<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายวัย62ปี ขึ้นภูกระดึง หัวใจวายดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายวัย 62 ปีขึ้นภูกระดึง หัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิต คาดมีโรคประจำตัวแต่ไม่บอกใครเพราะเคยขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง เตือนผู้ที่จะขึ้นดอยขึ้นภูสัมผัสอากาศหนาวในช่วงนี้ต้องมีความพร้อมด้านร่างกายและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา นายมนู วงษ์ขันเมือง อายุ 62 ปี และคณะรวม 3 คน ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวจาก จ.สมุทรสาคร เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเดินขึ้นยอดภูกระดึง เวลา 10.30 น. มีความประสงค์จะพักค้างแรม ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางเป็นเวลา 1 คืน&amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ซำกกโดนได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวเป็นลมหมดสติ ห่างจากซำกกโดนประมาณ 300 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น 10 นาที มีแพทย์ที่มากับนักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินผู้ป่วย ดำเนินการทำ CPR และใช้เครื่อง AED เพื่อกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจกลับคืนมาได้ จึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงเขาได้ประมาณ 300 เมตร จึงหยุดเพื่อเช็กชีพจร นำ Ambu bag พร้อมถังออกซิเจนช่วยเหลือผู้ป่วยที่นำขึ้นมาสมทบและนำลงเขา ส่ง รพ.ภูกระดึง เวลา 17.50 น. แพทย์และพยาบาลได้ทำ CPR จนถึงเวลา 18.15 น. ไม่สามารถกู้ชีพจรนายมนูกลับคืนมาได้ จึงแจ้งญาติว่าเสียชีวิต แพทย์ลงสาเหตุการเสียชีวิตว่าภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อาจเกิดจากโรคประจำตัวที่ผู้เสียชีวิตมีอยู่แต่ไม่บอกคนอื่น ซึ่งเกิดจากการที่มีสภาวะหัวใจเต้นเร็วและทำงานหนักเกินขีดความสามารถของตัวผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้ายกล่าวว่า จากการสอบถามผู้ติดตามที่ร่วมเดินทางทราบว่า ผู้เสียชีวิตเคยเดินขึ้นภูกระดึงมาแล้ว จึงมีความมั่นใจในสุขภาพของตัวเอง ขณะนี้ญาติกำลังรอลูกชายของผู้เสียชีวิตเดินทางนั่งเครื่องไปลงที่สนามบิน จ.เลย เมื่อพร้อมแล้วก็จะเดินทางกลับ จ.สมุทรสาคร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางนำร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิดเพื่อไปบำเพ็ญกุศล ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยได้แจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตได้รับทราบแล้ว และในวันที่ 24 พ.ย.นี้จะไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงอนุญาตให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวขึ้นไปบนอุทยานฯ ภูกระดึง นายจงคล้ายกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางขึ้นภูกระดึงแล้วว่า มีปัญหาทางด้านสุขภาพและมีความพร้อมหรือไม่ นักท่องเที่ยวยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งกรมอุทยานฯ ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่า เวลานี้ พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีอากาศหนาว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามภูหรือดอยต่างๆ มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวจำนวนมาก หลายๆ คนอาจจะมีปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีปัญหาตามมาได้ ดังนั้น การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะขึ้นเขา ขึ้นภู จะต้องมีความพร้อมทางด้านร่างกายพอสมควร และจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&amp;quot; นายจงคล้ายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อกู้ภัยและปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นักท่องเที่ยวที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุในขณะที่เข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ อยู่แล้ว สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงก็เช่นเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่เป็นจุดๆ เพื่อดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุคือซำกกโดน อยู่ค่อนข้างไกลจากบริเวณที่จะต้องนำผู้ป่วยขึ้นรถเพื่อนำไป รพ. แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ในตอนนั้นด้วย ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว โดยต้นปีที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปที่ภูกระดึง และได้กำชับเรื่องการใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AED) ยืนยันว่าเรามีเครื่องดังกล่าวอยู่และสามารถใช้การได้ รวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ โดยเฉพาะที่ภูกระดึงมีความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหัน (CPR) &amp;nbsp;ดังนั้น เหตุที่เกิดขึ้นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนนักท่องเที่ยวว่า การจะไปท่องเที่ยวในสถานที่ใดก็แล้วแต่ ขอให้ดูสุขภาพตัวเองว่าไหวหรือไม่ หากเดินขึ้นไปบนเขาแล้วมีสภาพอากาศเบาบาง ขอให้พักเหนื่อยเป็นระยะ อย่าฝืนตัวเอง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมดูแลและให้ความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวทุกคน และผมมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธยังกล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้สร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงว่า ต้องถามว่าทำเพื่ออะไร ถ้าทำให้กับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเดินขึ้นไปสะดวก คำถามต่อมาคือ แม้ขึ้นกระเช้าไปได้ แต่จะเดินไปแต่ละจุดอย่างไร เพราะแต่ละจุดห่างกันหลายกิโลเมตรและใช้เวลาเกือบชั่วโมง จึงไม่สามารถพิจารณาได้เฉพาะเรื่องการสร้างกระเช้าขึ้น ต้องดูว่าเมื่อสร้างกระเช้าแล้ว การบริหารจัดการข้างบนเป็นอย่างไร เช่น ปู่ ย่าต้องนั่งรถเข็น ถามว่าจะเข็นรถเข็นไปหลายกิโลเมตรหรือไม่ ดังนั้นจะต้องบริหารจัดการอย่างไร ต้องมาพูดคุยในรายละเอียดต่อไป เพราะไม่ใช่เรื่องการสร้างกระเช้าอย่างเดียว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84803</URL_LINK>
                <HASHTAG>จงคล้าย วรพงศธร, นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์, มนู วงษ์ขันเมือง, วราวุธ ศิลปอาชา, สำเร็จ ภูแสนศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbaa54c092b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์13หมูป่าแข็งแรง ถอดสายนํ้าเกลือหมดทุกคน/ปิดศูนย์ภารกิจประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ร่วมมือ เสียสละ อดทน จนภารกิจกู้ภัย 13 หมูป่าสำเร็จ ยก &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; ต้นแบบความกล้าหาญ ศอร.แถลงปิดภารกิจประวัติศาสตร์ แพทย์เผยหมูป่าอาการปลอดภัยทั้งหมด คาดไม่เกิน 10 วันกลับบ้านได้ เปิดคลิปขณะหมูป่ารักษาตัวใน รพ.เชียงรายฯ โชว์ถอดสายน้ำเกลือออกหมดแล้ว ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ย้ำความสามัคคีทุกชนชาติ ผบ.หน่วยซีลรับภารกิจสู้ธรรมชาติสาหัสสากรรจ์ &amp;ldquo;ผู้การซีล&amp;rdquo; เผยสุดเครียดลูกน้องขาดการติดต่อ 23 ชม. เป็นโอกาสดีได้ร่วมงานทีมดำน้ำต่างชาติ พัฒนาเทคนิครับมือภัยพิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย และโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย จนได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 12 กรกฎาคม เพจ Thai NavySEAL โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ.....&amp;quot; ว่า ปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน เสร็จลงแล้ว Thai NavySEALs ขอขอบคุณทุกทีม ทั้งนักดำน้ำจากทั่วโลก ทีมแพทย์ ทีมสนับสนุนนานาชาติ ทีมซีลนอกราชการ ทีมครูบา ทีมสนับสนุนทางจิตวิญญาณปลุกขวัญกำลังใจ ทีมส่งเสบียง ทีมอัดอากาศ ทีมดูดน้ำ ทีมไฟฟ้า ทีมปีนถ้ำ ทีมแม่ครัว ทีมทำความสะอาดห้องน้ำ ทีมเก็บขยะ ชาวแม่สาย และผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งกำลังใจมาถึงพวกเราจนปฏิบัติการนี้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้ .....เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน&amp;quot; เพจ Thai NavySEAL ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เวลา 10.40 น. นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 แถลงความก้าวหน้าผลการรักษา 12 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายว่า สำหรับกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาวันที่ 8 ก.ค. ช่วงอายุ 14-16 ปี ล่าสุดเช้านี้สภาพโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน รับประทานอาหารปกติได้ โดยเริ่มอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ โดยต้องสวมชุดป้องกันตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย ส่วนการรักษายังทำต่อ ส่วนที่สงสัยว่าติดเชื้อในปอด อาการดีขึ้นกว่าเดิม ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี เข้ารับการรักษาวันที่ 9 ก.ค. ล่าสุดเช้านี้สภาพโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติ ขณะนี้ไม่ต้องปิดตา สามารถมองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค สวมชุดป้องกัน อยู่ห่างจากเด็กระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน อายุ11-25 ปี ทยอยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 18.34 น. ของวันที่ 10 ก.ค. ผลการตรวจประเมินจากทีมแพทย์แรกรับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดี ไม่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ผลเอกซเรย์พบมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ผู้ป่วยทุกคนทีมแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดต่ำ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา และวางแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง ทีมแพทย์ยังอนุญาตให้ญาติเยี่ยมได้ผ่านห้องกระจกตามเวลากำหนด ส่วน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน และทีมซีลอีก 3 คน ได้มาโรงพยาบาลและต้นสังกัดกำลังดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มเติมที่ กทม. ในผู้ป่วยกลุ่มแรกไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่อันตราย ส่วนการตรวจเชื้ออื่นยังอยู่ระหว่างตรวจเพิ่มเติม ทั้งนี้เราต้องเฝ้าระวังจำนวน 14 วัน คือที่โรงพยาบาล 7 วัน และที่บ้าน 7 วัน นอกจากนี้ สำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ให้บัตรเฝ้าระวังโรค พร้อมคำแนะนำอาการผิดปกติ หากพบให้ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และโรงพยาบาลสนามบริเวณหน้าถ้ำจะดำเนินการดูแลอีก 2 วัน เพื่อดูแลผู้ปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ยังทำมุ่งมั่นทำงานเต็มที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคน เพื่อส่งนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คนกลับสู่ครอบครัวอย่างแข็งแรง ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.ธงชัยกล่าว และว่า ตอนทุกคนมาถึงโรงพยาบาลรู้สึกตัวดี ตอบคำถามได้
ขอบคุณทุกฝ่ายที่เสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ประชาชนชาวไทยที่รักทุกคน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม &amp;nbsp;13 คน ได้ประสบอันตรายติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนาที่ส่งมายังประเทศไทย จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัยประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงฯ ได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลก จนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่น มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา จะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ &amp;nbsp;จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการในครั้งนี้ อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของจ่าเอกสมาน จะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญ และประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้โอวาทเยาวชนโครงการ &amp;ldquo;เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น&amp;rdquo; จำนวน 70 คน ว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ถือว่าน่ายินดีที่ปฏิบัติการถ้ำหลวงประสบความสำเร็จ ตอนนี้ทุกฝ่ายได้ดูแลเด็กๆ อยู่ แต่ก็มีเรื่องที่น่าเสียใจ ที่มีผู้เสียสละเสียชีวิตไปหนึ่งราย เขาทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้ประมาทหรืออะไรทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกที่สมัครใจเข้ามา เป็นทหารก็พร้อมตาย ออกสู้รบเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้จะรอดกลับมาหรือไม่ เป็นชะตาชีวิตของแต่ละคน ตนชื่นชมเขา เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงต่างประเทศได้เข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก หลายประเทศชื่นชมไทย บอกว่าไม่มีที่ไหนเป็นแบบนี้ ทุกฝ่ายช่วยกันเต็มที่ ถึงขนาดมีการมาช่วยซักถุงเท้า รองเท้า ซักเสื้อผ้า เงินก็ไม่ได้ ถือว่าทุกคนเสียสละ นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานครัวจิตอาสามาเลี้ยงอาหารทั้งสามมื้อ ใครต้องการอะไรก็พระราชทานมาให้ ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ จึงขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ทั้ง 13 คนและครอบครัวด้วย
อย่าดรามา&amp;quot;อีลอน มัสก์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการช่วยเหลือวันนี้สำเร็จไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังเหลือขั้นตอนการฟื้นฟูทางการแพทย์ที่ดูแลให้เด็กๆ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะส่งกลับไปอยู่ที่บ้านได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำตามขั้นตอนทั้งหมด สิ่งสำคัญที่เราได้มาคือเรื่องการบูรณาการการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศทุกภาคส่วน ตนเปิดโทรทัศน์ก็มีข่าวถ้ำหลวงทุกช่องแทบจะทุก 15 นาที ต่างคนต่างเสนอข่าวในทางที่ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บอกว่า ตนได้มีโอกาสพบกับอีลอน มัสก์ &amp;nbsp;เจ้าของบริษัทเอกชนที่อาสามาช่วย โดยเอาเครื่องบินบินมาเอง นำแคปซูลมา ถึงไม่ได้ใช้เครื่องมือนี้ก็ไม่เป็นไร &amp;nbsp;เพราะเหตุการณ์ไม่เหมือนที่อื่น เขาก็พร้อมที่จะทิ้งไว้ให้เราไปศึกษาเผื่อจะใช้ประโยชน์ได้ในวันหน้า สิ่งที่ได้คือน้ำใจของเขา โดยที่ไม่ต้องไปว่าจ้างเรียกร้องหรือขอความช่วยเหลือ เขามากันเองหมด และวันนี้เราได้ทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก จากผู้นำหลายประเทศที่ชื่นชมในความสำเร็จของเราในการช่วยชีวิตทั้ง 13 คนออกมาได้โดยปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแถลงของ ผบ.ศอร. กรณีแคปซูลของอีลอน มัสก์ ใช้ไม่ได้กลายเป็นดรามา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ ก็พูดกับตนแล้ว ให้ตนดูที่สนามบินแล้วว่าอุปกรณ์เป็นแบบนี้ ตนก็ให้คนเข้าไปลองนอน ลองลากดู ไปดูในถ้ำว่าใช้ได้มากน้อยเพียงใด ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็ขอบคุณที่นำมาช่วย อย่าให้ทุกเรื่องเป็นดรามาไปหมดเลย ไม่ได้หมายความว่ามันใช้ไม่ได้ ก็ต้องทดสอบทดลองก่อน ของเขาได้ใช้ประโยชน์ในหลายสถานการณ์ แต่ในประเทศไทยพื้นที่แคบ บางอย่างจะไม่สามารถทะลุไปได้ แต่ถ้าเป็นทางน้ำโล่งๆ ก็ใช้ได้ ซึ่งอีลอน มัสก์ บอกว่าจะไปหาวิธีการอื่นอีกที ฉะนั้นอย่าพูดอะไรให้เสียหาย ผบ.ศอร.คงไม่ได้มีเจตนารมณ์พูดอย่างนั้น ทีมของเขามาด้วยความเต็มใจ ตนยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตัดสินใจว่าใช้ได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีและความรู้ประสบการณ์คนของเราก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยงต่างๆ จะพิจารณาในเวลาที่เหมาะสม ผู้ที่ทำงานทั้งหมดกำลังปรึกษาหารือกันอยู่กับ รมว.มหาดไทย ให้สถานการณ์มันจบจริงๆ ก่อน วันนี้ยังไม่เรียบร้อย เรียบร้อยเมื่อไหร่ เด็กออกจากโรงพยาบาล นั่นคือจบ วันนี้ ศอร.จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัด และในพื้นที่จะเป็นส่วนหลังตามเก็บของเช็กบัญชีต่างๆ และสำนักบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานต้องไปปรับพื้นที่ สิ่งสำคัญที่เรากังวลคือต้องปรับสภาพพื้นที่คืนสู่สภาพธรรมชาติเดิมให้เร็วที่สุด และได้สั่งให้คิดต่อไปว่าในเมื่อมีน้ำมาก จะทำอย่างไรกับน้ำจำนวนนี้ จะทำที่กักเก็บน้ำได้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับเสียงสะท้อนชื่นชมบทบาทนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะ ผบ.ศอร.ว่าคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี นายกฯ กล่าวว่า ท่านก็อยู่ตรงนั้น บทบาทของท่านก็ดี แต่ในส่วนของตนต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะต้องรับผิดชอบ ก็โทรศัพท์ดูภาพอยู่ทุกวัน ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ (พีม็อก) มีเจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ ถ้าไม่คับขันตนก็ไม่ลงสั่งการ เพราะให้กรอบการทำงานไปแล้วให้ชัดเจน ขอแค่นี้ให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ใช่ดูแผนที่คนละฉบับ ตนเอาวิชาการทหารแนะนำไปว่าการจัดศูนย์ควรจะเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้สับสนอลหม่าน &amp;nbsp;สำหรับตนทำงานวันนี้ใช้แรงศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่มีแรงศรัทธาก็คงยอมแพ้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 18.05 น. ที่ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) พร้อม พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.), นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดเชียงราย และพล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันแถลงปิด ศอร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เราเปิด ศอร.มาตั้งแต่ 17 วันที่แล้ว ถือว่าเมื่อวันที่ 10 ก.ค. เราประกาศความสำเร็จ มิชชั่น พอสซิเบิล เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะที่เชียงราย ประเทศไทย แต่เป็นความสำเร็จที่ไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลกจากภารกิจครั้งนี้ การทำงานครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าเราไม่ได้รับพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงติดตาม ทรงห่วงใย ชื่นชมการทำงานเจ้าหน้าที่ พระราชทานกำลังใจ สิ่งของ อุปกรณ์ ที่ไม่สามารถหาจากตลาดได้ พระราชทานมาทันเวลา การปฏิบัติครั้งนี้ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ จะเทิดทูนเพื่อเป็นสิริสัพสวัสดิมงคลแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ผบ.ศอร.ย้ำความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คีย์สำคัญคือความสามัคคี ไม่ใช่เฉพาะที่เชียงราย หรือประเทศไทย แต่เป็นความสามัคคีทั้งไทยและต่างประเทศ เกินคำว่ากู้ภัย กู้ชีพ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นความสามัคคีของทุกชนชาติ ไม่ว่าเชื้อชาติใด ภาษาใด เรามาอยู่ อ.แม่สาย ช่วยน้อง 13 ชีวิต เป็นการทลายภาษา เชื้อชาติ เพื่อให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือที่ดีมากๆ ทั้งทางเทคโนโลยี ความรู้ ที่เอามารวมกัน อุปกรณ์ต่างๆ เราแลกเปลี่ยนความรู้และเครื่องมือเพื่อใช้ภารกิจเดียวกัน แม้เราจะปิดภารกิจของเราได้คือการสืบค้นและกู้ภัย แต่การส่งกลับยังไม่ได้ทำ ยังต้องดำเนินการอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่มีแพทย์ดูแลอย่างดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ศอร.กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะเดินต่อคือการถอดบทเรียน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่กู้ภัยธรรมดา แต่เป็นครั้งแรกโลกที่มีการกู้ภัยถ้ำที่น้ำเต็มเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าใครเห็นจะบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย เราจะถอดบทเรียนทั้งหมด บางส่วนไปสอนเด็กให้รู้ถึงความอันตรายของถ้ำ และพัฒนาวิธีการกู้ภัยต่างๆ ในอนาคต บางคนบอกว่าน้องเป็นผู้ร้าย เป็นคนผิด หรือบอกว่าเป็นพระเอก ฮีโร่ แต่เรามองเขาเป็นเด็ก 13 คน ที่ปฏิบัติหรือมีความสุขไปตามวิสัยเด็ก และเกิดเหตุสุดวิสัย เข้ามาในถ้ำแล้วออกไปไม่ได้ เด็กเหล่านี้เมื่อโตมาจะเรียนรู้ว่าคนหลายร้อยล้านคนติดตามเขาอยู่ ให้กำลังใจพวกเขา ส่วนตัวเชื่อว่าน้องๆ จะเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่ดี เพราะเขาเป็นที่คาดหวังของทุกคน ถ้าเขามีที่ยืน เขาก็จะให้หรือตอบแทนสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน เป็นการดำเนินการแบบสากล มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมากมาย เช่น ทีมดำน้ำ เราจะรวบรวมว่าแต่ละท่านมีศักยภาพอย่างไร มาจากประเทศไหน เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นบทเรียน อนาคตถ้ามีสถานการณ์ใกล้เคียง จะทำให้รู้ว่าทรัพยากรที่มีคุณค่าของโลกอยู่ตรงไหน เป็นผู้ทรงคุณค่า เป็นอาคันตุกะของประเทศไทย เมื่อเสร็จเราจะรวบรวมไว้ทั้งหมด ในอนาคตเราจะเปิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีสตอรี มีชีวิต อาจจะขอเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต จะเป็นอีกจุดที่เป็นไฮไลต์ของประเทศไทย แม่สายจะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะมาเยี่ยมเยือนมากมาย ตอนนี้กำลังรวบรวมแล้วพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้อะไรมากมาย ให้ทั้งโลกมาศึกษา นักดำน้ำทั่วโลกมาศึกษาและเรียนรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วีรบุรุษตัวจริงคือ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการ ถือเป็นพระเอกตัวจริง วันที่เสียชีวิต เราทั้งหมดซึมเศร้า แล้วเอาความเศร้าตรงนั้นมาเป็นพลังของพวกเรา จ่าแซมเสียสละอย่างมาก เรายิ่งมุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จ ขอบคุณวีรบุรุษ และวีรกรรมที่จ่าแซมได้ทำ&amp;quot; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์บอกด้วยว่า นายกรัฐมนตรีของไทยได้รับโทรศัพท์จากนายกฯออสเตรเลียแจ้งว่า บิดาของ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ ที่สำคัญต่อปฏิบัติการดำน้ำในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในคนที่เข้าถึงตัวเด็ก ไปถึงจุดสุดท้ายมาตลอด โดยบิดาเสียชีวิตเมื่อคืนในที่ผ่านมา ทาง ศอร.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กราบขอบคุณ ที่มีคุณูปการ ถ้าขาด นพ.ริชาร์ด ถ้าท่านไม่ช่วยเรา คิดว่าภารกิจนี้คงไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเล่าอีกเรื่องที่ซีเรียสว่า ก่อนวันปฏิบัติการออกชิเจนในถ้ำเหลือเพียง 15% ซึ่งถ้าเหลือ 12% จะซึม ช็อก และโคม่า เป็นสิ่งที่บีบให้เราต้องลงมือเร็วขึ้น จริงๆ แล้วเรารอเวลา แต่ออกซิเจนบีบให้เราทำงานแข่งกับเวลามากขึ้น ออกซิเจน วันที่ทดสอบเหลือ 15 ถ้าต่ำกว่าเราจะซีเรียสมาก ฝนเองก็กำลังมา ซึ่งฝนภาคเหนือไม่เหมือนฝนภาคอื่น จะตกเป็นก้อนๆ ถ้าตกเต็มที่ น้ำจะเต็มถ้ำ ไม่มียืน ที่น้องๆ ยืนจะลดลงเรื่อยๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราต้องเร่งทำงาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ศอร.กล่าวต่อว่า นักดำน้ำจากทีมและหน่วยซีล คือคนที่ปฏิบัติภารกิจข้างใน แต่คนที่ทำให้สำเร็จยังมีอีกมากมาย การปฏิบัติครั้งนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังคือทีมสูบน้ำ การสูบน้ำให้หมดเป็นไปไม่ได้ หน่วยซีลจึงขอแค่สามารถเงยหัวมาหายใจได้ และจะพร้อมปฏิบัติทันที แต่น้ำลดทีละเซนติเมตร ซีลรอไม่ไหว ได้เอาขวดอากาศไปวางโรย แล้วว่ายโดยเท้าไม่แตะพื้นเป็นหลายชั่วโมงติดต่อกัน เราโชคดีที่เสร็จภารกิจ ไม่อย่างนั้นจะมีน้ำเติมมาอีกมาก ถ้าช้าจะยากกว่านี้เยอะ ส่วนเบื้องหลังอีกทีม คือชุดที่เดินสำรวจยอดดอย เราหาหลุมได้มากมาย แต่เจาะทะลุไม่ได้ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ขนาดประเทศชิลี กิโลเมตรเดียวยังใช้เวลาเป็นเดือน ซึ่งเรารอไม่ได้ จึงต้องปฏิบัติภารกิจ สุดท้ายขอบคุณทีมงานทุกทีม ที่เป็นจิกซอว์ของความสำเร็จทั้งหมด
&amp;quot;ซีล&amp;quot;สู้น้ำสาหัสสากรรจ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว กล่าวว่า &amp;nbsp;เราไม่ใช่ฮีโร่ งานนี้สำเร็จได้ด้วยพวกเราทุกคน ในส่วนของ นสร. กองเรือยุทธการ หรือหน่วยซีล เรามีภารกิจ และได้รับการฝึกลักษณะนี้เป็นประจำ กองทัพเรือ (ทร.) มีสโลแกนว่า กองทัพเรือไม่ทิ้งประชาชน ซึ่งยึดมั่นตลอด ในรอบแรก น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 นสร. นำกำลังพลประมาณ 20 นาย ถึงเชียงรายเวลา &amp;nbsp;02.00 น. จนกระทั่งเวลา 04.00 น. ก็ลุยเข้าไปเลยถึงสามแยก เพราะทีมกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีทรายที่ไหลมาทับถมตรงนั้นเต็มไปหมด เมื่อเราได้ทะลุช่องตรงนั้นไปจนไปถึงพัทยาบีช เจอแต่รอยเท้า แต่ไม่เจอน้องๆ จึงได้ดำน้ำต่อไป ซึ่งสภาพถ้ำแห่งนี้ เราก็ไม่เคยเจอ และมืดมาก จึงต้องถอยมาเตรียมอุปกรณ์ใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้นฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยจากสามแยกออกมาเรื่อยๆ จนถึงโถง 3 ตนก็ได้รับรายงานมาเรื่อยๆ ว่าทำไม ยากขนาดไหน ทำไมช่วยไม่ได้ ก็เลยขออนุญาตผู้บังคับบัญชาขึ้นมาดูด้วยตนเอง มาถึงที่ถ้ำหลวงประมาณ 6 โมงเย็น และ เข้าไปถึงโถง 3 ลงไปลุยเรื่องการสูบน้ำออกทั้งคืน แต่สู้น้ำไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็ต้องนำกำลังพลถอยร่น จนกระทั่ง 10 โมงเช้า ก็ได้ขอกำลังพลจากกองทัพเรือระลอกที่ 2-3 มาเพิ่มเติม แต่สู้น้ำไม่ได้ จึงต้องถอยออกจากโถง 3 มาถึงปากถ้ำ ช่วงนั้นความหวังน่าจะเหลือนิดเดียวแล้ว มีคำถามในใจว่า น้ำขนาดนั้นเราจะช่วยน้องๆ ได้อย่างไร และเป็นวันที่ 7-8 แล้ว น้องๆ จะอิดโรยขนาดไหน แต่เราก็ไม่ละความพยายาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมีหลายหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน ในการเข้าร่วมสู้กับน้ำ ซึ่งจากนั้นอีก 2-3 วันแต่น้ำลดไม่กี่ ซม. แต่เราก็มุดน้ำเข้าไปถึงโถงสาม ก็ไปพบที่ว่าง พอที่จะตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าได้ โดยการเข้าไปจากหน้าถ้ำไปถึงโถง 3 ก็สาหัสสากรรจ์ ต้องดำน้ำ ปีนโขดหิน อย่างไรก็ตาม เราต้องสู้ เพราะความหวังที่เราต้องช่วยน้องๆ ให้ได้ จึงตัดสินใจว่าเราจะสู้กับน้ำ โดยต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต่อมาได้รับพระราชทาน 200 ขวด รวมเป็น 400 ขวด พร้อมทั้งอุปกรณ์ดำน้ำพอสมควร คิดว่าเราจะสู้ได้ จึงคิดวางขวดอากาศไปเป็นช่วง โดยให้นักดำน้ำนำขวดอากาศไปคนละ 3 ขวด เพื่อเอาขวดไปวางไว้เป็นจุดๆ &amp;nbsp;นี่เป็นความตั้งใจแรกที่จะช่วยน้องให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;งานนี้เรามีนักต่างชาติมาช่วย ทั้งอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก กลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำโดยเฉพาะ ตรงนี้สำคัญมาก เราก็คิดว่าทำอย่างไรจะหาน้องเจอ จึงใช้วิธีการวางเบสไลน์ทุกๆ 200 เมตร กระจายไปให้นักดำน้ำทุกชาติ เมื่อแต่ละประเทศต่อระยะเข้าไป ปรากฏว่ามีโชคดี ที่มีนักดำน้ำอังกฤษรับตรงนั้น ก็เจอน้องๆ ในถ้ำและถ่ายภาพให้พวกเราดู เราเห็นน้องๆ ก็อะเมซิ่งมาก นักดำน้ำว่าพอเห็นน้องๆ แล้วคงแปลกใจ น้องวิ่งมาหาเลย จากนั้นเราได้ส่งหน่วยซีลของเรา 4 คนเข้าไป หนึ่งในนั้นก็มี พ.ท.ภาคย์ &amp;nbsp;โลหารชุน ผ่านหลายหลักสูตรพิเศษมากมาย และมีนักดำน้ำที่ผ่านหลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำเข้าไปรอบแรกนี้ด้วย รวม 4 คน ต่อมาก็ส่งไปอีก 3 คน และสุดท้ายก็มีเหลือ 4 คนอยู่กับน้องๆ เพื่อความอุ่นใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า ที่แถลงข่าวว่าเมื่อดูจากสภาพร่างกายหากมีการเตรียมอาหาร น้ำดื่ม จะอยู่ในนั้นได้เป็นเดือนๆ จึงมีคำถามว่าจะมีช่องทางอื่นหรือไม่ในการนำน้องๆ ออกมา แต่สุดท้ายก็มาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศ และออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจมีออกซิเจนเหลือแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ทีมงานก็หาวิธีเติมออกซิเจนเข้าไป แต่ปรากฏว่าน้ำฝนที่ตกลงมามีปริมาณมาก เราสู้กับธรรมชาติยากมาก เมื่อฝนมาแล้วอะไรก็ต้านทานไม่อยู่ เมื่อน้ำเต็มถ้ำ อากาศน้อยลง การเจาะภูเขาจะทำได้อย่างไรเมื่อความหนาชั้นหิน 500 เมตร ทั้งหมดนั้น เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร ประกอบกับมีข้อปัจจัยเรื่องเวลา ทำให้ทีมดำน้ำต้องเริ่มคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยนักดำน้ำมืออาชีพของโลกที่มารวมในบ้านเรา ซึ่งผมก็ตื้นตันที่ได้เจอ สุดท้ายก็มีแผนออกมา และผมก็ได้รับอนุมัติจาก ผอ.ศอร. และหน่วยเหนือ ให้ดำเนินการตามแผนได้ จนที่สุดก็ได้กลับมาครบทุกคน ภารกิจตรงนี้ถือว่ายากมาก ยากจริงๆ ยากอย่างที่เราไม่เคยเจอ จึงต้องถอดบทเรียน และต้องพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ ที่ภูเก็ตก็เรือล่ม ทาง ทร.ก็ต้องส่งคนไปช่วย ดังนั้น เราก็ต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะกองทัพเรือไม่ทิ้งประชาชน&amp;ldquo; ผบ.นสร.กล่าว และว่า การปฏิบัติมีรายละเอียดเยอะ เล่าตรงนี้คงไม่หมด มันมาก มีเรื่องสนุกๆ อีกเยอะ ไว้ใครมาถามจะเล่าให้ฟังส่วนตัว
เครียดลูกน้องหาย 23 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่น.อ.อนันต์ &amp;nbsp;สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไปในถ้ำ รู้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ในถ้ำมืดสนิท เส้นทางจากปากถ้ำไปถึงสามแยกประมาณ 3 กิโลเมตร มีโขดหินคล้ายๆ หน้าผา &amp;nbsp;บางช่วงก็ลอดเป็นรูเล็กๆ เข้าไป วันแรกเราไปถึง 3 แยกประมาณตีห้าครึ่ง เริ่มดำน้ำประมาณ 6 โมงเช้า &amp;nbsp;สามารถทะลุเข้าไปอีกฝั่งที่คิดว่าเด็กจะไป จึงตามเข้าไปจนเข้าไปถึงระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้อะไรมาก เพราะมืดมาก &amp;nbsp;
สังเกตว่าผนังถ้ำในเส้นทางแคบๆ เป็นโคลน ซึ่งก็ทำนายได้เลยว่าถ้ำนี้เคยมีน้ำท่วมและซัดโคลนเข้ามา เราทำงานที่สามแยก น้ำจะไหลเข้ามาทางเส้นทางผาหมี จากตีห้าถึงสี่โมงเย็น เราทำงานจนลืมเวลา แต่สังเกตน้ำอยู่เรื่อยๆ เห็นน้ำขึ้นตลอดเวลา และเร็วมาก แต่ละชั่วโมงน้ำขึ้น 3 ซม. เป็นชั่วโมงละ 8 ซม.และชั่วโมงละ 13 ซม. ประมาณสถานการณ์แล้วว่าน่าจะอันตราย เพราะฝนตกตลอด ไม่รู้น้ำจะหลากเข้ามาในถ้ำเมื่อไหร่ ต้องรีบถอนตัว ในที่สุดน้ำท่วมจนถึงปากถ้ำ ตนเสนอผู้ว่าฯ ว่าถ้าเราทำงานได้ต้องสูบน้ำ เพราะเรานึกภาพว่าน้ำเต็มท่อ 3-4 กิโลเมตร โดยไม่รู้ว่าจะมีโพรงให้เราขึ้นมาหายใจได้หรือไม่ ผู้ว่าฯ ก็ระดมสรรพกำลังสนับสนุน แต่การสูบน้ำก็ได้น้อยมาก ซึ่งเราไม่สามารถรอเวลาได้ เพราะเวลาล่วงเลยมามาก จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 กล่าวว่า ช่วงระหว่างรอน้ำลด ทีมงานก็ดำน้ำวางไกด์ไลน์จากโถงสามไปที่สามแยก เราสามารถวางเบสไลน์ไปถึงสามแยกได้ โดยที่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่น้ำลด ซึ่งเป็นที่มาเราก็ขอสนับสนุนขวดอากาศเพิ่ม เพื่อมาวางเบสไลน์เป็นระยะ ระหว่างนี้ก็สูบน้ำไปเรื่อยๆ และวางเบสไลน์ไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;จนถึงชุดสุดท้าย ต่างชาติที่ดำน้ำไปเจอเด็ก ใช้เวลาออกจากโถงสามไปถึงที่เด็กอยู่ว่าประมาณ 5 ชม.ครึ่ง พวกเราก็คิดว่าเมื่อนักดำต่างชาติดำน้ำไปถึงแล้ว วางไกด์ไลน์เรียบร้อยแล้ว จากจุดที่เราดำวันแรกถึงวันสุดท้าย และดูจากระยะที่ต่างชาติดำน้ำเข้าไปถึงเด็กประมาณว่าน่าจะเพิ่มไม่เกิน 500-700 เมตร ทางทีมงานก็คิดว่าให้เตรียมอาหาร น้ำ เจลพลังงาน ขนม แผ่นฟอยล์ โดยส่งทีมแรกไป 4 คนเป็นหน่วยซีลทั้งหมด ซึ่งจำไม่ได้ คาดว่าน่าจะเป็นเวลาเช้าๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องเรียนว่าผมอยู่ในถ้ำ เราทำงานอย่างไม่รู้วัน เพราะมืดตลอดเวลา เราจะดูว่านักดำน้ำออกมากี่ชั่วโมงที่นักดำน้ำเราส่งเข้าไปถึงจะกลับมา จะส่งเฉพาะขวดอากาศออกมาเปลี่ยน เราไม่รู้ว่าเป็นวันไหน นับเป็นชั่วโมง เราส่งนักดำไป 4 คนแรก นำเสบียงไปคัดคนไป 4 คน ชั่วโมงต่อไปคัดไป 3 คน มี พ.ท.ภาคย์ด้วย เชื่อหรือไม่ว่าสองทีมที่ส่งไปขาดการติดต่อไป 23 ชั่วโมง นี่คือความเครียดของผู้ปฏิบัติที่ส่งลูกน้องไปทำงานแล้วไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย เพราะเราประเมินว่าต่างชาติดำน้ำ 5 ชั่วโมงครึ่ง ศักยภาพเราอย่างน้อยน่าจะใช้เวลา 7-8 ชม.แล้วต้องกลับ แปดชั่วโมงก็แล้ว สิบชั่วโมงก็แล้ว จน 23 ชั่วโมงผ่านไป ชุดซีลชุดแรกกลับมาที่โถงสามแค่ 3 คน เพราะว่าที่เหลือที่ดำเข้าไปโดยใช้ขวดอากาศคนละ 4 ถัง ดำเกือบหมดทุกคน เหลือแค่ 3 คนที่พอจะมีโอกาสเหลือดำกลับมาที่โถงสามเพื่อรายงานข่าว ผู้รับผิดชอบตรงหน้างานเครียดตลอดเวลา เพราะว่าความยากของงานนี้คืองานใหม่ที่ทีมเราไม่มีประสบการณ์มาก่อน ความเย็นของน้ำในถ้ำ และไม่รู้ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ปัจจัยต่างๆ คือความเสี่ยงที่เราต้องคิดตลอดเวลา แต่เรามีทีมนักฟุตบอล 13 ชีวิตที่คอยเราอยู่ ที่เราทิ้งไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนันต์กล่าวว่า 3 คนออกมาต้องส่งโรงพยาบาล สภาพร่างกายแย่มาก เจอเหตุการณ์อย่างนี้เราก็คิดหนัก จะเดินต่อไปอย่างไร ทุกครั้งที่ผู้บังคับบัญชามาให้กำลังใจ ได้รับข่าวจากนอกถ้ำว่าเดินสำรวจแล้วไม่มีรูที่หย่อนเข้าไปหาเด็กได้ ความหวังที่เป็นไปได้ที่สุดแม้ตรงนั้นจะมีโอกาสน้อยคือทางน้ำเท่านั้น เป็นแรงกดดันที่เราต้องเดินต่อ ก็ปรับแผนใหม่ว่าจะดำเข้าไปหาเด็กได้ต้องวางขวดอากาศเข้าไป เป็นที่มาในการจัดทีมในการวางขวดอากาศเป็นระยะ ทุกครั้งที่ส่งลูกน้องไปทำงาน 7 ชั่วโมงก็มี 10 ชั่วโมงก็มี 3-4 ชั่วโมงก็มี กว่าที่เขาจะกลับเข้ามาให้เห็นหน้าว่าเขามีชีวิตอยู่ นี่คือความยากของมัน คือนิ่งสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่มีเหตุการณ์จ่าแซม เป็นวันที่ท่านรับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ 4 คน และคนไทย 1 คน หนึ่งในนั้นคือจ่าแซม ต่างชาติก็ไปวางขวดอากาศตามที่กำหนดไว้ และกลับมา ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. จ่าแซมกับอีกท่านยังไม่กลับ คำนวณเวลาว่าของเราไม่น่าจะเกิน 5 ชม. แต่ 7 ชม.ผ่านไปก็ยังไม่กลับทั้งสองคน ดูจากสถานการณ์ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะดำจากโถงสามไปแล้วประมาณ 400 เมตร จะมีช่วงน้ำตื้นที่เดินได้ มีดำน้ำเป็นช่วงๆ ก็ยังมั่นใจว่าเหนื่อยและพัก จนประมาณตีหนึ่งคู่บัดดี้ก็ดำมาที่โถงสามคนเดียว แจ้งว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น ก็เป็นคืนที่เราสูญเสีย แต่สูญเสียหนึ่งชีวิต กับอีก 13 ชีวิตที่รอเราอยู่เราก็เดินหน้าต่อ ทุกคนยอมรับในความเสี่ยง เพราะหน่วยเราฝึกให้รับภารกิจเสี่ยงอยู่แล้ว เรื่องของความสูญเสียเราต้องเตรียมใจอยู่แล้ว สุดท้ายก็ถือว่างานนี้เป็นโอกาสดีของหน่วยงานของผมเอง ที่มีโอกาสร่วมมือกับนักดำน้ำระดับโลก ทำให้เห็นแนวทาง วิธีการ &amp;nbsp;เทคนิคในการดำน้ำในถ้ำ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับอุบัติภัยของเราในอนาคต&amp;rdquo; น.อ.อนันต์กล่าว&amp;nbsp;
เปิดคลิป 13 หมูป่าโชว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล กล่าวว่า ในนามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกว่า 3,000 ชีวิต ขอขอบคุณทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือจนทำให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ และขอยืนยันว่าแนวทางการดำเนินการของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีการรักษาอย่างถูกต้องเป็นไปตามทฤษฎี ซึ่งเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิตนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการในส่วนปกติของโรงพยาบาลแต่อย่างใด สำหรับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และนักดำน้ำอีก 4 คนที่อยู่กับผู้ประสบภัยชุดสุดท้าย ถึงวันที่ 10 ก.ค. โดยเริ่มมีการลำเลียงผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ถึงวันที่ 10 ก.ค. ทั้ง 17 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีอาการปลอดภัยทั้งหมด ภายหลังการตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีอาการปกติ แต่มี 3 คนที่มีอาการปอดอักเสบบ้าง คาดว่าจะใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลสำหรับรอดูอาการทั้งสิ้น 7-10 วัน จึงอนุญาตให้กลับบ้านไปพักฟื้นอีกอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่พบน้อยมาก ก่อนต้องมีการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ทั้งครอบครัว ตัวเด็ก ในเรื่องการตอบสนองต่อสังคม การเข้าสังคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในขณะแถลงข่าว นายแพทย์ไชยเวชได้เปิดเทพบันทึกภาพของเยาวชนทีมหมูป่าที่อยู่ระหว่างการรักษาตัวภายในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยยังอยู่ในพื้นที่ควบคุม และไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ พร้อมกล่าวต่อว่า ทุกคนถอดสายน้ำเกลือออกทั้งหมดแล้วมีบางส่วนเริ่มทานอาหารปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ปฏิบัติการในส่วน การอำนวยการ ปฏิบัติการ และสนับสนุน ใชกำลังพลทั้งสิ้น 922 นาย สำหรับภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่การรักษาความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุ การอำนวยความสะดวกในการจราจร นอกจากนี้เจ้าหน้าตำรวจยังคอยดูและป้องกันทรัพย์สิน ซึ่งในการปฏิบัติการมีเหตุเกิดขึ้น 3 เหตุ และมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 2 ราย สำหรับภารกิจฝ่ายสนับสนุน มีการสำรวจปล่องร่วมกับฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจพลร่ม และตำรวจน้ำ ช่วยปฏิบัติภารกิจทางน้ำ และให้ความช่วยเหลือในส่วนของเครื่องสูบน้ำ และเครื่องปั่นไฟอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรชัย เจรียงประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับแผนเยียวยาเกษตรกรที่เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือเรื่องเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิต เพื่อเสริมรายได้หลังน้ำลด ส่วนการชดเชยเยียวยา คาดว่าจะจ่ายได้ประมาณปลายเดือน ก.ค. โดยจากการสำรวจพบผู้ประสบภัยแท้จริงที่เสียหายโดยสิ้นเชิง เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 126 ราย 1,266 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เราเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนเพื่อให้หน่วยงานทั้งหมดสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยมีหลักๆ ทั้งหมด 3 ด้าน คือ 1.การหาโพรงถ้ำ 2.การสำรวจลำห้วยเพื่อเปลี่ยนทางน้ำ 3.ช่วยหน่วยซีลในการนำถังออกซิเจนเข้าไปด้านในถ้ำ ส่วนด้านของกรมน้ำบาดาลมีการสูบน้ำออกจากปากถ้ำ จำนวนทั้งสิ้น 3 เครื่อง ดูดน้ำออกได้วันละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร โดยทำงานตลอด 24 ชม. เพราะฉะนั้นฝั่งลำห้วยมีการปิดทางน้ำได้ประมาณ 32,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนเรื่องฟื้นฟู ทาง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาพูดคุยสั่งตนว่าให้มีการเตรียมแผนฟื้นฟูให้ดี และในวันที่ 25 ก.ค.นี้ รัฐมนตรีได้เตรียมลงพื้นที่เพื่อมาคุยกับผู้ว่าฯ เชียงราย สำหรับในเรื่องการปิดถ้ำนั้น ผู้ว่าฯ สั่งการไว้ว่า 10.00 น. &amp;nbsp;วันที่ 12 ก.ค. เราต้องดำเนินการปิดถ้ำ มีรั้วกั้นเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ของที่ยังอยู่ข้างในขอให้อยู่แบบเดิม ไม่มีการเข้า-ออก และมีการดูแลตลอด 24 ชม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแถลงข่าว ได้เปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถาม โดยมีผู้สื่อข่าวถามว่า ท้อหรือไม่ ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ตอบว่า การทำภารกิจนี้ ทุกคิดว่าเป็นภารกิจที่หนักที่สุด ไม่เชื่อว่าจะมีภารกิจที่หนักและยากกว่านี้ ต้องแข่งกับน้ำและเวลา ทุกคนมีความท้อในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ อย่างเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เป็นวันที่เราเสียพื้นที่การสูบน้ำทั้งหมด เราท้อมาก เพราะเราสูบเต็มศักยภาพ แต่ภายในเวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่สามแยกจนถึงปากถ้ำ เราเสียพื้นที่ให้น้ำหมดเลย 3 กิโลเมตร ที่เราสูบเราเสียให้น้ำภายใน 3 ชั่วโมง ตี 1 เราต้องสั่งถอนกำลัง ถ้าไม่ถอย เราจะเสียคน ยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เราระดมคนกลับมาตั้งหลัก และ 4-5 วันต่อมา เราก็สู้กลับไปได้ ทุกวันทุกนาที ทุกคนท้อ มีความอ่อนล้า เหนื่อยแรง แต่พลังใจทุกคนที่อยู่หน้างานทั้งหมดมีพลังเพื่อจะสู้เพื่อ 13 ชีวิต มุ่งมั่นเสมอว่าตราบใดที่เรายังชิงพื้นที่อยู่ได้ มีอุปกรณ์ที่จะสู้ กำลังพลเหลืออยู่ เราจะต้องเจอ 13 คน ไม่มีวันไหน ไม่มีนาทีไหน ที่เราจะไม่สู้เพื่อ 13 คน คนที่อยู่ในภารกิจค้นหามีเป็นหมื่นชีวิต ถือว่าทุกคนเป็นฮีโร่ เป็นจิกซอว์ที่ทำให้ภาพสวยงาม เมื่อขาดคนใดคนหนึ่งภาพจะไม่สวยงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า ช่วยอธิบายสภาพตอนเด็กถูกนำออกมามีลักษณะอย่างไร วิธีการใด และใช้ยาอะไร พล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่า จากจุดเนินนมสาว จะใส่ฟูลเพซแมส หรือหน้ากากเต็มหน้า เวสสูท ติดตัดขวดออกซิเจน มีคนดูแล 2 คน ต่อ 1 คน โดยต้องใช้วิธีการไม่ให้เด็กตื่นตระหนกระหว่างนำพาออกมา ซึ่งดำน้ำจากจุดเนินนมสาวมาถึงโถง 3 บางจุดมีน้ำลึก น้ำตื้น ทางขึ้นลง ดำน้ำจริงๆ ประมาณ 40% เพราะน้ำในถ้ำลดลงเยอะ ส่วนที่เห็นเปล จะใช้เมื่อขึ้นโถง 3 เพื่อลำเลียงมาถึงปากถ้ำ เพราะไม่อยากให้น้องต้องเดิน เนื่องจากบางคนเพิ่งเจอความหนาวมา บางคนมีสติ บางคนหลับ ส่วนยาที่ใช้เพื่อไม่ให้เด็กตื่นตระหนก แต่ยาอะไรนั้นเป็นเรื่องของทีมงานชุดดำน้ำ ซึ่งเป็นมืออาชีพและระดับโลก กระบวนการบางเรื่องต้องให้เกียรติเขา เป็นจรรยาบรรณของเขา เราจะไม่แทรกแซง แต่เราตกลงร่วมกันว่าเป้าหมายคือ น้องมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ใช้เงื่อนไขใดว่าใครจะออกมาก่อนหรือหลัง พล.ร.ต.อาภากร ตอบว่า เขาเลือกกันเอง โดยโค้ชเขียนว่าคนไหนจะออกก่อน ส่วนโค้ชไม่ใช่คนสุดท้าย เพียงแต่มาชุดสุดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13236</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai NavySEAL, กอบชัย บุญอรณะ, จ.อ.สมาน กุนัน, จงคล้าย วรพงศธร, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, น.อ.อนันต์  สุราวรรณ, นายจงคล้าย วรพงศธร, นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุขชัย เจรียงประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อีลอน มัสก์, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b461e74b341f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดภารกิจกู้ชีพหมูป่า เฮลั่นโลก13ชีวิตรอดหมด ไทยขอบคุณน้ำใจทุกชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮูยา! ปฏิบัติการประวัติศาสตร์ช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่าจบลงอย่างสวยงาม &amp;nbsp;&amp;ldquo;โค้ชเอก&amp;rdquo; ออกเป็นคนสุดท้าย ดีเดย์ตั้งแต่ 10.08 น. ใช้สูตร 4-1-1-3 หมอเผยเด็กๆ ขอหม่ำขนมปังทาช็อกโกแลต ชี้หากแข็งแรงใน 7 วันกลับสู่ครอบครัวได้ ณรงค์ศักดิ์แถลง 11 ก.ค. เตรียมปิดภารกิจ เผยทุกคนในโลกเป็นฮีโร่ หวังผุดโป่งผาโมเดล &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ทำหนังสือขอบคุณผู้นำต่างชาติแล้ว พ่วงชวน &amp;ldquo;อีลอน มัสก์&amp;rdquo; ลงทุนดาวเทียม!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม ถือเป็นวันที่ 3 ของปฏิบัติการพานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.2561 กลับสู่ครอบครัว หลังจากช่วง 2 วันที่แล้วได้พาทีมหมูป่าฯ ออกมาแล้วจำนวน 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสภาพอากาศในพื้นที่ในช่วงเช้าพบว่า มีฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องและหนาเม็ด ซึ่งมากกว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่บริเวณถ้ำหลวงฯ เองก็ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจนแทบมองยอดภูเขาไม่เห็น ส่วนที่ อบต.โป่งผา ซึ่งเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวงฯ นั้น ยังคงมีการปรุงอาหารเพื่อลำเลียงขึ้นไปด้านบนอยู่เช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 11.45 น. ที่ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) แถลงความคืบหน้าการลำเลียง 5 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่เหลือออกจากถ้ำหลวงฯ ว่า การเตรียมความพร้อมสำหรับชุดที่ 3 ได้เสร็จตั้งแต่เช้ามืด การวางอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เช็กความพร้อมทั้งหมดแล้ว โดยเมื่อเวลา 10.08 น. ชุดปฏิบัติการชุดที่ 3 ได้เข้าไปในพื้นที่แล้ว ซึ่งมีนักดำน้ำ 19 นาย ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบอย่างเคร่งครัด หวังว่าพวกเราคงให้กำลังใจ ทำให้ปฏิบัติการสำเร็จลุล่วง ส่วนเรื่องอากาศที่มีฝนตกลงมานั้น ผู้ปฏิบัติทั้งหมดยืนยันว่าสภาพน้ำยังปกติดีอยู่ สภาพใกล้เคียงกับ 2 วันที่ผ่านมา เราพร้อมปฏิบัติการให้สมบูรณ์แบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันแรกเราใช้เวลา 11 ชม. วันที่ 2 เราใช้เวลา 9 ชม. วันนี้หวังว่าจะเร็วกว่าเดิมหรือเท่าเดิม คาดหวังว่าถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ เรายืนยันว่าน้องๆ 4 คน โค้ช 1 คน หมอ 1 คน และซีล 3 คนที่อยู่กับน้องตลอดเวลาจะออกมาทั้งหมด 9 คนในวันนี้&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว และว่า วันนี้อาจเหนื่อย และต้องรอคอยนาน แต่จะเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า
นายณรงค์ศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เทสลาและสเปซเอ็กซ์ ได้นำอุปกรณ์มาช่วยว่า อุปกรณ์ที่นำมาไม่สอดคล้องกับแผนที่เราดำเนินการ ไม่สามารถเข้าภารกิจของเราได้ แต่เรายินดีรับในความช่วยเหลือของเขา&amp;nbsp;
อยากกินช็อกโกแลต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในส่วนของน้อง 8 คน ชุดแรก 4 คน เป็นกลุ่มอายุ 14-16 ปี ขณะนี้ปลอดภัยดี รู้สึกตัวดี บอกชื่อตัวเองได้ โดย 2 ใน 4 คนมีอาการปอดบวมเล็กน้อย ซึ่งได้รักษาโดยการให้ยาทางเส้นเลือด ส่วนอีก 2 คนถือว่าสุขภาพแข็งแรงดี แต่ยังต้องเฝ้าระวัง อยู่ในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเชื้อโรค ซึ่งจะรู้ผลภายใน 24 หรือ 48 ชม. เพราะต้องตรวจหาหลายประเภท&amp;nbsp;
&amp;ldquo;4 คนแรกรับประทานอาหารปกติได้ แต่ยังให้กินอาหารรสอ่อน ส่วน 4 คนหลังชุดที่สอง เป็นกลุ่มอายุ 12 -14 ปี โดยรวมปลอดภัย รู้สึกตัวดีทั้งหมด ระบุชื่อตัวได้ ส่วนใหญ่แล้วแข็งแรงดี บางรายมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ เนื่องจากอยู่ในถ้ำนาน แต่รักษาจนปลอดภัยหมดแล้ว โดยกำลังตรวจหาเชื้อโรคในห้องปฏิบัติการ ผลตรวจเลือดจะรู้ผลภายใน 24 หรือ 48 ชม. และจะให้ผู้ปกครองเข้าเยี่ยมในระยะไกลได้&amp;rdquo; นพ.ทศเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศเทพกล่าวว่า 4 คนแรกผู้ปกครองสามารถเยี่ยมผ่านห้องกั้นกระจกได้แล้ว แต่ยังไม่อนุญาตเข้าใกล้เด็กจนกว่าผลในห้องปฏิบัติจะออกมา โดยระยะเวลาปลอดภัยที่สุดจะอยู่ที่ 2 วันหรือ 3 วัน ถ้าไม่พบเชื้อโรคอันตรายจะอนุญาตให้เยี่ยมใกล้เตียงได้ โดยผู้ปกครองต้องใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อห่าง 2 เมตร แล้วรอผลตรวจเลือดเพื่อยืนยันอีกครั้งจึงจะให้เยี่ยมปกติ โดยทุกรายวางแผนไว้ว่าจะเฝ้าระวังค้นหาโรค ดูแลให้แข็งแรง 7 วัน จึงให้กลับบ้านกับผู้ปกครองได้
ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า อาหารที่เด็กร้องขอคือขนมปังทาช็อกโกแลต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลา 12.49 น. เพจ Thai NavySEAL ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ เป็นภาษาไทยและอังกฤษมีเนื้อหาว่า วันนี้ 10 ก.ค.61 คงเป็นวันที่ยาวนานกว่าวันที่ผ่านมา แต่เราจะรอคอย ฉลองความสำเร็จร่วมกัน นะครับ Hooyah และต่อมาเวลา 16.50 น. ได้โพสต์เป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า หมูป่าตัวที่ 9 ออกจากถ้ำเวลา 16.06 น. Hooyah!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 18.47 น. เพจ Thai NavySEAL ได้โพสต์ว่า หมูป่า 12 ตัว และโค้ช ออกจากถ้ำแล้ว ปลอดภัยทุกคน เวลานี้รอรับมนุษย์กบ 4 คน ออกมาครับผม Hooyah และในเวลา 19.00 น. เพจระบุอีกครั้งว่า รอรับ Thai Navy SEAL ที่ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องๆ อีก 4 คนนะครับ ส่งกำลังใจไปถึงพวกเขากันหน่อย เวลา 19.11 น. เพจโพสต์เป็นภาษาไทยและอังกฤษย้ำว่า เราไม่รู้ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ หรือวิทยาศาสตร์ หรืออะไรก็ตาม แต่หมูป่าทั้ง 13 ตัวได้ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในเวลา 20.50 น. รถพยาบาลคันสุดท้ายก็ได้นำโค้ชเอก ซึ่งถือเป็นรายที่ 13 ถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว และในเวลา 21.33 น. &amp;nbsp;เพจ Thai NavySEAL โพสต์อีกครั้งเป็นภาษาไทยและอังกฤษว่า 4 ฉลามขาว ออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลำเลียง 13 ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนได้สำเร็จ เพจเรารักเชียงราย ที่มีคนติดตามกว่าแสนคน ได้โพสต์ข้อความขอบคุณเจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่ช่วยกันนำทั้งหมดออกมาได้ว่า &amp;quot;จาวเจียงฮายยินดีนักจ้าว ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละ ไม่มีคำใดจะกล่าวได้ คนเชียงรายจะเป็นคนดีให้สมกับที่คนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจให้ลูกหลานของหมู่เฮา ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดีจ้าว&amp;quot;&amp;nbsp;
ศอร.แถลงกู้ 13 หมูป่าติดถ้ำสำเร็จ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน จบภารกิจค้นหา-กู้ภัย ยกเป็นโมเดลโลก ขอให้ถอดบทเรียนพัฒนาประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 21.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ได้แถลงสรุปเหตุการณ์ลำเลียง 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนสำเร็จ ว่า เดชะบุญบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยทุกชีวิต ซึ่งทั้งน้องและเจ้าหน้าที่ทุกคน พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ จะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ข้าพระพุทธเจ้าตลอดไป &amp;nbsp;และกราบขอบคุณทุกกำลังใจของชาวโลก ตอนนี้เราได้ช่วยน้องทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย และพ่อแม่เตรียมจะได้เยี่ยมผ่านห้องกระจกแล้ว โดยวันนี้เราใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมง โดยคนแรกออกมาได้ตอน 15.50 น.
11 ก.ค.ปิดภารกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับทุกข้อสงสัย ในวันที่ 11 ก.ค. จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากทุกหน่วยว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง เบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เราดีใจมาก และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในโลกอีก โดยสิ่งที่จะทำต่อไปจากนี้คือ ต้องถอดบทเรียนมาเป็นบทเรียนให้กับน้องๆ เวลาไปเที่ยวที่ไหนต้องระวังอย่างไร ให้เขารู้บริบท จะได้ถอดบทเรียนว่าการกู้ภัยในถ้ำเราขาดแคลนอะไร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลก โดยตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.เป็นต้นไป เราจะปิดภารกิจค้นหาและกู้ภัย จะเหลือเพียงภารกิจส่งกลับ ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข และ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ นอกจากนี้ ยังจะทำการฟื้นฟูทรัพยากร คืนอุปกรณ์ที่มีการส่งมาช่วยจากทั่วประเทศและทั่วโลก ซึ่งมี 400-500 หน่วยงานที่อนุเคราะห์เรา
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า บทเรียนที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การที่เราทำงานประสบความสำเร็จได้ เพราะเรามีพลังในความรัก ที่ส่งไปถึงน้อง 13 คน และเจ้าหน้าที่ให้การปฏิบัติงานมีกำลังกาย กำลังใจ บทเรียนที่ถอดมา ตนอยากเห็นชาวโลกรักกัน คนไทยเรารักกันเหมือนวันนี้ที่เราทำเสร็จ อยากเห็นความร่วมมือทุกภาคส่วน 17 วันที่ผ่านมา เป็นความร่วมมือเต็มที่ของทุกภาคส่วน อยากให้เอาบทเรียนตรงนี้ไปขยาย บทเรียนจากแม่สาย โป่งผา เชียงราย เป็นบริบทของภูเขาลูกหนึ่ง ถ้าเราไปสืบทอดต่อ จะเป็นบทเรียนเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว นำบทเรียนนี้ไปใช้ ประเทศไทยจะพัฒนาก้าวไกลตามศักยภาพ ทีมไทยแลนด์ ราชการ เอกชน สื่อมวลชน กำลังจากทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทำในสิ่งที่คนไม่คาดคิดว่าเราจะทำได้ครั้งแรกของโลก เป็นความภูมิใจของทีมไทยแลนด์ อยากให้โป่งผาเป็นโมเดลของคนไทยทั้งประเทศ และโมเดลของทั้งโลก บุญกุศลครั้งนี้ขอให้เราทุกคนมีความสุข ก้าวหน้า พระเอกครั้งนี้คือ คนทั้งโลก ทุกคนที่ช่วยกันทำงาน 17 วันนับเป็นล้านๆ ภาพประวัติศาสตร์ ขออย่าให้ 17 วัน มลายหายไป ขอให้เป็นล้านๆ ภาพที่คนไทยจดจำ เป็นบทเรียนในการพัฒนาประเทศต่อไป&amp;rdquo; นายณรงศักดิ์กล่าว
พล.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า เรื่องการนำโดรนขึ้นบินเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ได้ส่งฟ้องศาลในวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งช่วงเย็นวันเดียวกันศาลได้ตัดสินลงโทษปรับ 10,000 บาท และยึดโดรนแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจครอบครัวของ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ที่เสียชีวิตจากภารกิจครั้งนี้ ขอให้น้องหลับให้ สบายวีรบุรุษถ้ำหลวง &amp;nbsp;
สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการถอดบทเรียนการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีว่า ได้ถอดบทเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะถ้ำในไทยแตกต่างจากต่างประเทศพอสมควร โดยเฉพาะถ้ำหลวงฯ ดังนั้นในเหตุการณ์นี้ทุกคนจึงเรียนรู้ไปด้วยกัน ต่างชาติเองก็ไม่เคยเห็นถ้ำลักษณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่างชาติได้ชื่นชมว่านักดำน้ำไทยและหน่วยซีลมีประสิทธิภาพ เก่ง มีความเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องมาวิจารณ์กันว่าใครพบทีมหมูป่าฯ ก่อนกัน เพราะถือเป็นการทำงานร่วมกัน เมื่อเจอก็ถือว่าเจอด้วยกัน ไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่าใคร เพราะต่างชาติเองก็ยอมรับในฝีมือของเรา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เตรียมฟื้นฟูถ้ำหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงแนวทางการฟื้นฟูพัฒนาถ้ำหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ว่าจำเป็นต้องทำให้เกิดความปลอดภัย เพื่อวันหน้าจะได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง โดยต้องหามาตรการป้องกันการเข้า-ออก ไม่ควรเข้าไปในฤดูน้ำ อีกทั้งยังต้องมีมาตรการอื่นๆ เหมือนต่างประเทศ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบแจ้งเตือน บันได และป้ายแจ้งเตือน เป็นต้น และได้ย้ำไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อบต., อบจ., เทศบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้หามาตรการที่เหมาะสม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในระหว่างเดินทางไปที่ถ้ำหลวงฯ เมื่อคืนวันที่ 9 ก.ค. ได้พูดคุยกับนายอีลอน มัสก์ และทีมงาน 5 คนที่เสนอตัวช่วยเหลือ ทั้งนี้ นายอีลอนชื่นชมการทำงานของเรา โดยเชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ และคิดว่าอุปกรณ์ที่ได้รับจากนายอีลอน คือแคปซูลที่สามารถบรรจุคน เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเราจะนำมาทดลอง แม้จะไม่ได้ใช้ในสถานการณ์นี้ แต่ก็สามารถเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์อื่นได้
&amp;ldquo;ผมได้บอกเขาว่า ผมรับเขาเป็นเพื่อนผม ในเมื่อเขายินดีที่จะช่วย ผมก็ยินดีที่จะให้เขารู้สึกว่าไทยเป็นบ้านหลังที่สอง เขาก็ดีใจ เรายินดีต้อนรับเขา อะไรดูแลได้ก็จะดูแล ตอนนี้ไทยกำลังเตรียมการสร้างดาวเทียมของตัวเอง สอดคล้องกับที่เขามีธุรกิจสร้างดาวเทียม เราต้องมองถึงประโยชน์ในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ต้องขอบคุณเขา ที่เขามีน้ำใจ จากที่คุยกันเขาก็รักผมมาหน่อย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า มีนักดำน้ำชาวต่างชาติเข้ามาช่วยในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมดประมาณ 47 คน และการเดินทางไปเชียงรายเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ก็ได้พบปะกับทุกคน โดยได้ไปขอบคุณ สวัสดีและกอดคอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนคือเพื่อนของเรา การไปครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อไปแสดงเป็นพระเอก แต่ต้องการไปขอบคุณผู้ทำงาน โดยได้มีโอกาสพบซีลที่ออกจากถ้ำ ผู้ว่าฯ และทีมงาน และคาดหวังว่าการทำงานในวันที่ 10 ก.ค. จะเสร็จเรียบร้อยได้ จากที่เหลืออยู่ในถ้ำ 5 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ซึ่งผมได้ทำหนังสือในนามของนายกฯ เพื่อขอบคุณประเทศต่างๆ ไปยังผู้นำแต่ละประเทศแล้ว และยังทำประกาศนียบัตรมอบให้เจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเหลือทุกคน พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อำนวยความสะดวกหากผู้ที่มาช่วยเหลือต้องการเดินทางท่องเที่ยวในไทย ซึ่งผู้ที่มาช่วยเหลือไม่ต้องการอะไร ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงโลกโซเชียลแชร์ข้อความระบุมีการวางยาสลบทีมหมูป่า ก่อนนำตัวออกจากถ้ำว่า คุณรู้ไหมว่าการแพทย์เขาทำอย่างไรจะให้เด็กไม่แพนิก (ตื่นกลัว-ลนลาน) เวลาออกมาก็เหมือนที่เราก็กินยาแก้แพ้ ให้มันรู้สึกว่ามันไม่เป็นไร มันไม่ตื่นเต้น ใครจะวางยาสลบแล้วมันจะออกมาได้ไง เขาเรียกว่ายาคลายประสาทอะไรสักอย่างให้เด็กไม่ตื่นเต้นไม่เครียด เรากินมาเยอะแล้ว ยิงปืนเราก็ให้กินแล้วมันจะยิงปืนแม่น เพราะมันไม่ตื่นเต้นไง ลองกินไหม เรากินทุกวันไม่เห็นตายเลย เรากินทุกคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เด็กๆ ที่ออกมามีสติสัมปชัญญะครบกันทุกคนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;มีซิจ๊ะ เมื่อคืนไปเยี่ยมก็ทักคุยกับทุกคนทั้ง 8 คน มีสติกันทุกคน 4 คนแรกสามารถเข้าไปเยี่ยมได้ เพราะผ่านการตรวจร่างกายตรวจเชื้อดีแล้ว อีก 4 คนที่เพิ่งออกมา เข้าไปเยี่ยมยังไม่ได้ ยังคาดจมูกปิดจมูกอยู่ พอบอกให้ยกมือก็ยกกันทุกคน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ่อแม่ที่เฝ้าอยู่ข้างนอกก็นั่งยิ้มชอบใจ ผมก็บอกว่า วันก่อนนายกฯ พูดเชื่อไหม ก็ตอบกันว่าเชื่อค่ะๆ สำเร็จๆ เราต้องให้กำลังใจคนทุกคน วันนี้ไม่ใช้เวลาไปจับผิดจับถูก ใครเก่งใครไม่เก่ง รอรับสถานการณ์ที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกไม่ดีกว่าหรือ เข้าใจหรือยัง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการจัดทำแผนกู้ภัยในอนาคตว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งมาในเรื่องบริหารจัดการที่จะให้ทำข้อมูลและทำรายงานเก็บไว้ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นโมเดลเอาไว้ไปใช้เป็นต้นแบบและต้องเตรียมแผนฝึกต่อไป คิดว่าจากนี้กองทัพเรือคงส่งคนไปเรียนดำน้ำในถ้ำ เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะดำได้ในทะเลและน้ำจืด เช่นเดียวกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็มีแผนปฏิบัติการอยู่แล้วทั้งเรื่องอัคคีภัย เรื่องสึนามิ แต่กรณีเรื่องถ้ำนั้นเพิ่งเกิดขึ้นก็ต้องฝึกไว้ ซึ่งกรณีนี้ต่างชาติก็ยังไม่เคยดำเนินการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13178</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, Thai NavySEAL, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, จงคล้าย วรพงศธร, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน, นพ.ทศเทพ บุญทอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงราย, โค้ชเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b44d295c8852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมูป่ายังเหลืออีก5 ปฏิบัติการวันที่2ลุล่วงขอ3วันออกมาครบ/นายกฯลงให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้บัญชาการ ศอร.แจงปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงวันที่ 2 เริ่มตั้งแต่ 11 นาฬิกา เผยเด็กชุดแรกสุขภาพแข็งแรง บอกอยากกินข้าวผัดกะเพรา 5 โมงเย็นหมูป่ารายที่ 5 &amp;nbsp;ถูกพาออกจากถ้ำแล้วก่อนตามมาอีก รวม 4 รายเหมือนวันแรก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลงพื้นที่ให้กำลังใจ &amp;ldquo;ณรงค์ศักดิ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชี้ใช้เวลาช่วยเหลือสั้นกว่าเดิมเพียง 9 ชั่วโมงหลังมีประสบการณ์ เชื่อปฏิบัติการจะลุล่วงโดยเร็ว &amp;ldquo;ผบ.มทบ.37&amp;rdquo; ลั่นขอ 3 วันหมูป่าออกมาดูโลกครบแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการพานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายรวมทั้งโค้ช 13 ชีวิต ที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.61 กลับสู่ครอบครัววันที่ 2 หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค.ได้ปฏิบัตินำน้องๆ 4 รายออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนออกมาแล้วนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประชาชนจากรัฐฉานประมาณ 100 &amp;nbsp;คน นำโดยนางหมวยเมียะ หัวหน้าพรรคเสือขาว พรรคการเมืองของรัฐฉาน ได้เดินทางนำรถบรรทุกอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภค 3 คันมามอบให้ศูนย์รับบริจาคสิ่งของสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติภารกิจในการนำ 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกจากถ้ำหลวง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พวกเราเอาใจช่วยเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่ทั้ง 13 คนสูญหาย และวันที่ 10 ก.ค.จะเดินทางมามอบให้อีกครั้ง&amp;rdquo; นางหมวยเมียะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลา 14.55 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) &amp;nbsp;แถลงความคืบหน้าการลำเลียง 9 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่เหลือออกจากถ้ำหลวงว่า จากเดิมที่ระบุว่าจะใช้เวลา 20 ชั่วโมงในการพัก และวางอุปกรณ์ชุดใหม่เพื่อปฏิบัติการครั้งที่ 2 นั้น สถานะวันนี้เราได้วางอุปกรณ์ต่างๆ และตรวจเช็กทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงขอประกาศว่าเมื่อเวลา 11.00 น. เราได้ปฏิบัติครั้งที่ 2 แล้ว โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานในครั้งนี้เร็วกว่ากำหนด 4-5 ชั่วโมง ส่วนวันนี้จะออกมาได้กี่คนนั้นยังตอบไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข่าวดีคือสภาพทุกอย่างยังดีเหมือนเมื่อวันที่ 8 ก.ค. อากาศ น้ำ และความแข็งแรงของเด็ก รวมถึงข้อต่างๆ จากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่เราได้เอามาปรับปรุง ซึ่งตอนนี้เราพร้อมปฏิบัติการ จึงเริ่มเร็วกว่าเดิม 4-5 ชั่วโมง ส่วนหน่วยปฏิบัติงานยังเป็นชุดบูรณาการนานาชาติเหมือนเดิม อาจสับเปลี่ยนกำลังที่อ่อนล้าไปบ้าง และขอยืนยันว่าฝนที่ตกเมื่อวานไม่กระทบกับการทำงานของเรา&amp;rdquo; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ยังกล่าวถึงอาการของทีมหมูป่า 4 คนที่ออกมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ บางคนบ่นหิวและขอข้าวผัดกะเพรา แต่ยังต้องแยกจากผู้ปกครองก่อนเพื่อคัดกรองเชื้อ โดยกำลังหารือกับแพทย์ว่าจะให้ญาติเข้าเยี่ยมแบบดูตู้กระจกได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า งานอุดน้ำตามโพรงบนเขายังทำอยู่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับเรื่องสำรวจโพรง โดยจุดที่เราสงสัยบางจุดพอปีนลงไปปรากฏว่ายังตันเหมือนเดิม แต่จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าภารกิจเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า แม้ยังมีฝนตกลงมาบ้าง แต่การสูบน้ำภายในถ้ำยังดำเนินการไปยังเรียบร้อย เป็นไปตามความต้องการของหน่วยซีล และขอยืนยันว่าไม่ว่าฝนตกอย่างไรก็ตามเรายังดำรงการระบายน้ำออกจากถ้ำได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซัดโดรน-ดักฟังวิทยุ จนท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการ ศอร.ยังแถลงอีกว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.พบว่ามีการสแกนความถี่ของเจ้าหน้าที่และเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง ทำให้เกิดความสับสน ขอยืนยันว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค.มีการลำเลียงออกมา &amp;nbsp;4 คน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ไม่ถูกต้องถึง 2 ครั้ง ถือว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งแทรกแซงการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ลำเลียงผู้ประสบภัย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เราถือว่าน่าเสียใจที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีเผยแพร่ชื่อเด็กที่ออกมาแล้วนั้น ทราบดีว่าทุกคนคงรู้ว่าเป็นใคร แต่การจะเสนออะไรขอให้นึกถึงผู้ปกครองของเด็กที่ยังไม่ได้ออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวถึงกรณีโดรนว่า แทบไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจนี้เลย บางจุดที่มีการบินเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เราตรวจสอบพบว่าอยู่ในแนวเส้นการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ลำเลียงผู้ประสบภัย ดังนั้นถ้าจะให้ดีขอให้งดใช้เสีย นอกจากนี้ขอให้งดถ่ายทอดสดในการลำเลียงผู้ประสบภัย ส่วนเรื่องของการจูนความถี่ที่ใช้เทคนิควิธีพิเศษนั้น เรากำลังตรวจสอบอยู่ &amp;nbsp;ถ้าใครทำขอให้เลิกเสีย ถ้าอะไรผิดกฎหมายชัดเจนจำเป็นต้องดำเนินการ ขอให้รู้ว่าพวกเราทำเพื่อชีวิตน้องๆ ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ได้ติติงกรณีดังกล่าวอย่างมาก ทั้งกรณีการใช้โดรนระหว่าง ฮ.บินลำเลียงน้องทีมหมูป่า และการเปิดคลิปเสียงวิทยุสื่อสารของทางราชการที่ดักฟังในระหว่างปฏิบัติการนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง โดยกรณีโดรนนั้น กองบรรณาธิการข่าวพีพีทีวี ช่อง 36 ได้ออกแถลงการณ์ขออภัย พร้อมน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวเรื่องนี้ว่า ทอ.โดยศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3 (ศสอต.3) ที่รับผิดชอบควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือเขานางนอน และฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย ไม่ได้รับการประสานขออนุญาตนำโดรนขึ้นบินในช่วงเวลาดังกล่าว โดย ทอ.จะประสานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการใช้โดรนของพลเรือนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ต่อมานายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท.กล่าวว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นทราบผู้กระทำผิดแล้ว ซึ่งผู้ทำผิดเป็นผู้มีใบอนุญาตควบคุมโดรนถูกต้อง แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม &amp;nbsp;ดังนั้นผู้ฝ่าฝืนจึงมีการกระทำผิดตามข้อหา คือ บินโดรนในพื้นที่ควบคุมมีโทษปรับ 50,000 บาทเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่มีโทษจำคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเปิดคลิปเสียงที่ได้มาจากการดักฟังสัญญาณวิทยุสื่อสารเจ้าหน้าที่นั้น ทีมข่าวเวิร์คพ้อยท์ ช่อง 23 ซึ่งเป็นผู้เปิดคลิปเสียงดังกล่าวในรายการได้ออกแถลงเช่นกัน โดยได้อธิบายและขออภัยว่า ประเด็นกฎหมายได้สัญญาณจากวิทยุเครือข่ายเครื่องสีแดงของภาคประชาชน ซึ่งถ่ายทอดผ่านแอปพลิเคชัน Zello ที่ประชาชนเข้าถึงได้ปกติ แต่ขอโทษที่รีบเผยแพร่เสียงนี้ จนเกิดความไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน ทั้งในเชิงการทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 13 นักเตะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น หลังจากนี้เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดและปฏิบัติภารกิจนำเสนอข่าวและข้อมูลช่วยเหลือน้องๆ นักเตะทีมหมูป่าด้วยความระมัดระวังเต็มที่&amp;rdquo; ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ระบุ
หมูป่าตัวที่ 5 ออกจากถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ประธานกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า แม้เวิร์คพ้อยท์อ้างว่าไม่ได้เกิดจากเจตนา พร้อมขอโทษและสัญญาที่จะระมัดระวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวิชาชีพพึงกระทำ แต่สังคมจะยอมรับหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และมีเรื่องควรพิจารณา 3 ประการ คือ 1.แม้วิทยุสื่อสารสีแดง (ว.แดง) เป็นอุปกรณ์ภาคเอกชน แต่การอ้างว่ารับสัญญาณผ่าน ว.แดงแล้วนำไปถ่ายทอดต่อนั้น ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฎหมาย ซึ่งอาจเปรียบเทียบได้กับคดีรับของโจร 2.ว.แดงที่รับฟังข้อความจากวิทยุสื่อสารของทางราชการ (ว.ดำ) เป็นการกระทำการหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย และ 3.ข้อความที่ดักฟังได้สมควรนำมาถ่ายทอดต่อหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองอันไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะมิติทางจริยธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงนั้น เริ่มชัดเจนขึ้นในเวลา 17.15 น. หลังจากนายณรงค์ศักดิ์แถลงในช่วงบ่าย โดยบรรยากาศบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ทางขึ้นดอยผาหมี มีความเคลื่อนไหวของรถพยาบาลที่เปิดไฟกะพริบเคลื่อนเข้ามา และมีรถตำรวจเปิดไฟและเสียงไซเรนขอทางขับเข้าไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นในเวลาไม่นานเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลตำรวจได้ยกตัวขึ้นจากลานจอด แล้วมุ่งหน้าไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการนำน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีคนที่ 5 ที่ถูกพาออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนตามปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ไปส่ง รพ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้องๆ คนที่เหลือ เจ้าหน้าที่กำลังทยอยนำออกมาจากถ้ำหลวง ทั้งนี้ตลอดแนว 2 ฝั่งถนนพหลโยธิน จุดที่ผ่านลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มตลอด 2 ข้างทาง เพื่อไม่ให้มีการกีดขวางเส้นทางการจราจร และภายหลังน้องทีมหมูป่าคนที่ 5 ออกมาไม่นาน ก็มีน้องหมูป่าคนที่ 6, 7 และ 8 ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้นำส่ง รพ.เชียงรายฯ ตามลำดับขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยหมูป่ารายที่ 8 ได้ถึง รพ.เชียงรายเวลาประมาณ 20.38 น.
ขณะที่เพจ Thai NavySEAL ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 20.19 น. ว่า หมูป่าตัวที่ 1, หมู่ป่าตัวที่ 2, หมูป่าตัวที่ 3, หมูป่าตัวที่ 4, หมูป่าตัวที่ 5, หมูป่าตัวที่ 6, หมูป่าตัวที่ 7 และหมูป่าตัวที่ 8 &amp;nbsp;2 วัน 8 ตัว Hooyah...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกันในเวลาประมาณ 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และเดินทางมายังถ้ำหลวงแล้ว โดยเมื่อเวลา 20.05 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้มาถึง ศอร. โดยนายกฯ ได้ทักทายเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังการรายงานสรุปการปฏิบัติการและความคืบหน้าในการช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ กล่าวว่า ยินดีด้วยที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งในการช่วยเหลือ รู้ว่าทุกคนเหนื่อย มาให้กำลังใจ ไม่ได้มาทำให้เสียเวลา ใครทำอะไรก็ให้ทำต่อไป การทำงานในพื้นที่ต้องเป็นไปตามหลักการ ซึ่งขณะนี้รู้สึกเบาใจกับสถานการณ์ที่ถ้ำหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครม.ทุกคน รัฐบาล ฝ่ายการเมือง ข้าราชการ นำหัวใจมาฝาก ที่ผ่านมาติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน สวดมนต์ขอพรให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้สามารถกำจัดอุปสรรคและปัญหา และจะไม่มีการกล่าวโทษหรือต่อว่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ดีว่าทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้เดินทักทายและถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และได้เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้ปกครองเยาวชนทั้ง 13 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะเสียงบประมาณเท่าไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของทุกคนที่สำคัญที่สุด และหลังจากนี้ให้ทุกคนดูแลป่าไม้และแหล่งท่องเที่ยวของเราด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้ซื้อขนมที่เป็นสินค้าโอท็อปของจังหวัดต่างๆ มาฝากเจ้าหน้าที่ทุกคน เช่น กล้วยฉาบ ลูกหยี ขนมเปี๊ยะ ทองม้วน และกล้วยกวน
ขอ 3 วันหมูป่ากลับถิ่นครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 21.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ได้แถลงข่าวสรุปการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างเป็นทางการว่า &amp;quot;ด้วยพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย และพระราชทานกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ได้พระราชทานสิ่งของ พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง&amp;quot; นอกจากนี้ยังปลาบปลื้มอย่างมากที่สำเร็จช่วยน้องได้อีก 4 คน โดยวันนี้ (9 ก.ค.) เริ่มเข้าไปปฏิบัติการตอนเวลา 11.00 น. น้องคนที่ 4 ถึงโรงพยาบาลประมาณ 20.00 น.เศษ ซึ่งเป็นการลำเลียงทางอากาศทั้ง 4 ราย โดยทั้งหมดปลอดภัย มีสติดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เป็นข่าวดีคือ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เราเริ่มปฏิบัติการตอนเวลา 10.00 น. ส่งถึงโรงพยาบาลตอนเวลา 21.30 น. เราใช้เวลา 11 ชั่วโมงเศษ แต่วันนี้เราเริ่มเวลา 10.00-20.00 น.เศษ เท่ากับเราใช้เวลาปฏิบัติการ 9 ชั่วโมง เร็วขึ้น 2 ชั่วโมง เนื่องจากเรามีทีมปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น และมีความชำนาญมากขึ้นจากวันก่อน&amp;rdquo; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ทีมปฏิบัติงานมีผู้ปฏิบัติงานในถ้ำกว่าร้อยคน โดยมีคนดำน้ำ 18 คน ซึ่งเป็นทีมนานาชาติชุดเดิม ครั้งนี้เราประสบความสำเร็จเร็วขึ้น 2 ชม. คาดหวังว่าการเตรียมความพร้อม และแผนต่างๆ ที่จะประชุมกันเพื่อเตรียมปฏิบัติการครั้งถัดไป จะทำได้ดีกว่านี้ และประสบความสำเร็จ 100%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์แถลงอีกว่า นายกฯ ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจทุกหน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้กำลังใจครอบครัว โดยได้พูดคุยกับนักดำน้ำต่างประเทศ และทุกทีมที่ปฏิบัติงาน ซึ่งนายกฯ ได้ขอบใจและให้คำแนะนำ โดยให้ถอดบทเรียนครั้งนี้ว่า เหตุการณ์อย่างนี้อนาคตควรสอนเด็กให้เรียนรู้ ทักษะเรื่องความปลอดภัย ถอดบทเรียนเรื่องบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน การบริหารสถานการณ์ในสถานการณ์คับขัน ให้ทุกองค์กรนำไปปฏิบัติ เชื่อว่าเราจะทำได้ดีขึ้นในอนาคต แต่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในแผ่นดิน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ไปเยี่ยมน้อง 8 คน ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ได้คุยกับฝ่ายปฏิบัติสายต่างประเทศว่า เดี๋ยวจะพิจารณาเลี้ยงขอบคุณทุกนาย ซึ่งฝ่ายที่ปฏิบัติและนักดำน้ำเองก็มีความภูมิใจที่ปฏิบัติการตรงนี้จนประสบความสำเร็จ โดยวันนี้ส่วนหนึ่งไปพักผ่อน อีกส่วนเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการครั้งต่อไป&amp;rdquo; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ปฏิบัติการรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นได้กี่โมง นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ต้องเตรียมความพร้อมอย่างน้อยอีก 20 ชม. แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย เราต้องดูสภาพอากาศและการเตรียมพร้อม ซึ่งถ้าเตรียมได้เร็วกว่านี้ เราก็ปฏิบัติการได้เร็วกว่านี้ แต่ขอไม่ยืนยันเป็นตัวเลข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่เหลือจะออกมาพร้อมกัน 5 คนเลยหรือไม่ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอากาศ เพราะแผนทุกแผนถ้าเปลี่ยนต้องเซตกันใหม่อีก ต้องปรับแผน เพราะเดิมเราเซตแผนไว้ 4 คน ดังนั้นทีมปฏิบัติต้องปรับแผนถ้าจะทำ 5 คน ตรงนี้เราไม่ก้าวล่วงทีมดำน้ำ เขาเซตความปลอดภัยอะไรไว้หมดแล้ว จึงต้องตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;4 คนใหม่ถึงโรงพยาบาลเรียบร้อย สภาพดีกว่าเมื่อวาน ตอนนี้รู้ตัวหมด ส่วนที่ถามว่าน้องอยากกินข้าวผัดกะเพรา ตอนนี้ยังทานไม่ได้ หมอยังให้ไม่ได้ แต่ให้เป็นโจ๊กที่เหลวกว่าปกติ คงต้องเตรียมพร้อมอีกนิดนึง ส่วน 5 คนที่เหลือในถ้ำ หมอยังประเมินว่าดีอยู่&amp;rdquo; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า หลังปฏิบัติวันนี้เสร็จสิ้นก็จะปรับแผน ทบทวนบทเรียน วันนี้การประสานสอดคล้องราบรื่น ส่วนแผนปฏิบัติวันต่อไปขึ้นอยู่กับความพร้อมที่เราจะประเมิน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ประเมิน สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และสิ่งต่างๆ ที่ต้องการในการปฏิบัติการต้องครบถ้วน ซึ่งไม่น่าจะกังวลอะไร ขอให้เอาใจช่วยทีมปฏิบัติงาน โดยจะประชุมอีกครั้ง คาดว่าน่าจะเป็นข่าวดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 จ.เชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราช กล่าวว่า ถ้าพระพิรุณยังเมตตาเช่นนี้ อีก 3 วันหมูป่าจะออกมาดูโลกครบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารและส่งมอบกุญแจห้องพักอาศัย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 1 ถึงการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอีก 9 ชีวิต ว่า ขอให้ร่วมกันอธิษฐานจิตให้การช่วยเหลือเด็กออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทั้งหมดในวันนี้และพรุ่งนี้ ซึ่งเหลืออีก 9 คน ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสงบสุข ทุกคนจะได้รู้ว่าไทยมันมีที่ลึกลับซับซ้อนมากมาย ฉะนั้นการจัดระเบียบสำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องไม่ปล่อยปละละเลย ขอให้ช่วยกันอธิษฐานกับศาลพระภูมิ ท้าวชัยมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้สื่อถามว่า จะใช้เวลากี่วัน กี่เดือน กี่ปี จึงสามารถนำเด็กๆ ออกมาได้ทั้งหมด แต่เราจะทำให้เร็วที่สุด และโดยปลอดภัย เพราะถ้าถามว่าจะใช้เวลาเท่าใด คงไม่มีใครตอบได้ เราจะทำให้เร็วที่สุด ขออย่าถามแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด กำชับทุกวัน ทุก 24 ชม. ให้ดูแลเรื่องนี้ โดยมีทั้งรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว ดูแลทั้งเช้า กลางวัน กลางคืน นอกจากนี้ยังได้ดูแลเรื่องการสนับสนุนในส่วนที่ขาดเหลือเพิ่มเติมและให้คำแนะนำ ซึ่งก็สุดแล้วแต่เขาจะรับไปพิจารณา เพราะมีคณะทำงานทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึงฝ่ายเทคนิค ซึ่งทำอะไรจะต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เด็กทั้ง 4 คนที่ออกมาแล้วปลอดภัยดีหรือไม่ นายกฯ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า ไอ้คำถามแบบนี้อย่ามาถาม คุณถามไม่ได้เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การช่วยเหลือยังไม่จบ การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นอย่างไร เรายังไม่รู้ ต้องรอให้ช่วยเหลือสำเร็จก่อน ส่วนจะใช้เวลาช่วยเหลือทั้งหมดกี่วันนั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งหน่วยซีลเขาทำดี และเชื่อว่าคนไทยทุกคนร่วมให้กำลังใจทีมหมู่ป่าอะคาเดมี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13093</URL_LINK>
                <HASHTAG>จงคล้าย วรพงศธร, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, บรรยงค์ สุวรรณผ่อง, พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า, พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์, พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437ab6a23d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
