<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักพนันชนไก่วงแตกหนีกระเจิง!ตร.อุตรดิตถ์บุกจับรวบได้ 9 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.64- พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ สั่งการให้&amp;nbsp; พ.ต.ท.เอกพงศ์ ปริษาวงศ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp; , พ.ต.ต.สันติภาพ อินต๊ะเขื่อน สว.สส.สภ.เมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ร่วมกันจับกุมตัวนักพนันชนไก่ในพื้นที่ อ.เมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีนักพนันแอบลักลอบชนไก่และจับกลุ่มเล่นการพนันกันโดยผิดกฏหมาย&amp;nbsp; ซึ่งการกระทำของกลุ่มบุคคลในลักษณะดังกล่าวนั้นมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทั้งตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ห้ามไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันทุกประเภทในเขตพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าจับกุมนั้นปรากฏว่านักพนันชนไก่จำนวนมากกำลังส่งเสียงเชียร์กันอย่างเมามัน แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็วงแตกวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ทิ้งไก่ชนของกลางไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 9&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันมั่วสุมกันในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค ตามประกาศหัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เรื่อง ห้ามชุมนุมทำกิจกรรมมั่วสุมที่ก่อให้เกิดโรคระบาดของการติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) (ฉบับที่ 2) ข้อ 2 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103955</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุตรดิตถ์, ตำรวจ, พนันตีไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab0c942f3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืนยัน!อุตรดิตถ์ติดโควิด1ราย เป็นแม่ค้าเดินทางไปตลาดกุ้งสมุทรสาคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63- &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มณฑลทหารบกที่ 35 โดยโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก นำกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร่วมกับ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ และโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัส COVID-19 โดยการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหลัง เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์โดยการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) แบบเชิงรุกการค้นหา Active Case Finding ให้กับประชาชนจำนวน 200 ราย ซึ่งได้ใกล้ชิด และสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากเหตุการณ์การติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ณ ตำบลคุ้งตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ห้องปฏิบัติการไบโอโมเลกุลลาร์ แผนกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เป็น 1 ใน 2 โรงพยาบาลกองทัพบก ที่ได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก สนับสนุนการให้บริการทางสาธารณสุขอย่างเต็มขีดความสามารถ และค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ ตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 COVID-19 ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายผล &amp;nbsp;ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้ว 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 48 ปี มีอาชีพขายอาหารทะเลสด ที่ตลาดป่าขนุน ม.3 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ &amp;nbsp;โดยผู้ป่วยเดินทางไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดมหาชัย ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ในช่วงวันที่ 3 , 10 , 17 ธันวาคม 2563 และในวันที่ 19 ธันวาคม 2563 ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ ตัวร้อน แต่ยังหายใจปกติ จึงเข้ารับการตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 พบสารพันธุกรรมของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) นอกจากนี้ได้สั่งให้เลื่อนกิจกรรม ประเพณี เทศกาล ต่างๆออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp; จากการดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสโรคทั้งหมด พบผู้สัมผัสใกล้ชิด 24 ราย ซึ่งต้องส่งตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ส่วนผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยที่ตลาดห้าแยกป่าขนุน เบื้องต้นอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนโรคในพื้นที่ จำนวน 150 ราย จึงขอให้ผู้ค้าและประชาชนที่ไปใช้บริการสัมผัสผู้ป่วยรายงานตัว ที่เบอร์โทรสายด่วน 095 3092692 เพื่อตรวจหาเชื้อตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87640</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, จ.อุตรดิตถ์, มณฑลทหารบกที่ 35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe13f2c807d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ลุยจ่ายไฟโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนคลองตรอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค. 2563 นายทิเดช เอี่ยมสาย ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ดำเนินการเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนคลองตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2563 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน&amp;nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) และเป็นการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามยุทธศาสตร์การผลักดันส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนของกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้พลังน้ำในการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;

โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโครงการลำดับที่ 9 ในโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว&amp;nbsp;มีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 1.25 เมกะวัตต์&amp;nbsp;จำนวน 2 เครื่อง รวม 2.5 เมกะวัตต์&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 11.83 ล้านหน่วย&amp;nbsp;(กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ช่วยเสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานแล้วเสร็จจำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนแม่กลอง เขื่อนนเรศวร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนคลองตรอน รวมกำลังผลิตติดตั้ง 87.95 เมกกะวัตต์&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กฟผ. กำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์อีกหนึ่งแห่ง&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนธ.ค. 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., จ.อุตรดิตถ์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdaa6df52ad4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กรีนซีซั่น”ชุ่มฉ่ำ...แพร่   ชิมอาหารถิ่น...อุตรดิตถ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;จังหวัดแพร่ และอุตรดิตถ์ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยว ที่สามารถไปเยี่ยมเยือนได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp; เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความงดงามของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม วัดวาอาราม รวมทั้งวิถีชีวิตซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่เคยมีโอกาสได้ไปสัมผัสมาแล้วมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด สำหรับในช่วงกรีนซีซั่น (Green Season)&amp;nbsp; หรือช่วงฤดูฝนนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์อีกครั้ง ด้วยมุมมองใหม่ผ่านกิจกรรมชุมชนและการลิ้มลองอาหารถิ่นต่างๆ ภายใต้บรรยากาศความเขียวขจี ชุ่มฉ่ำ เย็นสบายของฤดูฝน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสิรินาถ ฉัตรศุภกุล ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานแพร่ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดแพร่ และอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่เมืองรองของจังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ จะมีความสวยงามสดใส เพราะสายฝนได้แต่งแต้มทุ่งนาป่าเขาให้มีสีเขียวขจี บนยอดดอยมีทะเลหมอกสีขาวและบรรยากาศสดชื่น เหมาะสำหรับออกเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติและชมวิถีชีวิตแบบ Slow life พร้อมเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่สวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว แนะนำให้เริ่มต้นที่ กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ของกลุ่มหมู่บ้านทุ่งโฮ้ง ใน &amp;ldquo;ศูนย์เรียนรู้การย้อมผ้าหม้อห้อม...ป้าเหงี่ยม&amp;rdquo; ซึ่งนำต้นหม้อห้อมอันมีอัตลักษณ์โดดเด่นของการย้อมสีน้ำเงิน สีคราม หรือสีฟ้า ตามกระบวนการผลิตสีด้วยภูมิปัญญาเก่าแก่กว่า 200 ปี มาผลิตผ้าหม้อห้อมมัดย้อมสร้างชื่อเสียงให้ชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาร่วมเรียนรู้ และทำกิจกรรมย้อมผ้าหม้อห้อมมัดย้อมในกระบวนที่ไม่ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีเรื่องอาหารขึ้นชื่อของเมืองแพร่ ที่ไม่ควรพลาด เช่น น้ำจีนน้ำย้อย ลาบเมืองแพร่ หรือสำหรับคนรุ่นใหม่ก็มี ร้านกาแฟในบรรยากาศสุดชิล อาทิ ร้าน Ho Bake &amp;amp; Craft Caf&amp;eacute;, ร้านเฌอบาร์, ร้านกาแฟบ้านเบ้ว Slope Coffee, ร้าน Charlotte Hut Coffee &amp;amp; Tea Bar, ร้าน The Owl School Cafe&amp;#39;&amp;amp;Bar ให้แวะจิบกาแฟพักเหนื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ เมื่อมาเมืองแพร่ ต้องไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต&amp;nbsp; อาทิ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อำเภอเมืองแพร่, วัดสูงเม่น ภายในวัดมีโบราณวัตถุล้ำค่าที่น่าสนใจ ทั้งพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ พระพุทธรูปถอดชิ้นส่วนได้ เจดีย์พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยและภาษาบาลี คัมภีร์ใบลานที่สมบูรณ์มากที่สุดในประเทศไทย, วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง, พิพิธภัณฑ์ไทลื้อบ้านถิ่น และ &amp;quot;คุ้มเจ้าหลวง&amp;quot; เมืองแพร่ ชมสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น รูปทรงไทยผสมยุโรป เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานแพร่ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ถือเป็นเมืองแห่งธรรมชาติและอาหารอร่อยมี 3 วัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนเป็นสีสันวิถีชีวิตอย่างลงตัว ทั้งล้านช้าง ล้านนา และสุโขทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งในช่วงกรีนซีซั่นนี้จะได้พบความสดชื่นของสายฝนอันชุ่มฉ่ำ ภาพความเขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทางด้านเหนือ บริเวณอำเภอท่าปลา อำเภอน้ำปาด และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำได้หลากหลาย ทั้งการปั่นจักรยานที่เขื่อนสิริกิติ์ เดินป่าท้าพิชิตภูสอยดาว และไปดูความยิ่งใหญ่ของต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก ที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนรอท้าทายนักผจญภัยทั้งหลายให้มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นข้ามฝั่งลงใต้มาที่อำเภอลับแล เมืองที่อุดมไปด้วยสารพัดของกินอาหารถิ่นที่แปลกและอร่อย หาทานที่ไหนไม่ได้ จุดเด่นคือเรื่องผลไม้ ได้แก่ &amp;ldquo;ทุเรียนสายพันธุ์ หลง-หลิน ลับแล&amp;rdquo; ที่ครองใจนักชิมทุเรียนมากมาย สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดเทศบาลตำบลหัวดง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนแหล่งของกิน อีกจุดที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ&amp;ldquo;ถนนคนกิน&amp;rdquo; หรือถนนราษฎร์อุทิศ แหล่งรวมขนมพื้นถิ่นที่เกิดจากภูมิปัญญา อย่างเช่น &amp;ldquo;ข้าวแคบ&amp;rdquo; อาหารรับประทานเล่นเคี้ยวเพลินทำจากแป้งข้าวเจ้าหมักนำมาตากแดด แล้วโรยหน้าด้วยงาดำ กุ้งแห้ง พริกสด ใบเตยหอม ข้าวแคบจะเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;หมี่พัน&amp;rdquo; ก็ต่อเมื่อเอาเส้นหมี่ขาวลวก เติมผัก เติมกากหมู ปรุงน้ำตาล น้ำปลา พริกป่น มะนาว จากนั้นม้วนและพันเป็นแท่งบางๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูขนมทานเล่นเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมนูต่อมาสำหรับคนรักสุขภาพ นั่นคือ &amp;ldquo;ข้าวพันผัก&amp;rdquo; คล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ โดยการนำแป้งข้าวเจ้าที่หมักไปนึ่งบนปากหม้อที่ตรึงด้วยผ้าขาวบาง ใส่ผัก หมูสับ วุ้นเส้น พอสุกทานกับซอสสุกี้หรือซอสสูตรพิเศษแต่ละร้าน อร่อยไปอีกแบบ และสำหรับใครที่โปรดปรานเมนูของทอด ขอแนะนำ &amp;ldquo;ตะบองทอด&amp;rdquo; ทำจากหน่อไม้ยัดไส้หมูสับ ซึ่งหารับประทานที่ไหนไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตลอดเส้นถนนสายของกิน มีร้านแนะนำให้ไปลิ้มลองหลายร้าน เช่น &amp;ldquo;ร้านป้าหว่างหมี่พัน&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ร้านข้าวพันผักอินดี้&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ร้านของทอดเจ๊นีย์&amp;rdquo; และอีกกว่า 10 ร้านที่ตั้งเรียงรายกัน ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาอุตรดิตถ์สามารถพูดได้เต็มปากว่า ของกิน ..ที่สุด..ต้องอุตรดิตถ์เมืองที่อร่อยลืมอ้วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจอยากมาสัมผัสบรรยากาศเย็นฉ่ำ สวยงามของฤดูฝนในเมืองรองน่ารักสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (แพร่,อุตรดิตถ์) ถนนโทรศัพท์ 0-5452-1127 http://www.tourismthailand.org/prae&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:144.0pt&quot;&gt;/-/-/-&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37402</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, จ.อุตรดิตถ์, จ.แพร่, ททท., ผ้าหม้อห้อม, พระธาตุช่อแฮ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190601/image_big_5cf2853b09afb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานบอร์ด พอช.ร่วมพิธียกเสาเอก ‘บ้านมั่นคงห้องสูง’ จ.อุตรดิตถ์ 40 ครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;CxSpFirst&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpFirst&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อุตรดิตถ์/ &amp;lsquo;ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;rsquo; ประธานบอร์ด พอช.และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมพิธียกเสาเอก &amp;lsquo;บ้านมั่นคงห้องสูง&amp;rsquo; อ.ลับแล&amp;nbsp; สร้างบ้านใหม่ 40 ครัวเรือนบนที่ดินกรมธนารักษ์&amp;nbsp; สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี&amp;nbsp; โดยหน่วยงานในท้องถิ่นให้การสนับสนุนด้านสาธารณูปโภค เช่น ประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อ 11 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงภายในปี 2579 &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยดำเนินงานตามแผนงานบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันที่ 10 พฤษภาคม&amp;nbsp; ที่บ้านห้องสูง&amp;nbsp; ต.ชัยจุมพล&amp;nbsp; อ.ลับแล&amp;nbsp; จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลชัยจุมพล&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดพิธียกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &amp;lsquo;สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด&amp;rsquo; &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 40 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีนายพิภัช ประจันเขตต์&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; อำเภอลับแล&amp;nbsp; รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมในพิธีประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (ที่ 2 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ความสำเร็จในการสร้างบ้านมั่นคงในวันนี้เกิดจากภาคีต่างๆ 4 ฝ่าย&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคีแรกที่สำคัญที่สุด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชาวบ้าน&amp;nbsp; ซึ่งแต่เดิมนั้นพี่น้องสร้างบ้านอยู่ในที่สาธารณะที่ไม่ถูกกฎหมายและกระจัดกระจายไร้สถานภาพ&amp;nbsp; แต่วันนี้พี่น้องได้รวมตัวกันเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ส่วนภาคีที่ 2 คือ หน่วยราชการส่วนกลาง&amp;nbsp; ได้แก่ กรมธนารักษ์ส่วนกลางที่ให้เช่าพื้นที่ผ่านธนารักษ์จังหวัด โดยอนุญาตให้เช่า 30 ปี&amp;nbsp; ราคาตารางวาละ&amp;nbsp; 38 สตางค์&amp;nbsp; และเมื่อถึงปีที่ 30 ธนารักษ์จะต่ออายุให้อีก 30 ปีอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคีที่ 3 คือ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ภาคีที่ 4 &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และภาคีที่ 5 คือ สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งร่วมกันทำงาน&amp;nbsp; โดยเฉพาะขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานแบบจิตอาสา&amp;nbsp; ทำงานหนักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&amp;nbsp; จนประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นจากที่ไม่มีหลักแหล่งที่ถูกต้อง&amp;nbsp; ถูกกฎหมาย วันนี้พวกท่านจะได้อยู่ในที่ที่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp; มีกฎกติกาถูกต้องทุกประการ จะอยู่อาศัยในที่สมสง่าและภาคภูมิ&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุนให้พี่น้องได้พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรีกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวธีรยา มาบุญลือ&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงที่บ้านห้องสูง &amp;nbsp;ตำบลชัยชุมพล&amp;nbsp; เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เนื่องจากไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาศัยอยู่ในที่ดินวัด&amp;nbsp; ที่ดินกรมธนารักษ์&amp;nbsp; การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; นอกจากนี้ชุมชนยังมีสภาพแออัด&amp;nbsp; บ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; อาชีพรับจ้างทั่วไป และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ชาวบ้านที่เดือดร้อนจึงรวมตัวกันเป็น &amp;lsquo;สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; จังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานเพื่อขอเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; บริเวณบ้านห้องสูง&amp;nbsp; หมู่ 3&amp;nbsp; ต.ชัยจุมพล&amp;nbsp; อ.ลับแล&amp;nbsp; เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา&amp;nbsp; เป็นที่ก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; จำนวน 40&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่า&amp;nbsp; 30 ปี&amp;nbsp; (1 มกราคม 2562 - 31 ธันวาคม 2591) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมือง จำนวน 11,644,820 บาท&amp;nbsp; (งบสนับสนุนรวม 3.1 ล้านบาท และสินเชื่อรวม 8,544,820 บาท&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้สหกรณ์ฯ ยังได้ประสานขอรับการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนแบบบ้านที่จะก่อสร้างใหม่&amp;nbsp; มี 3 แบบ คือ 1.บ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 4X7 เมตร &amp;nbsp;2.บ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 5X8 เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3.บ้านแฝดสองชั้นขนาด 5X8 เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนาดที่ดิน 24 ตารางวาต่อครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแผนงานการก่อสร้างบ้านคาดว่าจะเสร็จภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538-2543 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือ พอช.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุตรดิตถ์สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ของชาวชุมชน 8 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมคลองโพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; โดยชาวบ้านได้ร่วมกันออมทรัพย์วันละ 15 บาท&amp;nbsp; และเช่าที่ดินจากวัดเพื่อสร้างบ้านใหม่ในราคาหลังละ 40,00 บาท&amp;nbsp; จนกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ช่วงปี 2544&amp;ndash;2556 พอช.และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองอุตรดิตถ์ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นทำการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp; พบว่ามีผู้เดือดร้อน 18 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,036 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดย พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.การย้ายชุมชนไปสร้างบ้านในที่ดินใหม่&amp;nbsp; จำนวน 124 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.ปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม 13&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 912&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;จนถึงขณะนี้ พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองอุตรดิตถ์ไปแล้ว&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 4 เมือง 17 โครงการ&amp;nbsp; คือ ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp; 1,036 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลตำบลในเมือง อำเภอพิชัย&amp;nbsp; 215 ครัวเรือน, อบต.หาดล้า อำเภอท่าปลา&amp;nbsp; 33 ครัวเรือน และ อบต.ชัยจุมพล อำเภอลับแล 40 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 1,324 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป&amp;nbsp; โดย พอช.จะประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลที่ดิน&amp;nbsp; เพื่อนำที่ดินรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้ชาวชุมชนเช่าเพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุพัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;บ้านมั่นคงของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด &amp;nbsp;กำลังก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในปีงบประมาณ 2562 มีเป้าหมาย 5,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะนี้ (ตุลาคม 2561-มีนาคม 2562) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการแล้ว 3,335 ครัวเรือน&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; เป้าหมาย 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 12,543 ครัวเรือน&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; (ดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่คลองลาดพร้าว) &amp;nbsp;เป้าหมาย 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 3,084 ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546-2561&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp; 76 จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 353 เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 931 &amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครอบคลุม 2,061 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวม&amp;nbsp; 100,216&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35511</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุตรดิตถ์, บ้านมั่นคง, พอช., ‘ไมตรี  อินทุสุต’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd544f68d0f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2019 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พีระศักดิ์”ลุยตลาดเมืองลับเเลกระตุ้นคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แนะ ชาวบ้านอย่ากาพรรคซื้อเสียงเด็ดขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่23 มี.ค. ที่ตลาดสดคลองโพ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่2 ได้ลงพื้นที่เดินพบพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เพื่อรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่24 มี.ค. ซึ่งบรรยากาศในวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งจริง มีผู้ใช้เเรงงานจาก กทม. เดินทางกลับมาใช้สิทธิยังภูมิลำเนาจำนวนมาก ทำให้ในตลาดสดคลองโพมีความคึกคักเป็นพิเศษ ต่อมานายพีระศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้มาที่ตลาดเพื่อเดินรณรงค์ให้คนอุตรดิตถ์ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะเป็นการเลือกตั้งที่จะชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ตื่นตัว เข้ามาทักทาย พูดคุยแลกเปลี่ยนกับตนเกี่ยวกับกติกาการกาบัตรใบเดียว ไปจนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีจาก 3 บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งเเตกต่างจากการลงพื้นที่ของตนก่อนหน้านี้ ที่ชาวบ้านหลายคนยังไม่เข้าใจกติกาใหม่ จึงต้องขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ที่มาช่วยทำความเข้าใจกับคนอุตรดิตถ์เมืองเล็กๆเมืองนี้ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวบ้านเเทบทั้งตลาดบอกว่า ไปเลือกตั้งเเน่นอน มีหลายคนถามผมว่า จะเลือกพรรคไหนดี ผมก็บอกไปว่า แล้วเเต่ท่าน วันนี้ผมไม่ได้มาหาเสียงให้ใคร หรือผู้สมัครพรรคไหน และการลงคะเเนน ทุกคนมี 1สิทธิ 1เสียง อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน แต่การตัดสินใจต้องเลือกที่นโยบาย อย่าเลือกพรรคหรือคนที่ซื้อเสียงเด็ดขาด การรับเงินจำนวนไม่กี่บาทไม่มีทางคุ้มค่า จะส่งผลอย่างมหาศาลกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่หวังจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตยอย่างเเท้จริง&amp;rdquo; นายพีระศักดิ์ กล่าว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32023</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุตรดิตถ์, พีระศักดิ์, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.), เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190323/image_big_5c95d7b96d636.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พีระศักดิ์”เชิญชวนคนเมืองลับเเลออกไปใช้สิทธิ 24 มี.ค.ขอ ชาวบ้านตื่นตัวตระหนักรู้ สอดส่องดูแลเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่22 มี.ค. ที่ตลาดสดเทศบาล 3 ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)คนที่2 พร้อมด้วยคณะอสม.เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ร่วมกันเดินรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านที่มาเดินจ่ายตลาด รวมถึงบรรดาพ่อค้าเเม่ค้าให้ความสนใจขอถ่ายรูปจำนวนมาก นอกจากนี้ เเม่ค้ารายหนึ่งได้ถามว่ารอบนี้ลงเบอร์อะไร อยู่พรรคไหน ทำไมไม่มาลงสมัครเอง และรอบนี้จะให้เลือกใคร ซึ่งนายพีระศักดิ์ ได้เเต่อมยิ้มตอบกลับไปว่า ตนไม่ได้ลงสมัครส.ส. และลงสมัครไม่ได้เนื่องจากยังทำหน้าที่รองประธานสนช.อยู่ ส่วนชาวบ้านจะเลือกใคร หรือพรรคไหน นั้นเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ถ้าเห็นว่าใครเป็นผู้นำที่สามารถนำพาชาติผ่านพ้นวิกฤติได้ หรือว่า ถ้ารักใครชอบใครก็กาเบอร์นั้น นั่นคือประชาธิปไตยที่เเท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากนั้น นายพีระศักดิ์ กล่าวภายหลังว่า ตนมาวันนี้คือในนามส่วนตัว ในฐานะเป็นคนอุตรดิตถ์ที่คุ้นเคยกับชาวบ้าน โดยมาเดินรณรงค์เพื่อชักชวนให้คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่24 มี.ค.กันมากๆ และเพื่อออกมาสื่อสารให้ประชาชาชนตื่นตัว รับทราบถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สามารถจะชี้ชะตา กำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศว่าจะก้าวต่อไปอย่างไร นอกจากนี้ ยังได้พยายามพูดคุยเพื่อชี้เเจง เพื่อทำความเข้าใจกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักรู้ และรับทราบถึงพิษภัยของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จึงต้องช่วยกันสอดส่องดูแลให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด&amp;nbsp; ซึ่งจากการพูดคุย ชาวบ้านตื่นตัวเเทบทุกคนบอกว่าจะไปใช้สิทธิ์เเน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31975</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, จ.อุตรดิตถ์, ซื้อสิทธิขายเสียง, พีระศักดิ์ พอจิต, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94b7597679c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
