยละ 12 ผลการนับคะแนน เบอร์ 1 นายยุทธนา ได้ 14,235 คะแนน &amp;nbsp;เบอร์ 2 นายธนพล ได้ 14,141 คะแนน เบอร์ 3 ได้ 9,082 &amp;nbsp;คะแนน และ เบอร์ 4 ได้ 461 &amp;nbsp;คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี หมวกไสว ปลัด อบจ.หนองคาย กล่าวว่า ภาพรวมในการเลือกตั้ง นายกและสมาชิกสภา อบจ.หนองคาย ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกหน่วยเลือกตั้งไม่มีเรื่องร้องเรียน ไม่มีการก่อเหตุวุ่นวายในหน่วยเลือกตั้งและคาดว่าจะสามารถทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ประมาณ 22.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดหนองคาย มี 9 อำเภอ 30 เขตเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 408,148 คน จำนวน 904 หน่วยเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87462</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, นับคะแนน, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf3bb06c7ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้ารับเปิดเทอม ไฟฟ้าลัดวงจรโรงเรียนประถมวอดทั้งหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.63- เมื่อเวลา &amp;nbsp;03.30 น. พ.ต.อ.จักรทิพย์ กูลพฤกษี ผกก.เฝ้าไร่ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้อาคารเรียน โรงเรียนบ้านหนองหลวง ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย จึงประสานรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลเฝ้าไร่ &amp;nbsp;อบต.หนองหลวง และ อบต.นาดี ไประงับเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานประมาณ 4 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบในเวลาประมาณ 07.00 น.พบว่าเพลิงได้ไหม้อาคารไม้ 2 ชั้นวอดไปทั้งหลัง ไม่สามารถเก็บข้าวของออกจากห้องเรียนได้เลย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหนองคาย ได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจสอบวัตถุพยานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้แล้ว แต่ยังไม่สรุปว่าเกิดจากสาเหตุใด เบื้องต้นคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรประกอบกับอาคารเรียนเป็นอาคารไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเสริม นาหนอน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหลวง กล่าวภายหลังสำรวจความเสียหายของอาคารแล้วว่า อาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น อายุมากกว่า 30 ปี เป็นอาคาร ป.1 ฉ. 2 หลัง มีการต่อเติมอีก 4 ห้อง ชั้นล่างจัดให้เป็นห้องเรียนชั้นอนุบาล 1-3 และ ป.1 ส่วนชั้นบน เป็นห้องเรียนชั้น ป.4-6 จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณชั้นสองของอาคารคาดว่าเป็นห้องเรียนชั้น ป.4 ก่อนจะลุกลามไปทั้งหลัง ความเสียหายในครั้งนี้ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ขณะนี้โรงเรียนอยู่ระหว่างการปิดภาคเรียน และจะเปิดเรียนในวันที่ 1 ธ.ค.63 ซึ่งทางโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 140 คน เป็นนักเรียนในชุมชนบ้านหนองหลวงทั้งหมด โดยอาคารเรียนที่ถูกไฟไหม้เป็นอาคารเรียนหลัก นอกนั้นมีอาคารเอนกประสงค์ อาคารหลังเล็ก และอาคารอุตสาหกรรม โดยจะมีการหารือกับทางผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 ผู้ปกครองนักเรียน และคณะครู ร่วมกันในวันนี้เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน และการจัดการเรียนการสอนชั่วคราวให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85379</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, โรงเรียน, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc33cc777d49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;เดินสาย&#039;หนองคาย-บึงกาฬ&#039;ฟังวิสัยทัศน์ว่าที่ผู้สมัคร อบจ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย นายกฤศภณ หล้าวงศา ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หนองคาย เดินทางไปยังพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน สำหรับใช้ออกแบบนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยได้เดินทางไปดูสถานที่หลายแห่งที่อยู่ในสังกัดของ อบจ. อาทิ &amp;nbsp;โรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย, พิพิธภัณฑจังหวัดหนองคาย, อาคารยิมเนเซียม, ลานกิจกรรมอเนกประสงค์, หอประชุม อบจ. และเดินเยี่ยมชมบรรยากาศการค้าที่ตลาดท่าเสด็จ ซึ่งแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แต่การค้ายังคงเงียบเหงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้เดินทางกลับไปไลฟ์สดผ่านเฟชบุ๊กที่โรงเรียนกีฬาหนองคาย ซึ่งว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย ในนามคณะก้าวหน้า ได้มีการออกแบบนโยบายในการพัฒนาไว้บ้างแล้ว ทั้งนี้ โรงเรียนดังกล่าว เปิดสอนตั้งแต่ชั้น &amp;nbsp;ม.1 -ม.6 มีนักเรียนอยู่ประจำ 141 คน แต่สภาพของโรงเรียน และชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนย่ำแย่มาก ต้องพักชั่วคราวอยู่ที่บริเวณใต้ถุนอัฒจรรย์ของสนามฟุตบอล ขณะที่ห้องน้ำก็ไม่สะอาด ส่งกลิ่นเหม็น มีน้ำใช้ไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนกีฬาหนองคาย สังกัด อบจ. ไม่มีการบริหารอย่างเอาใจใส่ ไม่มีการเพิ่มศักยภาพหรือดึงศักยภาพของโรงเรียนออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่สถานที่นั้นกว้างใหญ่ ยังมีศักยภาพอีกเยอะ ถ้าเราได้ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ เอาใจใส่ จัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอจะสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ เพราะสภาพที่เป็นอยู่วันนี้ เป็นที่น่าสงสารนักเรียน และผู้ปกครองที่ส่งลูกมาเรียนที่นี่อย่างมาก ดังนั้น ในความคิดของเราคณะก้าวหน้า เราอยากทำให้โรงเรียนกีฬากลับมามีชีวิตชีวา ให้เป็นสถานที่เด็กๆ ได้บ่มเพาะฟูมฟักความสามารถ เป็นที่ที่จะช่วยให้เด็กๆได้เดินตามความฝัน ได้ปีนบันไดไปสู่ความสำเร็จในชีวิต แต่เมื่อจากดูจากความเป็นจริงตรงนี้แล้ว เรากลับรู้สึกว่า เด็กๆ ลูกหลานของเราถูกปล่อยให้ดิ้นรนต่อสู้ตามลำพังด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายธนาธร พร้อมทีมงานได้เดินทางต่อไปที่ จ.บึงกาฬ เพื่อพบกับนายภูมิพันธุ์ บุญมาตุ่น ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ ในนามคณะก้าวหน้า ร่วมเดินทางสำรวจพื้นที่ โดยเริ่มต้นที่บ้านหอคำ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเทียววิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านชาวลาวเวียง อพยพโยกย้ายมาจากนครหลวงเวียงจันทร์ มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงงดงาม โดยร่วมพูดคุยกับประชาชนในหมู่บ้าน ร่วมเสนอแนวทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, จ.บึงกาฬ, จ.หนองคาย, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายก อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82ebcaab481.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบโครงกระดูกเพศชายป่าละเมาะข้างทางรถไฟเลี่ยงเมืองหนองคาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63-ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตบริเวณป่าละเมาะข้างทางรถไฟ ใกล้กับถนนเลี่ยงเมือง หนองคาย - เวียงจันทน์ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.อ.ญ.เพียงหทัย สุพล พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย หน่วยกู้ภัยชบา 191 , เจ้าหน้าที่รถไฟหนองคาย พร้อมตำรวจชุดสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เกิดเหตุห่างจากรางรถไฟประมาณ 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิต เหลือแต่โครงกระดูก ถูกดินคลุมทับร่างเล็กน้อย สูงประมาณ 170 ซม. คาดว่าเป็นผู้ชาย สวมเสื้อยืดโปโลสีฟ้า ขนาด XL กางเกงวอร์มขายาวสีเขียว ไม่ใส่กางเกงใน รองเท้าแตะแบบคีบ เบอร์ 9 ครึ่ง สีดำพื้นรองเท้าสีน้ำเงิน สวมนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลสายยางสีดำ สวมสร้อยเชือกร่มห้อยตะกรุด แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน กระดูกศีรษะอยู่ในสภาพปกติไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายอู๊ด ทราบว่า ขณะที่ตนต้อนวัวมาเลี้ยงบริเวณดังกล่าว ก็เห็นโครงกระดูกมนุษย์แล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นไม่มีใครทราบว่าผู้ตายเป็นใคร และไม่มีเอกสารติดตัว โดยจะได้ส่งโครงกระดูกไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชขอนแก่น พร้อมทั้งติดตามว่าในช่วงที่ผ่านมามีผู้แจ้งความคนหายไว้ในพื้นที่ สภ.ใดบ้างหรือไม่ หรือหากผู้ใดสงสัยว่าอาจเป็นญาติขอให้ติดต่อที่ สภ.เมืองหนองคาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ตำรวจ, โครงกระดูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f705b823c33b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายฝนทิ้งช่วง ชาวนาควักเงินจ่ายค่าสูบแม่น้ำโขงเลี้ยงต้นข้าวกำลังเติบโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - จากการที่จังหวัดหนองคาย เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงติดต่อกันหลายสัปดาห์ ส่งผลให้นาข้าวที่กำลังเจริญเติบโตและต้องการน้ำมากต้องขาดน้ำ เกษตรกรที่ทำนาจึงต้องอาศัยน้ำโขงจากโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ขณะนี้ที่ติดตั้งอยู่ในแม่น้ำโขง จำนวน 50 กว่าสถานี สูบน้ำโขงเข้านาข้าวแทนน้ำฝน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเข้านาข้าวครั้งละหลายร้อยบาท ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนในการทำนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบ้านเนินพะเนาว์-บ้านโนนตาล ตำบลโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ที่มีพื้นที่ทำนากว่า 2 พันไร่ ช่วงนี้ต้องจ่ายค่าสูบน้ำเข้านาข้าวที่สูบโดยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านเนินพระเนาว์ ที่ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองหนองคาย ครั้งละหลายร้อยบาท ซึ่งปกติจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำชั่วโมงละ 80 บาท แต่ละวันสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าฯ จะสูบน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่บริการวันละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตมีความจำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงมาก เกษตรกรที่สูบน้ำเข้านาในแต่ละครั้งน้ำจะอยู่ได้ประมาณ 1 &amp;ndash; 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เมื่อน้ำในนาข้าวมีระดับต่ำลงก็จะสูบน้ำเข้านาข้าวใหม่อีกครั้ง หรือหากมีฝนตกลงมา ก็ถือว่าโชคดีที่ทำให้ประหยัดเงินค่าสูบน้ำเข้านา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72905</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, สถานการณ์แล้ง, สูบน้ำเข้านาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f2248c9c52b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
