<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลสอบสวนฉีดวัคซีนเชียงใหม่ ไม่มี &quot;VIP&quot;ลัดคิว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.64 - &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)จ.นนทบุรี นพ. สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 7 ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ จ.เชียงใหม่ แถลงข่าวถึงผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีจังหวัดเชียงใหม่มีการฉีดวัคซีนให้ VIP ก่อนบุคลากรทางการแพทย์ ว่า คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากผู้แสดงความคิดเห็นในเพจดังกล่าว สอบถามความคิดเห็นเจ้าหน้าที่ รพ. นครพิงค์ รวม 20 คน อาทิ แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ คำชี้แจงของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และผู้อำนวยการ รพ.นครพิงค์ ข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สรุปการดำเนินงานให้บริการฉีดวัคซีน วันที่ 1 &amp;ndash; 2 มีนาคม 2564 รายชื่อผู้ประสงค์ฉีดในวันที่ 1 มีนาคม 2564 ตารางรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในกลุ่มเป้าหมาย รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารรพ. นครพิงค์ ซึ่งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารวัคซีนและคณะทำงาน เกณฑ์การแบ่งกลุ่มบุคคลเพื่อเรียงลำดับการรับวัคซีน รายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ประสงค์รับการฉีดวัคซีนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและ รพ.นครพิงค์ แผนการฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3,500 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการสอบข้อเท็จจริงไม่พบผู้ใดที่ได้รับการฉีดวัคซีนโดยไม่อยู่ในรายชื่อในแผนการฉีดในวันที่ 1 มีนาคม 2564 ทุกรายมีรายชื่อตรงตามบัญชีรายชื่อที่มีอยู่ในแผนของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ คำว่า VIP ที่ถูกนำไปกล่าวถึง หมายถึง ผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานฉีดวัคซีนวันแรก ของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ผู้ว่า/รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 1 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีรายชื่ออยู่ในแผนการได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์ผู้เกี่ยวข้องให้รับรู้และเข้าใจอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด รวมทั้งกำชับผู้บริหารให้ดำเนินการตามนโยบายโดยเคร่งครัด เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขจะทยอยส่งวัคซีนเป็นระยะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับแผนการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3,500 โดส คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้พิจารณากระจายวัคซีนตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้มีโรคประจำตัว ประชาชนทั่วไปและแรงงาน ในช่วงแรกได้กระจายวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จำนวน 1,450 คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งโดยตรงและการออกติดตามควบคุมกำกับในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ด่านตามช่องทางต่าง ๆ ทั้งตำรวจ/ทหาร พลเรือน เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมสอบสวนโรค ทีมโควิด หมู่บ้าน เป็นต้น และประชาชนทั่วไปที่ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง จำนวน 300 คน เช่น ที่ทำการปกครองจังหวัดฯ ตำรวจภูธรจังหวัด ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ กองร้อยอาสารักษาดินแดนกองพลทหารราบที่ 7 กองบิน 41 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว อสม. ฯลฯ &amp;nbsp;โดยมอบหมายให้แต่ละส่วนส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่เพื่อวางแผนนัดหมายการฉีด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95359</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงใหม่, ฉีดวัคซีน, นพ. สมฤกษ์ จึงสมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045d3819dda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอโอภาส&quot;ยันฉีดวัคซีนที่เชียงใหม่ไม่ใช่วีไอพี แต่เป็นกลุ่มเป้าหมาย&quot;ปลัดสธ.&quot;โชว์โปร่งใส ตั้งกก.สอบให้มั่นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

2 มี.ค.64- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 ว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทยมีเป้าหมาย เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ในระยะแรกที่วัคซีนมีจำกัด2 ล้านโดสของบริษัทซิโนแวค จึงฉีดในกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ อสม. เป็นต้น และประชาชนที่มีโรคประจำตัว ส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ยังต้องระงับการฉีดวัคซีนของซิโนแวคไว้ก่อน เนื่องจากมีผลการศึกษาวิจัยในกลุ่มอายุดังกล่าวน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับวัคซีนล็อตแรก 2 แสนโดส ได้กระจาย 13 จังหวัดเป้าหมายแล้ว รวม 116,520 โดส ผลการฉีดวัคซีนโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2564 จำนวน 3,021 ราย แบ่งเป็น บุคลากรทางการแพทย์และ อสม. 2,781 ราย , เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 133 ราย , ประชาชนที่มีโรคประจำตัว 21 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 86 ราย รายงานล่าสุดยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง แต่พบอาการไม่พึงประสงค์ 5 ราย ได้แก่ บวมแดงบริเวณที่ฉีด 4 ราย และคลื่นไส้อาเจียน 1 ราย &amp;nbsp;ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัคซีน ขณะนี้อาการเป็นปกติดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้การกระจายวัคซีนเป็นไปตามแผน จังหวัดที่ได้รับวัคซีน มีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณากลุ่มเป้าหมายและจำนวนผู้ที่จะได้รับวัคซีน มีการนัดหมายมารับวัคซีนตามรายชื่อที่สถานพยาบาล ยังไม่มีระบบการจองวัคซีน หลังฉีดมีระบบติดตามอาการในวันที่ 1 , 7 และ 30 และนัดหมายฉีดเข็มที่ 2 ผ่านไลน์หมอพร้อม อย่างไรก็ตาม ช่วงเริ่มต้นถือเป็นการทดสอบระบบ ที่ยังไม่สมบูรณ์ จะได้มีการปรับปรุงเพื่อให้รองรับการฉีดวัคซีนปริมาณมากในอนาคตต่อไป&amp;quot; นายแพทย์โอภาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการฉีดวัคซีนของ จ.เชียงใหม่ ที่สงสัยว่าฉีดให้กลุ่มวีไอพีนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีน 1,450 คน ระบุรายชื่อและนัดหมายมาฉีด โดยวันแรกฉีดวัคซีนแล้ว 140 คน ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 73 คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ 67 คน ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ไม่ใช่วีไอพี แต่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีชื่อตามที่กำหนด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และคณะฯ จะชี้แจงรายละเอียดต่อไป ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมควบคุมโรคเป็นกรรมการ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นตามระบบวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงทางระบาดวิทยา ไม่มีการปกปิดข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีการปิดกั้นภาคเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด 19 โดยต้องเป็นผู้รับอนุญาตนำเข้าและมาขึ้นทะเบียนวัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับอนุญาตการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะนี้มีผู้มายื่นขอขึ้นทะเบียน 4 ราย ได้แก่ 1.บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า 2.องค์การเภสัชกรรม นำวัคซีนของซิโนแวค &amp;nbsp;3.บริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด นำวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และ 4.บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด นำวัคซีนของบารัค ไบโอเทค โดยวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวคได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว และอย.ได้เปิดช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนในสภาวะจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคอย่างรวดเร็ว&amp;quot;นายแพทย์โอภาสกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94776</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., จ.เชียงใหม่, ฉีดวัคซีน, นพ.โอภาส การณ์กวินพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602ba45cbb6f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีกลัว!ผู้การฯเชียงใหม่บุกจับนักพนันคารีสอร์ทยกก๊วน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.64-พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ​ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า​ ช่วงกลางดึกเวลาประมาณ​ 01.00 น.​ ตนพร้อมด้วย​ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ &amp;nbsp;กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สัมพันธ์ สิริมา ผกก.สภ.แม่โจ้ นายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภอสันทราย สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย บุกเข้าจับกุมนักพนันทั้งหมด 34 คน พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ​ &amp;nbsp;ไพ่พลาสติก 29 สำรับ ชิปมูลค่าต่างๆจำนวน 60 ชิป โต๊ะบาคารา จำนวน 1 ตัวโต๊ะแจกไพ่แบบครึ่งวงกลม จำนวน 1 ตัวพัดลม จำนวน 1 ตัวเก้าอี้ไม่มีพนักพิง จำนวน 2 ตัวคอมพิวเตอร์ พร้อมหน้าจอ สำหรับดูสถิติการเล่น จำนวน 1 ชุดเก้าอี้พลาสติกจำนวน 4 ตัวเก้าอี้เหล็กมีพนักพิง จำนวน 5 ตัว เก้าอี้หัวกลมหมุนได้สีดำ 3 ตัว สีแดง 2 ตัวเครื่องแจกไพ่พลาสติก จำนวน 1 เครื่องเครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิด จำนวน 1 เครื่อง ตู้สล็อตอีกจำนวน 26 ตู้ นำตัวดำเนินดคีข้อหา ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน ( ไพ่บาคาร่า ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ สถานที่ใด ๆ หรือในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืน พระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ตามความในมาตรา 9 (ฉบับที่ 15)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า​ ได้มีกลุ่มนักพนันรวมตัวกันมาเช่ารีสอร์ทหรู แห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 7 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีการประกาศเชิญชวนนักพนันให้เข้ามาเล่น ทางเจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบก็พบว่า​ มีนักพนันเล่นกันมั่วสุ่มภายในบ้านหลังใหญ่ขนาด 2 ชั้น ภายในรีสอร์ท จึงปิดล้อมและเข้าจับกุมก็พบนักพนันจำนวน 34 คนกำลังเล่นการพนันไพ่บาคาร่า กันอย่างสนุก​ จึงจับกุมตัวไว้ทั้งหมด​ 4รายในนี้เป็นชาวกัมพูชา​ และบริเวณที่พักชั้นล่างก็ยังพบตู้สล็อตอีกจำนวน 26 ตู้จึงยึดไว้ทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า​ บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนวิ่งมาจากพื้นที่ภาคกลาง และเพิ่งมาเช่าที่รีสอร์ทหรูแห่งนี้เปิดบ่อนได้ 2 วัน โดยคนที่จะเข้ามาเล่นจะมีการโอนเงิน หรือแลกเงินสดเป็นชิปเพื่อใช้ชิปเล่นแทนเงินสด ซึ่งหลังการสอบสวนได้ควบคุมตัวทั้งหมดตรวจหาเชื่อไวรัสโควิดก่อนคุมตัวดำเนินดคีตามกฏหมายทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90110</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงใหม่, ตำรวจ, บ่อนพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003fa34ed77f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชียงใหม่&#039;กุมขมับ&#039;สาวระยอง&#039;ติดโควิดพาครอบครัวมาเที่ยวต้องเฝ้าระวังผู้สัมผัส 172 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดว่า จากที่ทุกท่านได้ติดตามข่าวสารการระบาดของโควิด 19 ใน จ.สมุทรสาคร ในช่วงที่ผ่านมา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นนั้น พบว่าได้ตรวจผู้ที่มีประวัติเสี่ยง เดินทางมาจากจังหวัด สมุทรสาครในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-26 ธ.ค.) ไปแล้วกว่า 144 คน ผลตรวจหาเชื้อเป็นลบทั้งหมด แต่จากข้อมูลที่ ศบค. แถลงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีการระบาดเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ระยอง ทำให้เราต้องเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่มีประวัติเสี่ยงเพิ่มเติมมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันนี้ ทาง สสจ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยจาก จ.ระยอง ได้เดินทางมาใน จ.เชียงใหม่ และตรวจพบเชื้อ เป็นหญิงไทย อายุ 46 ปี ภูมิลำเนาอำเภอเมือง จังหวัดระยอง เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 ธ.ค. 2563 มีอาการระคายคอ คอแห้ง อุณหภูมิ 37.4 องศา ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก การได้กลิ่นและรับรสปกติ ประกอบกับได้รับข่าวจากผู้ที่เคยใกล้ชิด พบผลการตรวจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจที่รพ.เอกชน ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดระยอง ผลตรวจยืนยันพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (วันที่ 27 ธ.ค. 2563) ขณะนี้รับรักษาตัวที่ห้องแยกความดันลบ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 47 ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นเพียงการนำเชื้อเข้ามาจากภายนอกจังหวัด ยังไมท่พบการระบาดในจังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สอบสวนโรค พบไทม์ไลน์ของผู้ป่วย ดังนี้
วันที่ 24 ธ.ค. 2563 - ได้เข้าใช้บริการในสถานที่ออกกำลังกายแห่งหนึ่ง ในจังหวัดระยอง และได้พูดคุยกับเทรนเนอร์ ซึ่งต่อมาเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดระยอง วันที่ 26 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;- เวลา 09.35 &amp;ndash; 11.00 น. เดินทางจากอู่ตะเภา มาจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสายการบิน Thai Airasia (FD101 ที่นั่ง 22C) พร้อมสามี ลูก 2 คน และพี่เลี้ยง 1 คน มารดาไปรับจากสนามบิน แวะเยี่ยมครอบครัวน้องสาวก่อนเข้าไปที่บ้านพักส่วนตัวย่านสถานีรถไฟ - เวลา 17.00 น. เข้าไปตรวจที่ รพ.เอกชน เนื่องจากทราบประวัติว่าเทรนเนอร์ตรวจพบเชื้อ ก่อนจะรับเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน เพื่อรอฟังผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 27 ธ.ค. 2563 - เวลา 12.00 น. ผลตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 - เวลา 14.00 น. ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ผลการติดตามผู้สัมผัส ทั้งหมด จำนวน 127 ราย ได้แก่ ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 30 ราย(ผู้สัมผัสในครอบครัว &amp;nbsp;4 ราย , ผู้สัมผัสในยานพาหนะ 26 ราย) ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 97 ราย (ผู้สัมผัสในยานพาหนะ 86 ราย , บุคลากรทางการแพทย์ 11 ราย) ซึ่งได้ติดตามตัวและนัดเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 (4-5 วันหลังที่สัมผัส) และได้กักกันตัวเพื่อสังเกตอาการสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จนครบ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีวางมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค โดยให้มีผลกระทบกับการดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจของชาวเชียงใหม่ให้น้อยที่สุด เป้าหมายในการควบคุมโรค จึงไม่ใช่การปิดกั้นผู้เดินทางมาใน จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ตัวเลขผู้ป่วยเป็นศูนย์ หากเป็นการตรวจพบผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่เข้ามาในจังหวัดอย่างรวดเร็ว และป้องกันไม่ได้เกิดการระบาดในวงกว้าง การตรวจพบผู้ป่วยรายนี้ แสดงให้เห็นถึงมาตรการเฝ้าระวังที่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้วางไว้ ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อสามารถเข้ารับการดูแลได้อย่างเหมาะสมทันเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กิตติพันธุ์ ย้ำว่า ผู้เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเดินทางมาทางเข้ามาได้ โดยการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางจังหวัดได้วางไว้ เป็น 3 กลุ่ม คือ - ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด โดยปกติต้องกักตัวอยู่แล้ว แต่หากมาทราบภายหลัง ก็สามารถเข้าตรวจได้ในทุกสถานพยาบาล
- ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ จ.ที่มีการระบาด แต่ไม่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการระบาด ท่านสามารถรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้โดยสมัครใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ - สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆ ให้ท่านปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดได้กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกข้อมูลในระบบ CM-Chana เมื่อท่านเดินทางเข้าจังหวัด ปิดหน้ากาก 100% เช็คอินไทยชนะตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88143</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงใหม่, นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe890386408c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะลึง พบ 22 จังหวัดเป็นลูกค้าตลาดกุ้ง  เหนือไกลสุด  เชียงใหม่ -ใต้สงขลา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ธ.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. กล่าวในการแถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีพบผู้ติดเชื้อจากจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดรายนี้ เป็นลูกค้าประจำตลาดกลางกุ้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้คณะทำงานสอบสวนโรคต้องหันมาประเมินการกระจายตัวของผู้เกี่ยวข้องตลาดแห่งนี้&amp;nbsp;ว่ากระจายไปทั่วประเทศไกลแค่ไหน ซึ่งพบว่ามีจังหวัดที่เชื่อมโยงตลาดกลางกุ้งนี้ถึง&amp;nbsp; 22ตังหวัด เหนือสุดคือ เขียงใหม่ &amp;nbsp; และใต้สุด คือ จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่เปิดเผยรายชื่อจังหวัดเหล่านี้ ไม่ได้ต้องการให้เกิดการตื่นตระหนก แต่อยากให้ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ และให้สำรวจตัวเองว่าเราเกี่ยวโยงกับตลาดกลางกุ้งหรือไม่ &amp;nbsp;พี่น้องประชาชนจะได้เตรียมความพร้อมในการเข้ารับการตรวจหาเชื้อ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 จังหวัด ที่พบว่าเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้งได้แก่ &amp;nbsp;สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสงราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สระบุรี ปทุมธานี อยุธยา นนทบุรี กทม. เพรชบูรณ์ นครราชสีมา &amp;nbsp;สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;ปราจีณบุรี ชลบุรี ระยอง &amp;nbsp;เชียงใหม่ สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87667</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.เชียงใหม่, ตลาดกลางกุ้ง, สงชลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe17b6948704.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจแล้วผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หญิงติดโควิดที่เชียงใหม่ 69 คนไม่พบเชื้อ ส่วนอีก2 รายที่ติดเชื้อรายใหม่  2 วินมอเตอร์ไซค์รอฟังผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โอภาสกล่าวว่า กรณีหญิงไทยอายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่มเติม 2 รายที่จังหวัดเชียงราย มีความเกี่ยวเนื่องกันกับรายที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างมาก ทำให้คนไทยในประเทศเพื่อนบ้านอยากเดินทางกลับเข้ามา จึงขอให้กลับเข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องเพื่อเข้ารับการกักตัว 14 วัน นอกจากไม่ผิดกฎหมายแล้ว หากพบการติดเชื้อจะได้รับการรักษา ไม่ทำให้เชื้อแพร่ไปสู่คนในครอบครัวและชุมชน และขอฝากให้ประชาชนพื้นที่ชายแดนช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน คอนโด โรงแรม โรงงาน และสถานบันเทิง หากพบคนไทยหรือคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการกักตัว 14 วัน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว และย้ำให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และสแกนไทยชนะ ซึ่งทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัสได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า จากการติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยโควิด 19 เพศหญิงอายุ 29 ปี จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 328 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 107 ราย ตรวจแล้ว 69 ราย ไม่พบเชื้อ (คอนโดผู้ป่วย 2 ราย คอนโดเพื่อน 2 ราย สถานบันเทิง 55 ราย ห้างสรรพสินค้า 6 ราย รถโดยสารปรับอากาศเชียงใหม่ 1 ราย และคนขับรถ Grab Car 3 ราย) สัมผัสเสี่ยงต่ำ 149 ราย ตรวจแล้ว 83 ราย ไม่พบเชื้อ (สถานบันเทิง 2 ราย ห้างสรรพสินค้า 25 ราย บุคลากรโรงพยาบาลเอกชน 9 ราย และคอนโดผู้ป่วย 47 ราย) ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรอผลการตรวจและติดตาม โดยทั้งหมดยังต้องกักกันและเฝ้าระวังอาการจนครบ 14 วัน ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคในสถานที่ชุมนุมชนทุกแห่ง ทั้งการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และการสแกนไทยชนะ หากสถานประกอบการ/ ร้านไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจะถูกดำเนินการอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสั่งปิดกิจการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อ 2 รายที่จังหวัดเชียงราย เป็นหญิงไทยอายุ 26 ปี และ 23 ปี ทำงานในสถานบันเทิงในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เป็นเพื่อนร่วมงานกับหญิงอายุ 29 ปีติดโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยลักลอบเดินทางเข้าทางช่องทางธรรมชาติอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีผู้สัมผัส 27 &amp;nbsp;ราย แบ่งเป็นสัมผัสเสี่ยงสูง 4 ราย คือหญิงไทยอายุ 23 ปีที่เดินทางกลับมาด้วยกัน &amp;nbsp;โดยวันที่ 29 &amp;nbsp;พฤศจิกายน &amp;nbsp;มีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูก เมื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อโควิด 19 ถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล พนักงานโรงแรมที่ขับพาไปร้านสะดวกซื้อ 1 ราย รถจักรยานยนต์รับจ้างจากหมู่บ้านไปอำเภอแม่สาย 1 ราย ทั้งคู่รอผลตรวจเชื้อ ส่วนรถจักรยานยนต์รับจ้างที่พาไปอำเภอเมือง 1 ราย ไม่พบเชื้อ ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 23 ราย คือบุคลากรทางการแพทย์ 20 ราย และชุมชน 3 ราย คือ แม่ค้าร้านอาหาร/ร้านขายของชำ พนักงานร้านสะดวกซื้อ และพนักงานโรงแรม ทั้งนี้ ถือว่ามีโอกาสแพร่เชื้อต่ำ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมที่พักและไปโรงพยาบาลเร็ว ทำให้มีผู้สัมผัสน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคในสถานที่ชุมชน เฝ้าระวังช่องทางเข้าออก โดยจัดระเบียบการขนส่งและสุ่มตรวจพนักงานขับรถชาวเมียนมา กำหนดมาตรการรองรับผู้กลับมาจากประเทศเมียนมา โดยเตรียมสถานที่กักกันโรคที่ราชการกำหนด กักกันอย่างน้อย 14 วัน สื่อสารให้ผู้ที่ลักลอบมาจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรองและรักษา โดยให้รายงานตัวกับ อสม. รพ.สต. หรือผู้ใหญ่บ้าน และสำรวจจำนวนคนไทยในฝั่งท่าขี้เหล็กและต้องการกลับประเทศ เพื่อเตรียมการดำเนินการรับกลับอย่างปลอดภัย และดำเนินการกับผู้นำพาคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85519</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.เชียงราย, จ.เชียงใหม่, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, หญิงไทยติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4c5487ccb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ชี้ถ้าชุมชนแข็งแรงประเทศก็จะแข็งแรงไปด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;ถ้าชุมชนแข็งแรง ประเทศก็จะแข็งแรงไปด้วยครับ&amp;quot; โดยระบุว่า มาเชียงใหม่คราวนี้ ยิ่งตอกย้ำความคิดของผมในการสร้างชุมชน ท้องถิ่น ให้เข้มแข็งผ่านอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งถ้าเราทำได้ ความแข็งแรงของประเทศทั้งในด้านจิตวิญญาณและเศรษฐกิจ รวมทั้งการพัฒนานี้ ก็จะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนครับ บ้านไร่กองขิง อ. หางดง เป็นตัวอย่างที่ดีครับ การรวมตัวกันเพื่อร่วมคิดร่วมทำพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยว ของชุมชน หรือ การตั้งกลุ่มธุรกิจชุมชน และ กลุ่มการออม คือ ผลของการทำชุมชนให้ประสบผลสำเร็จด้วยคนและกำลังของคนในชุมชน ฐานของความสำเร็จของบ้านไร่กองขิง อยู่ที่การมีความเข้มแข็งของชุมชนเป็นทุนเดิม ทำให้พัฒนาได้เร็ว เกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนแทบจะสมบูรณ์แบบครับ ในหมู่บ้านมีทั้งกลุ่มออมทรัพย์ที่ทุกคนช่วยกันออมช่วยกันดูแล มีการบริหารจัดการ ที่มีระบบผลตอบแทนคุ้มค่า สามารถหลุดพ้นจากหนี้นอกระบบได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตย์ระบุว่า วิธีการใช้เวลาสร้างความสุขพบปะหารือ จะเป็นประชุมช่วงค่ำ19.00 น ร่วมกัน โดยไม่รบกวนเวลาทำงานของสมาชิก การประชุมมีเป็นประจำทุกเดือน เรื่องสวัสดิการ และเงินปันผลอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ชุมชน กลุ่มรักษ์บ้านเกิดช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พื้นที่ชุมชน กลุ่มผู้สูงอายุก็จัดกิจกรรมสม่ำเสมอ การสร้างงานและรายได้ผ่านกลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มแปรรูปสมุนไพร ได้ทำให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครับ การดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ &amp;nbsp;ที่จะได้รับ การใช้ชีวิตขณะท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆ แบบสโลว์ไลฟ์ และออร์แกนิค กับอาหารปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ พักโฮมสเตย์ กิจกรรมปั่นจักรยานชมธรรมชาติ กิจกรรมเพ้นท์แก้ว ขออนุญาตถามครับว่าฝีมือที่ผมวาดลงบนแก้ว &amp;nbsp;พอใช้ได้มั้ยครับ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นต้นแบบได้ดีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าท่านได้มาเที่ยวที่นี่ ขอกระซิบบอกว่า บริการนวดของที่นี่ มีชื่อเสียงมากๆ ครับ โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ย่ำขาง&amp;rdquo; ที่เป็นการนวดแบบล้านนา ครูหมอต้องผ่านการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ซึ่งนับวันจะยิ่งหาคนสืบทอดยากมากๆ คนที่นี่ยังปลูกพืชสมุนไพรมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นด้วย แบรนด์ &amp;ldquo;สุข-สยาม&amp;rdquo; มีหลายอย่าง ส่วนพี่น้องที่นี่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก สำคัญที่สุดคือความสะอาด ได้รางวัลระดับอาเซียนครับใครยังไม่เคยมา ต้องแวะมานะครับ
บ้านไร่กองขิงมีการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการตลาดด้วยนะครับ แถมยังเชื่อมโยงชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวข้างเคียง น่าคิดครับว่า ถ้าเรานำการผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจชุมชนกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ มีหน่วยงานต่างๆ เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ก็จะเกิดกำไรทั้งชุมชนฐานราก ทั้งเศรษฐกิจมหภาคอย่างต่อเนื่องครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อดีตรมว.พลังงาน ระบุว่า หากมีชุมชนใดที่กำลังดำเนินการ สร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ แนะนำมาดู ศึกษาที่นี่เป็นต้นแบบนำแนวคิดไปปรับใช้กับพื้นที่ของชุมชน เป็นเครือข่ายการพัฒนาร่วมกัน อย่างนี้แล้วจะเกิดการขยายผล เกิดประโยชน์แก่พี่น้อง อย่างแท้จริง ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78772</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงใหม่, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f703540108cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
