<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!วัดดังอ่างทองสร้างพระราหูเหยียบโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - วัดโล่สุทธาวาส &amp;nbsp;ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้มีการสร้างพระราหูเหยียบโควิด ซึ่ง ตั้งอยู่ภายในวัด บริเวณหน้าพระอุโบสถ 2 ชั้น &amp;nbsp;ลักษณะพระราหูอยู่ในท่ายืนและเท้าทั้ง 2 ข้างเหยียบไวรัสโควิด-19 สูง ประมาณ 2 เมตร 50 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร 20 เซนติเมตร &amp;nbsp;โดยนายสิทธิพร สิทธิพงษ์พานิช ไวยาวัจกร วัดโล่ห์สุทธาวาส เปิดเผยว่า เหตุแรงจูงใจที่มีการสร้างรูปปั้นราหูเหยียบโควิด ได้มาจากแนวคิดที่วัดอยากให้เป็นสิ่งเตือนใจให้ประชาชนทั่วไป ระลึกถึงคำนึงถึงในช่วงปี 2563-2564 ได้เกิดเหตุการณ์มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และเตือนสติให้ลูกหลาน และประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน อย่าประมาทในการใช้ชีวิต อย่าทำลายธรรมชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในความเชื่อ เมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหาความวุ่นวาย การเปลี่ยนแปลง &amp;nbsp;ความวุ่นวายอุปสรรค ไม่ว่าจะด้านภัยพิบัติ หรือโรคภัย ดาวราหูก็มักจะถูกพาดพิงถึง พระราหูเป็นเทวดา จึงมีแนวคิดสร้างพระราหูในลักษณะที่มีเท้าทั้ง 2 ข้างเหยียบโควิดไว้ เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด สร้างความเสียหายและฆ่าชีวิตผู้คนเจ็บป่วย ล้มตายเป็นจำนวนมาก ประชาชนทั่วไปที่มีความเชื่อ ต่างแวะเวียนมากราบขอพร อย่างน้อย เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เหมือนกับการขอพรจากพระ ให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ไม่เจ็บไม่ป่วยจากโรคร้ายนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114468</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ต.ตลาดหลวง, พระราหูเหยียบโควิด, วัดโล่สุทธาวาส, อ.เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125c4bf8394f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงไทยแจงไม่พบพนักงานสาขาอ่างทองติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;แจ้งปิดสาขาอ่างทองชั่วคราว ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;-28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ หลังได้รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาใช้บริการลงทะเบียนเราชนะกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ที่จุดบริการบริเวณโรงจอดรถด้านหลังอาคารที่ทำการสาขาอ่างทอง &amp;nbsp;ที่ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อวันที่&amp;nbsp; 22&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในการเปิดรับลงทะเบียนเราชนะ ธนาคารจัดให้มีจุดคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในทุกจุดบริการ ให้พนักงานและลูกค้าสวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมจัดเว้นระยะห่างในระหว่างการรอรับบริการ โดยพบว่า ณ จุดคัดกรอง ของจุดบริการสาขาอ่างทอง ซึ่งดำเนินการคัดกรองโดยอสม. และเจ้าหน้าที่อำเภอ โดยลูกค้าคนดังกล่าว ไม่มีไข้ และไม่มีอาการใดๆ

หลังได้รับแจ้งธนาคารได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;โดยทันที&amp;nbsp; ตามแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ&amp;nbsp; จึงให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที&amp;nbsp;ผลการตรวจ ไม่พบพนักงานติดเชื้อ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ธนาคารให้พนักงาน&amp;nbsp;Quarantine&amp;nbsp;เพื่อสังเกตดูอาการเป็นเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสับเปลี่ยนพนักงานชุดใหม่ให้บริการแทน &amp;nbsp;พร้อมให้พนักงานรายงานสุขภาพทุกวัน เพื่อจะได้เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยพนักงานไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากธนาคารได้ทำประกันคุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ให้พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานในโครงการเราชนะ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจากสวัสดิการรักษาพยาบาลของธนาคาร

ทั้งนี้ ในระหว่างปิดทำการสาขาอ่างทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูกค้าสามารถใช้บริการสาขาใกล้เคียงได้แก่ สาขาป่าโมก สาขาโพธิ์ทอง และสาขาวิเศษชัยชาญ นอกจากนี้ธนาคารได้กำชับพนักงานทุกคน ทุกสาขา ปฏิบัติตามขั้นตอนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามคำสั่งของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94201</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การระบาดของโควิด, จ.อ่างทอง, ธนาคารกรุงไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602dd407d5fa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวุดหวิดยายแทบใจสลายโทรหากู้ภัยช่วยหนูน้อยวัย2ขวบติดรถเก๋ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64- บริเวณลานจอดรถยนต์ห้างแห่งหนึ่งกลางเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พบเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้ให้การช่วยเหลือปลดล็อครถยนต์ เก๋งฮอนด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน 5กฒ 9504 กรุงเทพ &amp;nbsp;ที่จอดอยู่ในลานจอดรถยนต์ของห้างดัง ซึ่งมีหลานชายวัย2ขวบติดอยู่ภายในรถยนต์ &amp;nbsp;ระหว่างรอการปลดล็อคประตู &amp;nbsp;หลานชายที่อยู่ในรถมีอาการตกใจกลัวและเหงื่อแตกท่วมตัว ส่วนยายก็ร้องเรียกหลานให้มาปลดล็อคที่ประตู แต่ไม่เป็นผลและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการทุบกระจกรถยนต์เพื่อช่วยหลานชาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญในการปลดล็อครถยนต์มาถึง พอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงเร่งทำการปลดล็อคประตูรถยนต์ โดยใช้เวลาเพียง 2-3นาที ก็เปิดประตูรถยนต์ก็ปลดล็อดช่วยเหลือเด็กชายวัย2 ขวบ ออกมาได้อย่างปลอดภัยยายรีบโผเข้ากอดหลานชายที่ติดอยู่ภายในรถเก๋ง ส่วนหลานชายก็ร้องไห้ลั่นเหงื่อท่วมตัว &amp;nbsp;ซึ่งยายปลอบสักครูก็หายตกใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสิริกร &amp;nbsp;บุญอนันต์ อายุ 62 ปี ชาวอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเองได้เดินทางมาซื้อนมและของใช้กับหลานชาย2คน &amp;nbsp;หลังจากซื้อของเสร็จแล้วก็เดินมาที่รถยนต์เปิดล็อครถยนต์แล้วอุ้มหลานขึ้นนั่งในรถด้านข้างคนขับ &amp;nbsp;พร้อมวางกุญแจซึ่งใส่ไว้ในกระเป๋าถือ แล้ววางไว้ในรถยนต์พร้อมกับหลานชาย &amp;nbsp;แล้วตนเองจะเดินอ้อมมาขึ้นรถยนต์เก๋งด้านคนขับ แต่รถยนต์เพื่อทำการเปิดประตู &amp;nbsp;แต่โชคไม่ดีประตูรถยนต์เกิดล็อคอัตโนมัตขึ้นมา &amp;nbsp;ทำให้หลานชายติดอยู่ภายในรถยนต์พร้อมด้วยกุญแจรถยนต์ &amp;nbsp; จึงทำการแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ห้างดังและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93747</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, เด็กติดรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_60320a6eebc9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่างทอง&#039;ตำรวจจิตอาสา&#039;หมอนวดระเบิดเส้นช่วยผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านเลขที่ 94/15 หมู่บ้านวีแลนด์ ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบ ดาบตำรวจตฤณธัช เทียมทอง ดาบตูน หมอนวดระเบิดเส้น ที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสา &amp;nbsp;ทำการนวดคลายเส้น อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดสมองตีบ กระดูกทับเส้น ให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยใช้วิชาความรู้ที่ได้รับการเรียนการสอนมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ จนมีความชำนาญสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ &amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ชราป่วยติดเตียง อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดสมองตีบ กระดูกทับเส้น สิ้นหวังในการลุกขึ้นเดินได้อีกครั้ง แต่เมื่อมาพบดาบตูน หมอนวดระเบิดเส้น ทำให้กลับมาฟื้นตัว สามารถลุกขึ้นมาเดินได้อีกครั้ง โดยหญิงสูงอายุ วัย 64ปี เล่าให้ฟังว่า เป็นกระดูกทับเส้น แล้วตนเองก็ต้องเดินแบบสี่ขาโดยใช้ไม้พยุงร่างกายหัดเดิน 4ขาช่วยตลอด &amp;nbsp;เมื่อทางด้านดาบตูน ทำการนวดคลายเส้นได้2ครั้ง ตอนนี้ใช้ไม้เท้าสลับกับการเดินได้เกือบป็นปกติแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านชายวัย64ปี ที่เส้นเลือดตีบ ต้องนั่งรถเข็น หลังจากการที่ได้มาให้ทางดาบตูนนวดได้2ครั้ง ทำให้พอฟื้นตัว กลับคืนมาเดินได้อีกครั้ง แต่ยังต้องมีการพยุงร่างกาย และหัดจับราวเดินได้แล้ว ซึ่งเป็นการช่วยกายภาพบำบัดร่างกายให้ฟื้นคืนกลับมาได้บางส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาบตำรวจตฤณธัช เล่าว่า ตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม ประจำอยู่ที่ สภ.แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี &amp;nbsp; ที่ผ่านมานั้นได้รับการสอนนวดคลายเส้นมาจากผู้เฒ่าผู้แก่แล้วได้ทำการนวดให้กับชาวบ้านทั่วไป ซึ่งพบว่ามีอาการดีขึ้น และได้มาเรียนเพิ่มเติมจากสมาคมแพทย์แผนไทย หลักสูตรนวดแผนไทย จนมีความชำนาญและมีทักษะในการนวดเพิ่มขึ้น และใช้เวลาว่างในการช่วยเหลือนวดคลายเส้นให้กับชาวบ้านที่เจ็บป่วย และเมื่อเดินทางมาที่บ้านเพื่อนที่เป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง จะมาทำการนวดรักษาคลายเส้นให้กับชาวบ้าน โดยไม่คิดค่ารักษาใดๆทั้งสิ้น เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นโรคนี้มันทุกข์ทรมานมาก และพอได้เห็นคนที่เป็นแล้วหายได้คลายทุกข์ &amp;nbsp;และมีรอยยิ้มก็มีความสุขแล้ว &amp;nbsp; ติดต่อรักษา สอบถาม ดาบตูน &amp;nbsp;ได้ที่ 093-5944499 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90835</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, จิตอาสา, ตำรวจ, นวดระเบิดเส้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d1a62cf8a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 06:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 06:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่แชร์ภาพให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในจังหวัดอ่างทองสู้กับเชื้อโควิด   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายพบภาพให้กำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลอ่างทอง &amp;nbsp;บริเวณจุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ที่มีการส่งต่อและแชร์ในสื่อออนไลน์กันอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ &amp;nbsp; ซึ่งทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่ได้พักเพื่อให้ทันเวลากับคนไข้หลายร้อยชีวิตที่นั่งรออยู่ &amp;nbsp;มีการเขียนข้อความบนชุด PPE(ชุดป้องกันร่างกายจากเชื้อไวรัส โคโรน่า) &amp;nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน สร้างความประทับใจกับผู้พบเห็น &amp;nbsp;ที่สื่อถึงความน่ารัก และประทับใจ &amp;nbsp;มีการเขียนข้อความ ซึ่งเป็นข้อความ สร้างขวัญและกำลังใจให้กันและกัน &amp;nbsp;#อ่างทอง ต้องรอด สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ ยึดถือระยะห่าง สแกนชัยชนะ อย่าปิดไทม์ไลน์ &amp;nbsp;# เราจะไปด้วยกัน สวม MASK ล้างมือ ถือระยะห่าง สแกนไทยชนะ &amp;nbsp;และอีกหลายข้อความ &amp;nbsp;พร้อมเขียนชื่อของเจ้าหน้าที่ไว้ที่หน้าอกเพราะพอสวมใส่ชุดซึ่งปิดบังทุกอย่าง เห็นเพียงแววตา &amp;nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น และรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ต้องเหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จังหวัดอ่างทอง อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด 30 ราย ข้อมูลเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88723</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, บุคลากรทางการแพทย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2549fd4f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักสุกงอม!หนุ่มแม่กลองหอบเงินแสนสู่ขอแฟนหนุ่มชื่นมื่นเมื่อรักลงตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.63- ที่บริเวณบ้านเลขที่ 30/1หมู่ 1ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พบหนุ่มใหญ่ นายรังสี &amp;nbsp;ศรีสนิท &amp;nbsp;อายุ 51ปี เจ้าบ่าวชาวแม่กลอง &amp;nbsp;ได้หอบเงินแสน พร้อมทองคำหนัก4บาท ตั้งขบวนขันหมากมาสู่ขอ นายสันติ เอี่ยมงาม อายุ 43ปี ชาวอ่างทอง พร้อมทำพิธีวิวาห์ตามประเพณี ท่ามกลางสักขีพยานแขกผู้มีเกียรติที่ได้เชิญมาร่วมงานในครั้งนี้หลายร้อยคน ได้มาร่วมแสดงความยินดีอย่างชื่นมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายรังสี กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนเองทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ &amp;nbsp;ได้พบรักคบหาดูใจ กับ นายสันติ หนุ่มโรงงานแห่งหนึ่ง มานาน 5 ปี &amp;nbsp;จนรักสุกงอมได้ที่ จึงตกลงปลงใจบอกทางญาติผู้ใหญ่ทำพิธีสู่ขอและจัดงานแต่งงานตามประเพณี พร้อมได้เชิญสักขีพยานรัก ทั้งญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนฝูงทั้งสองฝ่าย มาร่วมงานแต่งงานกันอย่างคับคั่ง &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนเองนั้น ตนเองเคยแต่งงานมีครอบครัวมีลูก 3 คนเป็นหนุ่มสาวแล้ว ลูกๆได้เข้าใจ อยากให้พ่อมีความสุข จึงมีงานแต่งแบบจัดเต็มชื่นมื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ความรักได้สุกงอมหอมหวาน และความเข้าใจกันและกัน ถึงความรักของเราทั้งสอง จะเป็นความรักเพศเดียวกัน แต่ก็เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และเป็นอะไรที่ลงตัว ความรักเป็นสิ่งสวยเสมอ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใดก็ตาม จะช่วยดูแลความรักให้เป็นเป็นสีชมพู มีแต่ความสุข ความเข้าใจ ตลอดไป .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85391</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน, จ.อ่างทอง, ชายแต่งชาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc3526da1632.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มวัย47ท้อชีวิตเครียดป่วย ตัดสินใจผูกคอลาโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63- &amp;nbsp;พ.ต.ต.ไพร์ศาล &amp;nbsp;แจ่มมี &amp;nbsp;สารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง ได้รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตในห้องเก็บของ บ้านเลขที่ 59/108ตำบลองค์รักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลโพธิ์มอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยที่ในบริเวณชั้นล่างห้องเก็บของ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อว่า นายสุรสีห์ โพธิ์ม่วง อายุ 47ปี เจ้าของบ้าน นุ่งผ้าขาวม้าสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ใช้เชือกไนล่อนผูกคอติดกับช่องระบายอาการเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือวางไว้3ฉบับเป็นการสั่งเสียและมีใจความว่าโรคนี้เป็นแล้วเส้นมันยึดทรมาน บอกทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงไปสบายแล้ว &amp;nbsp;และยังเขียนบอกจุดวางเก็บเอกสารต่างๆภายในบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายวีระ สำลีอ่อน อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านที่มาพบศพ ระบุว่านายสุรสีห์ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป อยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง &amp;nbsp;เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้มาเรียก แต่ไม่ตอบรับ เมื่อเข้าไปดูพบว่าผูกคอตายในห้องเก็บของ จาการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย และพบว่ามีจดหมายลาตายเขียนวางไว้ที่พื้นห้องคาดว่าน่าจะเครียดจากการเจ็บป่วยทำให้คิดสั้น แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะทำการส่งร่างของนายสุรสีห์ ไปยัง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83897</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ผูกคอตาย, สภ.โพธิ์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0dbc9159a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
