<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้จุดอนุสาวรีย์จ่าแซม สร้างอยู่หน้าถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิตอาสายังคงร่วมกันบิ๊กคลีนนิ่งถ้ำหลวงในขณะที่อาจารย์เฉลิมชัยเดินทางไปดูจุดสร้างศาลาและรูปปั้นจ่าแซมที่ถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายประจญ &amp;nbsp;ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังคงนำจิตอาสาชาวอำเภอแม่สายและข้างเคียงมาทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูบริเวณถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และพื้นที่โดยรอบ เป็นวันที่ 2 เพื่อให้ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน มีความสะอาดและเป็นระเบียบร้อย มากขึ้นหลังร่วมกันทำความสะอาดเมื่อวานมาแล้ว 1วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้สถานที่พร้อมที่จะประกอบพิธีบวงสรวงถ้ำหลวง ที่จังหวัดเชียงรายจะจัดขึ้น ในวันพรุ่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่ชุดทำงานและเด็กทั้ง 13&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปิลแห่งชาติก็ได้เดินทางมายังวนอุทยานถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอนเพื่อปรึกษากับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อหาจุดที่สร้างศาลา สำหรับแสดงภาพวาดเดอะฮีโร่และจุดที่จะวางรูปปั้นของจ่าแซมและหมูป่าทั้ง 13 ตัว ซึ่งในส่วนของศาลาจะเริ่มจัดหาวัสดุอปกรณ์เริ่มสร้างในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพวาดเดอะฮีโร่ คาดจะวัดและตกแต่งเสร็จภายใน2ถึง3วันนี้ ส่วนรูปจ่าแซมจะหล่อแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งอ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในวันนี้ทุกฝ่ายก็มาร่วมกันในวันนี้ทั้งฝ่ายอุทยานและ ผวจ.เชียงราย ก็อยู่ร่วมกันหมด ทุกอย่างไม่มีปัญหา เราพร้อมที่จะดำเนินการทันทีทั้งในส่วนของอาคารโชว์ผลงานภาพวาดและภาพถ่าย และในส่วนของอนุสาวรีย์จ่าแซมก็จะสร้างอยู่ด้านหน้าอาคารมีขนาด 1.5 เท่าของคนจริง สร้างหันหน้าอนุสาวรีย์ไปทางด้านหน้าถ้ำ โดยฐานวางเท้าของจ่าแซมเป็นโขดหินคล้ายเกาะ มีหมูป่า13ตัว และลายปั้นน้ำล้อมรอบต่อด้วยรูปหล่อวางสูงขึ้นไป โดยจะใช้งบประมาณส่วนตัว เบื้องต้นตั้งงบไว้ประมาณ10ล้านบาท และพื้นที่ที่เคยเป็นโรงพยาบาลสนาม ทราบมาว่าทางรัฐบาลจะสร้างอาคารเพื่อรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดของการปฎิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งควงต้องใช้ระยะเวลาในการเขียนแผนและยื่นของบประมาณ อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่าทางจังหวัดพร้อมและยินดีสนับสนุนในโครงการดังกล่าว และหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังและดึงนักท่อง เที่ยวจากทั่วโลกมาท่องเที่ยว ศึกษา เรียนรู้ถึงปรากฎการณ์ในครั้งนี้ และคาดหวังว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ จังหวัดเชียงรายและประเทสไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธัญญา กล่าวว่าจากการพูดคุยในรายระเอียดร่วมกันทุกฝ่าย ตามที่ อ.เฉลิมชัยได้กล่าวไว้ ทางกรมอุทยานฯมีความยินดีและขอขอบคุณที่ทำให้เรามีพันธมิตรร่วมในการพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ ในส่วนของขั้นตอนของระเบียบข้อกฎหมาย ทางกรมอุทยานโดยตัวผมจะรับไปดำเนินการตามที่ อ.เฉลิมชัย และ ผวจ.เชียงราย ได้แจ้งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13441</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่าอะคาเดมี, บิ๊กคลีนนิ่งถ้ำหลวง, อนุสาวรีย์จ่าแซม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b1c18043c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเข้าเยี่ยม13หมูป่า แพทย์เผยทำกิจวัตรได้เองแล้ว/ฮูย่า!ซีลกลับฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ชีวิตแข็งแรงดี ทำกิจวัตรได้เองแล้ว ผู้ปกครองเยี่ยมถึงข้างเตียงได้ หมอแนะทีมช่วยเหลืออย่าเพิ่งทำกิจกรรมหนักช่วง 2 สัปดาห์ &amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; ดังสนั่นรับซีลและทหาร 159 นายกลับมาตุภูมิ ผบ.กองเรือยุทธการชื่นชมสมเป็นลูกประดู่ที่ปฏิญาณเคียงข้างประชาชน &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ซีล&amp;rdquo; เผยศรีภรรยาเป็นกำลังใจ น.อ.อนันต์รับภารกิจสุดเสี่ยง มีโอกาสลุ้น 50-50 &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; มอบอีลิทการ์ดให้ทีมต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยใน 5 ปี ส่วนงานฉลอง &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและดูแลรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายฯ ได้รายงานว่าทีมแพทย์และพยาบาลยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง และญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง ได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของ รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลตั้งแต่เริ่มค้นหา ณ จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน รพ.ไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี&amp;rdquo; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ
4 นาย ว่า รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ รพ.ในสังกัดจึงรับตัวไปดูแลต่อ ทั้งนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ และหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของ รพ.เชียงรายฯ ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว&amp;rdquo;นพ.เจษฎายืนยัน
ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากการรับน้ำโดยรอบพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินการขอรับความช่วยเหลือ 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรได้ทันที และสำนักงานเกษตร อ.แม่สาย จะจัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที
&amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; สนั่นรับซีลกลับฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานต้อนรับกำลังพลของกองทัพเรือที่เดินทางกลับที่ตั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยคณะทั้งหมดมีจำนวน 159 นาย ประกอบด้วยหน่วยซีล 127 นาย นำโดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล นอกจากนั้นเป็นกำลังพลจากชุดเวชศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และส่วนอื่นๆ อีก 32 นาย ซึ่งเดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ โดยมีญาติรวมถึงกำลังพลของกองทัพเรือ หน่วยซีล และประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ทร.ได้จัดอุโมงค์น้ำเป็นเกียรติให้เครื่องบินเที่ยวนี้ และเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีพิธีต้อนรับ และร่วมร้องคำว่า ฮูย่า พร้อมกันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวแสดงการขอบคุณ พร้อมเชิดชูเกียรติแด่เหล่าทหารทุกนาย ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ และเสี่ยงชีวิตในการเข้าช่วยเหลือทีมนักกีฬาฟุตบอล 13 ชีวิตจนสามารถรอดชีวิตกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม สมเกียรติการเป็นชายชาติทหาร ดังคำปฏิญาณของทหารเรือที่ว่า ทหารเรือจะเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก็รีบจัดกำลังพลเดินทางไปช่วยเหลือทันที เมื่อมีอุปสรรคตรงหน้าเราก็ไม่ท้อถอย เราบอกว่าเราสู้ เมื่อสู้แล้วมีกำลังใจเยอะ และมีคนสนับสนุนเรามากมาย เพราะคนที่จะเข้าไปถึงน้องๆ ได้ก็คงต้องเป็นหน่วยซีลหน่วยเดียวเท่านั้น เราจึงต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนพ้องน้องพี่ซีลที่ปลดประจำการไปแล้วก็มาร่วมงานกับพวกเรา แม้ไม่ได้อยู่ในราชการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วย เป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าเราสู้และไม่ย่อท้อ ก็จะมีคนสนับสนุนเยอะมาก ซึ่งในสิ่งที่เราทำลงไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อกำลังพล แต่เราถูกฝึกมาให้อดทนเพื่อการณ์นี้ เราฝึกคนมาเพื่อทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือเราหรอก แต่งานนี้ถือว่าเป็นงานยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นในกำลังพลทุกคน และประจักษ์ว่ากำลังพลของหน่วยทุกคนยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณกำลังพลของผมทุกคนที่ได้ทำงานนี้จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างสมบูรณ์ เราก็เหมือนเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรให้สมบูรณ์ การสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องยาก และต้องใช้ใจทำงาน ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สูญเสีย 1 นายคือ จ.อ.สมาน กุนัน ที่เป็นผู้เสียสละ แต่เราก็ไม่เสียขวัญ เพราะเขาจากไปแบบวีรบุรุษของชาวโลก ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรยังสัมภาษณ์เปิดใจเพิ่มเติมยอมรับว่า เป็น ผบ.นสร.ใครๆ ก็ฟังและกลัวหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัว เขาก็จะให้คำแนะนำว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไรบ้าง คือภรรยา เพราะมีประสบการณ์มาก เคยขึ้นเขาเอเวอเรสต์ และเคยไปแอนตาร์กติกา 4 เดือน จึงช่วยในการประสานเครือข่ายต่างๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ซึ่งภารกิจครั้งนี้มีเครือข่ายอยู่หลายส่วน มีทั้งเปิดตัวแล้วไม่เปิดตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภรรยาผมถือเป็นกำลังใจที่ดี ให้การสนับสนุนตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย (ศศิวิมล อยู่คงแก้ว) ด้วย&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว และว่า ส่วนจะนำบทเรียนในภารกิจถ้ำหลวงฯ มาใส่ในการฝึกซีลหรือไม่นั้น ขอให้คอยดู เพราะอยู่ในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
รับภารกิจเสี่ยงครึ่งๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมากำลังเรียนรู้ประสบการณ์และแก้ปัญหาวันต่อวัน ถือเป็นความเสี่ยง การส่งนักดำน้ำไปทำงาน คิดอยู่เสมอว่ามีความสำเร็จ 50% และไม่สำเร็จหรือสูญเสีย 50% แม้จะมองโอกาสความสำเร็จ 40% แต่เราจะมองประเด็นที่ความสำเร็จมากกว่าความสูญเสีย ภูมิใจกับทีมงานซีลทุกคน เมื่อต้องออกไปปฏิบัติงาน ก็จะทำเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้นำไปแก้ไขให้เกิดความพร้อมทุกๆ ภารกิจที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานในถ้ำ ไม่รู้ว่าวันไหน นอนก็นอนในถ้ำตรงโถงสาม ตื่นบ้างพักบ้าง ลูกน้องก็สลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปทำงาน ส่วนลูกน้อง 3 คนที่ขาดการติดต่อไป 23 ชม. หลังตรวจร่างกายก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก วันนี้ก็เดินทางกลับมาพร้อมคณะด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ต.ค่าย โตชัยภูมิ อดีตหน่วยซีลรุ่น 9 และอดีตครูฝึกหน่วยซีลที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ กล่าวถึงการเสริมบทเรียนการดำน้ำในถ้ำว่า ที่ผ่านมามีการฝึกขั้นพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เขาหลัก ตะกั่วป่า ภูเก็ต มีชาวต่างชาติเปิดสอนอยู่ แต่ต้องเสริมหลักสูตร Cave Diving Technic ซึ่งได้ยินจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งตรงกับที่คิดในการเสริมขั้นสูง เพราะทีมที่ไปทำภารกิจเจอครั้งแรก ไม่เคยไปฝึกที่ภาคใต้ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะใช้อะไร แต่มีการจัดการที่ดีในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรขึ้นอีกมาก ซึ่งการผลิตบุคลากรด้านนี้ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ&amp;rdquo; น.ต.ค่ายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถอดบทเรียนจากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า หน่วยซีลเตรียมเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยดำน้ำในถ้ำ ที่ผ่านมาเขาเคยแต่ดำน้ำในทะเล ก็คิดว่าเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความมืดในถ้ำกับในทะเลนั้นแตกต่างกัน ประกอบกับมีดินโคลนและพื้นที่แคบด้วย ซึ่งคงถอดบทเรียนต่างๆ เพื่อนำไปสอนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ศูนย์ส่วนหน้าจะปิดตัวลงแล้ว แต่ศูนย์ของจังหวัดยังคงต้องทำงาน ขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ เพราะบางส่วนติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงสรุปว่าหน่วยงานต่างๆ จะใช้งบประมาณจากส่วนใด ซึ่งบางส่วนเขาก็มีงบประมาณของตัวเอง เช่น รัฐวิสาหกิจ แต่ส่วนอื่นต้องหาทางพิจารณาช่วยเหลือ อย่างเอกชนบางส่วนของติดอยู่ข้างในก็มี ที่ทราบอย่างเชฟรอนเขาให้เลย &amp;nbsp;แม้ติดอยู่ข้างใน ทางซีลก็บอกว่าถ้าน้ำลดแล้วค่อยมาเก็บกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ยังต้องมาทำการทบทวนหลังการปฏิบัติงาน โดยทบทวนทั้งหมด ตั้งแต่ทำอะไรบ้าง แต่ละส่วนประกอบด้วยใครบ้าง ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาเป็นบทเรียน ว่าต่อไปต้องทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์นี้ที่ใดในโลก ดังนั้นจึงต้องทำหลายๆ อย่าง ซึ่งจะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศเรา ส่วนเครื่องมือช่วยเหลือของทีมต่างชาติ เขาดำน้ำได้นานมาก ของเราดำได้ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องรีบสรุปบทเรียนแล้วนำเรียนให้รัฐบาลทราบ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ ได้ให้ปลัด มท.ติดต่อกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อไล่เรียงการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนะวิธีการดำเนินการในการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องทำให้รอบด้าน ทั้งการเอาตัวรอด การใช้ชีวิตอยู่เมื่อตกอยู่ในภาวะคับขัน และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัวภายหลังเจออาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ รวมถึงการถอดบทเรียนในแง่ดี ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนทีมงานเก็บข้อมูลทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาข้อมูลจากสื่อและการบอกเล่าเท่านั้น &amp;nbsp;และหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะหารือกันอีกครั้งว่าจะถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบใด เพราะหากทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา สิ่งที่ได้ก็จะมีหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม รวมถึงต้องดูด้วยว่าปีๆ หนึ่งมีคนไปถ้ำเท่าใด ดังนั้นรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไร และค่อยสอนนักเรียนทีเดียว&amp;ldquo; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
มท.เจ้าภาพจัดเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ถึงการเตรียมการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการอยู่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการจัดทำบัตรเชิญหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพา 13 ชีวิตกลับบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการปูนบำเหน็จตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า หน่วยงานจะพิจารณาเอง เขาจะเสนอขึ้นมา ไม่ขัดข้องถ้าเขาจะเสนอบำเหน็จพิเศษต่างๆ มา เจ้าหน้าที่เขาทุ่มเท ไม่ได้หลับได้นอน ส่วนกองทัพจะเลี้ยงขอบคุณหรือไม่นั้น คงต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณา แต่ได้ให้กำลังใจไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า การจัดงานเลี้ยงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการ กำลังรวบรวมรายชื่อและหารายละเอียด รวมทั้งสถานที่จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษที่ช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่มีกำหนดเดินทางกลับในคืนวันที่ 12 ก.ค. โดยพาไปท่องเที่ยววัดร่องขุ่น ซึ่งได้พบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยผู้สร้างวัด ซึ่งได้จัดทำภาพพิเศษเป็นที่ระลึกมอบให้กับทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษด้วย จากนั้นได้พาไปทานอาหารพื้นเมือง ที่ร้านท่าน้ำภูแล และไปสปาที่โรงแรมเลเจ้นท์ และเปิดห้องให้พักผ่อน พร้อมอาหารเย็นในห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรม ก่อนไปยังสนามบินเชียงราย และต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ว่าอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอยู่ต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ จะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวใน กทม.และ จ.เชียงราย ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ ส่วนอาสาสมัครชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องรีบเดินทางกลับก่อน จะเชิญให้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 1 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี โดย ททท.จะมอบบัตรสมาชิก Thailand Elite Card ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี และบริการอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในไทย 1 สัปดาห์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์เผยแพร่หนังสือราชการ ซึ่งลงนามโดย ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ ศธ.0527/11178 เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย โดยส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน หากต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47699cf2461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ของขวัญทีมต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศิลปินแห่งชาติ &amp;quot;เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์&amp;quot; เผย ผบ.ทบ.ขอซื้อภาพวาดเพื่อมอบเป็นที่ระลึกให้ชาวต่างชาติที่ร่วมปฏิบัติการกู้ชีพ 13 หมูป่าเป็นผลสำเร็จ ยันไม่ขาย แต่ให้ด้วยความยินดี เป็นภาพซิลค์สกรีนลิง 1 ใน 12 นักษัตร มีความว่องไว ปีนป่ายช่วยเหลือคน หากขายไม่ต่ำกว่าใบละ 2 แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตนได้วาดภาพลิง ซึ่งเป็น 1 ใน 12 นักษัตร ลงบนผ้าใบขนาดความยาว 45 เซนติเมตร เป็นภาพวาดด้วยเทคนิคซิลค์สกรีน จัดทำขึ้นเพียง 99 ภาพ โดยมีหมายเลขกำกับเพื่อยืนยันว่าเป็นภาพจริงทั้งหมด และเตรียมที่จะกันภาพไว้ส่วนหนึ่งเพื่อมอบให้แก่ชาวต่างประเทศที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจร่วมเจ้าหน่วยซีลของไทย ช่วยเหลือเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี 12 คน และโค้ชอีก 1 คน ออกมาจากถ้ำหลวง ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เป็นผลสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า แนวคิดที่จะมอบภาพวาดให้ทีมกู้ภัยชาวต่างชาติ เป็นเพราะมีนายทหารระดับสูงจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับคำสั่งสั่งจาก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้มาติดต่อขอซื้อภาพของตนเพื่อจะนำไปมอบให้ชาวต่างชาติที่มาช่วยปฏิบัติงานนี้ จำนวน 33 คน เมื่อทราบดังนั้น ตนก็บอกไปว่าไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะคนที่ทำคุณงามความดีเช่นนี้ ตนจะมอบให้โดยไม่คิดมูลค่าเลย และต้องเป็นภาพจริงเท่านั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพชุดนี้เป็นชุดแรกของโลกที่ไม่เคยปรากฏ หรือซื้อขาย รวมทั้งไม่เคยนำไปให้ใครมาก่อน หากซื้อขายกันก็จะมีราคาใบละกว่า 200,000 บาท ใต้ภาพมีลายมือชื่อของผมเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งผมก็ไม่เคยทำให้ผู้ใดมาก่อนเช่นกัน&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า ภาพวาดที่เป็นรูปปีนักษัตรลิง หรือเกิดปีลิง แสดงถึงการปีนป่าย เหมาะกับการเป็นที่ระลึกว่าต้องรวดเร็ว มีการปีนป่าย ฉับพลัน เหมือนเป็นหนุมานที่มีอิทธิฤทธิ์ ช่วยเหลือผู้คนประมาณนี้ โดยในรูปนี้ยังมีรูปของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยติดด้วย เขาจะได้นึกถึงประเทศชาติของเราและถ้ำดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนดีใจมากที่จะได้มอบภาพให้ชาวต่างชาติ ตอนแรกก็ไม่รู้จะนำไปมอบให้ได้อย่างไร เพราะไปช่วยกันเยอะมาก แต่โชคดีที่ ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ตนจึงมอบให้ท่านนำไปมอบให้ชาวต่างชาติเหล่านั้นด้วย ในฐานะที่เป็นตัวแทนของชาวไทย และมอบให้แก่ชาวต่างชาติที่มาทำคุณงามความดีในบ้านเมืองของเราต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ อาจารย์เฉลิมชัยมีกำหนดจะนำศิลปินชาวเชียงรายวาดภาพบนผืนผ้าใบกว้าง 3 เมตร ยาว 13 เมตร เพื่อเล่าเรื่องราวของปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ที่หน้าสมาคมขัวศิลปะ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งทราบต่อมาว่านัดหมายกันวาดภาพในวันที่ 14 ก.ค.นี้ ขณะที่ยังมีโครงการจะสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ศิลปินแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47643a9815f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17 วันช่วยหมูป่าจากถ้ำ ปฏิบัติการที่โลกต้องจำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ..... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้านเสร็จลงแล้ว Thai Navy SEALs ขอขอบคุณทุกทีม ทั้งนักดำน้ำจากทั่วโลก ทีมแพทย์ ทีมสนับสนุนนานาชาติ ทีมซีลนอกราชการ ทีมครูบา ทีมสนับสนุนทางจิตวิญญาณปลุกขวัญกำลังใจ ทีมส่งเสบียง ทีมอัดอากาศ ทีมดูดน้ำ ทีมไฟฟ้า ทีมปีนถ้ำ ทีมแม่ครัว ทีมทำความสะอาดห้องน้ำ ทีมเก็บขยะ ชาวแม่สาย และผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งกำลังใจมาถึงพวกเราจนปฏิบัติการนี้สำเร็จ วันนี้ พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้.....เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อความจากเพจ Thai NavySEAL ที่โพสต์เอาไว้เวลา 10.20 น. เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอด 17 วันในปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 12 คน&amp;nbsp; และโค้ชอีก 1 คน รวม 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. จนสามารถพาหมูป่าคนสุดท้ายออกจากถ้ำเมื่อวันที่ 10 ก.ค. มีเรื่องราว มีเหตุการณ์ที่ต้องลุ้น ที่ต้องเอาใจช่วยกันแทบทุกนาที แทบทุกชั่วโมง แทบทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก 23 มิ.ย. เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบจักรยาน 11 คัน และจักรยานยนต์ 1 คัน หลังพบการเคลื่อนไหวล่าสุด &amp;quot;โค้ชเอก&amp;quot; เอกพล จันทะวงศ์ ผู้ฝึกสอน ได้ไลฟ์วิดีโอฝึกซ้อมฟุตบอลของทีมหมูป่าผ่านเฟซบุ๊กในเวลา 10.00 น. ก่อนจะมีการประสานกับมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบในเวลา 22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 24 มิ.ย. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย (ขณะนั้น) ลงพื้นที่ พร้อมสั่งระดมทีมแพทย์&amp;nbsp; นักประดาน้ำ และชุดกู้ชีพค้นหาโดยทันที ซึ่งร่องรอยที่พบมีเพียงรอยนิ้วมือคนบริเวณผนังภายในถ้ำเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25 มิ.ย. เวลา 02.30 น. &amp;quot;หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม&amp;quot; หรือ &amp;quot;หน่วยซีล&amp;quot; ทั้ง 18 นายเดินทางมาถึงถ้ำหลวง ก่อนร่วมวางแผนและเริ่มปฏิบัติภารกิจในเวลา 06.00 น. ขณะที่ปฏิบัติการยังไม่ราบรื่นเนื่องจากระดับน้ำในถ้ำเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 26 มิ.ย. พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลอีก 24 นายเดินทางมาสมทบกับกำลังในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 27 มิ.ย. ทีมนักดำน้ำระดับโลก จากสมาคมกู้ภัยผู้ติดถ้ำของประเทศอังกฤษ (BCRC) เดินทางมาถึง พร้อมมีการเตรียมทีมแพทย์และรถฉุกเฉินสำหรับทั้ง 13 คนเมื่ออกจากถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 28 มิ.ย. แบ่งกำลังสำรวจพื้นที่โดยรอบบนภูเขา เจ้าหน้าที่จากกองทัพสหรัฐอเมริกา และนักดำน้ำจากประเทศต่างๆ อาทิ สวีเดน, ญี่ปุ่นทยอยเดินทางมาถึงพื้นที่ถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 29 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และครอบครัวของเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี และเป็นวันแรกที่เจาะน้ำบาดาลเสร็จก่อนเริ่มระบายน้ำจากใต้ดิน และ &amp;quot;ครูบาบุญชุ่ม&amp;quot; พระเกจิชื่อดังเดินทางมาทำพิธีบิณฑบาตทั้ง 13 ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 30 มิ.ย. นำเครื่องสูบน้ำไปวางในถ้ำ หน่วยซีลลำเลียงถังอากาศเข้าไปตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในโถง 3 และเริ่มวางเชือกจากโถง 3 ไปสู่สามแยกภายในถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1 ก.ค. มีการตั้งศูนย์บัญชาการภายในโถง 3 ก่อนเดินหน้าปฏิบัติการต่อทันที โดยมีนักดำน้ำผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ร่วมวางเชือกให้ไปถึง &amp;quot;พัทยาบีช&amp;quot; ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าทั้ง 13 ชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 ก.ค. เวลา 22.30 น. ผู้ว่าฯ เชียงรายประกาศข่าวดีที่คนทั้งประเทศรอคอย เมื่อทีมค้นหาพบทั้ง&amp;nbsp; 13 ชีวิตอยู่ห่างจาก &amp;quot;พัทยาบีช&amp;quot; ไป 400 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 ก.ค. มีการเผยแพร่วิดีโอนาทีที่นักดำน้ำชาวอังกฤษพบทั้ง 13 ชีวิต พร้อมมีการพูดคุยตอบโต้&amp;nbsp; โดยเด็กๆ บอกว่าพวกเขาอาศัยน้ำที่หยดลงมาในถ้ำประทังชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงอาหาร ยา&amp;nbsp; ขวดอากาศ และแพทย์ทหารบกที่มีความสามารถในการดำน้ำเข้าไปตรวจสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 ก.ค. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำ และเพิ่มถังออกซิเจนภายในถ้ำอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 ก.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชสาสน์แสดงความขอบคุณทุกฝ่าย ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ทั้งไทยและต่างชาติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ต่างเร่งดำเนินการสูบน้ำและสำรวจโพรงถ้ำ ก่อนฝนจะตกลงมาจนทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6 ก.ค. จ.อ.สมาน กุนัน เจ้าหน้าที่หน่วยซีลนอกราชการ ที่เข้าปฏิบัติภารกิจดำน้ำลำเลียงขวดอากาศเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7 ก.ค. เผยแพร่จดหมายฉบับแรกที่เยาวชนทีมหมูป่าเขียนถึงผู้ปกครองที่รออยู่ด้านนอกถ้ำ และมีการปิดทางเข้าออกถ้ำ โดยการใช้สแลนเขียว เพื่อความสะดวกในการลำเลียงผู้ประสบภัยไปยังสถานพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 8 ก.ค. พาเยาวชนหมูป่า 4 ชีวิตออกจากถ้ำ โดยหมูป่าตัวแรกออกจากถ้ำได้ในเวลา 17.40 น. และหมูป่าตัวที่ 4 ออกมาได้ในเวลา 19.50 น. จากนั้นลำเลียงส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์&amp;nbsp; ก่อนประชุมและประเมินสถานการณ์อีกครั้งในเวลา 21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9 ก.ค. พาเยาวชนหมูป่าอีก 4 ชีวิตออกจากถ้ำ สู่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 10 ก.ค. พาเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่เหลืออีก 5 คนออกมานอกถ้ำ โดย 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงได้โดยสวัสดิภาพ และไม่มีการสูญเสียใดๆ เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจจากคนไทยทั้งประเทศ และทั่วโลกที่ต่างลุ้นเอาใจช่วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหลือไว้เพียง &amp;quot;บทเรียน&amp;quot; ที่ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ&amp;nbsp; ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ในทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13240</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Navy Seal, กรองสถานการณ์, จ.อ.สมาน กุนัน, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4621e12959a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์13หมูป่าแข็งแรง ถอดสายนํ้าเกลือหมดทุกคน/ปิดศูนย์ภารกิจประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ร่วมมือ เสียสละ อดทน จนภารกิจกู้ภัย 13 หมูป่าสำเร็จ ยก &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; ต้นแบบความกล้าหาญ ศอร.แถลงปิดภารกิจประวัติศาสตร์ แพทย์เผยหมูป่าอาการปลอดภัยทั้งหมด คาดไม่เกิน 10 วันกลับบ้านได้ เปิดคลิปขณะหมูป่ารักษาตัวใน รพ.เชียงรายฯ โชว์ถอดสายน้ำเกลือออกหมดแล้ว ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ย้ำความสามัคคีทุกชนชาติ ผบ.หน่วยซีลรับภารกิจสู้ธรรมชาติสาหัสสากรรจ์ &amp;ldquo;ผู้การซีล&amp;rdquo; เผยสุดเครียดลูกน้องขาดการติดต่อ 23 ชม. เป็นโอกาสดีได้ร่วมงานทีมดำน้ำต่างชาติ พัฒนาเทคนิครับมือภัยพิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย และโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย จนได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 12 กรกฎาคม เพจ Thai NavySEAL โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ.....&amp;quot; ว่า ปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน เสร็จลงแล้ว Thai NavySEALs ขอขอบคุณทุกทีม ทั้งนักดำน้ำจากทั่วโลก ทีมแพทย์ ทีมสนับสนุนนานาชาติ ทีมซีลนอกราชการ ทีมครูบา ทีมสนับสนุนทางจิตวิญญาณปลุกขวัญกำลังใจ ทีมส่งเสบียง ทีมอัดอากาศ ทีมดูดน้ำ ทีมไฟฟ้า ทีมปีนถ้ำ ทีมแม่ครัว ทีมทำความสะอาดห้องน้ำ ทีมเก็บขยะ ชาวแม่สาย และผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งกำลังใจมาถึงพวกเราจนปฏิบัติการนี้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้ .....เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน&amp;quot; เพจ Thai NavySEAL ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เวลา 10.40 น. นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 แถลงความก้าวหน้าผลการรักษา 12 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายว่า สำหรับกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาวันที่ 8 ก.ค. ช่วงอายุ 14-16 ปี ล่าสุดเช้านี้สภาพโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน รับประทานอาหารปกติได้ โดยเริ่มอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ โดยต้องสวมชุดป้องกันตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย ส่วนการรักษายังทำต่อ ส่วนที่สงสัยว่าติดเชื้อในปอด อาการดีขึ้นกว่าเดิม ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี เข้ารับการรักษาวันที่ 9 ก.ค. ล่าสุดเช้านี้สภาพโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติ ขณะนี้ไม่ต้องปิดตา สามารถมองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค สวมชุดป้องกัน อยู่ห่างจากเด็กระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน อายุ11-25 ปี ทยอยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 18.34 น. ของวันที่ 10 ก.ค. ผลการตรวจประเมินจากทีมแพทย์แรกรับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดี ไม่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ผลเอกซเรย์พบมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ผู้ป่วยทุกคนทีมแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดต่ำ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา และวางแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง ทีมแพทย์ยังอนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ผ่านห้องกระจกตามเวลากำหนด ส่วน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน และทีมซีลอีก 3 คน ได้มาโรงพยาบาลและต้นสังกัดกำลังดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มเติมที่ กทม. ในผู้ป่วยกลุ่มแรกไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่อันตราย ส่วนการตรวจเชื้ออื่นยังอยู่ระหว่างตรวจเพิ่มเติม ทั้งนี้เราต้องเฝ้าระวังจำนวน 14 วัน คือที่โรงพยาบาล 7 วัน และที่บ้าน 7 วัน นอกจากนี้ สำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ให้บัตรเฝ้าระวังโรค พร้อมคำแนะนำอาการผิดปกติ หากพบให้ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และโรงพยาบาลสนามบริเวณหน้าถ้ำจะดำเนินการดูแลอีก 2 วัน เพื่อดูแลผู้ปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ยังทำมุ่งมั่นทำงานเต็มที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคน เพื่อส่งนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คนกลับสู่ครอบครัวอย่างแข็งแรง ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.ธงชัยกล่าว และว่า ตอนทุกคนมาถึงโรงพยาบาลรู้สึกตัวดี ตอบคำถามได้
ขอบคุณทุกฝ่ายที่เสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ประชาชนชาวไทยที่รักทุกคน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม &amp;nbsp;13 คน ได้ประสบอันตรายติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนาที่ส่งมายังประเทศไทย จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัยประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงฯ ได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลก จนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่น มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา จะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ &amp;nbsp;จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการในครั้งนี้ อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของจ่าเอกสมาน จะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญ และประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้โอวาทเยาวชนโครงการ &amp;ldquo;เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น&amp;rdquo; จำนวน 70 คน ว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ถือว่าน่ายินดีที่ปฏิบัติการถ้ำหลวงประสบความสำเร็จ ตอนนี้ทุกฝ่ายได้ดูแลเด็กๆ อยู่ แต่ก็มีเรื่องที่น่าเสียใจ ที่มีผู้เสียสละเสียชีวิตไปหนึ่งราย เขาทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้ประมาทหรืออะไรทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกที่สมัครใจเข้ามา เป็นทหารก็พร้อมตาย ออกสู้รบเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้จะรอดกลับมาหรือไม่ เป็นชะตาชีวิตของแต่ละคน ตนชื่นชมเขา เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงต่างประเทศได้เข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก หลายประเทศชื่นชมไทย บอกว่าไม่มีที่ไหนเป็นแบบนี้ ทุกฝ่ายช่วยกันเต็มที่ ถึงขนาดมีการมาช่วยซักถุงเท้า รองเท้า ซักเสื้อผ้า เงินก็ไม่ได้ ถือว่าทุกคนเสียสละ นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานครัวจิตอาสามาเลี้ยงอาหารทั้งสามมื้อ ใครต้องการอะไรก็พระราชทานมาให้ ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ จึงขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ทั้ง 13 คนและครอบครัวด้วย
อย่าดรามา&amp;quot;อีลอน มัสก์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการช่วยเหลือวันนี้สำเร็จไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังเหลือขั้นตอนการฟื้นฟูทางการแพทย์ที่ดูแลให้เด็กๆ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะส่งกลับไปอยู่ที่บ้านได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำตามขั้นตอนทั้งหมด สิ่งสำคัญที่เราได้มาคือเรื่องการบูรณาการการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศทุกภาคส่วน ตนเปิดโทรทัศน์ก็มีข่าวถ้ำหลวงทุกช่องแทบจะทุก 15 นาที ต่างคนต่างเสนอข่าวในทางที่ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บอกว่า ตนได้มีโอกาสพบกับอีลอน มัสก์ &amp;nbsp;เจ้าของบริษัทเอกชนที่อาสามาช่วย โดยเอาเครื่องบินบินมาเอง นำแคปซูลมา ถึงไม่ได้ใช้เครื่องมือนี้ก็ไม่เป็นไร &amp;nbsp;เพราะเหตุการณ์ไม่เหมือนที่อื่น เขาก็พร้อมที่จะทิ้งไว้ให้เราไปศึกษาเผื่อจะใช้ประโยชน์ได้ในวันหน้า สิ่งที่ได้คือน้ำใจของเขา โดยที่ไม่ต้องไปว่าจ้างเรียกร้องหรือขอความช่วยเหลือ เขามากันเองหมด และวันนี้เราได้ทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก จากผู้นำหลายประเทศที่ชื่นชมในความสำเร็จของเราในการช่วยชีวิตทั้ง 13 คนออกมาได้โดยปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแถลงของ ผบ.ศอร. กรณีแคปซูลของอีลอน มัสก์ ใช้ไม่ได้กลายเป็นดรามา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ ก็พูดกับตนแล้ว ให้ตนดูที่สนามบินแล้วว่าอุปกรณ์เป็นแบบนี้ ตนก็ให้คนเข้าไปลองนอน ลองลากดู ไปดูในถ้ำว่าใช้ได้มากน้อยเพียงใด ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็ขอบคุณที่นำมาช่วย อย่าให้ทุกเรื่องเป็นดรามาไปหมดเลย ไม่ได้หมายความว่ามันใช้ไม่ได้ ก็ต้องทดสอบทดลองก่อน ของเขาได้ใช้ประโยชน์ในหลายสถานการณ์ แต่ในประเทศไทยพื้นที่แคบ บางอย่างจะไม่สามารถทะลุไปได้ แต่ถ้าเป็นทางน้ำโล่งๆ ก็ใช้ได้ ซึ่งอีลอน มัสก์ บอกว่าจะไปหาวิธีการอื่นอีกที ฉะนั้นอย่าพูดอะไรให้เสียหาย ผบ.ศอร.คงไม่ได้มีเจตนารมณ์พูดอย่างนั้น ทีมของเขามาด้วยความเต็มใจ ตนยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตัดสินใจว่าใช้ได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีและความรู้ประสบการณ์คนของเราก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยงต่างๆ จะพิจารณาในเวลาที่เหมาะสม ผู้ที่ทำงานทั้งหมดกำลังปรึกษาหารือกันอยู่กับ รมว.มหาดไทย ให้สถานการณ์มันจบจริงๆ ก่อน วันนี้ยังไม่เรียบร้อย เรียบร้อยเมื่อไหร่ เด็กออกจากโรงพยาบาล นั่นคือจบ วันนี้ ศอร.จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัด และในพื้นที่จะเป็นส่วนหลังตามเก็บของเช็กบัญชีต่างๆ และสำนักบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานต้องไปปรับพื้นที่ สิ่งสำคัญที่เรากังวลคือต้องปรับสภาพพื้นที่คืนสู่สภาพธรรมชาติเดิมให้เร็วที่สุด และได้สั่งให้คิดต่อไปว่าในเมื่อมีน้ำมาก จะทำอย่างไรกับน้ำจำนวนนี้ จะทำที่กักเก็บน้ำได้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับเสียงสะท้อนชื่นชมบทบาทนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะ ผบ.ศอร.ว่าคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี นายกฯ กล่าวว่า ท่านก็อยู่ตรงนั้น บทบาทของท่านก็ดี แต่ในส่วนของตนต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะต้องรับผิดชอบ ก็โทรศัพท์ดูภาพอยู่ทุกวัน ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ (พีม็อก) มีเจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ ถ้าไม่คับขันตนก็ไม่ลงสั่งการ เพราะให้กรอบการทำงานไปแล้วให้ชัดเจน ขอแค่นี้ให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ใช่ดูแผนที่คนละฉบับ ตนเอาวิชาการทหารแนะนำไปว่าการจัดศูนย์ควรจะเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้สับสนอลหม่าน &amp;nbsp;สำหรับตนทำงานวันนี้ใช้แรงศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่มีแรงศรัทธาก็คงยอมแพ้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 18.05 น. ที่ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) พร้อม พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.), นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดเชียงราย และพล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันแถลงปิด ศอร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เราเปิด ศอร.มาตั้งแต่ 17 วันที่แล้ว ถือว่าเมื่อวันที่ 10 ก.ค. เราประกาศความสำเร็จ มิชชั่น พอสซิเบิล เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะที่เชียงราย ประเทศไทย แต่เป็นความสำเร็จที่ไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลกจากภารกิจครั้งนี้ การทำงานครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าเราไม่ได้รับพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงติดตาม ทรงห่วงใย ชื่นชมการทำงานเจ้าหน้าที่ พระราชทานกำลังใจ สิ่งของ อุปกรณ์ ที่ไม่สามารถหาจากตลาดได้ พระราชทานมาทันเวลา การปฏิบัติครั้งนี้ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ จะเทิดทูนเพื่อเป็นสิริสัพสวัสดิมงคลแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ผบ.ศอร.ย้ำความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คีย์สำคัญคือความสามัคคี ไม่ใช่เฉพาะที่เชียงราย หรือประเทศไทย แต่เป็นความสามัคคีทั้งไทยและต่างประเทศ เกินคำว่ากู้ภัย กู้ชีพ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นความสามัคคีของทุกชนชาติ ไม่ว่าเชื้อชาติใด ภาษาใด เรามาอยู่ อ.แม่สาย ช่วยน้อง 13 ชีวิต เป็นการทลายภาษา เชื้อชาติ เพื่อให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือที่ดีมากๆ ทั้งทางเทคโนโลยี ความรู้ ที่เอามารวมกัน อุปกรณ์ต่างๆ เราแลกเปลี่ยนความรู้และเครื่องมือเพื่อใช้ภารกิจเดียวกัน แม้เราจะปิดภารกิจของเราได้คือการสืบค้นและกู้ภัย แต่การส่งกลับยังไม่ได้ทำ ยังต้องดำเนินการอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่มีแพทย์ดูแลอย่างดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ศอร.กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะเดินต่อคือการถอดบทเรียน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่กู้ภัยธรรมดา แต่เป็นครั้งแรกโลกที่มีการกู้ภัยถ้ำที่น้ำเต็มเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าใครเห็นจะบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย เราจะถอดบทเรียนทั้งหมด บางส่วนไปสอนเด็กให้รู้ถึงความอันตรายของถ้ำ และพัฒนาวิธีการกู้ภัยต่างๆ ในอนาคต บางคนบอกว่าน้องเป็นผู้ร้าย เป็นคนผิด หรือบอกว่าเป็นพระเอก ฮีโร่ แต่เรามองเขาเป็นเด็ก 13 คน ที่ปฏิบัติหรือมีความสุขไปตามวิสัยเด็ก และเกิดเหตุสุดวิสัย เข้ามาในถ้ำแล้วออกไปไม่ได้ เด็กเหล่านี้เมื่อโตมาจะเรียนรู้ว่าคนหลายร้อยล้านคนติดตามเขาอยู่ ให้กำลังใจพวกเขา ส่วนตัวเชื่อว่าน้องๆ จะเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่ดี เพราะเขาเป็นที่คาดหวังของทุกคน ถ้าเขามีที่ยืน เขาก็จะให้หรือตอบแทนสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน เป็นการดำเนินการแบบสากล มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมากมาย เช่น ทีมดำน้ำ เราจะรวบรวมว่าแต่ละท่านมีศักยภาพอย่างไร มาจากประเทศไหน เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นบทเรียน อนาคตถ้ามีสถานการณ์ใกล้เคียง จะทำให้รู้ว่าทรัพยากรที่มีคุณค่าของโลกอยู่ตรงไหน เป็นผู้ทรงคุณค่า เป็นอาคันตุกะของประเทศไทย เมื่อเสร็จเราจะรวบรวมไว้ทั้งหมด ในอนาคตเราจะเปิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีสตอรี มีชีวิต อาจจะขอเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต จะเป็นอีกจุดที่เป็นไฮไลต์ของประเทศไทย แม่สายจะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะมาเยี่ยมเยือนมากมาย ตอนนี้กำลังรวบรวมแล้วพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้อะไรมากมาย ให้ทั้งโลกมาศึกษา นักดำน้ำทั่วโลกมาศึกษาและเรียนรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วีรบุรุษตัวจริงคือ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการ ถือเป็นพระเอกตัวจริง วันที่เสียชีวิต เราทั้งหมดซึมเศร้า แล้วเอาความเศร้าตรงนั้นมาเป็นพลังของพวกเรา จ่าแซมเสียสละอย่างมาก เรายิ่งมุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จ ขอบคุณวีรบุรุษ และวีรกรรมที่จ่าแซมได้ทำ&amp;quot; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์บอกด้วยว่า นายกรัฐมนตรีของไทยได้รับโทรศัพท์จากนายกฯออสเตรเลียแจ้งว่า บิดาของ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ ที่สำคัญต่อปฏิบัติการดำน้ำในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในคนที่เข้าถึงตัวเด็ก ไปถึงจุดสุดท้ายมาตลอด โดยบิดาเสียชีวิตเมื่อคืนในที่ผ่านมา ทาง ศอร.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กราบขอบคุณ ที่มีคุณูปการ ถ้าขาด นพ.ริชาร์ด ถ้าท่านไม่ช่วยเรา คิดว่าภารกิจนี้คงไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเล่าอีกเรื่องที่ซีเรียสว่า ก่อนวันปฏิบัติการออกชิเจนในถ้ำเหลือเพียง 15% ซึ่งถ้าเหลือ 12% จะซึม ช็อก และโคม่า เป็นสิ่งที่บีบให้เราต้องลงมือเร็วขึ้น จริงๆ แล้วเรารอเวลา แต่ออกซิเจนบีบให้เราทำงานแข่งกับเวลามากขึ้น ออกซิเจน วันที่ทดสอบเหลือ 15 ถ้าต่ำกว่าเราจะซีเรียสมาก ฝนเองก็กำลังมา ซึ่งฝนภาคเหนือไม่เหมือนฝนภาคอื่น จะตกเป็นก้อนๆ ถ้าตกเต็มที่ น้ำจะเต็มถ้ำ ไม่มียืน ที่น้องๆ ยืนจะลดลงเรื่อยๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราต้องเร่งทำงาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ศอร.กล่าวต่อว่า นักดำน้ำจากทีมและหน่วยซีล คือคนที่ปฏิบัติภารกิจข้างใน แต่คนที่ทำให้สำเร็จยังมีอีกมากมาย การปฏิบัติครั้งนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังคือทีมสูบน้ำ การสูบน้ำให้หมดเป็นไปไม่ได้ หน่วยซีลจึงขอแค่สามารถเงยหัวมาหายใจได้ และจะพร้อมปฏิบัติทันที แต่น้ำลดทีละเซนติเมตร ซีลรอไม่ไหว ได้เอาขวดอากาศไปวางโรย แล้วว่ายโดยเท้าไม่แตะพื้นเป็นหลายชั่วโมงติดต่อกัน เราโชคดีที่เสร็จภารกิจ ไม่อย่างนั้นจะมีน้ำเติมมาอีกมาก ถ้าช้าจะยากกว่านี้เยอะ ส่วนเบื้องหลังอีกทีม คือชุดที่เดินสำรวจยอดดอย เราหาหลุมได้มากมาย แต่เจาะทะลุไม่ได้ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ขนาดประเทศชิลี กิโลเมตรเดียวยังใช้เวลาเป็นเดือน ซึ่งเรารอไม่ได้ จึงต้องปฏิบัติภารกิจ สุดท้ายขอบคุณทีมงานทุกทีม ที่เป็นจิกซอว์ของความสำเร็จทั้งหมด
&amp;quot;ซีล&amp;quot;สู้น้ำสาหัสสากรรจ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว กล่าวว่า &amp;nbsp;เราไม่ใช่ฮีโร่ งานนี้สำเร็จได้ด้วยพวกเราทุกคน ในส่วนของ นสร. กองเรือยุทธการ หรือหน่วยซีล เรามีภารกิจ และได้รับการฝึกลักษณะนี้เป็นประจำ กองทัพเรือ (ทร.) มีสโลแกนว่า กองทัพเรือไม่ทิ้งประชาชน ซึ่งยึดมั่นตลอด ในรอบแรก น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 นสร. นำกำลังพลประมาณ 20 นาย ถึงเชียงรายเวลา &amp;nbsp;02.00 น. จนกระทั่งเวลา 04.00 น. ก็ลุยเข้าไปเลยถึงสามแยก เพราะทีมกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีทรายที่ไหลมาทับถมตรงนั้นเต็มไปหมด เมื่อเราได้ทะลุช่องตรงนั้นไปจนไปถึงพัทยาบีช เจอแต่รอยเท้า แต่ไม่เจอน้องๆ จึงได้ดำน้ำต่อไป ซึ่งสภาพถ้ำแห่งนี้ เราก็ไม่เคยเจอ และมืดมาก จึงต้องถอยมาเตรียมอุปกรณ์ใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้นฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยจากสามแยกออกมาเรื่อยๆ จนถึงโถง 3 ตนก็ได้รับรายงานมาเรื่อยๆ ว่าทำไม ยากขนาดไหน ทำไมช่วยไม่ได้ ก็เลยขออนุญาตผู้บังคับบัญชาขึ้นมาดูด้วยตนเอง มาถึงที่ถ้ำหลวงประมาณ 6 โมงเย็น และ เข้าไปถึงโถง 3 ลงไปลุยเรื่องการสูบน้ำออกทั้งคืน แต่สู้น้ำไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็ต้องนำกำลังพลถอยร่น จนกระทั่ง 10 โมงเช้า ก็ได้ขอกำลังพลจากกองทัพเรือระลอกที่ 2-3 มาเพิ่มเติม แต่สู้น้ำไม่ได้ จึงต้องถอยออกจากโถง 3 มาถึงปากถ้ำ ช่วงนั้นความหวังน่าจะเหลือนิดเดียวแล้ว มีคำถามในใจว่า น้ำขนาดนั้นเราจะช่วยน้องๆ ได้อย่างไร และเป็นวันที่ 7-8 แล้ว น้องๆ จะอิดโรยขนาดไหน แต่เราก็ไม่ละความพยายาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมีหลายหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน ในการเข้าร่วมสู้กับน้ำ ซึ่งจากนั้นอีก 2-3 วันแต่น้ำลดไม่กี่ ซม. แต่เราก็มุดน้ำเข้าไปถึงโถงสาม ก็ไปพบที่ว่าง พอที่จะตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าได้ โดยการเข้าไปจากหน้าถ้ำไปถึงโถง 3 ก็สาหัสสากรรจ์ ต้องดำน้ำ ปีนโขดหิน อย่างไรก็ตาม เราต้องสู้ เพราะความหวังที่เราต้องช่วยน้องๆ ให้ได้ จึงตัดสินใจว่าเราจะสู้กับน้ำ โดยต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต่อมาได้รับพระราชทาน 200 ขวด รวมเป็น 400 ขวด พร้อมทั้งอุปกรณ์ดำน้ำพอสมควร คิดว่าเราจะสู้ได้ จึงคิดวางขวดอากาศไปเป็นช่วง โดยให้นักดำน้ำนำขวดอากาศไปคนละ 3 ขวด เพื่อเอาขวดไปวางไว้เป็นจุดๆ &amp;nbsp;นี่เป็นความตั้งใจแรกที่จะช่วยน้องให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;งานนี้เรามีนักต่างชาติมาช่วย ทั้งอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก กลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำโดยเฉพาะ ตรงนี้สำคัญมาก เราก็คิดว่าทำอย่างไรจะหาน้องเจอ จึงใช้วิธีการวางเบสไลน์ทุกๆ 200 เมตร กระจายไปให้นักดำน้ำทุกชาติ เมื่อแต่ละประเทศต่อระยะเข้าไป ปรากฏว่ามีโชคดี ที่มีนักดำน้ำอังกฤษรับตรงนั้น ก็เจอน้องๆ ในถ้ำและถ่ายภาพให้พวกเราดู เราเห็นน้องๆ ก็อะเมซิ่งมาก นักดำน้ำว่าพอเห็นน้องๆ แล้วคงแปลกใจ น้องวิ่งมาหาเลย จากนั้นเราได้ส่งหน่วยซีลของเรา 4 คนเข้าไป หนึ่งในนั้นก็มี พ.ท.ภาคย์ &amp;nbsp;โลหารชุน ผ่านหลายหลักสูตรพิเศษมากมาย และมีนักดำน้ำที่ผ่านหลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำเข้าไปรอบแรกนี้ด้วย รวม 4 คน ต่อมาก็ส่งไปอีก 3 คน และสุดท้ายก็มีเหลือ 4 คนอยู่กับน้องๆ เพื่อความอุ่นใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า ที่แถลงข่าวว่าเมื่อดูจากสภาพร่างกายหากมีการเตรียมอาหาร น้ำดื่ม จะอยู่ในนั้นได้เป็นเดือนๆ จึงมีคำถามว่าจะมีช่องทางอื่นหรือไม่ในการนำน้องๆ ออกมา แต่สุดท้ายก็มาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศ และออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจมีออกซิเจนเหลือแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ทีมงานก็หาวิธีเติมออกซิเจนเข้าไป แต่ปรากฏว่าน้ำฝนที่ตกลงมามีปริมาณมาก เราสู้กับธรรมชาติยากมาก เมื่อฝนมาแล้วอะไรก็ต้านทานไม่อยู่ เมื่อน้ำเต็มถ้ำ อากาศน้อยลง การเจาะภูเขาจะทำได้อย่างไรเมื่อความหนาชั้นหิน 500 เมตร ทั้งหมดนั้น เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร ประกอบกับมีข้อปัจจัยเรื่องเวลา ทำให้ทีมดำน้ำต้องเริ่มคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยนักดำน้ำมืออาชีพของโลกที่มารวมในบ้านเรา ซึ่งผมก็ตื้นตันที่ได้เจอ สุดท้ายก็มีแผนออกมา และผมก็ได้รับอนุมัติจาก ผอ.ศอร. และหน่วยเหนือ ให้ดำเนินการตามแผนได้ จนที่สุดก็ได้กลับมาครบทุกคน ภารกิจตรงนี้ถือว่ายากมาก ยากจริงๆ ยากอย่างที่เราไม่เคยเจอ จึงต้องถอดบทเรียน และต้องพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ ที่ภูเก็ตก็เรือล่ม ทาง ทร.ก็ต้องส่งคนไปช่วย ดังนั้น เราก็ต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะกองทัพเรือไม่ทิ้งประชาชน&amp;ldquo; ผบ.นสร.กล่าว และว่า การปฏิบัติมีรายละเอียดเยอะ เล่าตรงนี้คงไม่หมด มันมาก มีเรื่องสนุกๆ อีกเยอะ ไว้ใครมาถามจะเล่าให้ฟังส่วนตัว
เครียดลูกน้องหาย 23 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่น.อ.อนันต์ &amp;nbsp;สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไปในถ้ำ รู้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ในถ้ำมืดสนิท เส้นทางจากปากถ้ำไปถึงสามแยกประมาณ 3 กิโลเมตร มีโขดหินคล้ายๆ หน้าผา &amp;nbsp;บางช่วงก็ลอดเป็นรูเล็กๆ เข้าไป วันแรกเราไปถึง 3 แยกประมาณตีห้าครึ่ง เริ่มดำน้ำประมาณ 6 โมงเช้า &amp;nbsp;สามารถทะลุเข้าไปอีกฝั่งที่คิดว่าเด็กจะไป จึงตามเข้าไปจนเข้าไปถึงระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้อะไรมาก เพราะมืดมาก &amp;nbsp;
สังเกตว่าผนังถ้ำในเส้นทางแคบๆ เป็นโคลน ซึ่งก็ทำนายได้เลยว่าถ้ำนี้เคยมีน้ำท่วมและซัดโคลนเข้ามา เราทำงานที่สามแยก น้ำจะไหลเข้ามาทางเส้นทางผาหมี จากตีห้าถึงสี่โมงเย็น เราทำงานจนลืมเวลา แต่สังเกตน้ำอยู่เรื่อยๆ เห็นน้ำขึ้นตลอดเวลา และเร็วมาก แต่ละชั่วโมงน้ำขึ้น 3 ซม. เป็นชั่วโมงละ 8 ซม.และชั่วโมงละ 13 ซม. ประมาณสถานการณ์แล้วว่าน่าจะอันตราย เพราะฝนตกตลอด ไม่รู้น้ำจะหลากเข้ามาในถ้ำเมื่อไหร่ ต้องรีบถอนตัว ในที่สุดน้ำท่วมจนถึงปากถ้ำ ตนเสนอผู้ว่าฯ ว่าถ้าเราทำงานได้ต้องสูบน้ำ เพราะเรานึกภาพว่าน้ำเต็มท่อ 3-4 กิโลเมตร โดยไม่รู้ว่าจะมีโพรงให้เราขึ้นมาหายใจได้หรือไม่ ผู้ว่าฯ ก็ระดมสรรพกำลังสนับสนุน แต่การสูบน้ำก็ได้น้อยมาก ซึ่งเราไม่สามารถรอเวลาได้ เพราะเวลาล่วงเลยมามาก จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 กล่าวว่า ช่วงระหว่างรอน้ำลด ทีมงานก็ดำน้ำวางไกด์ไลน์จากโถงสามไปที่สามแยก เราสามารถวางเบสไลน์ไปถึงสามแยกได้ โดยที่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่น้ำลด ซึ่งเป็นที่มาเราก็ขอสนับสนุนขวดอากาศเพิ่ม เพื่อมาวางเบสไลน์เป็นระยะ ระหว่างนี้ก็สูบน้ำไปเรื่อยๆ และวางเบสไลน์ไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;จนถึงชุดสุดท้าย ต่างชาติที่ดำน้ำไปเจอเด็ก ใช้เวลาออกจากโถงสามไปถึงที่เด็กอยู่ว่าประมาณ 5 ชม.ครึ่ง พวกเราก็คิดว่าเมื่อนักดำต่างชาติดำน้ำไปถึงแล้ว วางไกด์ไลน์เรียบร้อยแล้ว จากจุดที่เราดำวันแรกถึงวันสุดท้าย และดูจากระยะที่ต่างชาติดำน้ำเข้าไปถึงเด็กประมาณว่าน่าจะเพิ่มไม่เกิน 500-700 เมตร ทางทีมงานก็คิดว่าให้เตรียมอาหาร น้ำ เจลพลังงาน ขนม แผ่นฟอยล์ โดยส่งทีมแรกไป 4 คนเป็นหน่วยซีลทั้งหมด ซึ่งจำไม่ได้ คาดว่าน่าจะเป็นเวลาเช้าๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องเรียนว่าผมอยู่ในถ้ำ เราทำงานอย่างไม่รู้วัน เพราะมืดตลอดเวลา เราจะดูว่านักดำน้ำออกมากี่ชั่วโมงที่นักดำน้ำเราส่งเข้าไปถึงจะกลับมา จะส่งเฉพาะขวดอากาศออกมาเปลี่ยน เราไม่รู้ว่าเป็นวันไหน นับเป็นชั่วโมง เราส่งนักดำไป 4 คนแรก นำเสบียงไปคัดคนไป 4 คน ชั่วโมงต่อไปคัดไป 3 คน มี พ.ท.ภาคย์ด้วย เชื่อหรือไม่ว่าสองทีมที่ส่งไปขาดการติดต่อไป 23 ชั่วโมง นี่คือความเครียดของผู้ปฏิบัติที่ส่งลูกน้องไปทำงานแล้วไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย เพราะเราประเมินว่าต่างชาติดำน้ำ 5 ชั่วโมงครึ่ง ศักยภาพเราอย่างน้อยน่าจะใช้เวลา 7-8 ชม.แล้วต้องกลับ แปดชั่วโมงก็แล้ว สิบชั่วโมงก็แล้ว จน 23 ชั่วโมงผ่านไป ชุดซีลชุดแรกกลับมาที่โถงสามแค่ 3 คน เพราะว่าที่เหลือที่ดำเข้าไปโดยใช้ขวดอากาศคนละ 4 ถัง ดำเกือบหมดทุกคน เหลือแค่ 3 คนที่พอจะมีโอกาสเหลือดำกลับมาที่โถงสามเพื่อรายงานข่าว ผู้รับผิดชอบตรงหน้างานเครียดตลอดเวลา เพราะว่าความยากของงานนี้คืองานใหม่ที่ทีมเราไม่มีประสบการณ์มาก่อน ความเย็นของน้ำในถ้ำ และไม่รู้ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ปัจจัยต่างๆ คือความเสี่ยงที่เราต้องคิดตลอดเวลา แต่เรามีทีมนักฟุตบอล 13 ชีวิตที่คอยเราอยู่ ที่เราทิ้งไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนันต์กล่าวว่า 3 คนออกมาต้องส่งโรงพยาบาล สภาพร่างกายแย่มาก เจอเหตุการณ์อย่างนี้เราก็คิดหนัก จะเดินต่อไปอย่างไร ทุกครั้งที่ผู้บังคับบัญชามาให้กำลังใจ ได้รับข่าวจากนอกถ้ำว่าเดินสำรวจแล้วไม่มีรูที่หย่อนเข้าไปหาเด็กได้ ความหวังที่เป็นไปได้ที่สุดแม้ตรงนั้นจะมีโอกาสน้อยคือทางน้ำเท่านั้น เป็นแรงกดดันที่เราต้องเดินต่อ ก็ปรับแผนใหม่ว่าจะดำเข้าไปหาเด็กได้ต้องวางขวดอากาศเข้าไป เป็นที่มาในการจัดทีมในการวางขวดอากาศเป็นระยะ ทุกครั้งที่ส่งลูกน้องไปทำงาน 7 ชั่วโมงก็มี 10 ชั่วโมงก็มี 3-4 ชั่วโมงก็มี กว่าที่เขาจะกลับเข้ามาให้เห็นหน้าว่าเขามีชีวิตอยู่ นี่คือความยากของมัน คือนิ่งสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่มีเหตุการณ์จ่าแซม เป็นวันที่ท่านรับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ 4 คน และคนไทย 1 คน หนึ่งในนั้นคือจ่าแซม ต่างชาติก็ไปวางขวดอากาศตามที่กำหนดไว้ และกลับมา ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. จ่าแซมกับอีกท่านยังไม่กลับ คำนวณเวลาว่าของเราไม่น่าจะเกิน 5 ชม. แต่ 7 ชม.ผ่านไปก็ยังไม่กลับทั้งสองคน ดูจากสถานการณ์ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะดำจากโถงสามไปแล้วประมาณ 400 เมตร จะมีช่วงน้ำตื้นที่เดินได้ มีดำน้ำเป็นช่วงๆ ก็ยังมั่นใจว่าเหนื่อยและพัก จนประมาณตีหนึ่งคู่บัดดี้ก็ดำมาที่โถงสามคนเดียว แจ้งว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น ก็เป็นคืนที่เราสูญเสีย แต่สูญเสียหนึ่งชีวิต กับอีก 13 ชีวิตที่รอเราอยู่เราก็เดินหน้าต่อ ทุกคนยอมรับในความเสี่ยง เพราะหน่วยเราฝึกให้รับภารกิจเสี่ยงอยู่แล้ว เรื่องของความสูญเสียเราต้องเตรียมใจอยู่แล้ว สุดท้ายก็ถือว่างานนี้เป็นโอกาสดีของหน่วยงานของผมเอง ที่มีโอกาสร่วมมือกับนักดำน้ำระดับโลก ทำให้เห็นแนวทาง วิธีการ &amp;nbsp;เทคนิคในการดำน้ำในถ้ำ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับอุบัติภัยของเราในอนาคต&amp;rdquo; น.อ.อนันต์กล่าว&amp;nbsp;
เปิดคลิป 13 หมูป่าโชว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล กล่าวว่า ในนามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกว่า 3,000 ชีวิต ขอขอบคุณทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือจนทำให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ และขอยืนยันว่าแนวทางการดำเนินการของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีการรักษาอย่างถูกต้องเป็นไปตามทฤษฎี ซึ่งเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิตนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการในส่วนปกติของโรงพยาบาลแต่อย่างใด สำหรับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และนักดำน้ำอีก 4 คนที่อยู่กับผู้ประสบภัยชุดสุดท้าย ถึงวันที่ 10 ก.ค. โดยเริ่มมีการลำเลียงผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ถึงวันที่ 10 ก.ค. ทั้ง 17 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีอาการปลอดภัยทั้งหมด ภายหลังการตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีอาการปกติ แต่มี 3 คนที่มีอาการปอดอักเสบบ้าง คาดว่าจะใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลสำหรับรอดูอาการทั้งสิ้น 7-10 วัน จึงอนุญาตให้กลับบ้านไปพักฟื้นอีกอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่พบน้อยมาก ก่อนต้องมีการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ทั้งครอบครัว ตัวเด็ก ในเรื่องการตอบสนองต่อสังคม การเข้าสังคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในขณะแถลงข่าว นายแพทย์ไชยเวชได้เปิดเทพบันทึกภาพของเยาวชนทีมหมูป่าที่อยู่ระหว่างการรักษาตัวภายในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยยังอยู่ในพื้นที่ควบคุม และไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ พร้อมกล่าวต่อว่า ทุกคนถอดสายน้ำเกลือออกทั้งหมดแล้วมีบางส่วนเริ่มทานอาหารปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ปฏิบัติการในส่วน การอำนวยการ ปฏิบัติการ และสนับสนุน ใชกำลังพลทั้งสิ้น 922 นาย สำหรับภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่การรักษาความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุ การอำนวยความสะดวกในการจราจร นอกจากนี้เจ้าหน้าตำรวจยังคอยดูและป้องกันทรัพย์สิน ซึ่งในการปฏิบัติการมีเหตุเกิดขึ้น 3 เหตุ และมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 2 ราย สำหรับภารกิจฝ่ายสนับสนุน มีการสำรวจปล่องร่วมกับฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจพลร่ม และตำรวจน้ำ ช่วยปฏิบัติภารกิจทางน้ำ และให้ความช่วยเหลือในส่วนของเครื่องสูบน้ำ และเครื่องปั่นไฟอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรชัย เจรียงประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับแผนเยียวยาเกษตรกรที่เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือเรื่องเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิต เพื่อเสริมรายได้หลังน้ำลด ส่วนการชดเชยเยียวยา คาดว่าจะจ่ายได้ประมาณปลายเดือน ก.ค. โดยจากการสำรวจพบผู้ประสบภัยแท้จริงที่เสียหายโดยสิ้นเชิง เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 126 ราย 1,266 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เราเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนเพื่อให้หน่วยงานทั้งหมดสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยมีหลักๆ ทั้งหมด 3 ด้าน คือ 1.การหาโพรงถ้ำ 2.การสำรวจลำห้วยเพื่อเปลี่ยนทางน้ำ 3.ช่วยหน่วยซีลในการนำถังออกซิเจนเข้าไปด้านในถ้ำ ส่วนด้านของกรมน้ำบาดาลมีการสูบน้ำออกจากปากถ้ำ จำนวนทั้งสิ้น 3 เครื่อง ดูดน้ำออกได้วันละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร โดยทำงานตลอด 24 ชม. เพราะฉะนั้นฝั่งลำห้วยมีการปิดทางน้ำได้ประมาณ 32,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนเรื่องฟื้นฟู ทาง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาพูดคุยสั่งตนว่าให้มีการเตรียมแผนฟื้นฟูให้ดี และในวันที่ 25 ก.ค.นี้ รัฐมนตรีได้เตรียมลงพื้นที่เพื่อมาคุยกับผู้ว่าฯ เชียงราย สำหรับในเรื่องการปิดถ้ำนั้น ผู้ว่าฯ สั่งการไว้ว่า 10.00 น. &amp;nbsp;วันที่ 12 ก.ค. เราต้องดำเนินการปิดถ้ำ มีรั้วกั้นเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ของที่ยังอยู่ข้างในขอให้อยู่แบบเดิม ไม่มีการเข้า-ออก และมีการดูแลตลอด 24 ชม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแถลงข่าว ได้เปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถาม โดยมีผู้สื่อข่าวถามว่า ท้อหรือไม่ ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ตอบว่า การทำภารกิจนี้ ทุกคิดว่าเป็นภารกิจที่หนักที่สุด ไม่เชื่อว่าจะมีภารกิจที่หนักและยากกว่านี้ ต้องแข่งกับน้ำและเวลา ทุกคนมีความท้อในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ อย่างเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เป็นวันที่เราเสียพื้นที่การสูบน้ำทั้งหมด เราท้อมาก เพราะเราสูบเต็มศักยภาพ แต่ภายในเวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่สามแยกจนถึงปากถ้ำ เราเสียพื้นที่ให้น้ำหมดเลย 3 กิโลเมตร ที่เราสูบเราเสียให้น้ำภายใน 3 ชั่วโมง ตี 1 เราต้องสั่งถอนกำลัง ถ้าไม่ถอย เราจะเสียคน ยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เราระดมคนกลับมาตั้งหลัก และ 4-5 วันต่อมา เราก็สู้กลับไปได้ ทุกวันทุกนาที ทุกคนท้อ มีความอ่อนล้า เหนื่อยแรง แต่พลังใจทุกคนที่อยู่หน้างานทั้งหมดมีพลังเพื่อจะสู้เพื่อ 13 ชีวิต มุ่งมั่นเสมอว่าตราบใดที่เรายังชิงพื้นที่อยู่ได้ มีอุปกรณ์ที่จะสู้ กำลังพลเหลืออยู่ เราจะต้องเจอ 13 คน ไม่มีวันไหน ไม่มีนาทีไหน ที่เราจะไม่สู้เพื่อ 13 คน คนที่อยู่ในภารกิจค้นหามีเป็นหมื่นชีวิต ถือว่าทุกคนเป็นฮีโร่ เป็นจิกซอว์ที่ทำให้ภาพสวยงาม เมื่อขาดคนใดคนหนึ่งภาพจะไม่สวยงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า ช่วยอธิบายสภาพตอนเด็กถูกนำออกมามีลักษณะอย่างไร วิธีการใด และใช้ยาอะไร พล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่า จากจุดเนินนมสาว จะใส่ฟูลเพซแมส หรือหน้ากากเต็มหน้า เวสสูท ติดตัดขวดออกซิเจน มีคนดูแล 2 คน ต่อ 1 คน โดยต้องใช้วิธีการไม่ให้เด็กตื่นตระหนกระหว่างนำพาออกมา ซึ่งดำน้ำจากจุดเนินนมสาวมาถึงโถง 3 บางจุดมีน้ำลึก น้ำตื้น ทางขึ้นลง ดำน้ำจริงๆ ประมาณ 40% เพราะน้ำในถ้ำลดลงเยอะ ส่วนที่เห็นเปล จะใช้เมื่อขึ้นโถง 3 เพื่อลำเลียงมาถึงปากถ้ำ เพราะไม่อยากให้น้องต้องเดิน เนื่องจากบางคนเพิ่งเจอความหนาวมา บางคนมีสติ บางคนหลับ ส่วนยาที่ใช้เพื่อไม่ให้เด็กตื่นตระหนก แต่ยาอะไรนั้นเป็นเรื่องของทีมงานชุดดำน้ำ ซึ่งเป็นมืออาชีพและระดับโลก กระบวนการบางเรื่องต้องให้เกียรติเขา เป็นจรรยาบรรณของเขา เราจะไม่แทรกแซง แต่เราตกลงร่วมกันว่าเป้าหมายคือ น้องมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ใช้เงื่อนไขใดว่าใครจะออกมาก่อนหรือหลัง พล.ร.ต.อาภากร ตอบว่า เขาเลือกกันเอง โดยโค้ชเขียนว่าคนไหนจะออกก่อน ส่วนโค้ชไม่ใช่คนสุดท้าย เพียงแต่มาชุดสุดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13236</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai NavySEAL, กอบชัย บุญอรณะ, จ.อ.สมาน กุนัน, จงคล้าย วรพงศธร, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, น.อ.อนันต์  สุราวรรณ, นายจงคล้าย วรพงศธร, นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุขชัย เจรียงประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อีลอน มัสก์, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b461e74b341f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุสาวรีย์จ่าแซม เฉลิมชัยลั่นสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลช่วยเหลือครอบครัว &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; อีก 4.9 แสนบาท ด้านครอบครัว 13 หมูป่าเตรียมมอบภาพวาดวีรบุรุษถ้ำหลวง พร้อมข้อความขอบคุณจากใจให้เป็นที่ระลึก ขณะที่อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ ระดมลูกศิษย์ 300 คนสร้างงานศิลป์ ทั้งอนุสาวรีย์ ภาพวาดยาว 13 เมตร บอกเล่าเหตุการณ์ ติดตั้งในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง มีดำริให้จัดประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 ที่กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของ จ.อ.สมาน กุนัน ซึ่งได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจลำเลียงวางขวดอากาศในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ณ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของ จ.อ.สมาน กุนัน ทางคณะกรรมการฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้พิจารณาตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543 แล้ว มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินสงเคราะห์แก่ทายาท แบ่งเป็นเงินชดเชย จำนวน 450,000 บาท และค่าจัดการศพ 45,000 บาท รวมเป็นเงิน 495,000 บาท กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งคลังจังหวัดเชียงราย (ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ์) ประสานการเบิกจ่ายเงินให้ทายาท และคลังจังหวัดร้อยเอ็ด คือนางมณี สุระสังข์ ประสานทายาทในการขอรับเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในส่วนของครอบครัวของทีมหมูป่า กล่าวได้ว่าขณะนี้สภาพจิตใจเข้มแข็งเต็มเปี่ยม ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกหลานทุกคนและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างดี ในวันนี้นอกจากทีมเจ้าหน้าที่สุขภาพจิตเอ็มแคทได้พูดคุยถึงแผนการดูแลเด็กกับครอบครัว เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วที่สุดแล้ว ทีมผู้ปกครองและญาติของทีมหมูป่ายังได้ทำกิจกรรมสำคัญ โดยวาดภาพของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรษถ้ำหลวง เป็นภาพขาวดำ ในชุดเครื่องแบบที่ปฏิบัติงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เข้มแข็ง พร้อมกับร่วมเขียนคำขอบคุณที่ได้ช่วยให้ลูกๆ ได้รับความปลอดภัย ลงในพื้นที่ข้างๆ รูปด้วย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เตรียมใส่กรอบเพื่อนำไปมอบให้ครอบครัวของจ่าแซมที่ ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวว่า สำหรับครอบครัวของจ่าแซมขณะนี้ ทุกคนมีสภาพจิตใจดีขึ้นมาก ได้รับกำลังใจและการช่วยเหลือจากหน่วยงานและประชาชนทั้งประเทศ และรู้สึกภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของจ่าแซม ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และทีมของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การวาดภาพของจ่าแซม เป็นการแสดงออกถึงความขอบคุณอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ แสดงถึงความประทับใจ ซาบซึ้งใจถึงคุณงามความดีที่อยู่ในความทรงจำของผู้วาด ที่สะท้อนถ่ายทอดออกมาบนภาพวาดของบุคคลนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งให้ผลทางจิตใจ เป็นการเยียวยาต่อความรู้สึกสูญเสียครั้งนี้ต่อทั้ง 2 ฝาย ทั้งครอบครัวของจ่าแซม และครอบครัวและญาติของหมูป่าอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อความที่ครอบครัวหมูป่าเขียนถึงจ่าแซมนั้น มีอาทิ พ่อแม่น้องไตตั้น เขียนว่า จ่าแซมคือผู้ที่มีพระคุณของครอบครัวของเราตลอดไป เราจะไม่มีวันลืม หลับให้สบายนะครับจ่าแซม วีรบุรุษผู้กล้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพ่อแม่น้องมิกซ์ ระบุว่า จ่าแซมคือผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง พวกเราจะไม่มีวันลืมท่าน ขอให้ท่านสู่สุคตินะคะ วีรบุรุษผู้กล้าหาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนครอบครัวน้องดอม ระบุว่า คำว่าขอบคุณมันยังน้อยไป ครอบครัวเราจะระลึกถึงพี่แซมตลอดไป ว่ามีพระคุณกับครอบครัวเราเหลือคณานับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ซึ่งได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่ถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันแรกๆ และเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของหมูป่าทั้ง 13 คนมาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า ได้รวบรวมศิลปินชาวเชียงรายประมาณ 300 คน เตรียมจัดกิจกรรมเทิดทูนเกียรติประวัติของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ กองทัพเรือ ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือดังกล่าว รวมทั้งจะสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยจะใช้งบประมาณส่วนตัวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ เหมือนกับพี่น้องชาวไทยทุกคน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตนเห็นว่าควรสร้างเป็นโอกาส โดยตนมีโครงการจะสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ จ.อ.สมาน เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของความเสียสละแก่ผู้อื่น เพราะเราหาคนที่เสียสละเช่นนี้ได้น้อย ตนในฐานะคนในพื้นที่ จึงอยากทำให้คนเห็นความดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการอันดับแรกคือ เขียนรูปภาพขนาดความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 13 เมตร เท่ากับจำนวนเด็ก 13 คน บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง การเข้าไปช่วยเหลือของฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงชาวต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางมาช่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้ร่างแบบไว้แล้ว อยู่ระหว่างแก้แบบให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นบรรดาศิลปินจำนวนมากจะมาร่วมกันวาดด้วยสีซีเปียอย่างดีทั้งหมด ณ สมาคมขัวศิลปะ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ภาพนี้จะเก็บเอาไว้ที่ถ้ำหลวง โดยจะสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ และยังจะมีรูปภาพอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งหากท่านใดมีรูปถ่ายที่สวยงามเกี่ยวกับเหตุการณ์ถ้ำหลวงสามารถนำมาร่วมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติกล่าวว่า จุดดังกล่าวจะเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของถ้ำหลวงไป และไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ ตนไม่ใช่คนทำบุญเอาหน้า จะร่วมกับลูกศิษย์ซึ่งมีมากมายช่วยกันทำ ซึ่งผลงานนี้จะช่วยให้ถ้ำหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่มีคุณค่า ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นประวัติศาสตร์อนุสาวรีย์ มีรูปวาด รูปถ่ายสวยๆ จะทำให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ ประวัติของจ่าแซม ประติมากรรมอนุสาวรีย์ของจ่าแซมขนาดใหญ่ 2 เท่าคนจริงด้วย อย่างไรก็ตาม จุดที่จะสร้างอยู่ในเขตวนอุทยาน ดังนั้นหากภาครัฐจะเข้าร่วมในโครงการนี้ด้วยก็ได้ แต่ถ้าภาครัฐทำ ตนเกรงว่าจะช้าเกินไป ตนจึงอยากจะทำของตนไปเรื่อยๆ และจะขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินการด้วย ซึ่งคิดว่าเนื้อที่กว้างขวาง ไม่น่าจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีนายกฤษณะ นาพูลผล หรือซิสเหรอ อายุ 35 ปี ศิลปินอิสระชาวจังหวัดนครปฐม จากรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำปั้นหุ่นด้วยดินน้ำมัน ชื่อ My Hero เป็นหุ่นลอยตัวสูง 12 นิ้ว เป็นภาพของ จ.อ.สมาน หรือจ่าแซม โดยเขากล่าวว่า นี่คือภาพที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ โดยตนรู้สึกว่าจ่าแซมคือสัญลักษณ์ของความเป็นฮีโร่ ภารกิจบุกช่วย 13 หมูป่า และแสดงให้คนทั้งโลกเห็นด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกโดยไม่หวาดกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษณะกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เขาได้ปั้นหุ่นลุงเจาะน้ำบาดาล หุ่นท่านผู้ว่าฯ พะเยา (ผอ.ศรอ.) รูปลอยของหน่วยซีล และล่าสุดคือหุ่นจ่าแซม โดยมีโครงการที่จะนำหุ่นทั้งหมดไปหล่อเป็นงานสำริดเป็น 2 เซต ชุดแรกจะนำไปเก็บไว้ให้คนได้ดูที่แกลลอรีของตนที่ อ.นครชัยศรี ซึ่งกำลังจะก่อสร้าง ส่วนอีก 1 ชุดจะนำออกประมูลเพื่อหารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้ครอบครัวและภรรยาของจ่าแซม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวีรบุรุษอีกกลุ่มหนึ่ง คือทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จ.ตรัง ที่เดินทางไปช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยรับหน้าที่ปีนป่ายสำรวจปล่องถ้ำ เมื่อบ่ายวันพุธ ทีมเก็บรังนกทั้ง 18 คน นำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่แล้ว โดยมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นทั้งจากทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่ได้เขียนป้ายต้อนรับ &amp;quot;ฮีโร่ลิบง&amp;quot; พร้อมมอบเงินจำนวน 5,000 บาทและของที่ระลึก และคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา ที่ไปร่วมเป็นกำลังใจ รวมทั้งเสียงปรบมือของเจ้าหน้าที่สนามบินและประชาชนที่ร่วมกันต้อนรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอะลิเฟนกล่าวว่า ดีใจที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาทีมหมูป่า ทีมงานเก็บรังนกเกาะลิบงไปด้วยใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณคนไทยที่ยกย่องให้เป็นฮีโร่ แต่ภารกิจนี้ทุกคนเป็นฮีโร่หมดไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือหาทีมหมูป่าให้เจอและช่วยออกมาให้ได้ และทันทีที่รู้ว่าทั้ง 13 คนปลอดภัย ถูกช่วยออกมาได้ ก็ดีใจและภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งสำคัญนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13233</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, ทีมหมูป่า, น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัฒน์, นพ.ธรณินทร์ กองสุข, ประสงค์ พูนธเนศ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ์, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4614f7e47c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กาซิยาส&#039; โพสต์สดุดี &#039;จ่าแซม&#039;  วีรบุรุษถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก rb88go.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.61 - &amp;nbsp;อิเคร์ กาซิยาส ตำนานนายด่านของ &amp;quot;ราชันชุดขาว&amp;quot; เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน โพสต์รูปภาพและข้อความลงในบัญชีทวิต @IkerCasillasสดุดี &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; จ่าเอก สมาน กุนัน ที่เสียชีวิตขณะรช่วยเด็ก 13 คนที่ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน &amp;quot;สมาน กุนัน คุณคือวีรบุรุษที่แท้จริง เขาหมดสถิติตอนที่เขากำลังออกจากถ้ำหลวง เขาช่วยเหลือเด็กๆ ไปสู่สุคติ #ทีมกู้ภัยไทยแลนด์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นหา13ชีวิต, จ.อ.สมาน กุนัน, จ่าแซม, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่า, อิเคร์ กาซิยาส, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b45784489f91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
