<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบแก๊งขโมยถ่านอัลคาไลน์เน้นแต่ร้านไทยวัสดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64- พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก.สภ.ชะอำ แถลงข่าวจับกุมนายโอภาส สุวรรณา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 1 ต.บางแกว อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ศิริลักษณ์ หรือเอ๋ เอี่ยมสุวรรณ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ซอยริมทางรถไฟ 2 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.อุทัย กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 1 เม.ย.64 นายสำเริง ใหญ่ท้วม ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด สาขาชะอำ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ รักสัตย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะอำ ว่าถูกคนร้ายเป็นชาย 1 คน และผู้หญิง 2 คน ใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีแดง หมายเลขทะเบียน กท 4394 นนทบุรี เป็นยานพาหนะมาก่อเหตุลักทรัพย์ถ่านอัลคาไลน์ จำนวน 3 รายการ มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น จำนวน 19,617 บาท&amp;nbsp; ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชะอำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายโอภาส น.ส.ศิริลักษณ์ และ น.ส.ชุติกาญจน์ เตาชิง ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี เป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว จึงขอหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี เข้าจับกุมตัวนายโอภาส และ น.ส.ศิริลักษณ์ ได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วน น.ส.ชุติกาญจน์เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างกำลังติดตามจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนพบประวัติ น.ส.ศิริลักษ์เคยถูกจับกุมในคดีครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด หลังพ้นโทษได้ออกมาร่วมกับนายโอภาส และ น.ส.ชุติกาญจน์ ตระเวนลักถ่านอัลคาไลน์ที่ร้านไทวัสดุ สาขาบางใหญ่ ร้านไทวัสดุสาขาเพชรบุรี ร้านไทวัสดุ สาขาชะอำ และร้านไทยวัสดุสาขาอื่นๆอีก 4 สาขา รวมมูลค่าความเสียหาย 128,000 บาท
สำหรับพฤติกรรมคนร้ายกลุ่มนี้เมื่อก่อเหตุแล้วถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์ธรรมดา จะรับสารภาพเมื่อศาลจะสั่งปรับและให้รอลงอาญา 2 ปี กลุ่มคนพวกนี้ก็จะออกมาก่อเหตุเช่นเดิมอีก ซึ่งตนจะสั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ดำเนินการคัดค้านประกันตัว และเอาข้อมูลการก่อเหตุทั้งหมด รวมทั้งเอาสำนวนฟ้องมาเพิ่มโทษและส่งให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาให้ดำเนินคดีกับคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, ตำรวจ, แก๊งขโมยถ่านอัลคาไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a284ae29d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพท.ชวนสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 2 จังหวัดประตูสู่ภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย. 2563 นายสุจินต์&amp;nbsp; มีประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 8 ( อพท.8) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้ในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวความคิด &amp;ldquo;เปิดประตูสู่ความ Creative กับการท่องเที่ยวมุมมองใหม่&amp;rdquo;&amp;nbsp; นำ 8 ชุมชน ที่ อพท. ได้เข้าไปพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มาร่วมออกบูธ ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านมาให้ความสนใจจำนวนมาก กิจกรรมครั้งนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจได้รับรู้ถึงความมีอยู่ของกิจกรรมการท่องเที่ยว ในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นการประชาสัมพันธ์รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ให้เป็นที่รู้จักสู่สาธารณะมากขึ้น

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการออกบูธครั้งนี้&amp;nbsp; อพท. ได้นำ 8 กิจกรรมจาก 8 ชุมชนมาจัดแสดง เริ่มจากกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ กิจกรรมตอกกระดาษ (ลายหนังใหญ่) ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมทำขนมตาล ชุมชนถ้ำรงค์&amp;nbsp; กิจกรรมปูนปั้น ลายประจำยาม กลุ่มศิลปะปูนปั้นอาจารย์ทองร่วง เอมโอษฐ กิจกรรมทำยำหัวโหนด ชุมชนบ้านไร่กร่าง กิจกรรมทำขนมหวานบ้านน้อย (ข้าวตู) ชุมชนบ้านน้อย กิจกรรมพิมพ์ผ้าลายทอง กลุ่มลูกหว้า (วัดใหญ่สุวรรณาราม)&amp;nbsp; และของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ กิจกรรมทำซี่โครงหมูอบสับปะรด ชุมชนอ่าวน้อย กิจกรรมทำกระดาษจากใบสับปะรดและขี้ช้างป่ากุยบุรี ชุมชนบ้านรวมไทย

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกกิจกรรมที่นำมาเสนอในการออกบูธนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้ามาสัมผัสและทดลองทำ ซึ่งทุกกิจกรรม อพท. ได้พัฒนาขึ้นจากภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้องค์ความรู้ด้านการจัดการอย่างเป็นระบบ และการอบรมชุมชนในเรื่องของการนำเสนอ จึงสามารถนำมาประกอบเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้ ดูของจริงและลงมือทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่การเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งหากนักท่องเที่ยวสนใจสามารถโทรศัพท์นัดกับชุมชนเพื่อแวะเข้าไปทำกิจกรรมได้&amp;rdquo;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นประโยชน์ของการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยังช่วยให้เกิดการสืบสาน สานต่อ ให้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนยังคงอยู่ และสามารถปรับเข้ากับทุกยุคทุกสมัยได้ และชุมชนก็ยังสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา จึงนับเป็นการสืบสานภูมิปัญญา อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นให้คงอยู่ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ช่วยส่งเสริมให้เกิดรายได้ในชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปมีส่วนร่วมในประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความจดจำ ประทับใจ และในท้ายที่สุดจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกิจกรรมของแต่ละชุมชน ด้วยการเรียนรู้ ดูของจริง และลงมือทำกิจกรรมการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.เพชรบุรี, อพท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fb86c4dbe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเมืองเพชรไม่ไร้น้ำใจ&#039;ป๋อ ณัฐวุฒิ&#039;เดินหน้าช่วยโรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ที่ลุกลามเป็นวงกว้างและมีแนวโน้มว่าจะกินพื้นที่ไปทุกจังหวัดของประเทศ ทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะโรงพยาบาลขาดอุปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส พระเอกหนุ่ม ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ก็ไม่รอช้า ชักชวนเพื่อนๆ ศิษย์เก่าโรงเรียนพรหมานุสรณ์ ที่เพชรบุรี &amp;nbsp;เดินหน้าร่วมบริจาคชุด PPE ให้กับโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า &amp;ldquo;ส่งมอบเรียบร้อย ชุด PPE ให้ รพ.หัวหิน จากเพื่อนๆ ศิษย์เก่า รร.พรหมานุสรณ์ แล้ว เดี๋ยวมี รพ.ประจวบ ,รพ. พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี และ รพ.ชะอำ ที่เรารอของเพื่อส่งมอบ #สู้ๆนะคุณหมอคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่น่ารัก #ส่วนเราต้องอยู่บ้านช่วยคุณหมอครับ #ขอบคุณศิษย์เก่ารรพรหมานุสรณ์ จฺ.เพชรบุรีทุกท่านครับ #นี่คือการเริ่มต้นโครงการ เราจะทำต่อเนื่องนะครับ เพราะถ้าเชื้อโรคยังไม่ไป เราก็ไม่ยอมจบง่ายๆ เช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดก็ได้มีการส่งมอบไปอีกหนึ่งโรงพยาบาล &amp;ldquo;ส่งมอบชุด PPE มอบให้รพ ชะอำ เสร็จเรียบร้อยครับ เพื่อนศิษย์เก่ารร.พรหมานุสรณ์ และผมได้รวบรวมเงินเพื่อสร้างความปลอดภัยและพลังใจในการทำงานให้คุณหมอ พยาบาล และ เจ้าหน้าที่ ให้สามารถมีอุปกรณ์ป้องกันในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสนะครับ!! #เรากำลังขอของเพื่อส่งมอบให้กับ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ,รพ ประจวบ และ รพ บ้านลาด จ.เพชรบุรี นะครับ #ถ้าเชื้อไม่หยุด เราก็ไม่จบเช่นกัน #อยู่บ้านช่วยชาตินะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @poh_natthawut&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61808</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, บริจาค, ป๋อ ณัฐวุฒิ, ศิษย์เก่ารร.พรหมานุสรณ์, โควิค-19, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e8577cf846e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จราจรวัย50เครียดซดยาฆ่าแมลงโชคดีช่วยส่งรพ.ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.หญิงพัชราภรณ์ บุญเพ็ง &amp;nbsp;ร้อยเวรสอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุชายป่วยหนักอาการสาหัสอยู่ภายในรถยนต์ บริเวณริมชายหาดชะอำด้านทิศใต้สุดชายหาด &amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp;จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยศิรินทร์ &amp;nbsp;กู้ภัยสว่างสรรเพชญฯ เข้าช่วยเหลือผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุเป็นบริเวณ3แยก ริมชายหาดชะอำ &amp;nbsp;ใกล้กับโรงแรมแกรนด์แปซิฟิก พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า สีดำ เลขทะเบียน กจ-8963-เพชรบุรีจอดอยู่เปิดกระจกทั้ง 2ข้าง &amp;nbsp; ภายในรถพบชาย1ราย นั่งอยู่ฝั่งคนขับ สวมเครื่องแบบข้าราชการตำรวจ &amp;nbsp;ในสภาพอาเจียนออกมาอย่างหนัก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำตัวส่งรักษาอาการที่โรงพยาบาลชะอำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบพบกองอาเจียน 1 กอง และขวดยาฆ่าแมลงยี่ห้อแคพเจอร์ ขนาดประมาณ 1ลิตร สีขาวตกอยู่บนพื้นฝั่งคนขับ1ขวดเจ้าหน้าที่จึงเก็บไวเป็นหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในรถยังพบเสื้อผ้า รองเท้าข้าราชการ 1คู่ และข้าวของอื่นๆว่างอยู่ภายในรถ &amp;nbsp; ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ ดต.สัมฤทธิ์ &amp;nbsp;พันธ์รอด อายุ 50 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp; ล่าสุดอาการดาบตำรวจนายนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว &amp;nbsp;เบื้องต้นคาดอาจจะเกิดจากความเครียดเรื่องส่วนตัวจึงคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53059</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดสั้นซ่าตัวตาย, จ.เพชรบุรี, ตำรวจ, ยาฆ่าแมลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e000a7b0c72d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำมากไหลแรง&#039;ผู้ว่าเพชรฯขอที่พักแก่งกระจานงดกิจกรรมทางน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.62-นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือที่พักที่แก่งกระจาน ควรงดกิจกรรมทางน้ำสำหรับผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยว ทั้งการล่องแพ ล่องห่วงยาง และควรให้นักท่องเที่ยวสวมเสื้อชูชีพหากมีการห้ามปรามไม่ได้ แต่ควรจะมีการ์ดหรือเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของสถานประกอบการคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้มีการปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและไหลเชี่ยว โดยขณะนี้มีเหตุนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่แก่งกระจาน ที่มีการสังสรรค์กันแล้วเกิดพลัดตกลงไปในแม่น้ำเพชร ที่ขณะนี้ยังหาไม่พบเนื่องจากน้ำไหลแรงมากทำให้ยากต่อการค้นหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์น้ำในขณะนี้อาจจะมีภาวะน้ำท่วมอยู่บ้างในช่วงนี้จนถึงเดือนพฤศจิกายน &amp;nbsp;เพราะที่กรมชลประทานดำเนินการยังไม่เสร็จ ใช้เวลาอีก 1 เดือน &amp;nbsp;คลองต่างๆจึงจะช่วยระบายออกและเบี่ยงน้ำเข้าเมืองได้มากขึ้น ส่วนปัญหาตอนนี้คือสามารถพร่องน้ำในเขื่อนได้เพียง 8.6 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน แต่น้ำเข้าเขื่อนแก่งกระจาน 15-16 ล้าน &amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวัน ปริมาณน้ำในเขื่อนจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่สมดุลกับที่ระบายออก หากมีฝนตกแนวเขาอีกก็จะมีน้ำเข้าอีก ตอนนี้พยายามใช้คลองชลด้านท้าย ช่วยรับน้ำจากแม่น้ำเพชรด้วย ซึ่งต้องหาจุดที่เหมาะสมแบ่งน้ำโดยไม่กระทบบางพื้นที่ที่เป็นที่ต่ำ ตอนนี้ก็เตรียมเครื่องสูบน้ำ &amp;nbsp;เรือผลักดันน้ำ วางตามจุดเพื่อเตรียมรับมือ ส่วนอีกปัญหาหนึ่งก็คือน้ำทะเลหนุน น้ำที่ระบายแถวบางครก อ.บ้านแหลม จึงระบายไม่ค่อยออกทะเล มีตีกลับเข้ามาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานช่วงเช้าของวันนี้ &amp;nbsp;มีปริมาณน้ำ 554.783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 78.14 % มีน้ำไหลลง 14.0630 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดระบายน้ำ 100.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 8.6400 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณฝนที่หัวงาน 0.0 มิลลิเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44794</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, นักท่องเที่ยว, เขื่อนแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6c82d05d443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!เฒ่าวัย73ปีทะเลาะลูกสาวน้อยใจผูกคอดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62-ช่วงดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.ศุภณัฐ &amp;nbsp;อาจหาญ &amp;nbsp; ร้อยเวรสอบสวนสภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิต ที่โรงจอดรถข้างบ้านเลขที่ &amp;nbsp;430 &amp;nbsp;หมู่ที่ 8 ตำบลเขาใหญ่ &amp;nbsp;อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลชะอำ &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรุดตรวจสอบพบศพนายสุวิทย์ รอดเชื้อ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 2 ตำบลโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี &amp;nbsp;สภาพศพไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขาสั้น &amp;nbsp; ใช้เชือกไนล่อนผูกคอแขวนกับขื่อโรงจอดรถข้างบ้าน &amp;nbsp;ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังพบจดหมายลาตายว่างอยู่บนโต๊ะ 1 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุวรรณ รอดเชื้อ อายุ 71ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า &amp;nbsp;ผู้ตายมีโรคประจำตัวป่วยเป็นโรคเก๊า บ่นปวดเข่าอยู่บ่อยครั้ง &amp;nbsp;และเป็นโรคความดันสูง &amp;nbsp; โดยก่อนก่อเหตุผู้ตายได้ทะเลาะกับลูกสาว &amp;nbsp; ผู้ตายได้ไล่ให้ลูกสาวไปตาย &amp;nbsp;แต่ลูกสาวย้อนกลับบอกว่าให้ผู้ตายไปตายก่อนสิ จากนั้นพบว่าผู้ตายหายไปประมาณ 3 ชั่วโมง จนพบว่ามาผูกคอกับโรงจอดรถข้างบ้าน &amp;nbsp;ตนและญาติๆจึงช่วยกันตัดเชือกและนำตัวลงมาปั้มหัวใจช่วยชีวิตแต่ไม่เป็นผลพบว่าเสียชีวิตแล้ว &amp;nbsp;จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว &amp;nbsp;โดยทางญาติๆจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดหุบกะพงตามที่ผู้ตายต้องการอีกทั้งในวันพรุ่งนี้ผู้ตายก็จะมีอายุครบ 73 ปีเต็มอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายน้อยใจที่มีปากเสียงกับลูกสาว และถูกต่อว่าจึงแอบไปผูกคอตายอยู่ภายในโรงรถดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35677</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, ตำรวจ, น้อยใจลูกสาว, ผูกคอตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8bbfd23a3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยค้นหา&#039;น้องภาคิน&#039;วันที่8เจ้าหน้าที่ลุยค้นตลอดคลองสายสามยังไร้ร่องรอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มเข้าสู่วันที่ 8 แล้วสำหรับการหายตัวไปของเด็กชายภาคิน คิดตลอด หนูน้อยวัย 1 ปี 7 เดือน ที่หายไปจากบ้านที่อยู่ ริมคลองชลประทานสาย 3 หมู่ 8 ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1เมษายน 2562 ซึ่งเป็นการหายตัวไปเป็นวันที่ 8 แล้ว โดยในวันนี้ได้มีการระดมกำลังจากหลายภาคส่วน เพื่อกระจายกำลังในการค้นหาหนูน้อยภาคินซึ่งเป็นการปฏิบัติค้นหาทางน้ำ โดยมีการกระจายกำลังกันค้นหาบริเวณตลอดคลองสายสาม โดยเฉพาะตามรูท่อ และ บริเวณท่อไส้ไก่ ซึ่งคาดว่าหากน้องภาคินตกลงไปในน้ำจริงอาจจะไปติดอยู่บริเวณท่อไส้ไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการค้นหาเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ &amp;nbsp;08.20 น. โดยมีพ.อ.สนอง ธัญญานนท์ &amp;nbsp; หัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.เพชรบุรี พ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผกก.สภ.ท่ายาง เป็นหัวหน้าชุด นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง เจ้าหน้าที่ตชด 144 เจ้าหน้า กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอท่ายาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญ เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวง จิตอาสา และ ประชาชนกว่า 100 นาย ระดมค้นหาน้องภาคิน โดยวันนี้เน้นการค้นหาทางน้ำเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีการรวมพลบริเวณจุดหน้าบ้านของน้องภาคิน และมีการแจกข้อมูลเด็กหายของทางมูลนิธิกระจกเงาถึงหน้าตา &amp;nbsp;รูปพรรณสัณฐาน โดยน้องภาคินสูงประมาณ 75 ซม.น้ำหนัก 13 กก.วันที่หายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเลือดหมู-ดำ ลายการ์ตูน สวมกางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีฟ้าไม่ได้สวมใส่รองเท้า และมีปานดำได้รักแร้ข้างซ้าย โดยหลังจากรับทราบข้อมูลแล้วได้กระจายกำลังลงค้นตามตามคลองส่งน้ำต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงโดยเฉพาะตามท่อส่งน้ำเข้านาต่าง ๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก และท่อไส้ไก่ซึ่งเป็นท่อใหญ่เชื่อมไปตามคลองส่งน้ำต่าง ๆ โดยละเอียด ค้นหาตามท่อลอดถนนเพชรเกษม แยกเข้าคลองชลประทานฝั่งวัดท่ากระเทียม รวมระยะทางค้นหากว่า 10 กิโลเมตร แต่ก็ยังไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.สนอง กล่าวว่า สำหรับส่วนลึกที่ต้องสงสัยมีอยู่ 2 จุด เป็นคลองไส้ไก่และตามท่อส่งน้ำ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำน้ำมาช่วยในการค้นหา ซึ่งวันนี้จะดำเนินการค้นหาทางน้ำแบบทุกตารางนิ้ว เพื่อหวังจะพบน้องภาคิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นหาน้องภาคิน, จ.เพชรบุรี, เด็กหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5caacbf708ea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
